LNCrawler

บทที่ 76 ซูอวิ๋นแสร้งทำตัวน่าสงสาร

คุณชายนายทุนเกิดใหม่ กวาดสมบัติบ้านศัตรูจนเกลี้ยง แล้วลงชนบท — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 76 ซูอวิ๋นแสร้งทำตัวน่าสงสาร


เมื่อซูอวิ๋นนึกถึงสถานการณ์ของตัวเองในปัจจุบัน เธอก็อยากจะแสร้งทำตัวน่าสงสารต่อหน้าฟู่ซีโจวตามสัญชาตญาณ เพื่อหวังจะได้รับคำปลอบโยน และที่สำคัญกว่านั้นคืออยากได้ผลประโยชน์บางอย่างจากเขา
⠀
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เห็นปึกเงินและคูปองในมือของเขาเมื่อครู่นี้
⠀
พอเห็นว่าฟู่ซีโจวยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ขอบตาของซูอวิ๋นก็เริ่มแดงเรื่อขึ้นมาทันที
⠀
"ซีโจว... นายอย่าเมินฉันสิ..."
⠀
ฟู่ซีโจวมองดูซูอวิ๋นที่ยืนอยู่ตรงหน้า นอกจากความเคียดแค้นแล้ว เขาก็รู้สึกขยะแขยงจนแทบทนไม่ได้
⠀
ชาติที่แล้ว ผู้หญิงคนนี้ก็ใช้ลูกไม้นี้หลอกลวงเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขาจนหมดสิ้น
⠀
มาชาตินี้ เขาไม่มีทางหลงกลเธออีกเป็นอันขาด
⠀
ชายหนุ่มจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา หากไม่ใช่เพราะตอนนี้ในมิติของเขาเหลือ 'ผงเรียกแมลง' อยู่เพียงแค่สองห่อ ซึ่งถ้าจะใช้กับซูอวิ๋นคนเดียวมันดูไม่ค่อยคุ้มค่านักละก็ เขาคงจะโยนใส่หน้าเธอไปสักห่อแล้ว
⠀
"ไสหัวไปซะ"
⠀
ฟู่ซีโจวเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีไปทันที
⠀
"ซีโจว! นายอย่าเพิ่งไปนะ!" ซูอวิ๋นร้อนรนขึ้นมาทันที เธอไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมหรือสายตาชาวบ้านที่มองมาเลยสักนิด รีบเอื้อมมือไปคว้าแขนของฟู่ซีโจวเอาไว้แน่น
⠀
ทว่าฟู่ซีโจวกลับสะบัดมือของเธอออกอย่างรังเกียจ
⠀
แรงสะบัดนั้นทำเอาซูอวิ๋นถึงกับเซถลาจนเกือบล้ม หยาดน้ำตาเริ่มร่วงหล่นลงมาอาบสองแก้ม
⠀
"ซีโจว... นายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไงกัน? ฉันรู้ ว่านายคงจะยังโกรธฉันอยู่ โกรธที่ตอนนั้นฉันเป็นคนขอถอนหมั้นกับนาย"
⠀
เธอสะอึกสะอื้นราวกับว่าฟู่ซีโจวเป็นชายโฉดผู้ทอดทิ้งภรรยาก็ไม่ปาน
⠀
"แต่นายไม่รู้หรอกว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาฉันต้องทนลำบากมากแค่ไหน ฉันเสียใจจริงๆ ซีโจว... ฉันเสียใจมากจริงๆ!"
