LNCrawler

บทที่ 70 ออกเดินทางสู่เมืองหลวง

คุณชายนายทุนเกิดใหม่ กวาดสมบัติบ้านศัตรูจนเกลี้ยง แล้วลงชนบท — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 70 ออกเดินทางสู่เมืองหลวง


​​"หัวหน้าฝ่ายผลิตครับ ผมมีเรื่องอยากจะขออนุญาตลาหยุดสักสองสามวันนะครับ" ฟู่ซีโจวเลือกที่จะเปิดประเด็นอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม "เมื่อวานนี้ผมเพิ่งได้รับจดหมายจากทางบ้าน เนื้อความในจดหมายแจ้งว่าตอนนี้พ่อแม่บุญธรรมของผมกำลังป่วยหนักจนใกล้จะสิ้นใจแล้วครับ"
​
​หวังต้าเกินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "ป่วยหนักใกล้ตายพร้อมกันทั้งสองคนเลยเรอะ" ชายวัยกลางคนลอบคิดในใจว่า ชีวิตของปัญญาชนฟู่ช่างน่ารันทดหดหู่อะไรขนาดนี้
​
​ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับด้วยสีหน้าที่ยังคงราบเรียบ ทว่าแววตากลับแฝงเร้นไปด้วยความโศกเศร้าที่แสร้งปั้นแต่งขึ้นมาอย่างแนบเนียน "ครับ หมอบอกว่าหมดหนทางรักษาแล้ว คงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้น ในจดหมายยังบอกอีกว่า พวกท่านคาดหวังอยากจะเห็นหน้าผมเป็นครั้งสุดท้ายด้วย"
​
​เมื่อได้ฟังเช่นนั้น หวังต้าเกินก็เอื้อมมือไปตบไหล่ฟู่ซีโจวเบาๆ อย่างให้กำลังใจ เขาคาดไม่ถึงเลยว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะเป็นคนที่มีความกตัญญูรู้คุณต่อพ่อแม่บุญธรรมถึงเพียงนี้ แววตาที่หัวหน้าฝ่ายผลิตใช้มองชายหนุ่มจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
​
​"ตกลง ฉันจะอนุมัติวันลาให้เธอเอง เธอรออยู่ตรงนี้ประเดี๋ยวนะ ฉันจะรีบกลับไปที่ที่ทำการเพื่อเขียนจดหมายแนะนำตัวให้ ว่าแต่... ฉันจะออกให้ชั่วคราวสักหนึ่งเดือนก่อน แบบนี้พอได้ไหม"
​
​ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับทันที "ได้ครับ ทันทีที่จัดการธุระทางนั้นเสร็จเรียบร้อย ผมจะรีบเดินทางกลับมาทันที รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้เสียเวลาเปล่าแน่นอนครับ"
​
​หวังต้าเกินพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะรีบสาวเท้ากลับไปยังที่ทำการฝ่ายผลิตเพื่อเขียนจดหมายแนะนำตัวให้กับฟู่ซีโจว ครั้นเมื่อส่งมอบจดหมายแนะนำตัวเสร็จสิ้น กู่หมิงเยวี่ยก็นำเห็ดหลินจือที่ผ่านการแปรรูปอย่างพิถีพิถันมาส่งมอบให้กับหวังต้าเกินเช่นเดียวกัน
​
​"หัวหน้าฝ่ายผลิตคะ เห็ดหลินจือพวกนี้ผ่านการแปรรูปเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ ตอนนี้พร้อมสำหรับนำไปขายได้ทุกเมื่อเลยค่ะ"
