บทที่ 72 ฤกษ์งามยามดีในการจัดการสายลับ
บทที่ 72 ฤกษ์งามยามดีในการจัดการสายลับ
ภายในใจของกู่หมิงเยวี่ยรู้สึกหนักอึ้งเป็นอย่างมาก
⠀
เนื่องด้วยเธอประจำการอยู่ในกองทัพ ย่อมต้องทราบดีอยู่แล้วว่า ณ เวลานี้ประเทศจีนกำลังเผชิญกับทั้งศึกนอกและภัยใน
⠀
ความสงบสุขของชาติในยามนี้ ล้วนแลกมาด้วยความเสียสละของบรรดาผู้คนที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งก้าวเดินไปข้างหน้า
⠀
ในมุมมืดที่ผู้คนทั่วไปไม่อาจมองเห็น ยังคงมีวีรบุรุษอีกนับไม่ถ้วนกำลังต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับพวกสายลับศัตรูอันแสนชั่วร้ายโฉดช้าเหล่านั้น
⠀
กู่หมิงเยวี่ยเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเจือความเศร้าสร้อย
⠀
"ประเทศของเรายังคงไม่แข็งแกร่งมากพอ"
⠀
"ถึงกระนั้น ประชาชนชาวจีนอย่างพวกเราก็ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้เลยสักครั้ง"
⠀
ฟู่ซีโจวทอดสายตามองทิวเขาสลับซับซ้อนภายนอกหน้าต่างรถไฟ "ความอ่อนแอของพวกเราในตอนนี้เป็นเพียงแค่เรื่องชั่วคราวเท่านั้น สักวันหนึ่ง... รอจนกว่าบรรดาคนรุ่นก่อนหน้าพวกเราสามารถออกแบบขีปนาวุธรวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์อันทันสมัยออกมาได้สำเร็จ เมื่อถึงเวลานั้นก็จะไม่มีใครกล้ารังแกเราเหมือนดั่งที่ผ่านมาอีกต่อไป"
⠀
ย้อนกลับไปในชาติก่อน ตัวเขาเคยได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งและความเจริญรุ่งเรืองของมาตุภูมิมาแล้ว ทว่าเขากลับต้องสูญเสียเวลาค่อนชีวิตไปกับการถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ โดยที่ไม่ได้ทำประโยชน์อันใดให้แก่ประเทศชาติเลยแม้แต่น้อย
⠀
ทว่าในชาตินี้ เขาจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในคลื่นแห่งการพัฒนามาตุภูมิให้จงได้!
⠀
ถ้อยคำอันหนักแน่นของฟู่ซีโจวได้ซึมซาบเข้าไปในความรู้สึกของกู่หมิงเยวี่ยอย่างลึกซึ้ง
⠀
ใช่แล้วล่ะ คนของชาติจีนย่อมไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด!
⠀
หญิงสาวจ้องมองไปยังฟู่ซีโจว นัยน์ตาทั้งสองข้างทอประกายแห่งความหวังอันสว่างไสว
⠀
ชายหนุ่มถูกอีกฝ่ายจ้องมองเสียจนรู้สึกขวยเขินเล็กน้อย เขาจึงรีบดึงสายตากลับมาแล้วแกล้งหลับตาลงเพื่อพักผ่อน
⠀
ฉับพลันนั้นเอง เขาก็นึกขึ้นมาได้ถึงบรรดาหนังสือเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูงที่วางขายอยู่ในร้านค้าของระบบ ทว่าหนังสือเหล่านั้นกลับจำเป็นต้องใช้แต้มพลังงานจำนวนมหาศาลในการแลกเปลี่ยน
⠀
ยิ่งไปกว่านั้น ด้านบนของสินค้ายังคงแสดงสถานะเป็นรูปแม่กุญแจล็อคเอาไว้อีกด้วย
⠀
ฟู่ซีโจวจึงเอ่ยถามระบบอยู่ภายในใจ
⠀
[ระบบ สินค้าที่ติดรูปแม่กุญแจล็อคเอาไว้ในร้านค้าหมายความว่ายังไงงั้นหรือ?]
