LNCrawler

บทที่ 75 ภารกิจลุล่วง เเละ เจอซูอวิ๋นอีกครา

คุณชายนายทุนเกิดใหม่ กวาดสมบัติบ้านศัตรูจนเกลี้ยง แล้วลงชนบท — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 75 ภารกิจลุล่วง เเละ เจอซูอวิ๋นอีกครา


ฟู่ซีโจวถ่ายทอดคำพูดทั้งหมดที่ผู้เฒ่าหวงฝากฝังไว้ออกมาจนหมดสิ้น พร้อมกันนั้น เขายังได้แนบจดหมายต้นฉบับไว้ใต้กระดาษแผ่นที่ถูกถอดรหัสเรียบร้อยแล้วด้วย
⠀
ทันทีที่ฟู่ซีโจวเอ่ยถึงชื่อของหวงกั๋วหัว สีหน้าของเฉียนเสวียอี้ก็แปรเปลี่ยนไปในทันที ชายชรารู้จักหวงกั๋วหัวเป็นอย่างดี และย่อมรู้ด้วยว่า 'สหายเก่า' ที่อีกฝ่ายเอ่ยถึงนั้นหมายถึงใคร
⠀
เฉียนเสวียอี้ทอดสายตามองตัวอักษรสีเลือดทั้งแปดอักขระนั้น มือของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง
⠀
"เหล่าโจว..."
⠀
เขารำพึงรำพันออกมาเบาๆ ขณะที่ขอบตาก็พลันแดงก่ำขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
⠀
ผ่านไปเนิ่นนาน กว่าที่เฉียนเสวียอี้จะเงยหน้าขึ้นมองพวกเขา "สหายน้อยฉันต้องขอขอบคุณเธอจริงๆ ที่ช่วยนำส่งข้อมูลสำคัญชิ้นนี้มาให้ เมื่อมีมันแล้ว ขีปนาวุธทิ้งตัวแบบยิงจากเรือดำน้ำชนิดเชื้อเพลิงแข็งของประเทศเรา จะสามารถผลิตออกมาได้สำเร็จล่วงหน้าอย่างน้อยๆ ก็สองปีเลยทีเดียว"
⠀
ฟู่ซีโจวมองดูสีหน้าอันตื่นเต้นระคนตื้นตันของผู้อำนวยการเฉียน ในใจลึกๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภาคภูมิใจตามไปด้วย "การได้ช่วยเหลือประเทศชาติ ถือเป็นเกียรติของผมครับ"
⠀
เฉียนเสวียอี้ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง มือที่เหี่ยวย่นยังคงกำกระดาษจดหมายแผ่นนั้นเอาไว้แน่น ไม่ยอมวางลงเสียที เขาจ้องมองฟู่ซีโจว ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง "สหายน้อย ระหว่างทางที่นำจดหมายมาส่ง เธอพบเจออุปสรรคหรือถูกขัดขวางบ้างหรือไม่?"
⠀
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับ โดยไม่ได้คิดจะปิดบังความยากลำบากที่เผชิญมาตลอดเส้นทาง เขาเล่าเรื่องราวที่ถูกสายลับศัตรูสะกดรอยตาม รวมถึงเหตุการณ์หลังจากที่ลงจากรถแล้วให้ฟังอย่างคร่าวๆ
⠀
ทว่าแน่นอนว่า เรื่องเกี่ยวกับระบบและเสื้อคลุมล่องหนนั้น เขาไม่ได้ปริปากเอ่ยถึงเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่อ้างว่าตนเองโชคดี และอาศัยทักษะการต่อสู้เพียงเล็กๆ น้อยๆ จึงสามารถจัดการกับสายลับทั้งสามคนนั้นได้สำเร็จ
⠀
หลังจากรับฟังจนจบ เฉียนเสวียอี้ก็ถึงกับตกใจจนเหงื่อเย็นเฉียบแตกพลั่กไปทั้งตัว
⠀
"อันตรายจริงๆ! เฉียดฉิวไปนิดเดียวเท่านั้น!" เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกหวาดเสียวตามหลัง "สหายน้อย เธอไม่เพียงแต่นำข้อมูลสำคัญชิ้นนี้มาส่งให้ถึงมือสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติเท่านั้น แต่ยังให้ความร่วมมือกับทางตำรวจจนสามารถกวาดล้างเครือข่ายสายลับศัตรูที่แฝงตัวอยู่ในเมืองหลวงได้อีกด้วย นี่ถือเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่หลวงเลยนะ! เธอต้องการรางวัลอะไรล่ะ? ขอเพียงเป็นสิ่งที่ฉันสามารถทำได้ ฉันจะยื่นเรื่องขออนุมัติให้เธออย่างแน่นอน!"