​
​หวังต้าเกินรับมาถือไว้ด้วยความปีติยินดีอย่างยิ่งยวด จากนั้นเขาจึงรีบสั่งการให้หวังเถี่ยว่างขับรถแทรกเตอร์ไปส่งทั้งสองคนที่ตัวเมืองมณฑลเพื่อขึ้นรถไฟทันที
​
​ฟู่ซีโจวเองก็ไม่ได้กล่าวปฏิเสธน้ำใจ... เขาและกู่หมิงเยวี่ยพากันก้าวขึ้นไปนั่งบนรถแทรกเตอร์เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองมณฑล ทว่าสภาพถนนหนทางในยุคเจ็ดศูนย์นั้นไม่ได้ราบเรียบนัก ตลอดการเดินทางจึงเต็มไปด้วยความโคลงเคลงและสั่นสะเทือนอย่างหนักหน่วง
​
​ฟู่ซีโจวค่อยๆ เอนหลังหลับตาลง ชายหนุ่มลอบส่งจิตสำนึกเข้าไปเปิดดูภายในมิติ เพื่อตรวจสอบผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาได้ ข้าวเจ้าและข้าวสาลีล้วนออกรวงให้เมล็ดอวบอ้วนเต่งตึง ดูแล้วชวนให้รู้สึกเบิกบานใจเป็นอย่างยิ่ง ส่วนพืชผักและผลไม้ชนิดอื่นๆ เองก็เจริญงอกงามได้ผลดีเยี่ยมไม่แพ้กัน
​
​หลังจากที่ฟู่ซีโจวจงใจคัดแยกเมล็ดพันธุ์บางส่วนเก็บเอาไว้ เขาก็เริ่มคำนวณปริมาณผลผลิตทั้งหมดคร่าวๆ แม้ว่าปริมาณที่ได้จะน่าพึงพอใจมาก ทว่าก็น่าเสียดายอยู่เล็กน้อยที่ตอนแรกเขาปลูกข้าวเจ้ากับข้าวสาลีเอาไว้น้อยเกินไป โดยปลูกไปเพียงแค่หกสิบหมู่เท่านั้น แต่เรื่องนี้จะไปตำหนิเขาก็คงไม่ได้ เพราะในตอนนั้นเขาไม่ได้มีเรี่ยวแรงและเวลามากพอที่จะไปจัดการทั้งหมด ทว่าตอนนี้ เมื่อมีเหล่าหุ่นยนต์เข้ามาช่วยทุ่นแรงแล้ว เขาก็ย่อมสามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
​
​ชายหนุ่มวางแผนเอาไว้ว่า จะขยายพื้นที่ปลูกข้าวเจ้าและข้าวสาลีเพิ่มขึ้นเป็นห้าพันหมู่ ส่วนพื้นที่ดินดำที่เหลืออยู่ ก็จะเอาไว้สำหรับเพาะปลูกพืชผลชนิดอื่นๆ สลับกันไป เมื่อคิดได้ดังนั้น ฟู่ซีโจวจึงจัดการเคลื่อนย้ายเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดที่คัดเตรียมไว้ เข้าไปในมิติเพาะปลูกและปศุสัตว์ ก่อนจะออกคำสั่งให้หุ่นยนต์รับหน้าที่ดำเนินการเพาะปลูกต่อไปโดยอัตโนมัติ
​
​จากนั้น เขาก็ยอมจ่ายแต้มพลังงานจำนวนสองร้อยแต้ม เพื่อให้ระบบเข้ามาช่วยจัดการแปรรูปข้าวเปลือกและข้าวสาลีเหล่านั้น จนในท้ายที่สุด เขาก็ได้ข้าวสารออร์แกนิกมาจำนวนสามสิบตัน พร้อมกับแป้งสาลีขัดขาวอีกสี่สิบตัน
​
​ทันทีที่ได้ของมาครบ ฟู่ซีโจวก็ใช้จิตสำนึกเปิดหน้าต่างกลุ่มระบบแลกเปลี่ยนสิ่งของขึ้นมาทันที
​
​[ข้าวสารออร์แกนิกจำนวน 20 ตัน ต้องการแลกเปลี่ยนกับทองคำ 500 กรัม]
​
​พี่สาวอวี่ของฝากพื้นเมือง: [ฉันเอา ฉันเอา! แต่ฉันคงรับทั้ง 20 ตันไม่ไหวหรอกนะ ขอแลกแค่ 10 ตันก่อนได้ไหม....]
