LNCrawler

บทที่ 74 มุ่งหน้าสู่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

คุณชายนายทุนเกิดใหม่ กวาดสมบัติบ้านศัตรูจนเกลี้ยง แล้วลงชนบท — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 74 มุ่งหน้าสู่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ


"สหายฟู่! คราวนี้คุณสร้างผลงานชิ้นโบแดงเลยทีเดียวนะ!"
⠀
หลี่เว่ยกั๋วผลักประตูพรวดเข้ามาพร้อมกับพุ่งปรี่เข้าไปคว้ามือของฟู่ซีโจวมากุมไว้แน่นทันทีด้วยความตื่นเต้น ในขณะที่ฟู่ซีโจวกลับมีท่าทีสงบนิ่งเยือกเย็นอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบ "ผู้กำกับหลี่ พบเบาะแสอะไรเพิ่มเติมแล้วใช่ไหมครับ?"
⠀
"ถูกต้องเลย แถมยังเป็นการค้นพบครั้งสำคัญเสียด้วย" หลี่เว่ยกั๋วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างแรง ก่อนจะคว้าแก้วน้ำเคลือบอีนาเมลบนโต๊ะขึ้นมาซดรวดเดียวอึกใหญ่ "ไอ้คนที่มีหนวดเคราครึ้มนั่น ชื่อจริงของมันคือจ้าวซาน พอพวกเราบุกไปค้นที่พักของมัน ก็เจอเข้ากับอุปกรณ์วิทยุสื่อสารครบเซ็ต อาวุธปืนรวมถึงเครื่องกระสุนอีกเพียบ นอกจากนั้นยังมีจดหมายลับสำคัญที่พวกมันยังไม่ทันได้ทำลายทิ้งซ่อนอยู่อีกด้วย!"
⠀
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาก็ตบโต๊ะฉาดใหญ่ด้วยความเดือดดาล "ไอ้พวกสารเลวนี่! พวกมันแฝงตัวซ่อนเร้นได้ลึกซึ้งจริงๆ! ถ้าหากไม่ได้คุณช่วยจัดการเอาไว้ล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่าพวกมันจะก่อความเสียหายให้บ้านเมืองไปอีกมหาศาลขนาดไหน!"
⠀
ทันทีที่ได้ยินชื่อของ 'จ้าวซาน' ฟู่ซีโจวก็พลันนึกย้อนไปถึงเรื่องราวในชีวิตก่อนหน้านี้ ที่จางฮุ่ยหมินเคยเขียนจดหมายมาเล่าให้ฟัง เขาระบุว่าในเมืองหลวงมีการกวาดล้างทลายแก๊งสายลับศัตรูเครือข่ายใหญ่ และหัวหน้าแก๊งของพวกมันก็มีชื่อว่าจ้าวซาน ส่วนสาเหตุที่ความลับแตกจนถูกกวาดล้างนั้น ได้ยินมาว่าเป็นเพราะจ้าวซานเมามายไม่ได้สติ แล้วดันวิ่งไปหาเรื่องท้าทายตำรวจถึงหน้าสถานี จนเผลอหลุดปากพูดความลับออกมา สุดท้ายเครือข่ายสายลับศัตรูทั้งขบวนการจึงถูกทลายจนสิ้นซาก
⠀
ในเวลานั้นจางฮุ่ยหมินยังเคยบ่นเสียดายอยู่เลยว่า ทำไมไอ้จ้าวซานถึงไม่มาเมาอาละวาดต่อหน้าเขากันนะ? นี่มันผลงานชิ้นโบแดงหล่นทับชัดๆ! หากตอนนั้นครอบครัวของพวกเขาได้ความดีความชอบจากผลงานนี้ ก็คงไม่ต้องตกระกำลำบากใช้ชีวิตอย่างยากแค้นแสนเข็ญขนาดนั้น
⠀
ฟู่ซีโจวลอบคิดคำนวณแผนการอยู่ในใจอย่างเงียบๆ ว่าเรื่องราวใหญ่โตระดับนี้จะต้องได้รับประกาศเกียรติคุณและรางวัลตอบแทนอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นผลงานของเขาก็คงจะมากพอตัว บางที... เขาอาจจะใช้ความดีความชอบจากเหตุการณ์นี้ เป็นข้อต่อรองเพื่อช่วยให้พ่อกับแม่หลุดพ้นจากการถูกกักขังในคอกวัวได้ ชายหนุ่มดึงสติกลับมาแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "จับตัวคนร้ายได้ก็ดีแล้วครับ จะได้ป้องกันไม่ให้พวกมันไปสร้างความเดือดร้อนให้ประเทศชาติของเราได้อีก"
