บทที่ 73 จัดการสายลับ....
บทที่ 73 จัดการสายลับ....
ฟู่ซีโจวเปิดหน้าร้านค้าระบบขึ้นมา ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าจะเลือกซื้อเครื่องช็อตไฟฟ้าหรือยาสลบดี ทว่าท้ายที่สุด เขาก็ตัดสินใจใช้พลังงานหนึ่งหมื่นแต้มแลกซื้อเครื่องช็อตไฟฟ้าที่สามารถทำให้คนหมดสติได้อย่างรวดเร็ว
⠀
เมื่อมองเห็นเครื่องช็อตไฟฟ้าที่นอนนิ่งอยู่ในมิติเก็บของ เขาก็แกล้งทำตัวตามปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเดินก้าวเท้าออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารไป และแน่นอนว่า... สายลับศัตรูทั้งสามคนนั้นก็ลอบสะกดรอยตามเขามาอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด
⠀
ฟู่ซีโจวจงใจชะลอฝีเท้าให้ช้าลง พลางเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ ในเมืองหลวง ขณะที่กลุ่มคนด้านหลังก็ยังคงไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ
⠀
ในชีวิตก่อน เขาเคยมาทำธุระแถวนี้อยู่บ่อยครั้ง จึงพอจะจดจำเส้นทางคดเคี้ยวของตรอกซอกซอยเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มจงใจเลี้ยวเข้าไปในซอยตันแห่งหนึ่ง และในชั่วพริบตาที่เลี้ยวพ้นมุมตึก เขาก็อาศัยจังหวะนั้นวูบหายเข้าไปหลบซ่อนตัวในมิติส่วนตัวทันที
⠀
ทางด้านสายลับทั้งสาม พอเห็นเป้าหมายเลี้ยวลับตาไปก็รีบสาวเท้าตามมาติดๆ ทว่าเมื่อเบื้องหน้ากลับกลายเป็นเพียงซอยตันที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน พวกเขาทั้งสามต่างก็ถึงกับยืนอึ้งงันไปในทันที
⠀
“บ้าเอ๊ย! คนหายหัวไปไหนแล้ววะ?” ชายหน้าเถื่อนที่มีหนวดเคราครึ้มเต็มใบหน้าสบถด่าออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
⠀
ส่วนชายอีกคนที่รูปร่างผอมกะหร่องราวกับลิงจ๋อ กวาดสายตามองกำแพงอิฐสูงตระหง่านทั้งสามด้าน ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเสียงเบา “หรือว่ามันจะปีนกำแพงข้ามไปแล้ว?”
⠀
ขณะที่ชายร่างอ้วนซึ่งเดินตามเข้ามาเป็นคนสุดท้าย กลับมีสีหน้าเคร่งเครียดแปลกพิกล “ไอ้เด็กนั่นมันมีปัญญาทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?”
⠀
ชายหนวดเคราครึ้มรีบเอ่ยเตือนสติเพื่อนร่วมทีมทันที “พวกแกอย่าลืมสิ ว่าไอ้จมูกงุ้มมันก็เพิ่งจะมาเสียท่าให้ไอ้เด็กนี่แหละ! มันยังอุตส่าห์ฝากคนมาบอกพวกเราเลยว่า ฝีมือของไอ้เด็กนี่ไม่ธรรมดา ขนาดอยู่ห่างกันตั้งไกล มันยังเล่นงานไอ้จมูกงุ้มจนสะบักสะบอมได้เลย”
⠀
ฟู่ซีโจวซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ภายในมิติ ได้ยินบทสนทนาของพวกมันทุกคำ ชายหนุ่มแค่นเสียงเย็นชาในลำคอ พลางกระชับเครื่องช็อตไฟฟ้าในมือไว้แน่น
⠀
“ถ้างั้นเดี๋ยวฉันลองข้ามไปดูเอง” ไอ้ผอมกะหร่องอาสา มันก้าวถอยหลังไปสองก้าว เพื่อเตรียมกะระยะวิ่งตีวงให้ส่งแรงกระโดดปีนข้ามกำแพงสูงไปได้
⠀
ทว่าในจังหวะที่มันเพิ่งจะออกตัววิ่งไปได้เพียงสองก้าว และกำลังจะสปริงตัวกระโดดขึ้นไปเกาะขอบกำแพงนั้นเอง เสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาของชายหนวดเคราครึ้มก็ดังก้องมาจากทางด้านหลัง!
