LNCrawler

บทที่ 82 จัดการแบ่งขายแป้งสาลีขาวบางส่วน

คุณชายนายทุนเกิดใหม่ กวาดสมบัติบ้านศัตรูจนเกลี้ยง แล้วลงชนบท — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 82 จัดการแบ่งขายแป้งสาลีขาวบางส่วน


ฟู่ซีโจวเดินลัดเลาะหาตรอกซอยที่ไร้ผู้คน เมื่อเห็นว่าปลอดสายตาคนแล้วจึงเก็บจักรยานเอ้อปาต้าก้างของจางฮุ่ยหมินเข้าไปไว้ในมิติ จากนั้นจึงค่อยก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าเข้าไปยังตลาดมืด
​
หลังจากที่เขาจากเมืองหลวงไปได้ระยะหนึ่ง ตลาดมืดแห่งนี้ก็ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก
​
ฟู่ซีโจวไม่ได้รีบร้อนจัดการกับแป้งสาลีขัดขาวในทันที ทว่าเขากลับเลือกที่จะเดินสำรวจดูรอบๆ ก่อนหนึ่งรอบ เพื่อมองหาดูว่ามีสิ่งของล้ำค่าอะไรน่าสนใจบ้างหรือไม่
​
และในการเดินดูรอบนี้เอง เมื่อเขาใช้เนตรวิเศษกวาดสายตามอง ก็ค้นพบเหรียญเงินโบราณหลายเหรียญรวมถึงชามกระเบื้องเคลือบเนื้อดีอีกหนึ่งใบ ฟู่ซีโจวจึงหยิบธนบัตรต้าถวนเจี๋ยที่ได้เป็นรางวัลจากระบบออกมาจ่าย เพื่อกวาดเอาของล้ำค่าเหล่านั้นเข้ามาไว้ในครอบครองอย่างเงียบๆ
​
หลังจากซื้อของเสร็จเรียบร้อย เขาก็เดินดูต่ออีกครู่ใหญ่ จนเริ่มเข้าใจและจับทิศทางราคาของแป้งสาลีขัดขาวได้อย่างคร่าวๆ ราคาแป้งสาลีในตลาดมืดของเมืองหลวงเวลานี้ นับว่าไม่ต่างจากราคาในตลาดมืดแถบหมู่บ้านเซี่ยงหยางมากเท่าใดนัก
​
เมื่อฟู่ซีโจวประเมินตัวเลขในใจได้ชัดเจนแล้ว เขาจึงก้าวตรงเข้าไปหาพ่อค้าแผงขายธัญพืชคนหนึ่งที่ดูท่าทางซื่อสัตย์จริงใจ
​
“สหาย รับซื้อแป้งสาลีขาวไหม” ฟู่ซีโจวกดเสียงให้เบาลงพลางเอ่ยถาม
​
เจ้าของแผงเหลือบสายตาขึ้นมองเขาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะกระซิบถามกลับ
​
“คุณมีเท่าไหร่ล่ะ”
​
“ห้าพันจิน”
​
“เท่าไหร่นะ!” พ่อค้าถึงกับสะดุ้งตกใจจนตาโต “สหาย อย่ามาล้อกันเล่นน่า อีกอย่างถ้ามีจริง แป้งสาลีตั้งห้าพันจิน แผงเล็กๆ อย่างผมก็รับซื้อเอาไว้ไม่ไหวหรอก”
​
ฟู่ซีโจวคาดเดาเอาไว้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะต้องออกมาเป็นเช่นนี้
​
“คุณรับไว้ไม่ไหว แต่ย่อมต้องมีคนที่รับไหวแน่นอน ถ้าคุณช่วยติดต่อประสานงานให้ผม เมื่อตกลงซื้อขายกันสำเร็จ ผมจะแบ่งแป้งสาลีขาวให้คุณสิบจินเป็นค่านายหน้า”
​
ดวงตาของพ่อค้าพลันเปล่งประกายขึ้นมาทันที เขารีบตอบรับโดยไม่ลังเล
​
“ตกลง ถ้างั้นคุณรอผมอยู่ตรงนี้ก่อนนะ” พูดจบ เขาก็รีบร้อนสาวเท้าก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