⠀
ระบบตอบกลับมาเพื่ออธิบายข้อสงสัย
⠀
[นั่นหมายความว่าระดับของระบบในปัจจุบันยังคงต่ำเกินไป ต่อให้โฮสต์จะมีแต้มพลังงานเพียงพอ แต่ก็ไม่สามารถทำการซื้อขายได้]
⠀
ฟู่ซีโจวพลันเข้าใจกระจ่างแจ้งในทันที เขาแอบตัดสินใจอย่างแน่วแน่เงียบๆ ว่าหลังจากกลับมาจากเมืองหลวง เขาจะต้องนำเสบียงไปแลกเปลี่ยนเพื่อกอบโกยพลังงานให้มากขึ้น จะได้รีบอัปเกรดระดับให้รวดเร็ว
⠀
จากนั้นจึงค่อยนำหนังสือล้ำค่าเหล่านั้นมาสร้างคุณูปการให้แก่ประเทศชาติต่อไป
⠀
ทั้งสองคนต้องนั่งโดยสารอยู่บนขบวนรถไฟยาวนานถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ กว่าจะเดินทางมาถึงเซี่ยงไฮ้
⠀
ฟู่ซีโจวเดินหาบ้านพักรับรองแห่งหนึ่ง ก่อนจะใช้สถานะปลอมในการเปิดห้องพักแยกกันสองห้อง
⠀
เมื่อกู่หมิงเยวี่ยเห็นชายหนุ่มหยิบจดหมายแนะนำตัวออกมาถึงสองฉบับ เธอก็ไม่ได้เอ่ยปากซักไซ้ไล่เลียงอันใด เพียงแค่คิดไปเองว่าเขาคงไปขอเอกสารนี้มาจากหัวหน้าฝ่ายผลิตกระมัง
⠀
ตกกลางคืน ทันทีที่ฟู่ซีโจวล้มตัวลงนอนบนเตียง เขาก็เปิดหน้าต่างกลุ่มแลกเปลี่ยนสิ่งของขึ้นมาทันที
⠀
แล้วก็พบว่า 'พี่สาวอวี่ของฝากพื้นเมือง' กำลังแท็กเรียกชื่อเขาอย่างบ้าคลั่ง
⠀
[เจ้าพ่อเสบียง ข้าวสารที่นายแลกมาให้ฉันคราวก่อนมันอร่อยมากๆ เลยล่ะ ตอนนี้ลูกค้าฝั่งฉันกว้านซื้อไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว ในมือนายยังพอมีเหลืออยู่อีกไหม? เอามาแลกให้ฉันเพิ่มอีกหน่อยสิ?]
⠀
ชายหนุ่มเหลือบมองข้าวสารที่ยังคงเหลืออยู่ในมิติแวบหนึ่ง แล้วจึงพิมพ์ข้อความตอบกลับไป
⠀
[ยังมีเหลืออยู่อีกสิบตันสุดท้าย คุณต้องการรับไว้ไหม?]
⠀
[เอาๆๆ ฉันขอแลกทั้งหมดเลย ยังคงใช้ทองคำแลกเหมือนเดิมใช่ไหม?]
⠀
[ใช่แล้ว]
⠀
เขาทำการนำข้าวสารสิบตันที่เหลือทั้งหมดไปแลกเปลี่ยนเป็นทองคำกับพี่สาวอวี่
⠀
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นพร้อมกัน
⠀
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ การแลกเปลี่ยนสำเร็จลุล่วง ท่านได้รับพลังงาน 240,000 แต้ม]
⠀
[กระผม ผอ.หวัง : พี่สาวอวี่ ข้าวสารที่บ้านของเจ้าพ่อเสบียงปลูกเองมันอร่อยขนาดนั้นเลยเชียวหรือ?]
⠀
[พี่สาวอวี่ของฝากพื้นเมือง : อร่อยสิ ทุกครั้งที่ฉันรับสินค้าล็อตใหม่เข้ามา ฉันจะต้องเป็นคนชิมทดสอบดูก่อนเสมอ ข้าวหุงสุกใหม่ๆ กลิ่นหอมฉุยเลยล่ะ คนในครอบครัวฉันถึงกับต้องแย่งกันกินเลยนะ ที่สำคัญคือ พอกินเสร็จ อาการไข้หวัดใหญ่ของฉันดันหายเป็นปลิดทิ้งซะงั้น เพราะแบบนี้ฉันถึงได้แอบเก็บข้าวสารเอาไว้กินเองตั้งร้อยจินยังไงล่ะ]
⠀
[กระผม ผอ.หวัง : ให้ตายเถอะ ข้าวสารดีๆ แบบนี้ฉันกลับพลาดไปซะได้]
⠀
[พี่สาวอวี่ของฝากพื้นเมือง : ผอ.หวัง จะให้ฉันแบ่งให้คุณสักหน่อยไหมล่ะ?]