⠀
ไอ้ผอมกับไอ้อ้วนตกใจสุดขีด รีบหันขวับกลับไปมองแทบจะพร้อมกัน ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มเป้าหมายที่พวกมันกำลังตามหา กลับไปโผล่ยืนตระหง่านอยู่ทางด้านหลังของชายหนวดเคราครึ้มตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!
⠀
ฟู่ซีโจวใช้อุปกรณ์ประหลาดบางอย่างในมือ จี้กดเข้าที่ลำคอของชายหน้าเถื่อนอย่างจัง
⠀
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
⠀
กระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นพล่านเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้ชายหนวดเคราครึ้มตาเหลือกค้างและสลบเหมือดล้มตึงไปในชั่วพริบตา
⠀
“บัดซบเอ๊ย!” ไอ้ผอมได้สติกลับคืนมาเป็นคนแรก มันสบถลั่นด้วยความโกรธจัด ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่ฟู่ซีโจวอย่างบ้าคลั่ง
⠀
ทว่าครั้งนี้ ฟู่ซีโจวไม่ได้รอให้ศัตรูถึงตัว เขาตวัดสวมเสื้อคลุมล่องหนอย่างรวดเร็ว
⠀
ไอ้ผอมถึงกับเบิกตากว้างแทบถลน มันจ้องมองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อจู่ๆ ร่างของฟู่ซีโจวก็อันตรธานหายวับไปกับตา ราวกับระเหยกลายเป็นไออากาศธาตุ!
⠀
“นี่มัน... ผีหลอก?!” มันร้องอุทานเสียงหลง แต่ยังไม่ทันจะได้ยินเสียงตอบรับจากเพื่อนร่วมทีม ไอ้ผอมก็ต้องอ้าปากค้างอีกครั้ง เมื่อเห็นฟู่ซีโจวโผล่พรวดไปยืนอยู่ด้านหลังของไอ้อ้วนเงียบๆ ราวกับภูตผีพราย!
⠀
“ไอ้อ้วน ระวังหลังแก...!” ไอ้ผอมพยายามจะตะโกนเตือนเพื่อน ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว ร่างอันอวบอ้วนถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าอย่างจังจนทรุดฮวบลงไปนอนกองกับพื้น หมดสติไปอีกคน
⠀
วินาทีนี้ ไอ้ผอมรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง ขนหัวลุกชันด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สัญชาตญาณเอาตัวรอดสั่งให้มันรีบเอื้อมมือตะปบไปที่เอว เพื่อชักปืนพกประจำตัวออกมาเตรียมยิงสู้
⠀
ฟู่ซีโจวเห็นดังนั้นจึงสวมเสื้อคลุมล่องหนอำพรางกายอีกครั้ง ร่างของเขากลืนหายไปกับความว่างเปล่าทันที
⠀
ไอ้ผอมหันซ้ายแลขวาอย่างลุกลี้ลุกลน แต่มันก็ไม่กล้าลั่นไกปืนมั่วซั่ว เพราะถ้าหากเสียงปืนดังขึ้นเมื่อไหร่ ตัวตนที่เป็นความลับของพวกมันจะต้องถูกเปิดโปงทันที...
⠀
“แน่จริงแกก็โผล่หัวออกมาสิวะ!” มันแผดเสียงตะโกนลั่นเพื่อข่มความกลัว ทว่าฟู่ซีโจวกลับไม่ปรากฏตัว ชายหนุ่มเพียงแค่ยืนซุ่มเงียบ แววตาของเขาเยือกเย็นและแฝงไปด้วยจิตสังหาร ราวกับพญาเหยี่ยวที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่ออย่างไร้ความปรานี
⠀
เมื่อเห็นว่ารอบกายยังคงเงียบสงัด ไอ้ผอมจึงตะโกนข่มขวัญอีกครั้ง “แกอย่ามาแกล้งเล่นลูกไม้หลอกผีแถวนี้หน่อยเลย! ฉันรู้นะว่าแกเป็นคน! จะบอกให้เอาบุญนะว่าฉันไม่กลัวแกหรอก ทางที่ดีแกยอมโผล่หัวออกมาแต่โดยดี แล้วส่งของที่เราต้องการมาให้ซะ!”