⠀
"ใช่ ถูกต้องที่สุด อ้อ! แล้วก็สมุดบันทึกรายชื่อผู้ติดต่อที่คุณมอบให้มา นั่นก็เป็นประโยชน์ช่วยพวกเราได้มากเลยทีเดียว" หลี่เว่ยกั๋วจงใจลดระดับเสียงลงต่ำ พลางกระซิบอย่างระมัดระวัง "พวกเรานำรายชื่อไปตรวจสอบเทียบเคียงกับข้อมูลในจดหมายลับเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้สามารถล็อกเป้าหมายสายลับที่แฝงตัวอยู่ในเมืองหลวงได้อีกหลายคน คืนนี้เราเตรียมจะปิดอวนรวบตัวทั้งหมด รับรองว่างานนี้ได้ปลาตัวใหญ่เป็นแน่"
⠀
ผู้กำกับหลี่ลุกขึ้นรินน้ำใส่แก้วให้ฟู่ซีโจวอีกครั้ง "สหายฟู่ คุณวางใจได้เลยนะ ผลงานยิ่งใหญ่ระดับนี้ พวกเราจะต้องรายงานเบื้องบนอย่างแน่นอน และจะยื่นเรื่องขออนุมัติรางวัลขั้นสูงสุดให้กับคุณด้วย!"
⠀
ทว่าฟู่ซีโจวกลับส่ายหน้าช้าๆ "เรื่องรางวัลเอาไว้ก่อนเถอะครับ ผู้กำกับหลี่ อันที่จริง... ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะรบกวนให้คุณช่วยเหลือสักหน่อย"
⠀
"คุณว่ามาได้เลย ขอเพียงเป็นเรื่องที่หลี่เว่ยกั๋วคนนี้พอจะจัดการให้ได้ ผมจะไม่มีวันปฏิเสธเด็ดขาด!" นายตำรวจตบหน้าอกตัวเองดังป้าบเพื่อเป็นการรับประกัน
⠀
"ผมต้องการเดินทางไปที่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติครับ" ฟู่ซีโจวเอ่ยความต้องการออกมาตรงๆ "ตอนนี้ผมมีเอกสารข้อมูลชิ้นสำคัญมากอยู่กับตัว และจำเป็นจะต้องส่งมอบให้ถึงมือผู้อำนวยการของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติด้วยตัวเองเท่านั้น"
⠀
หลี่เว่ยกั๋วถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ "ข้อมูลอะไรกัน?"
⠀
"เรื่องนี้ผมคงเปิดเผยไม่ได้" ฟู่ซีโจวจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาแน่วแน่ "แต่ผมกล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่า เอกสารชุดนี้มีความสำคัญต่อประเทศชาติของเราอย่างยิ่งยวด ที่พวกสายลับศัตรูคอยสะกดรอยตามผมมา ก็เพื่อต้องการแย่งชิงข้อมูลชุดนี้แหละครับ ทว่าด้วยสถานะชาวบ้านธรรมดาอย่างผม คงไม่มีทางผ่านประตูสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติเข้าไปได้แน่ อย่าว่าแต่จะได้เข้าพบท่านผู้อำนวยการเลย เพราะเหตุนี้ ผมจึงอยากรบกวนขอให้ผู้กำกับหลี่ออกหน้า ช่วยใช้ตำแหน่งของคุณเป็นผู้แนะนำพาผมเข้าไปทีครับ"
⠀
สีหน้าของหลี่เว่ยกั๋วแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจังขึ้นมาทันที สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาตินั้นถือเป็นองค์กรวิจัยระดับแนวหน้าสูงสุดของประเทศ ภายในล้วนเต็มไปด้วยนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิที่เป็นดั่งสมบัติล้ำค่าของชาติ ชายหนุ่มอายุน้อยอย่างฟู่ซีโจว จะไปมีข้อมูลสำคัญระดับประเทศติดตัวได้อย่างไรกัน? ฟังดูแล้วมันช่างเหลือเชื่อและลึกลับซับซ้อนเกินไป