⠀
[กระผม ผอ.หวัง : งั้นก็ต้องขอบคุณพี่สาวอวี่มากเลยครับ]
⠀
[พี่สาวอวี่ของฝากพื้นเมือง : แต่ว่าคุณต้องมารับของเอาเองถึงที่นะ]
⠀
[กระผม ผอ.หวัง : @เจ้าพ่อเสบียง เจ้าพ่อเสบียง ฟาร์มบ้านคุณยังมีผลผลิตอะไรเหลืออยู่อีกบ้าง? มีอะไรก็เอามาให้ฉันลองอย่างละนิดอย่างละหน่อยเลย ฉันมีทองคำเยอะแยะถมเถไป]
⠀
ฟู่ซีโจวมองดูพืชผักนานาชนิดภายในมิติ รวมถึงผลไม้กองโตที่เพิ่งจะเก็บเกี่ยวลงมา ซึ่งของพวกนี้ล้วนเตรียมเอาไว้สำหรับนำไปแลกเปลี่ยนในกลุ่มทั้งสิ้น ถึงกระนั้นตอนนี้เขากลับยังไม่คิดที่จะทำธุรกรรมใดๆ เนื่องจากกำลังไม่มีอารมณ์มานั่งคำนวณราคาค่างวด
⠀
ชายหนุ่มจัดการต้อนลูกหมูที่ได้รับเป็นของรางวัลจากการอัปเกรดระบบเมื่อวานเข้าไปไว้ในเล้าเดียวกัน เนื่องจากมันเป็นของรางวัลจากระบบ จึงสามารถใช้งานได้เฉพาะในช่วงเวลานี้เท่านั้น เขาจึงตัดสินใจเลี้ยงแยกลูกหมูชุดนี้ออกจากลูกหมูตัวน้อยที่เคยแลกมาจากเถ้าแก่หวังเขียงหมูก่อนหน้านี้
⠀
หลังจากเดินตรวจตราดูการทำงานของหุ่นยนต์จนแน่ใจว่าทุกอย่างยังคงปกติดี ฟู่ซีโจวก็กดออกจากมิติ แล้วเริ่มครุ่นคิดถึงแผนการสำหรับวันพรุ่งนี้ต่อ
.........⠀
รุ่งเช้าวันถัดมา ฟู่ซีโจวกับกู่หมิงเยวี่ยก็พากันเช็กเอาต์ออกจากบ้านพักรับรอง แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังสถานีรถไฟทันที ด้วยบทเรียนจากประสบการณ์ครั้งก่อน ทำให้การเดินทางในรอบนี้พวกเขาระมัดระวังตัวกันมากขึ้นกว่าเดิม
⠀
ชายหนุ่มจัดการใช้สถานะปลอมทั้งสองบัญชีในการซื้อตั๋วรถไฟมุ่งหน้าสู่เทียนจินสองใบ เขาคาดเดาเอาไว้ว่าในเวลานี้ที่สถานีรถไฟปักกิ่งน่าจะมีพวกสายลับศัตรูดักซุ่มรอคอยเขาอยู่อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงวางแผนที่จะไปต่อรถบัสที่เมืองเทียนจินเพื่อเดินทางเข้าสู่ปักกิ่งแทน
⠀
การเดินทางแบบแบ่งเป็นช่วงๆ เช่นนี้ จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการถูกค้นพบตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดเส้นทางล้วนราบรื่นไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ
⠀
ถึงอย่างนั้นภายในใจของฟู่ซีโจวก็ยังคงแขวนลอยอยู่บนความตึงเครียด... เขาไม่กล้าที่จะประมาทเลยแม้แต่น้อย หลังจากขบวนรถไฟจอดเทียบชานชาลาที่สถานีรถไฟเทียนจิน ทั้งสองคนก็รีบก้าวเท้าลงจากรถอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลมกลืนหายเข้าไปในฝูงชน แล้วมุ่งหน้าเดินตรงไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อซื้อตั๋วรถบัสเดินทางสู่ปักกิ่งจำนวนสองใบ
⠀
หลังจากต้องเดินทางอย่างยากลำบากมาตลอดทาง ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงปักกิ่ง ฟู่ซีโจวและกู่หมิงเยวี่ยก้าวลงจากรถ ทว่าทันทีที่เดินพ้นประตูสถานีขนส่งออกมา ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างด้วยประสาทสัมผัสอันเฉียบคม
⠀