⠀
ฟู่ซีโจวส่ายหน้าเบาๆ "ท่านผู้อำนวยการครับ ผมก็แค่ทำในสิ่งที่คนในชาติทุกคนสมควรจะต้องทำเท่านั้นเอง"
⠀
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยสืบต่อ "แต่ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องรางวัลล่ะก็ ผมมีคำขอร้องที่อาจจะดูเอาแต่ใจไปสักหน่อยอยู่เรื่องหนึ่งจริงๆ"
⠀
"เธอลองว่ามาสิ"
⠀
"ผมหวังเพียงว่า... ทางการจะเร่งคืนความเป็นธรรมให้กับหวงกั๋วหัว กู่เส้าอู่ หานฉี่หมิง รวมถึงกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอาวุโสและบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ชาติที่ถูกเนรเทศลงไปใช้แรงงานเหล่านั้นโดยเร็วที่สุดครับ พวกเขาล้วนเป็นดั่งสมบัติล้ำค่าของประเทศชาติ ไม่สมควรเลยที่จะต้องถูกฝังกลบให้ทนทุกข์ทรมานอยู่แต่ในคอกวัวแบบนั้น" ฟู่ซีโจวเอ่ยความในใจที่เขาต้องการจะสื่อสารมากที่สุดออกมา....
⠀
เฉียนเสวียอี้รับฟังคำกล่าวนั้นพลางถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง "สหายน้อย เรื่องที่เธอพูดมา ฉันเองก็พยายามผลักดันมาโดยตลอดเช่นเดียวกัน"
⠀
"ทว่า... เรื่องบางเรื่องมันก็ไม่ใช่สิ่งที่คนเพียงคนเดียวอย่างฉันจะสามารถตัดสินใจได้ แต่เธอวางใจเถอะนะ ในวันข้างหน้า ขอเพียงมีโอกาสแม้เพียงริบหรี่ ฉันก็จะทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแน่นอน"
⠀
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับคำ เพียงเท่านี้ก็นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว "ขอบคุณมากครับท่านผู้อำนวยการ"
⠀
"จริงสิ... เธอชื่อฟู่ซีโจวใช่ไหม?" เฉียนเสวียอี้เอ่ยถามขึ้น
⠀
"ใช่ครับ ไม่ผิด"
⠀
จู่ๆ เฉียนเสวียอี้ก็โยนกิ่งมะกอกแห่งโอกาสมาให้ "สหายน้อยฟู่ เธอสนใจจะมาทำงานที่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติของเราบ้างไหม?"
⠀
"ผมหรือครับ?" ฟู่ซีโจวถึงกับชะงักงัน เขามาที่นี่ก็เพื่อส่งเอกสารแค่ฉบับเดียวเท่านั้น แล้วไหงจู่ๆ ถึงได้งานทำกลับไปซะอย่างนั้นล่ะ?
⠀
"ใช่แล้วล่ะ เธอนั่นแหละ" เฉียนเสวียอี้คลี่ยิ้มบาง "เมื่อครู่ฉันฟังที่เธอเล่าตอนจัดการกับพวกสายลับศัตรู ดังนั้นฝีมือการต่อสู้ของเธอคงจะไม่ธรรมดาเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีไหวพริบดีเลิศ กล้าหาญและรอบคอบ... ลักษณะแบบนี้นี่แหละ คือบุคลากรชั้นยอดที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของเรากำลังต้องการตัวอย่างยิ่ง"
⠀
ฟู่ซีโจวส่ายหน้าปฏิเสธอย่างนุ่มนวล "ต้องขอขอบพระคุณในความเมตตาของท่านผู้อำนวยการเฉียนด้วยครับ แต่ผมเป็นปัญญาชนที่ถูกส่งลงชนบท ผมยังคงยืนยันความตั้งใจเดิมที่จะกลับไปยังหมู่บ้านเซี่ยงหยางครับ"
⠀
"ทำไมกันล่ะ?" เฉียนเสวียอี้รู้สึกไม่เข้าใจเอาเสียเลย "การอยู่ที่เมืองหลวงย่อมมีอนาคตที่สดใสรออยู่ ยังไงเสียมันก็ต้องดีกว่าการกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านเซี่ยงหยางไม่ใช่หรือไง?"