⠀
ทว่าเมื่อเขาพิจารณามองดูลักษณะของฟู่ซีโจวอีกครั้ง ชายหนุ่มผู้นี้สามารถล้มสายลับศัตรูที่มีอาวุธปืนครบมือถึงสามคนได้ด้วยตัวคนเดียว อีกทั้งยังมีบุคลิกเยือกเย็นหนักแน่น ไม่เหมือนพวกที่ชอบคุยโวโอ้อวดเกินจริงเลยสักนิด หลี่เว่ยกั๋วใช้ความคิดไตร่ตรองอย่างหนักอยู่หลายวินาที ก่อนจะตัดสินใจตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่
⠀
"ตกลง! วันนี้คุณช่วยกำจัดเสี้ยนหนามชิ้นใหญ่ของประเทศชาติไปได้ถึงสามคน แค่ข้อนี้ข้อเดียว ผมก็สมควรจะต้องช่วยเหลือคุณแล้ว พรุ่งนี้เช้าตรู่ ผมจะเป็นคนขับรถพาคุณไปส่งที่นั่นด้วยตัวเอง"
⠀
ฟู่ซีโจวลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ "ขอบคุณมากครับ ผู้กำกับหลี่"
⠀
หลี่เว่ยกั๋วยืดตัวลุกขึ้นยืนเช่นกัน "นี่ก็เย็นมากแล้ว คืนนี้คุณไม่ต้องเดินทางไปไหนหรอก เดี๋ยวผมจะให้คนไปเปิดห้องพักที่เรือนรับรองใกล้ๆ กับสถานีตำรวจของเราให้ ที่นั่นปลอดภัยไร้กังวล คืนนี้คุณก็พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ"
⠀
"ตกลงครับ ขอบคุณผู้กำกับหลี่อีกครั้งครับ"
⠀
จากนั้นหลี่เว่ยกั๋วก็เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มนายหนึ่งเข้ามา เพื่อรับหน้าที่นำทางพาฟู่ซีโจวไปยังเรือนรับรองสำหรับพักผ่อน
⠀
ไม่นานนัก ฟู่ซีโจวก็เอนกายลงนอนบนเตียงไม้เรียบง่ายภายในห้องพักของเรือนรับรอง ภายในหัวของเขากำลังวางแผนกำหนดการสำหรับวันพรุ่งนี้อย่างเป็นระบบ หลังจากที่ส่งมอบจดหมายของท่านผู้เฒ่าหวงให้แก่ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติเสร็จสิ้น เขาตั้งใจจะแวะไปหาจางฮุ่ยหมินเพื่อพบปะสังสรรค์กันสักหน่อย จากนั้น... ก็จะแวะไปมอบเซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ ให้กับตระกูลหลิน
⠀
หากเวลายังพอมีเหลือ เขาก็อาจจะแวะไปที่ตลาดมืด เพื่อนำเสบียงอาหารที่ได้รับเป็นรางวัลจากระบบไปแลกเปลี่ยนเป็นทองคำเก็บตุนไว้ และท้ายที่สุด เขาจะต้องไปพบกู่หมิงเยวี่ย เพื่อแจ้งข่าวคราวให้เธอรู้ว่าเขาปลอดภัยดี เพียงเท่านี้ภารกิจทั้งหมดก็จะเสร็จสิ้น และสามารถเดินทางกลับหมู่บ้านเซี่ยงหยางได้อย่างไร้กังวล
⠀
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ทันทีที่ฟู่ซีโจวจัดการธุระส่วนตัวและล้างหน้าบ้วนปากเสร็จเรียบร้อย รถจี๊ปทหารสีเขียวขี้ม้าคันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบท่าตรงหน้าประตูเรือนรับรองอย่างพอดิบพอดี หลี่เว่ยกั๋วในชุดเครื่องแบบตำรวจตัวใหม่เอี่ยมอ่องดูสง่าผ่าเผยและกระปรี้กระเปร่าอย่างยิ่ง เขาร้องเรียกเสียงดังฟังชัด "สหายฟู่ ขึ้นรถเลย!"