​
​ฟู่ซีโจวขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
​
​ฟู่ซีโจว: [ได้ครับ]
​
​พี่สาวอวี่ของฝากพื้นเมือง: [ขอบคุณมากๆ เลยนะ ฉันเตรียมทองคำเอาไว้พร้อมแล้ว สามารถกดแลกเปลี่ยนได้เดี๋ยวนี้เลย ถ้าข้าวสารลอตนี้ผลตอบรับออกมาดี รับรองว่าฉันจะกลับมาแลกเปลี่ยนกับคุณอีกแน่นอนค่ะ]
​
​เถ้าแก่จูข้าวสารอาหารแห้ง: [เจ้าพ่อเสบียง ข้าวสารที่เหลืออีก 10 ตันนั่น ผมขอรับเหมาเองครับ]
​
​ฟู่ซีโจว: [ตกลงครับ ใช้ทองคำ 250 กรัม]
​
​เถ้าแก่จูข้าวสารอาหารแห้ง: [ไม่มีปัญหาครับ ผมเตรียมทองคำเอาไว้พร้อมแล้วเหมือนกัน]
​
​ปกติแล้ว เถ้าแก่จูมักจะไม่ค่อยพูดคุยโต้ตอบอะไรในกลุ่มมากนัก แต่พอเขาเห็นว่าเจ้าพ่อเสบียงเคยเปรยๆ เอาไว้ว่ากำลังจะมีผลผลิตทางการเกษตรออกมาแลกเปลี่ยน เขาก็แอบไปตระเตรียมทองคำมารอไว้เงียบๆ แล้ว ฟู่ซีโจวจึงกดยืนยันการแลกเปลี่ยนกับคนทั้งสองไปพร้อมๆ กันในคราวเดียว
​
​ในวินาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังก้องขึ้นในหัว
​
​[ขอแสดงความยินดีด้วย โฮสต์ทำการแลกเปลี่ยนสำเร็จ ท่านได้รับพลังงาน 480,000 แต้ม]
​
​[สถานะพลังงานปัจจุบัน: 537,020 แต้ม ตรวจพบว่าแต้มพลังงานปัจจุบันของโฮสต์เพียงพอต่อการอัปเกรดระบบ โดยจะใช้แต้มพลังงานทั้งสิ้น 500,000 แต้ม โฮสต์ต้องการทำการอัปเกรดเลยหรือไม่]
​
​ฟู่ซีโจวพลันนึกย้อนไปถึงรางวัลจากการอัปเกรดในครั้งก่อนๆ ซึ่งมันล้วนมักจะเป็นสิ่งของที่เขากำลังต้องการใช้พอดิบพอดีอยู่เสมอ ดังนั้น หากเขาตัดสินใจอัปเกรดระบบในตอนนี้ล่ะก็ ไม่แน่ว่าอาจจะมีไอเทมพิเศษที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางเข้าเมืองหลวงในครั้งนี้โผล่ออกมาก็เป็นได้
​
​[อัปเกรดเลย]
​
​[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้รับรางวัลจากการอัปเกรดระบบเป็นเลเวล 9 ดังต่อไปนี้: ธนบัตรต้าถวนเจี๋ย x100 ใบ, ลูกหมูที่ทำหมันแล้ว x200 ตัว, ไอเทมพิเศษสิทธิ์สร้างตัวตนปลอม x3 ครั้ง, น้ำยาบำรุงร่างกายระดับต้น x10 ขวด, และน้ำยาบำรุงร่างกายระดับกลาง x2 ขวด]
​
​[ระดับเลเวลของมิติระบบปัจจุบันคือ เลเวล 9 พลังงานคงเหลือ: 37,020 แต้ม มิติปัจจุบันได้ทำการปลดล็อกฟังก์ชัน 'วาร์ปเข้า-ออกมิติ' เรียบร้อยแล้ว พื้นที่มิติเพาะปลูกขยายเพิ่มเป็น 30,000 หมู่ พื้นที่บ่อน้ำขยายเพิ่มเป็น 20,000 หมู่ และขอแจ้งเตือนด้วยความหวังดีว่า: การอัปเกรดระบบเป็นเลเวล 10 จะต้องใช้แต้มพลังงานทั้งสิ้น 1,000,000 แต้ม]
​
​ทันทีที่ได้ยินระบบประกาศประโยคสุดท้ายว่าต้องใช้แต้มพลังงานถึงหนึ่งล้านแต้ม ฟู่ซีโจวก็ถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
​
​หนึ่งล้านแต้มพลังงานเชียวเรอะ! นี่มันไม่ออกจะขูดเลือดขูดเนื้อกันมากเกินไปหน่อยหรือไง!
​
​ทว่าฟู่ซีโจวก็ไม่ได้มัวเสียเวลาหงุดหงิดใจอยู่นานนัก เขาเปลี่ยนเรื่องและเอ่ยถามระบบกลับไปทันที
​
​[ระบบฟังก์ชันวาร์ปเข้า-ออกมิติมันคืออะไรกัน...]