⠀
ฟู่ซีโจวยืนมองการแสดงฉากใหญ่ของหญิงสาวด้วยสายตาเย็นชา พลางรู้สึกพูดไม่ออกอยู่บ้าง
⠀
ในใจเขารู้อย่างทะลุปรุโปร่งว่าที่เธอมานั่งเสียใจอยู่นี่ ไม่ใช่เพราะเสียใจเรื่องที่ขอถอนหมั้นหรอก แต่เสียใจที่สูบเลือดสูบเนื้อกอบโกยผลประโยชน์จากตัวเขาไปได้ไม่มากพอต่างหาก
⠀
ชาติที่แล้วก็เป็นแบบนี้ หลังจากซูอวิ๋นแต่งงานกับหลินเจี้ยนเยี่ย ช่วงแรกๆ ชีวิตของเธอก็ไม่ได้สุขสบายนัก ยิ่งมาในชาตินี้ เขาได้ริบทรัพย์สินของตระกูลหลินไปจนหมด ซ้ำยังไม่ยอมยกตำแหน่งงานให้หลินเจี้ยนเยี่ย แถมยังแอบไปส่งจดหมายร้องเรียนเธออีก ชีวิตความเป็นอยู่ของเธอในบ้านตระกูลหลินย่อมต้องตกต่ำย่ำแย่ลงกว่าเดิมอย่างแน่นอน
⠀
ทางด้านซูอวิ๋น พอเห็นฟู่ซีโจวเอาแต่เงียบ ก็หลงคิดไปเองว่าชายหนุ่มคงจะใจอ่อนแล้ว ในใจลอบกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างได้ใจ เธอมั่นใจมาตลอดว่าความรู้สึกที่ฟู่ซีโจวมีต่อเธอนั้นลึกซึ้งมากแค่ไหน เขาไม่มีทางทิ้งขว้างไม่ไยดีเธออย่างแน่นอน
⠀
ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยคิดจะไปบีบน้ำตาร้องห่มร้องไห้เพื่อขอส่วนบุญจากเขา ทว่าตอนนั้นเธอไม่รู้เลยสักนิดว่าเขาถูกส่งตัวไปเป็นปัญญาชนที่ชนบทแห่งไหน ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าตอนนี้เขาจะกลับมาอยู่ที่เมืองหลวงเสียแล้ว
⠀
เมื่อได้พินิจดูใบหน้าของฟู่ซีโจวที่ไม่ได้ดูหยาบกร้านหรือหมองคล้ำลงเลยแม้จะไปตรากตรำในชนบท ซ้ำยังคงความหล่อเหลาเอาไว้ไม่เสื่อมคลาย หัวใจของซูอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะเต้นผิดจังหวะ ขณะเดียวกันเธอก็ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้ เพื่อหลอกล่อเอาผลประโยชน์บางอย่างจากเขามาให้จงได้
⠀
หญิงสาวจึงเริ่มแสร้งทำตัวน่าสงสารต่อไป
⠀
"ซีโจว... หลินเจี้ยนเยี่ยมันไม่ใช่ผู้ชายเลย มันวางแผนหลอกให้ฉันไปจดทะเบียนสมรสด้วย ค่าสินสอดสักแดงเดียวก็ไม่ยอมจ่าย แถมแม่ของฉันก็ยังมาตัดขาดหมางเมินกับฉันเพราะเรื่องนี้อีก"
⠀
พอซูอวิ๋นนึกถึงตอนที่หลิวตงเหลียนชี้หน้าด่าว่าเธอเป็นพวกเนรคุณ ภายในใจก็ยิ่งรู้สึกเคียดแค้นชิงชังบ้านตระกูลหลินมากขึ้นไปอีก เธอช้อนตามองฟู่ซีโจวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนและร้อนรนมากยิ่งขึ้น
⠀
"แม่ยังพาคนไปเอาเรื่องถึงบ้านตระกูลหลิน จนทั้งสองครอบครัวลงไม้ลงมือทะเลาะเบาะแว้งกันใหญ่โต พ่อกับแม่ก็เลยไล่ฉันออกจากบ้าน ตอนนี้ฉันทำได้แค่ซุกหัวนอนอยู่ที่บ้านตระกูลหลิน ต้องคอยทนดูสีหน้าพวกเขาทุกวันเพื่อความอยู่รอด..."