​
ผ่านไปราวสิบนาที พ่อค้าคนเดิมก็พาชายวัยกลางคนรูปร่างลงพุงท้วมใหญ่เดินกลับมา ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ คนที่สามารถกินจนมีพุงกลมโตขนาดนี้ได้ ย่อมต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจและอิทธิพลทางการเงินอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
​
เจ้าของแผงรีบเอ่ยแนะนำให้อีกฝ่ายรู้จักฟู่ซีโจว
​
“นี่คือเถ้าแก่หวง หากพวกเราในแถบนี้ใครคิดจะทำการค้าล็อตใหญ่ ล้วนต้องมาติดต่อเขาทั้งนั้น”
​
เถ้าแก่หวงกวาดสายตามองสำรวจฟู่ซีโจวขึ้นๆ ลงๆ อย่างพินิจพิเคราะห์
​
“ได้ยินว่านายมีแป้งสาลีขาวอยู่ห้าพันจินงั้นหรือ”
​
“ถูกต้องแล้วครับ” ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับอย่างสุขุม
​
“แล้วของอยู่ที่ไหนล่ะ ฉันจำเป็นต้องตรวจดูสินค้าเสียก่อน” เถ้าแก่หวงเอ่ยด้วยความรอบคอบระมัดระวัง
​
ฟู่ซีโจวจึงหยิบตัวอย่างแป้งสาลีที่เตรียมเอาไว้ล่วงหน้าส่งให้อีกฝ่ายดู
​
“แป้งสาลีของผมล้วนมีคุณภาพระดับนี้ทั้งสิ้น เถ้าแก่ลองตรวจดูเถอะครับว่าใช้ได้หรือป่าว”
​
เถ้าแก่หวงหยิบผงแป้งขึ้นมาลูบคลำและดมกลิ่นตรวจดูอย่างละเอียด ส่วนฟู่ซีโจวยังคงมีท่าทีสงบนิ่งมั่นใจ แม้ว่าแป้งสาลีที่ระบบมอบให้เป็นรางวัลจะสู้แป้งสาลีที่บดมาจากรวงข้าวสาลีที่เขาเพาะปลูกเองในมิติไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นคุณภาพของมันก็ยังยอดเยี่ยมกว่าแป้งสาลีทั่วไปในยุคสมัยนี้อยู่หลายเท่านัก
​
ดวงตาของเถ้าแก่หวงพลันสว่างวาบขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ
​
“สหาย แป้งสาลีของนายคุณภาพดีมากจริงๆ นายคิดจะขายจินละเท่าไหร่ล่ะ”
​
“ผมไม่ต้องการเงิน และก็ไม่ต้องการคูปองด้วยครับ” ฟู่ซีโจวกล่าวตอบตรงไปตรงมา “สิ่งที่ผมต้องการ คือเอาแป้งสาลีพวกนี้แลกกับทองคำ”
​
เถ้าแก่หวงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
​
“โอ้ แล้วเธออยากจะแลกเปลี่ยนยังไงล่ะ”
​
“แป้งสาลีขาวห้าพันจิน แลกกับทองคำหนึ่งกิโลกรัม...” ฟู่ซีโจวเสนอเงื่อนไขราคาของตนออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
​
“หนึ่งกิโลกรัมเชียวหรือ” เถ้าแก่หวงหัวเราะเบาๆ “สหาย ความอยากของนายนี่ไม่เบาเลยนะ ราคาในท้องตลาดตอนนี้น่ะ แป้งสาลีห้าพันจิน อย่างมากที่สุดก็แลกทองคำได้แค่ห้าร้อยกรัมเท่านั้นแหละ”
​