​
​ระบบรีบอธิบายไขข้อข้องใจ
​
​[มันคือความสามารถที่โฮสต์จะสามารถวาร์ปร่างกายเข้าไปในมิติ และวาร์ปออกมาจากมิติได้ในชั่วพริบตา ทว่ามีเงื่อนไขคือ ไม่ว่าจะวาร์ปเข้าหรือวาร์ปออก โฮสต์จะปรากฏตัวอยู่ที่จุดเดิมตำแหน่งเดิมเท่านั้น]
​
​ฟู่ซีโจวซักไซ้ต่อ
​
​[หมายความว่า ถ้าฉันวาร์ปเข้ามิติจากตรงไหน ตอนที่ออกมาก็จะต้องโผล่มาตรงนั้น ขยับย้ายตำแหน่งไม่ได้เลยงั้นเหรอ]
​
​ระบบตอบกลับทันควัน
​
​[ถูกต้องแล้ว]
​
​จากนั้น ฟู่ซีโจวก็เบนความสนใจไปที่ไอเทมพิเศษอย่าง 'สิทธิ์สร้างตัวตนปลอม' ชายหนุ่มส่งจิตสำนึกกดเข้าไปดูรายละเอียด ก่อนที่เบื้องหน้าจะปรากฏแถบข้อความอธิบายความสามารถของมันขึ้นมา
​
​[สิทธิ์สร้างตัวตนปลอม: ความหมายตรงตามชื่อ คือระบบจะสร้างสถานะและตัวตนปลอมขึ้นมาให้ใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีเอกสารครบถ้วนตั้งแต่สมุดสำมะโนครัวไปจนถึงจดหมายแนะนำตัว ในขณะเดียวกัน สิทธิ์สร้างตัวตนปลอมนี้ยังสามารถนำไปให้บุคคลอื่นใช้งานได้ด้วย และตัวตนปลอม 1 ตัวตน จะไม่มีการจำกัดระยะเวลาในการใช้งานแต่อย่างใด]
​
​เมื่อฟู่ซีโจวได้อ่านสรรพคุณของไอเทมพิเศษชิ้นนี้ อารมณ์ของเขาก็พลันเบิกบานขึ้นมาในทันที ของชิ้นนี้มันช่างเหมือนกับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการเดินทางเข้าเมืองหลวงของเขาในครั้งนี้โดยเฉพาะเลยจริงๆ!
​
​[ระบบเอ๋ย ฉันรู้อยู่แล้วล่ะว่านายน่ะรักฉันที่สุดเลย]
​
​ระบบ: [...]
​
​ฟู่ซีโจวจัดการหยิบเอาจดหมายข้อมูลปลอมที่เก็บไว้ในมิติ ออกมาซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านในอย่างมิดชิด หากมีพวกสายลับตาบอดคนไหนกล้าเข้ามากระตุกหนวดเสือล่ะก็ เขาเองก็ไม่รังเกียจที่จะลงมือสั่งสอนพวกมันให้หลาบจำเสียก่อน แล้วค่อยโยนจดหมายปลอมฉบับนี้ให้พวกมันไปนอนกอดเล่น
​
​ทางด้านกู่หมิงเยวี่ยที่เอาแต่นั่งลอบมองฟู่ซีโจวที่หลับตาเงียบขรึมมาตลอดทาง ในที่สุดหญิงสาวก็อดรนทนไม่ไหว ยื่นมือไปกระตุกชายเสื้อของเขาเบาๆ เมื่อฟู่ซีโจวสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ชายหนุ่มก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
​
​กู่หมิงเยวี่ยหันไปมองทางทิศที่ตั้งของหมู่บ้านเซี่ยงหยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล "สหายฟู่คะ คุณว่า... เมื่อไหร่คุณตาของฉันและผู้เฒ่าคนอื่นๆ ถึงจะได้รับการล้างมลทินและคืนความเป็นธรรมสักที"
​
​ฟู่ซีโจวทอดสายตามองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกังวลใจของหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลเพื่อปลอบประโลม "อีกไม่นานหรอกครับ วันนั้นจะต้องมาถึงในอีกไม่ช้าอย่างแน่นอน"
​
​ชายหนุ่มย่อมรู้ซึ้งถึงทิศทางของหน้าประวัติศาสตร์เป็นอย่างดี ช่วงเวลาแห่งความมืดมิดอันโหดร้ายนี้ย่อมมีวันสิ้นสุด และแสงเงินแสงทองแห่งรุ่งอรุณจะต้องสาดส่องลงมาในท้ายที่สุด
​