สายตาของเขาจับจ้องไปยังแผงขายบุหรี่ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เจ้าของแผงเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมเล็ก ซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาทอนเงินให้กับลูกค้า มองดูเผินๆ แล้วก็ไม่ได้มีสิ่งใดผิดปกติเลยสักนิด
⠀
ทว่าฟู่ซีโจวกลับสามารถสูดดมได้ถึงกลิ่นอายแห่งความอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวของอีกฝ่าย ความรู้สึกในการแยกแยะภัยคุกคามเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้ฝึกฝนคัมภีร์ลับที่ตาเฒ่าหวังมอบให้ ซึ่งในตอนนี้เขาเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเองอย่างเต็มที่
⠀
ฟู่ซีโจวกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ บริเวณอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นาน เขาก็ค้นพบเบาะแสของบุคคลต้องสงสัย ที่แฝงตัวปะปนอยู่ในฝูงชนเพิ่มอีกสองคน คนแรกกำลังยืนแกล้งทำทีเป็นอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่แผงลอย ส่วนอีกคนกำลังหลบมุมแทะหมั่นโถวเงียบๆ อยู่ตรงซอกตึก
⠀
คนทั้งสามคนนี้ กระจายกำลังแฝงตัวอยู่ตามจุดต่างๆ แตกต่างกันออกไป ก่อตัวกันเป็นวงล้อมที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวบริเวณประตูทางออกของสถานีเอาไว้อย่างแน่นหนา ประกายตาของชายหนุ่มพลันแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุดัน
⠀
ไอ้พวกสายลับหมาลอบกัดบัดซบเอ๊ย!
⠀
ฟู่ซีโจวยื่นมือออกไปกระตุกแขนเสื้อของกู่หมิงเยวี่ยที่กำลังจะก้าวเดินไปข้างหน้าเบาๆ กู่หมิงเยวี่ยสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงรีบลดระดับเสียงลงแล้วเอ่ยถามขึ้นทันที
⠀
"มีพวกสายลับงั้นเหรอคะ?"
⠀
"อืม"
⠀
โชคดีที่เธอยังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้ "แล้วตอนนี้พวกเราจะเอายังไงกันดี?"
⠀
สมองของฟู่ซีโจวกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว การบุกฝ่าออกไปตรงๆ ย่อมไม่ใช่วิธีการที่ดีแน่ ลำพังแค่ตรงนี้ก็มีตั้งสามคนแล้ว ด้านนอกนั้นไม่แน่ว่าอาจจะมีกำลังเสริมซุ่มซ่อนอยู่อีกมากก็เป็นได้
⠀
ยิ่งไปกว่านั้น หากตัดสินใจลงมือในที่แห่งนี้ ก็มีโอกาสสูงมากที่จะพลั้งมือไปทำร้ายชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ที่สัญจรไปมาได้ อีกอย่างคือ สถานที่แห่งนี้มีผู้คนพลุกพล่าน การที่เขาจะจัดการรวบหัวรวบหางคนพวกนั้นแล้วนำไปส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
⠀
ตั้งแต่วินาทีแรกที่ชายหนุ่มเหลือบไปเห็นพวกสายลับสุนัขรับใช้พวกนี้ ภายในหัวของเขาก็เอาแต่ครุ่นคิดถึงวิธีการที่จะกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากไปในคราวเดียว
⠀
ฟู่ซีโจวหันไปมองกู่หมิงเยวี่ย "สหายกู่ คุณฟังที่ผมจะพูดให้ดีนะ"
⠀
ทว่าในขณะที่เขากำลังคิดหาวิธีรับมืออยู่นั้นเอง สายตาของชายฉกรรจ์ทั้งสามคนที่ดักรออยู่บริเวณประตูทางออกก็จดจ้องมาที่พวกเขาทั้งคู่แล้ว โดยที่ไม่ต้องรอให้ชายหนุ่มเอ่ยปากเตือน กู่หมิงเยวี่ยก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าใครคือสายลับ
⠀