⠀
มันหยุดกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยผลประโยชน์ “แค่แกยอมส่งของนั่นมาให้ แกก็จะได้เป็นมิตรคนสำคัญของอเมริกา! ถึงตอนนั้น พวกเราจะตกรางวัลให้แกอย่างงาม ทั้งทองคำ ทั้งสาวสวย รับรองว่าแกจะเสวยสุข มีชีวิตที่ร่ำรวยสุขสบายไปตลอดทั้งชาติทันที!”
⠀
นัยน์ตาของฟู่ซีโจวทอประกายเย็นเยียบยะเยือก ชั่วอึดใจเดียว ร่างของเขาก็พุ่งทะยานไปปรากฏอยู่ทางด้านหลังของไอ้ผอมกะหร่องอย่างเงียบเชียบ
⠀
“ฉันไม่ต้องการ”
⠀
น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นชาดังขึ้นที่ข้างหู พร้อมกับที่ชายหนุ่มกดสวิตช์เครื่องช็อตไฟฟ้าแนบลงบนท้ายทอยของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ!
⠀
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
⠀
กระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลทะลักเข้าช็อตกระดูกสันหลัง ส่งผลให้ไอ้ผอมตาเหลือก ชักกระตุกสองสามทีแล้วสลบเหมือดล้มพับไปตามระเบียบ
⠀
เมื่อจัดการเก็บกวาดอันตรายตรงหน้าจนหมดสิ้น ฟู่ซีโจวก็ปลดเสื้อคลุมล่องหนออก ชายหนุ่มย่อตัวลงนั่งยองๆ พลางตรวจเช็คลมหายใจของสายลับทั้งสามคนเพื่อความรอบคอบ เมื่อแน่ใจแล้วว่าพวกมันยังไม่ตาย แค่สลบไปเพราะฤทธิ์ไฟฟ้า เขาก็จัดการล้วงเอาดาบปลายปืนเล่มคมกริบออกมาจากมิติ
⠀
เขาไม่ใช่พ่อพระผู้ใจบุญหรอกนะ ในเมื่อสวรรค์อุตส่าห์เมตตาประทานชีวิตใหม่ให้เขากลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยให้พวกคนชั่วสารเลวพวกนี้มีทางรอดกลับมาแว้งกัดตนเองได้อีก!
⠀
ฟู่ซีโจวใช้มีดดาบปลายปืนเล่มนั้น กรีดตัดเส้นเอ็นที่ข้อมือและข้อเท้าของพวกมันทั้งสามคนทิ้งอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด หลังจากลงมือจัดการขั้นเด็ดขาดเสร็จสิ้น เขาก็ลงมือค้นตัวพวกมันทีละคน จนกระทั่งพบเงินสดปึกหนึ่งและสมุดบันทึกรายชื่อผู้ติดต่อซุกซ่อนอยู่
⠀
เงินสดที่ยึดมาได้นั้นเขาเก็บเข้ากระเป๋าตัวเองอย่างไม่เกรงใจ ส่วนสมุดบันทึกรายชื่อ เขาตั้งใจว่าจะส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปสืบสวนต่อ เพราะอย่างไรเสีย เวลาที่หัวหน้าฝ่ายผลิตอนุญาตให้เขาลาหยุดก็มีจำกัด เขายังมีธุระสำคัญอีกหลายอย่างที่ต้องรีบไปจัดการ
⠀
ฟู่ซีโจวหาเชือกมามัดตัวพวกมันทั้งสามคนไว้อย่างแน่นหนา ก่อนจะจัดการแบกขึ้นบ่าเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจ ทว่าผู้ชายตัวโตๆ สามคนรวมกันแล้วน้ำหนักก็ปาเข้าไปตั้งกว่าสองร้อยกิโลกรัม ทำเอาเขาต้องออกแรงแบกจนหอบแฮก สุดท้ายชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินไปว่าจ้างคุณลุงที่รับจ้างลากรถเข็น ให้ช่วยลากขนร่างของพวกมันทั้งสามคนไปส่งจนถึงหน้าประตูสถานีตำรวจแทน
⠀
ตำรวจที่ยืนรักษาการณ์อยู่หน้าประตูสถานีถึงกับเบิกตากว้างมองภาพนั้นอย่างอ้าปากค้าง ก่อนที่นายตำรวจคนหนึ่งจะได้สติกลับมา เขาจึงรีบพุ่งพรวดเข้ามาขวางหน้าและเอ่ยปากสอบถามทันที “นี่คุณเป็นใครน่ะ? แล้วนั่นขนตัวอะไรมาทำอะไรที่นี่?”