⠀
เธอพูดพรางลอบสังเกตสีหน้าของฟู่ซีโจวไปด้วย ทว่าพอเห็นว่าเขายังคงตีหน้าขรึมเย็นชา ก็ทึกทักเอาเองว่าชายหนุ่มเพียงแค่แสร้งทำเป็นแข็งกร้าวไปอย่างนั้น จึงได้เริ่มพรั่งพรูความคับแค้นใจออกมาไม่หยุดหย่อน
⠀
"แล้วก็ไอ้หลินเจี้ยนเยี่ยนั่นด้วย มันไม่ใช่คนเลยสักนิด! พอเราจดทะเบียนกันเสร็จ มันก็ไม่เห็นหัวฉันอีกเลย งานบ้านทุกอย่างโยนมาให้ฉันทำคนเดียว ยายเฒ่าจ้าวชุนฮวานั่นก็คอยด่าทอจิกหัวใช้ฉันทุกวัน ฉัน... ฉันอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ"
⠀
เธอสะอื้นไห้ระบายความในใจ น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและอับจนหนทาง ราวกับว่าตนเองนั้นเป็นหญิงสาวที่น่าเวทนาที่สุดบนโลกใบนี้
⠀
"แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือ ไม่รู้ว่าใครมันช่างใจดำอำมหิต บังอาจส่งจดหมายร้องเรียนไปที่หน่วยงาน หาว่าฉันมั่วสุมทำตัวเหลวแหลกเรื่องชู้สาว ทั้งๆ ที่ฉันไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลยสักนิด! แต่พวกหัวหน้ากลับไม่ยอมฟังคำอธิบายของฉันเลย สั่งย้ายฉันจากห้างสรรพสินค้าให้มาประจำอยู่ที่สหกรณ์โกโรโกโสแห่งนี้ดื้อๆ.... เงินเดือนก็โดนหัก แถมยังต้องมาทนอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านเขาไปทั่วอีก!"
⠀
"ซีโจว... ตอนนี้ฉันไม่เหลือใครแล้วนะ ฉันมีแค่คุณคนเดียวเท่านั้น ฉันรู้ตัวแล้วว่าฉันทำผิดไป คุณยกโทษให้ฉันได้ไหม?"
⠀
เมื่อพูดจบประโยค ซูอวิ๋นก็เอื้อมมือออกไปหมายจะสวมกอดเอวสอบของฟู่ซีโจวเอาไว้ หวังจะใช้เรือนร่างอันอ่อนนุ่มของตนเอง เพื่อปลุกเร้าความรู้สึกรักใคร่ผูกพันในอดีตของเขาให้กลับคืนมา
⠀
ทางด้านฟู่ซีโจวที่ยืนฟังผู้หญิงตรงหน้าบีบน้ำตาเล่าความรันทด ในใจของเขากลับรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก พอเห็นเธอโผเข้ามาหา ชายหนุ่มก็เบี่ยงตัวหลบวูบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
⠀
"พล่ามจบหรือยัง?"
⠀
น้ำเสียงของฟู่ซีโจวราบเรียบไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ แววตาที่ใช้มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและสมเพชเวทนา
⠀
ซูอวิ๋นถึงกับชะงักงันไปในทันที อุตส่าห์บีบน้ำตาพร่ำพรรณนามาตั้งยืดยาว ผลลัพธ์ที่เธอต้องการมันไม่ใช่แบบนี้นี่นา!
⠀
"ซูอวิ๋น... ทีตอนที่เธอขึ้นไปนอนระเริงรักอยู่บนเตียงเดียวกับหลินเจี้ยนเยี่ย แถมยังเอาเงินของฉันไปผลาญเล่นกับมันอย่างหน้าชื่นตาบาน ตอนนั้นทำไมไม่เห็นเธอจะรู้สึกเสียใจหรือสำนึกผิดบ้างเลยล่ะ?"
⠀
ซูอวิ๋นเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าฟู่ซีโจวจะล่วงรู้เรื่องโสมมพวกนั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง...
⠀
ผีหลอกกลางวันแสกๆ หรือไง! ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธออุตส่าห์ปกปิดเรื่องนี้เอาไว้อย่างมิดชิดแท้ๆ
⠀
ในที่สุดตอนนี้ซูอวิ๋นก็กระจ่างแจ้งแก่ใจแล้ว ว่าทำไมตอนที่เธอเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอถอนหมั้น ฟู่ซีโจวถึงได้ทวงเงินทั้งหมดของเขากลับคืนไปจนหมดเกลี้ยง
⠀
"น... นายรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง?"
⠀
"ความลับไม่มีในโลกหรอกนะ ถ้าไม่อยากให้ใครรู้ ก็อย่าทำสิ" ฟู่ซีโจวแค่นเสียงหัวเราะหยัน "แล้วนี่เธอคิดว่า... คนที่ส่งจดหมายไปร้องเรียนเธอเป็นใครกันล่ะ?"