⠀
"เพราะครอบครัวของผมยังคงอยู่ที่นั่นครับ" ฟู่ซีโจวให้คำตอบอย่างตรงไปตรงมา "ทว่าเมืองหลวงก็เป็นสถานที่ที่ดีมากจริงๆ ในภายภาคหน้า... ผมจะต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งอย่างแน่นอน"
⠀
เฉียนเสวียอี้ยิ่งรู้สึกชื่นชมในตัวฟู่ซีโจวมากขึ้นไปอีก ชายหนุ่มผู้นี้ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ยึดมั่นในความกตัญญูรู้คุณและให้ความสำคัญกับครอบครัวอย่างแท้จริง เขาจึงไม่คิดจะดึงดันบังคับอีกต่อไป "เอาเถอะ ในเมื่อเธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ฉันก็จะไม่ฝืนใจเธอก็แล้วกัน แต่จงจำเอาไว้เสมอว่า ประตูของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติบานนี้ จะยังคงเปิดต้อนรับเธออยู่เสมอ"
⠀
ชายชราเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน ก่อนจะหยิบซองจดหมายซองหนึ่งยื่นส่งให้ฟู่ซีโจว "ในนี้มีเงินอยู่หนึ่งพันหยวน ถือเสียว่าเป็นเงินรางวัลมอบให้แก่เธอก็แล้วกัน ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด... เพราะนี่คือสิ่งที่เธอสมควรจะได้รับมัน"
⠀
ฟู่ซีโจวใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธออกไป แม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง ทว่าเงินจำนวนนี้ เขาสามารถนำกลับไปมอบให้แก่ผู้เฒ่าหวงได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่ชายชราและสหายเก่าของเขาสมควรจะได้รับมันอย่างแท้จริง
⠀
"ขอบคุณครับท่านผู้อำนวยการเฉียน"
⠀
"แล้วก็นี่ด้วย" เฉียนเสวียอี้ยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ให้อีกหนึ่งใบ "นี่คือนามบัตรของฉัน หากในวันข้างหน้าเธอพบเจอปัญหาใดๆ ในเมืองหลวงที่ไม่อาจแก้ไขได้ล่ะก็ สามารถมาหาฉันที่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาตินี้ได้ตลอดเวลาเลย..."
⠀
ฟู่ซีโจวรับเงินและนามบัตรมาเก็บรักษาไว้อย่างระมัดระวัง ในที่สุด... ภารกิจสำคัญที่ผู้เฒ่าหวงฝากฝังมา ก็สำเร็จลุล่วงลงได้อย่างสมบูรณ์เสียที
⠀
ฟู่ซีโจวและหลี่เว่ยกั๋วเดินเคียงคู่กันออกมาจากสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
⠀
ฟู่ซีโจวหันไปเอ่ยกับอีกฝ่าย "ผู้กำกับหลี่ครับ ผมยังมีธุระอย่างอื่นต้องไปจัดการต่อ คงต้องขอตัวลาก่อนนะครับ"
⠀
"หะ? อ้อ ได้สิ" หลี่เว่ยกั๋วตอบรับด้วยท่าทีเหม่อลอยเล็กน้อย จนถึงวินาทีนี้ เขาก็ยังรู้สึกว่าเรื่องราวทั้งหมดมันช่างเหลือเชื่อราวกับความฝัน ข้อมูลเอกสารที่ฟู่ซีโจวพูดถึง มันมีความสำคัญระดับชาติถึงเพียงนี้เชียวหรือ! มิน่าล่ะ... พวกสายลับศัตรูถึงได้ตามกัดไม่ปล่อยไปตลอดทางขนาดนั้น
⠀
"เอ่อ... แล้วนี่คุณกำลังจะไปไหนล่ะ? ให้ผมขับรถไปส่งไหม?"