⠀
ฟู่ซีโจวไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาจัดการกระชากร่างที่ถูกมัดรวมกันบนรถเข็นโยนโครมลงบนพื้น ร่างของชายฉกรรจ์ทั้งสามคนลอยละลิ่วตกลงมากระแทกพื้นถนนราวกับกระสอบทรายไร้ค่า เสียงดังทึบหนักๆ ดังสะท้อนก้อง
⠀
“ผมมาแจ้งความครับ สหายตำรวจ ผมเพิ่งจับสายลับศัตรูได้สามคน” ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
⠀
นายตำรวจที่ยืนเฝ้าเวรยามอยู่ถึงกับตะลึงงัน เขาก้มลงมองร่างของผู้ชายทั้งสามคนที่นอนสลบไศลอยู่บนพื้น สภาพของพวกมันดูย่ำแย่และบาดเจ็บสาหัส บริเวณข้อมือและข้อเท้าเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ที่มีเลือดไหลอาบทะลัก และแน่นอนว่า... คนที่ลงมือทำร้ายพวกมันจนมีสภาพน่าเวทนาขนาดนี้ ก็คงหนีไม่พ้นชายหนุ่มหน้าตายที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้อย่างแน่นอน!
⠀
ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตำรวจหน้าประตูจึงไม่กล้าชะล่าใจ นายตำรวจคนหนึ่งขยับตัวเข้ามายืนคุมเชิงจ้องมองฟู่ซีโจวเอาไว้ตาไม่กะพริบ ส่วนอีกคนรีบหมุนตัววิ่งหน้าตั้งเข้าไปรายงานผู้บังคับบัญชาในสถานีอย่างรวดเร็ว
⠀
รอเพียงชั่วอึดใจเดียว ชายวัยกลางคนอายุราวๆ สี่สิบกว่าปี ใบหน้าเหลี่ยมคมคาย สวมเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ ก็เดินก้าวยาวๆ ตรงดิ่งออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนายเดินตามประกบมาติดๆ
⠀
ฟู่ซีโจวประเมินจากท่าทางก็เดาได้ทันทีว่า ชายวัยกลางคนตรงหน้านี้ น่าจะเป็นระดับหัวหน้าใหญ่ของสถานีตำรวจเขตย่อยแห่งนี้อย่างแน่นอน....
⠀
ชายคนดังกล่าวเดินตรงเข้ามาหา.... เขากวาดสายตามองประเมินฟู่ซีโจวตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่หลายรอบ ก่อนจะเอ่ยปากทักทายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “สวัสดีสหาย ผมคือหลี่เว่ยกั๋ว เป็นผู้กำกับการของสถานีตำรวจเขตย่อยแห่งนี้... ได้ยินลูกน้องรายงานว่า คุณมาแจ้งความ ว่าจับสายลับของศัตรูได้งั้นหรอ”
⠀
“ถูกต้องครับ” ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับคำหนักแน่น
⠀
หลี่เว่ยกั๋วเบนสายตาลงไปมองร่างที่นอนหมดสติจมกองเลือดอยู่บนพื้น คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น “ที่คุณกล่าวหาว่าคนพวกนี้เป็นสายลับศัตรู คุณมีหลักฐานอะไรมายืนยันบ้าง? เรื่องระดับความมั่นคงของชาติแบบนี้ เอามาพูดล้อเล่นไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ!”