⠀
สมองของซูอวิ๋นดัง 'วิ้งงง' ขึ้นมาทันที หญิงสาวยกมือขึ้นชี้หน้าฟู่ซีโจว ริมฝีปากสั่นระริกขณะเอ่ยถามเสียงหลง
⠀
"ที่แท้ก็เป็นนายเองเหรอ... ที่เป็นคนร้องเรียนฉัน?!"
⠀
ฟู่ซีโจวเพียงแค่ยิ้มมุมปากรับอย่างเยือกเย็น
⠀
ซูอวิ๋นกรีดร้องออกมาอย่างเสียสติ
⠀
"ฟู่ซีโจว! ทำไมแกถึงต้องทำลายชีวิตฉันด้วย แกรู้ไหมว่าตอนที่ฉันต้องมาทนตกระกำลำบากอยู่ที่สหกรณ์บ้าๆ นี่มันน่ารังเกียจแค่ไหน!"
⠀
และในจังหวะนั้นเอง หัวหน้าหญิงวัยสี่สิบกว่าปีคนหนึ่งก็เดินกระแทกเท้าออกมาจากห้องด้านในของสหกรณ์ หล่อนตีหน้าขรึมถมึงทึง กวาดสายตามองชายหญิงสองคนที่ยืนยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ตรงประตู ก่อนจะตวาดแหวออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์
⠀
"ซูอวิ๋น! นี่หล่อนกำลังทำบ้าอะไรฮะ?! เวลางานเวลาการแท้ๆ กลับมายืนระริกระรี้ดึงดันผู้ชายอยู่หน้าประตูสหกรณ์ มันใช้ได้ที่ไหนกัน! ถ้าคิดว่าอยู่ที่นี่แล้วมันลำบากนักละก็ ไสหัวออกไปซะเดี๋ยวนี้เลยไป๊!"
⠀
ร่างของซูอวิ๋นพลันแข็งทื่อไปชั่วขณะ สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจกลัวจนตัวสั่นเทา
⠀
ฟู่ซีโจวคร้านที่จะปรายตามองซูอวิ๋นเสียด้วยซ้ำ เขาหันไปพูดกับหัวหน้าหญิงคนนั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
⠀
"สหาย คุณคงจะเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ เป็นผู้หญิงคนนี้ต่างหากที่คอยตามตื๊อผมไม่เลิก บอกว่าเห็นผมหน้าตาดีเลยอยากจะมาคบหาดูใจด้วย ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้มีความรู้สึกสนใจในตัวเธอเลยสักนิด รบกวนคุณช่วยอบรมดูแลลูกน้องของคุณให้ดีด้วยนะครับ อย่าปล่อยให้ออกมาระรานสร้างความรำคาญให้กับลูกค้าแบบนี้อีก"
⠀
พอได้ฟังดังนั้น สายตาที่หัวหน้าหญิงใช้มองซูอวิ๋นก็ยิ่งเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ หล่อนเคยได้ยินข่าวลือหนาหูมาตั้งนานแล้วว่า ซูอวิ๋นถูกลงดาบสั่งย้ายมาจากห้างสรรพสินค้าก็เพราะเรื่องพฤติกรรมชู้สาวเสื่อมเสีย ไม่คิดเลยว่าจนป่านนี้แล้วหล่อนจะยังทำตัวไร้ยางอายไม่รู้จักหลาบจำอยู่อีก!
⠀
หัวหน้าหญิงหันไปตวาดใส่หน้าซูอวิ๋นเสียงดังลั่น
⠀
"ยังไม่รีบไสหัวกลับเข้าไปแบกของในโกดังอีก?! วันนี้ถ้าหล่อนแบกแป้งสาลีไม่ครบห้าสิบกระสอบละก็ ไม่ต้องหวังว่าจะได้เลิกงาน!"