​เมื่อเดินทางมาถึงตัวเมืองมณฑล ฟู่ซีโจวก็รีบพากู่หมิงเยวี่ยหลบมุมไปยังตรอกเล็กๆ ที่ไร้ผู้คน เพื่อลงมือแปลงโฉมและปลอมตัวให้กับตนเองและหญิงสาวในทันที เขาจัดการแต่งหน้าทาปาก เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นเพียงชาวนาธรรมดาๆ ที่มีใบหน้าเหลืองซีดเซียวและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากฝีดาษ ส่วนกู่หมิงเยวี่ยนั้น เขาก็เนรมิตให้เธอกลายเป็นเพียงหญิงชาวบ้านท่าทางซื่อบื้อและดูเชยสะบัด
​
​จากนั้น เขาก็ตัดสินใจกดใช้งานสิทธิ์สร้างตัวตนปลอมไปหนึ่งครั้ง เพื่อเสกสร้างบัตรประจำตัวใบใหม่ขึ้นมาให้กับตัวเอง แล้วจึงนำไปใช้ซื้อตั๋วรถไฟมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง ส่วนกู่หมิงเยวี่ยนั้น ก็ใช้เอกสารยืนยันตัวตนจริงๆ ของเธอในการซื้อตั๋วรถไฟในที่นั่งที่ติดกับฟู่ซีโจว
​
​รถไฟขบวนนี้มีกำหนดการออกเดินทางในช่วงบ่าย กว่าที่พวกเขาทั้งสองคนจะเบียดเสียดยัดเยียดฝ่าฝูงชนขึ้นมาบนขบวนรถไฟและหาที่นั่งของตัวเองจนเจอ ก็เล่นเอาหอบเหนื่อยไปตามๆ กัน สภาพภายในตู้โดยสารนั้นแออัดยัดเยียดจนแทบจะหายใจไม่ออก แม้แต่บริเวณทางเดินแคบๆ ก็ยังมีผู้โดยสารยืนเบียดเสียดกันจนแน่นขนัดไปหมด
​
​ฟู่ซีโจวจัดแจงให้กู่หมิงเยวี่ยเข้าไปนั่งสอดตัวอยู่ตรงที่นั่งริมฝั่งหน้าต่าง ส่วนตัวเขาก็เลือกที่จะนั่งขวางอยู่ด้านนอก เพื่อคอยเป็นปราการปกป้องหญิงสาวจากความวุ่นวายภายนอกเอาไว้
​
​ทันทีที่รถไฟเริ่มเคลื่อนตัวออกจากชานชาลา ชายหนุ่มก็ล้วงเอากระติกน้ำออกมาจากกระเป๋าสะพาย เขาแอบหยดน้ำยาบำรุงร่างกายระดับต้นผสมลงไปหนึ่งหยดอย่างแนบเนียน ก่อนจะยื่นส่งให้กู่หมิงเยวี่ย "ดื่มน้ำสักหน่อยเถอะครับ"
​
​กู่หมิงเยวี่ยรับมาจิบไปเพียงอึกเดียว เธอก็พลันรู้สึกได้ถึงความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย หญิงสาวเอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้ ทอดสายตามองดูทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่พุ่งทะยานถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว
​
​ทว่าทางด้านฟู่ซีโจวนั้นกลับไม่ได้หลับตาลงเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มไม่กล้าที่จะปล่อยปละละเลยความระมัดระวังแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เขาแสร้งทำทีเป็นชะเง้อคอมองซ้ายมองขวาเหมือนคนไม่มีอะไรทำ ทว่าแท้จริงแล้ว สายตาอันเฉียบคมของเขากำลังกวาดสำรวจและประเมินพฤติกรรมของผู้โดยสารทุกคนภายในตู้ขบวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน
​
​เมื่อรถไฟวิ่งมาได้ถึงช่วงกลางทาง ก็ได้จอดแวะพักที่สถานีเล็กๆ แห่งหนึ่ง ทันทีที่ประตูรถไฟเปิดออก ก็มีกลุ่มผู้โดยสารหน้าใหม่แห่แหนกรูกันขึ้นมาบนขบวนรถ....


ท่ามกลางฝูงชนเหล่านั้น ปรากฏร่างของชายฉกรรจ์สามคนที่มีกลิ่นอายและบุคลิกท่าทางแตกต่างจากชาวบ้านทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดก้าวขึ้นมาด้วย

​
​วินาทีที่ฟู่ซีโจวปรายตามองเห็นชายทั้งสามคนนั้น สัญญาณเตือนภัยในหัวของเขาก็ดังกรีดร้องขึ้นมาอย่างรุนแรงทันที!
​
............................