⠀
"ไม่เป็นไรครับ ผมแค่จะแวะไปเยี่ยมเพื่อนสนิทสักหน่อย ไม่อยากจะรบกวนเวลาทำงานของคุณ...." ฟู่ซีโจวปฏิเสธอย่างสุภาพ
⠀
หลี่เว่ยกั๋วจึงเอ่ยกำชับอีกครั้ง "ถ้าอย่างนั้น คุณก็ทิ้งที่อยู่ติดต่อเอาไว้ให้ผมหน่อยก็แล้วกัน หลังจากจัดการสะสางคดีสายลับศัตรูเรียบร้อยแล้ว ทางการจะต้องมีประกาศเกียรติคุณมามอบให้คุณอย่างแน่นอน ขืนถึงเวลานั้นแล้วผมหาตัวคุณไม่พบ คงได้กระอักกระอ่วนใจแย่"
⠀
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับ ก่อนจะจดที่อยู่ของหมู่บ้านเซี่ยงหยางทิ้งไว้ให้อีกฝ่าย
⠀
หลี่เว่ยกั๋วเก็บที่อยู่นั้นไว้อย่างดี พลางตบบ่าฟู่ซีโจวอย่างแรงด้วยความชื่นชม "พ่อหนุ่ม คราวนี้คุณสร้างผลงานชิ้นโบแดงเชียวนะ! ผมเดาว่าถึงตอนนั้น ทางการคงจะประสานงานส่งมอบเหรียญเชิดชูเกียรติและธงประกาศเกียรติคุณ ไปให้ผู้หลักผู้ใหญ่ทางฝั่งมณฑลเฮยหลงเจียงเป็นคนมอบให้คุณด้วยตัวเองแน่ๆ ถ้าวันหน้าวันใดคุณได้ย้ายกลับมาอยู่ในเมืองละก็ อย่าลืมแวะไปหาผมที่สถานีตำรวจเขตย่อยบ้างล่ะ"
⠀
"ตกลงครับ ผู้กำกับหลี่" ฟู่ซีโจวเอ่ยรับคำ ก่อนจะก้าวลงจากรถจี๊ปไป
⠀
ชายหนุ่มโดยสารรถประจำทางมุ่งหน้าตรงไปยังโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ทันที.....


จางฮุ่ยหมินยังไม่รู้ว่าเขาเดินทางกลับมาแล้ว เดี๋ยวเขาตั้งใจจะไปมอบเซอร์ไพรส์ให้อีกฝ่ายเสียหน่อย

⠀
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าคืนนี้ตนเองจะต้องขอค้างแรมที่บ้านของจางฮุ่ยหมิน.... ทันทีที่ลงจากรถประจำทาง ฟู่ซีโจวจึงแวะเข้าไปในสหกรณ์ร้านค้าที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เสียก่อน เขาตั้งใจว่าจะหาซื้อเหล้าเหมาไถสักสองขวด พร้อมกับบุหรี่อีกสักคอตตอนติดไม้ติดมือไปฝาก เผลอๆ ถึงตอนนั้น เขาอาจจะยังมีโอกาสได้เจรจาพูดคุยเรื่องธุรกิจกับจางฟู่เฉียงผู้เป็นพ่อของจางฮุ่ยหมินอีกด้วย
⠀
ฟู่ซีโจวเดินตรงไปที่หน้าเคาน์เตอร์ เขาล้วงเอาคูปองเหล้า คูปองบุหรี่ และธนบัตรเงินสดออกมาเตรียมไว้ "สวัสดีครับสหาย รบกวนช่วยหยิบเหล้าเหมาไถสองขวด กับบุหรี่ต้าเฉียนเหมินอีกหนึ่งคอตตอนให้ผมหน่อยครับ"
⠀
ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตานับเงินในมือ โดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองพนักงานที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์เลยแม้แต่น้อย
⠀
ทว่าผ่านไปเนิ่นนาน เขากลับไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากพนักงานขายเลยสักคำ ฟู่ซีโจวจึงเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง "ทั้งหมดราคาเท่าไหร่ครับ?"