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยักหน้ารับแล้วเอ่ยขึ้น "คุณว่ามาเลยค่ะ"
⠀
ฟู่ซีโจวรีบพูดด้วยความรวดเร็ว "เดี๋ยวสักพัก คุณเดินไปหาตำรวจประจำสถานีนะ แล้วบอกพวกเขาว่าขาของคุณได้รับบาดเจ็บ แล้วขอร้องให้พวกเขาช่วยไปส่งคุณกลับไปที่กองทัพ"
⠀
"แล้วคุณล่ะ?" กู่หมิงเยวี่ยร้อนรนขึ้นมาทันที
⠀
"ผมมีวิธีสลัดพวกสายลับพวกนี้ให้หลุดรอดไปได้" เขาเอ่ยตอบอย่างหนักแน่น
⠀
มองแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่า พวกสายลับกลุ่มนี้จะต้องแฝงตัวกบดานอยู่ในชาติจีนมานานหลายปีอย่างแน่นอน หากเขาไม่จัดการถอนรากถอนโคนพวกมันให้สิ้นซาก ภายในใจก็คงจะรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจเป็นแน่
⠀
เมื่อล่วงรู้ว่ากู่หมิงเยวี่ยจะต้องไม่เห็นด้วยแน่ๆ ฟู่ซีโจวจึงเอ่ยอธิบายเสริม "ถ้าคุณตามผมมา มันจะยิ่งทำให้ผมลงมือได้ไม่สะดวก คุณวางใจเถอะนะ ผมมีวิธีเอาตัวรอดได้ก็แล้วกัน"
⠀
ชายหนุ่มไม่ได้บอกเล่าแผนการของตัวเองออกไป เพราะหากปล่อยให้อีกฝ่ายล่วงรู้ เธอจะต้องไม่มีทางยอมตกลงอย่างแน่นอน อีกอย่าง ตัวเขาก็มีทั้งมิติ มีทั้งเสื้อคลุมล่องหน แถมยังมีของวิเศษจากร้านค้าในระบบอยู่อีกเพียบ ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บอย่างเเน่นอน...
⠀
กู่หมิงเยวี่ยขบเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ดีว่าสิ่งที่ชายหนุ่มพูดมานั้นถูกต้องทุกประการ การต้องเผชิญหน้ากับพวกสายลับที่มีอาวุธปืนพกติดตัว การที่เธอยืนอยู่ข้างกายเขา จะยิ่งกลายเป็นตัวถ่วงไปเสียเปล่าๆ
⠀
แม้ว่าภายในใจจะรู้สึกเป็นห่วงเขามากเพียงใด แต่เธอก็ยังคงยอมเอ่ยปากรับคำ "ตกลงค่ะ ฉันจะเชื่อฟังคุณ"
⠀
หญิงสาวล้วงสมุดพกเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ฉีกกระดาษออกมาหนึ่งแผ่น แล้วรีบจดที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ลงไป "นี่คือที่อยู่กองทัพของฉัน หลังจากที่คุณจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณต้องมาหาฉันให้ได้นะคะ เพื่อให้ฉันแน่ใจว่าคุณยังคงปลอดภัยดี"
⠀
น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยร่องรอยของการสะอื้นไห้
⠀
"ผมรับปากคุณ" ฟู่ซีโจวรับกระดาษแผ่นนั้นมา แล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้ออย่างระมัดระวัง
⠀
"ถ้าอย่างนั้นเอาไวเจอกันค่ะ" หลังจากกู่หมิงเยวี่ยเอ่ยจบ เธอก็จ้องมองเขาอย่างลึกซึ้งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินกะโผลกกะเผลกมุ่งหน้าไปยังห้องปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีทันที
⠀
ฟู่ซีโจวทอดสายตามองแผ่นหลังของเธอ เมื่อแน่ใจแล้วว่าหญิงสาวได้ไปสมทบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อย เขาก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ชายหนุ่มขยับยืดเส้นยืดสายแขนขาเล็กน้อย
⠀
วันนี้แหละ คือฤกษ์งามยามดีในการจัดการพวกสายลับอย่างแท้จริง
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
.............................