⠀
“ตอนที่ผมสู้กับพวกมัน ผมเห็นว่าพวกมันพกปืนมาด้วยครับ เป็นปืนพกแบบเดียวกับที่สายลับอเมริกาชอบใช้กันนั่นแหละ” ฟู่ซีโจวพูดพลางใช้ปลายเท้าเขี่ยร่างของไอ้หนวดเคราครึ้มที่นอนสลบอยู่ใกล้ๆ เขาส่งสมุดบันทึกรายชื่อในมือยื่นให้หลี่เว่ยกั๋ว ก่อนจะเอ่ยต่อ “ถ้าผู้กำกับหลี่ไม่เชื่อ ก็สั่งให้คนของคุณลองค้นตัวพวกมันดูก็ได้ครับ ผมเป็นแค่ประชาชนคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปหาเรื่องใส่ร้ายป้ายสีพวกมันอยู่แล้ว... อ้อ! แล้วสมุดเล่มนี้ก็เป็นของที่ผมค้นเจอจากตัวพวกมัน ลองเอาไปตรวจสอบดูสิครับ”
⠀
หลี่เว่ยกั๋วรับสมุดบันทึกรายชื่อมาถือไว้ในมือ พลางพยักพเยิดส่งสายตาเป็นสัญญาณให้ลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านหลัง ตำรวจหนุ่มสองนายรู้หน้าที่ รีบกรูกันเข้าไปจับร่างของชายทั้งสามคนพลิกคว่ำพลิกหงาย เพื่อทำการตรวจค้นร่างกายอย่างละเอียดทันที
⠀
เวลาผ่านไปเพียงอึดใจเดียว นายตำรวจคนหนึ่งก็ผุดลุกขึ้นยืน ในมือของเขากำปืนพกสีดำมะเมื่อมเอาไว้ถึงสามกระบอก แล้วรีบวิ่งเข้ามารายงานหลี่เว่ยกั๋วด้วยความตื่นเต้น “ผู้กำกับครับ! ค้นเจออาวุธปืนจริงๆ ด้วยครับ! มีทั้งหมดสามกระบอก ดูจากรูปทรงแล้วน่าจะเป็นปืนพกรุ่น M19 ครับผม!”
⠀
สีหน้าของหลี่เว่ยกั๋วแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดดุดันขึ้นมาในทันที เขายื่นมือออกไปรับปืนพกกระบอกหนึ่งมาถือไว้ ลองเดาะกะน้ำหนักดูคร่าวๆ ก่อนจะก้มลงพินิจพิจารณาตราสัญลักษณ์ที่ประทับอยู่บนกระบอกปืนอย่างละเอียดถี่ถ้วน
⠀
“เป็นอาวุธปืนของพวกอเมริกาจริงๆ ด้วย” หลี่เว่ยกั๋วเอ่ยยืนยันด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น เขาเงยหน้าขึ้นมองฟู่ซีโจวอีกครั้ง ทว่าแววตาที่ใช้มองชายหนุ่มในคราวนี้ กลับเต็มไปด้วยความทึ่งและยกย่อง แตกต่างไปจากตอนแรกอย่างสิ้นเชิง
⠀
“สหายหนุ่ม! คดีนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ซะแล้วล่ะ! รบกวนคุณเข้าไปนั่งรอในห้องรับรองด้านในก่อนก็แล้วกัน ทางเราจำเป็นจะต้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่บุกไปตรวจค้นที่พักของพวกมันเดี๋ยวนี้ เพื่อตามหาเบาะแสและหลักฐานเพิ่มเติมให้ได้มากที่สุด!”