⠀
ฝ่ายซูอวิ๋นที่เอาแต่ยืนจ้องมองฟู่ซีโจวตาค้าง ผ่านไปพักใหญ่กว่าที่เธอจะดึงสติกลับคืนมาได้... หญิงสาวจึงร้องเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา... "ฟู่ซีโจว?"
⠀
เมื่อได้ยินน้ำเสียงอันคุ้นหู ฟู่ซีโจวก็เบิกตากว้างพลางเงยหน้าขึ้นมองทันใด...
⠀
และเมื่อประจักษ์ชัดแก่สายตาว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือซูอวิ๋นจริงๆ หัวคิ้วของเขาก็พลันขมวดเข้าหากันแน่น น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปนั้นจึงเย็นชาจนจับขั้วหัวใจ "ไม่ต้องแล้วล่ะ"
⠀
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ ออกจากร้านไปทันที ฟู่ซีโจวลอบคาดเดาอยู่ในใจว่า สาเหตุที่ซูอวิ๋นมาปรากฏตัวเป็นพนักงานอยู่ที่สหกรณ์ร้านค้าแห่งนี้ได้ คงเป็นเพราะทางห้างสรรพสินค้าสั่งลดขั้นและสั่งย้ายเธอมาทำงานที่นี่เป็นแน่ และต้นเหตุก็คงหนีไม่พ้นจดหมายร้องเรียนที่จางฮุ่ยหมินเป็นคนยื่นส่งไปนั่นแหละ
⠀
"เดี๋ยวสิ!"
⠀
ซูอวิ๋นรีบวิ่งตามออกไปรั้งตัวเขาไว้อย่างรวดเร็ว เธอจ้องมองใบหน้าของฟู่ซีโจวด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเปกันไปหมด "ซีโจว... คนอื่นเขาบอกว่านายถูกส่งตัวลงชนบทไปแล้วไม่ใช่หรือไง? แล้วทำไมนายถึงกลับมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"
⠀
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซูอวิ๋นต้องทนใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลหลินด้วยความยากลำบากแสนสาหัส
⠀
นับตั้งแต่ที่ผู้เป็นแม่ล่วงรู้ความจริงว่าเธอแอบไปจดทะเบียนสมรสกับหลินเจี้ยนเยี่ย หล่อนก็ชี้หน้าด่าทอเธออย่างสาดเสียเทเสีย กล่าวหาว่าเธอเห็นคนอื่นดีกว่าสายเลือดเดียวกัน จากนั้นแม่ก็ลากตัวเธอไปบุกเจรจาถึงบ้านตระกูลหลิน ทว่าการเจรจากลับล้มเหลวไม่เป็นท่า ทั้งสองครอบครัวเปิดฉากทะเลาะวิวาทลงไม้ลงมือกันยกใหญ่ ท้ายที่สุด เธอจึงถูกพ่อแม่แท้ๆ ตัดขาดและไล่ออกจากบ้านอย่างไม่ไยดี
⠀
ซูอวิ๋นหมดหนทางไป จึงทำได้เพียงหอบข้าวของระเห็จเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลหลินเท่านั้น แต่ทว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด หลังจากนั้นเพียงไม่นาน ก็มีมือดีส่งจดหมายไปร้องเรียนถึงห้างสรรพสินค้า กล่าวหาว่าเธอมีพฤติกรรมชู้สาวและประพฤติตัวไม่เหมาะสมกับชายหนุ่มไปทั่ว ส่งผลให้ผู้บริหารของห้างสรรพสินค้ามีคำสั่งสั่งย้ายเธอออกไปทันที และสถานที่ที่เธอถูกไล่มาก็คือสหกรณ์ร้านค้าแห่งนี้นั่นเอง
⠀
จากพนักงานขายในห้างสรรพสินค้าอันหรูหรา ต้องตกกระป๋องลงมาเป็นเพียงพนักงานในสหกรณ์ร้านค้าเล็กๆ ซูอวิ๋นรู้สึกรับไม่ได้กับความตกต่ำในชีวิตของตนเอง ประกอบกับการต้องทนกล้ำกลืนฝืนทนใช้ชีวิตอยู่อย่างอดสูในบ้านตระกูลหลิน ทั้งหมดนี้มันกดดันเสียจนเธอแทบจะทนแบกรับมันต่อไปไม่ไหวอยู่แล้ว
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

..........................