⠀
ฟู่ซีโจวไม่รอช้า รีบเอื้อมมือเปิดประตูแล้วก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่ทันที
⠀
รถจี๊ปแล่นฉิวไปตามถนน มุ่งหน้าตรงสู่เขตชานเมืองของเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว หลังจากใช้เวลาเดินทางราวๆ หนึ่งชั่วโมงเต็ม ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงบริเวณลานกว้างแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกปิดล้อมด้วยกำแพงอิฐสูงตระหง่านและลวดหนามอย่างแน่นหนา บริเวณหน้าประตูทางเข้ามีทหารพร้อมอาวุธปืนยืนประจำการอยู่ การคุ้มกันเป็นไปอย่างเข้มงวดรัดกุม ป้ายชื่อที่สลักคำว่า 'สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ' เหนือซุ้มประตูใหญ่ ดูโอ่อ่าและน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง
⠀
รถยนต์ถูกทหารยามเรียกให้หยุดตรวจทันทีที่แล่นมาถึงหน้าประตู "หยุดรถ! โปรดแสดงบัตรประจำตัวด้วยครับ!" ทหารยามยกมือขึ้นทำวันทยหัตถ์ด้วยใบหน้าขึงขังจริงจัง
⠀
หลี่เว่ยกั๋วชะโงกหน้าออกไปทางหน้าต่าง พร้อมกับล้วงเอาบัตรประจำตัวในกระเป๋าเสื้อยื่นส่งให้ "ฉันหลี่เว่ยกั๋ว จากสถานีตำรวจเขตย่อยเมืองหลวง" เขาชี้มือไปทางฟู่ซีโจวที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ "พวกเรามีความประสงค์อยากจะขอเข้าพบท่านผู้อำนวยการสถาบันน่ะ"
⠀
ทหารยามรับบัตรไปตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนจะปรายตามองไปทางฟู่ซีโจวเล็กน้อย สีหน้าของเขามีแววลำบากใจปรากฏขึ้นมา "ผู้กำกับหลี่ การจะเข้าพบท่านผู้อำนวยการของเราจำเป็นต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าเสียก่อน ในเมื่อพวกคุณไม่ได้นัดไว้ ผมคงต้องขออนุญาตรายงานไปทางเบื้องบนเพื่อขอคำสั่งก่อนนะครับ"
⠀
"ตกลง รบกวนด้วยนะ แต่ฝากช่วยเรียนท่านผู้อำนวยการด้วยว่า สหายฟู่ท่านนี้มีเอกสารข้อมูลชิ้นสำคัญมากๆ ที่จำเป็นจะต้องส่งมอบให้ท่านผู้อำนวยการด้วยตัวเอง" หลี่เว่ยกั๋วจงใจเน้นย้ำน้ำเสียงตรงคำว่า 'ข้อมูลชิ้นสำคัญ' อย่างชัดเจน
⠀
เมื่อได้ยินดังนั้น ทหารยามก็ไม่กล้าชักช้า เขารีบหมุนตัววิ่งเหยาะๆ กลับเข้าไปในป้อมยามเพื่อต่อสายโทรศัพท์รายงานเบื้องบนทันที
⠀
ไม่กี่นาทีต่อมา ทหารยามคนเดิมก็วิ่งเหยาะๆ กลับมาที่รถ พร้อมกับทำวันทยหัตถ์ตามระเบียบทหารอย่างแข็งขันให้แก่หลี่เว่ยกั๋ว "เรียนผู้กำกับหลี่ ท่านผู้อำนวยการอนุญาตแล้วครับ ตอนนี้ท่านกำลังรอพวกคุณอยู่ที่ห้องทำงานครับผม"
⠀
เมื่อฟู่ซีโจวเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างราบรื่น เขาก็ลอบคิดในใจว่า หากเขาดุ่มๆ เดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเองเพียงลำพังล่ะก็... ทหารยามหน้าประตูพวกนี้คงไม่แม้แต่จะยอมต่อสายโทรศัพท์เข้าไปรายงานให้ด้วยซ้ำ... การมีคนใหญ่คนโตมาคอยช่วยออกหน้าให้ มันก็ทำให้ทำอะไรต่อมิอะไรสะดวกง่ายดายขึ้นเยอะจริงๆ
⠀