⠀
ซูอวิ๋นทั้งโกรธแค้นและหวาดกลัวจับใจ แต่ทว่าเธอก็ไม่กล้าปริปากเถียงหัวหน้าเลยสักคำ ทำได้เพียงกัดฟันกรอด ถลึงตาอาฆาตใส่ฟู่ซีโจวอย่างเคียดแค้น ก่อนจะเดินกระแทกเท้าปึงปังกลับเข้าไปในโกดังอย่างไม่เต็มใจนัก
⠀
ฟู่ซีโจวจึงได้เดินกลับไปที่หน้าเคาน์เตอร์อีกครั้ง แล้วเอ่ยสั่งของกับพนักงานขายอีกคนด้วยท่าทีสบายๆ
⠀
"สหาย ขอเหล้าเหมาไถสองขวด กับบุหรี่ต้าเฉียนเหมินหนึ่งคอตตอนครับ ขอบคุณครับ"
⠀
หลังจากซื้อของเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มก็หิ้วถุงตาข่ายเดินตรงดิ่งไปยังโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ที่อยู่ไม่ไกลนัก
⠀
ยืนรออยู่เพียงครู่เดียวก็ถึงเวลาเลิกงานพอดี บรรดาคนงานเริ่มทยอยกันเดินออกมาจากโรงงานอย่างขวักไขว่ และเพียงไม่นานนัก ฟู่ซีโจวก็เหลือบไปเห็นร่างอันคุ้นตาของใครคนหนึ่ง เขากำลังปั่นจักรยานฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีออกมาจากบริเวณโรงงาน
⠀
"ฮุ่ยหมิน!" ฟู่ซีโจวตะโกนเรียกเสียงดังฟังชัด
⠀
จางฮุ่ยหมินที่ได้ยินเสียงเรียกถึงกับเบรกกะทันหันจนรถหัวทิ่ม เกือบจะหน้าคะมำร่วงตกจากจักรยาน เขาประคองรถเอาไว้ให้มั่นคง พลางหันขวับไปมองตามทิศทางของเสียง.... เมื่อเพ่งมองจนเห็นชัดเจนว่าคนที่เรียกตนคือฟู่ซีโจว นัยน์ตาของเขาก็พลันเบิกกว้างราวกับไข่ห่านด้วยความตกตะลึง
⠀
"บ้าเอ๊ย! ซีโจว?"
⠀
จางฮุ่ยหมินรีบเข็นจักรยานพุ่งพรวดเข้าไปหา ทันทีที่ถึงตัวเขาก็ชกเข้าที่หัวไหล่ของเพื่อนรักไปหนึ่งที
⠀
"นี่นายกลับมาได้ยังไงเนี่ย? ทำไมไม่ยอมส่งข่าวบอกกล่าวกันล่วงหน้าบ้างเลย"
⠀
ฟู่ซีโจวหัวเราะร่วนรับคำทักทาย
⠀
"พอดีฉันมีธุระด่วนต้องกลับมาทำที่เมืองหลวงกะทันหันน่ะสิ ก็เลยไม่มีเวลาส่งข่าวบอกนายล่วงหน้า เป็นไง... ประหลาดใจใช่ไหมล่ะ?"
⠀
"ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อเสียมากกว่าสิไม่ว่า" จางฮุ่ยหมินกวาดสายตามองสำรวจเพื่อนรักตั้งแต่หัวจรดเท้า "นายนี่มันร้ายไม่เบาเลยนะ ไปใช้ชีวิตตกระกำลำบากอยู่ที่ชนบทตั้งพักใหญ่ แต่กลับดูมีน้ำมีนวลแถมยังดูแข็งแรงสดใสกว่าเมื่อก่อนเสียอีก"
⠀
"แน่นอนสิ ก็ฉันต้องลงแปลงนาทำงานงกๆ อยู่ที่ชนบททุกวัน ร่างกายก็ย่อมต้องแข็งแรงกำยำขึ้นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว" ฟู่ซีโจวตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
⠀
ทว่าจู่ๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของจางฮุ่ยหมินก็ค่อยๆ หุบลง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมา
⠀
"เดี๋ยวก่อนนะ... นายรีบบอกความจริงฉันมาเดี๋ยวนี้เลย อย่าบอกนะว่านายไปก่อเรื่องใหญ่โตอะไรไว้ที่หมู่บ้านเซี่ยงหยางจนต้องหนีกลับมาน่ะ?"
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

..................................