⠀
หลี่เว่ยกั๋วกล่าวอธิบายเพิ่มเติมอย่างตรงไปตรงมา “รวมถึงบรรดารายชื่อบุคคลที่ถูกบันทึกเอาไว้ในสมุดเล่มนี้ด้วย ทางตำรวจเราจะต้องเร่งขยายผลสืบสวนตามประกบตัวให้หมด! และในระหว่างที่กระบวนการสืบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ทางเราคงต้องขอความร่วมมือให้คุณพักอยู่ที่สถานีตำรวจแห่งนี้ไปก่อน เพื่อป้องกันความลับรั่วไหล และไม่ให้เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น”
⠀
ฟู่ซีโจวไม่มีท่าทีขัดข้องแต่ประการใด “ตกลงครับ ผมยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่”
⠀
ชายหนุ่มลอบคิดคำนวณในใจว่า ในเมื่อมีสมุดรายชื่อเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญมอบให้ถึงมือขนาดนี้แล้ว ทางตำรวจก็น่าจะใช้เวลาสืบสวนขยายผลได้กระจ่างในอีกไม่ช้า และเมื่อผลงานจับกุมสายลับศัตรูในครั้งนี้เป็นที่ประจักษ์ เขาก็จะได้อาศัยจังหวะนี้ เอ่ยปากขอร้องให้พวกตำรวจช่วยจัดการธุระสำคัญบางอย่างให้กับเขาเสียเลย
⠀
หลี่เว่ยกั๋วพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ เขาสั่งการให้ลูกน้องพาตัวฟู่ซีโจวเข้าไปนั่งรอที่ห้องสอบสวนเพื่อทำการบันทึกปากคำอย่างเป็นทางการเสียก่อน จากนั้นจึงหันไปออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ลากคอสายลับศัตรูในสภาพครึ่งผีครึ่งคนทั้งสามคนนั้น เข้าไปโยนทิ้งไว้ในห้องขังเดี่ยวเพื่อรอการสอบสวนขั้นเด็ดขาด
⠀
ส่วนตัวผู้กำกับหลี่เองก็ไม่รอช้า เขารีบจัดเตรียมกำลังพลเต็มอัตราศึก แล้วนำกำลังตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษบุกออกไปทำภารกิจอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดทันที!
⠀
ภายในห้องสอบสวน ฟู่ซีโจวได้ให้ปากคำตามบทบาทที่เขาวางแผนเตรียมเอาไว้ล่วงหน้า เขาอ้างว่าตอนที่เดินออกมาจากสถานีขนส่งผู้โดยสาร หูของเขาบังเอิญไปได้ยินคนพวกนี้กำลังแอบพูดคุยหารือเรื่องภารกิจลับกันพอดี ถึงได้รู้ตัวตนที่แท้จริงว่าพวกมันทั้งสามคนเป็นสายลับศัตรูที่แฝงตัวมา ด้วยความที่เป็นพลเมืองดี เห็นความไม่ชอบพากลเข้าก็ทนไม่ได้ จึงตัดสินใจบุกเดี่ยวเข้าจับกุมสายลับศัตรูทั้งสามคนนั้นด้วยตัวเอง
⠀
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่สอบปากคำรู้สึกตงิดใจว่าเหตุการณ์มันดูราบรื่นและบังเอิญเกินไปหน่อย จึงพยายามซักไซ้ไล่เลียงหาจุดบกพร่องอยู่หลายตลบ ทว่าฟู่ซีโจวก็ยังคงตีหน้าตาย ยืนกรานให้การยืนยันคำเดิมอย่างหนักแน่นทุกประการ จนในที่สุด ทางตำรวจก็หมดปัญญาจะคาดคั้นต่อ หลังจากบันทึกปากคำเสร็จสิ้น จึงทำได้เพียงเชิญตัวฟู่ซีโจวให้ไปนั่งพักผ่อนรอที่ห้องรับรองอีกห้องหนึ่ง
⠀
ชายหนุ่มนั่งรออย่างใจเย็นตั้งแต่ช่วงบ่ายคล้อย ล่วงเลยไปจนกระทั่งท้องฟ้าเบื้องนอกเริ่มมืดครึ้มลง ในที่สุด... บานประตูห้องพักก็ถูกผลักให้เปิดออก
⠀
ผู้กำกับหลี่เดินก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาภายในห้อง แม้ว่าใบหน้าของนายตำรวจจะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าอิดโรยจากการกรำงานหนัก ทว่านัยน์ตาคู่นั้นกลับทอประกายเจิดจ้า ราวกับเพิ่งได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่กลับมา!
⠀
..................................