รถจี๊ปแล่นเข้าไปจอดเทียบสนิทที่หน้าอาคารหลังหนึ่ง ทันทีที่พวกเขาก้าวลงจากรถ ก็มีชายวัยกลางคนสวมแว่นตาท่าทางสุภาพเรียบร้อยราวกับปัญญาชนยืนรอต้อนรับอยู่ด้านล่างแล้ว "คุณคือผู้กำกับหลี่ใช่ไหมครับ? ท่านผู้อำนวยการมอบหมายให้ผมลงมารับพวกคุณครับ"
⠀
"ต้องรบกวนคุณแล้ว" หลี่เว่ยกั๋วเอ่ยตอบอย่างเกรงใจ
⠀
พวกเขาเดินตามหลังชายวัยกลางคนคนนั้นเข้าไปในอาคารสำนักงาน ตรงขึ้นบันไดไปยังชั้นสาม จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องทำงานห้องหนึ่ง
⠀
ชายวัยกลางคนเคาะประตูเบาๆ เป็นจังหวะ "ท่านผู้อำนวยการ... แขกมาถึงแล้วครับ"
⠀
"เชิญเข้ามาได้" น้ำเสียงที่แม้จะแหบพร่าตามวัยชรา ทว่ากลับแฝงไปด้วยพลังความน่าเกรงขามดังกังวานลอดออกมาจากด้านใน
⠀
ชายวัยกลางคนผลักบานประตูให้เปิดออก พร้อมกับผายมือเป็นเชิงเชิญอย่างสุภาพ ฟู่ซีโจวเดินตามหลังหลี่เว่ยกั๋วเข้าไปภายในห้องอย่างเงียบเชียบ
⠀
ภายในห้องทำงานอันกว้างขวาง ชายชราผู้มีเส้นผมสีดอกเลาเต็มศีรษะ สวมแว่นตาสำหรับคนสายตายาว กำลังนั่งตัวตรงอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาคมกริบของเขากวาดมองประเมินผู้มาเยือนทั้งสองอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนที่ท้ายที่สุด... สายตาคู่นั้นจะหยุดชะงักและจดจ้องไปที่ร่างของฟู่ซีโจวเพียงคนเดียว เพราะตามรายงานทางโทรศัพท์เมื่อครู่นี้ ระบุชัดเจนว่าชายหนุ่มผู้นี้ต่างหากที่มีเอกสารสำคัญมามอบให้เขา
⠀
หลี่เว่ยกั๋วก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ก่อนจะยกมือขึ้นทำวันทยหัตถ์อย่างแข็งขัน "เรียนท่านผู้อำนวยการ ผมหลี่เว่ยกั๋ว จากสถานีตำรวจเขตย่อยเมืองหลวง ส่วนท่านนี้คือสหายฟู่ซีโจว เขาแจ้งว่ามีเอกสารข้อมูลสำคัญระดับประเทศ และจำเป็นจะต้องส่งมอบให้ถึงมือท่านด้วยตัวเองครับ"
⠀
เฉียนเสวียอี้ขยับแว่นตาให้เข้าที่พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าทรงอำนาจ "สวัสดีสหายฟู่ ฉันคือเฉียนเสวียอี้... ไม่ทราบว่าเธอพอจะนำเอกสารข้อมูลที่ว่านั่น มาให้ฉันดูหน่อยได้หรือป่าว?"
⠀
ฟู่ซีโจวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าผ้าใบเก่าที่พกติดตัวมา เขาหยิบปึกกระดาษที่ถูกเขียนตัวอักษรและตัวเลขเอาไว้จนอัดแน่นเต็มหน้ากระดาษออกมา ก่อนจะประคองยื่นส่งให้ชายชราตรงหน้าด้วยมือทั้งสองข้างอย่างนอบน้อม "ท่านผู้อำนวยการเฉียน โปรดทัศนาด้วยครับ"
⠀
เฉียนเสวียอี้รับซองกระดาษมาเปิดออกดู ทันทีที่สายตาของเขากวาดมองเห็นตัวเลขและสูตรคำนวณซับซ้อนจำนวนมหาศาลบนหน้ากระดาษ ร่างของชายชราก็ถึงกับแข็งทื่อไปในทันที! เขาลุกพรวดขึ้นยืนจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเค้นเสียงถามฟู่ซีโจวด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "ข้อมูลตัวเลขมหาศาลพวกนี้... คุณไปได้มันมาจากที่ไหนกัน?!"
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

.............................