“นั่นมันราคาของตลาดทั่วไป” ฟู่ซีโจวยังคงนิ่งสงบ ไม่ได้หวั่นไหวไปกับคำทักท้วงเลยแม้แต่น้อย “แต่แป้งสาลีชั้นดีของผมมีค่าคู่ควรกับราคานี้ ในเวลานี้ทุกหนแห่งต่างขาดแคลนธัญพืชขัดขาว ซ้ำร้ายโรคอหิวาต์แอฟริกายังระบาดหนักเสียจนหาเนื้อหมูกินแทบไม่ได้ พวกคนที่มีฐานะมีอันจะกินเมื่อไม่มีเนื้อหมูให้กิน ย่อมต้องอยากหาของดีๆ มารับประทานแทน ถึงตอนนั้นพวกเขาก็ต้องยอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อกว้านซื้อธัญพืชชั้นดีอยู่แล้ว การใช้ทองคำหนึ่งกิโลกรัมแลกกับเสบียงชั้นยอดห้าพันจินที่จะช่วยต่อชีวิตคน เถ้าแก่หวงมีแต่จะได้กำไรอย่างงาม ไม่มีทางขาดทุนแน่นอน”
​
เถ้าแก่หวงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เพราะสิ่งที่ฟู่ซีโจวพูดออกมาล้วนเป็นความจริงทุกประการ เขาใช้เวลาใคร่ครวญอยู่เพียงไม่กี่วินาที ในที่สุดก็พยักหน้าตกลง
​
“ได้! หนึ่งกิโลกรัมก็หนึ่งกิโลกรัม! แล้วจะส่งมอบของกันเมื่อไหร่...”
​
“ตอนนี้เลยครับ” ฟู่ซีโจวกล่าวสำทับ “เถ้าแก่เตรียมทองคำมาให้พร้อม สินค้าของผมวางอยู่ในป่าละเมาะทางทิศตะวันออก ผมจะไปรอคุณอยู่ที่นั่น”
​
“ตกลง” เถ้าแก่หวงนับว่าเป็นคนเด็ดขาดและตรงไปตรงมาคนหนึ่ง “งั้นนายรอฉันสักครึ่งชั่วโมงน่ะ” พูดจบ เขาก็รีบร้อนหมุนตัวเดินจากไปเพื่อไปจัดเตรียมทองคำ
​
ฟู่ซีโจวสบเข้ากับสายตาประจบประแจงของพ่อค้าแผงธัญพืช เขาจึงหยิบเงินยี่สิบหยวนยื่นส่งให้อีกฝ่าย แม้พ่อค้าจะเห็นว่าสิ่งที่ได้รับไม่ใช่แป้งสาลีแต่เป็นเงินสด ทว่าเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร กลับยิ้มแก้มแทบปริพลางรับเงินมาแล้วกล่าวขอบคุณยกใหญ่
​
ฟู่ซีโจวก้าวเดินออกจากตลาดมืด.... ทางทิศตะวันออกของตลาดมืดนั้นเป็นป่าละเมาะขนาดเล็ก เขาเดินลัดเลาะหาพื้นที่ราบอันลับตาคน ก่อนจะนำแป้งสาลีขาวจำนวนห้าพันจินออกมาจากห้วงมิติ แล้วจัดวางกองเรียงรายซ้อนกันจนแลดูคล้ายกับเนินเขาขนาดย่อม
​
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เถ้าแก่หวงก็เดินทางกลับมาตรงตามเวลาที่นัดหมาย โดยในมือถือกระเป๋าหนังใบหนาหนักอึ้งใบหนึ่งมาด้วย การแลกเปลี่ยนซื้อขายดำเนินไปอย่างราบรื่นและเสร็จสิ้นลงในที่สุด ฟู่ซีโจวถือกระเป๋าหนังที่อัดแน่นไปด้วยทองคำแท่งเดินแยกย้ายออกมา
​
ในห้วงความคิด พลันมีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น
​
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้รับพลังงาน 10,000 แต้ม]
​
หลังจากเดินพ้นออกมาจากตลาดมืด ฟู่ซีโจวก็ส่งกระแสจิตเข้าไปสำรวจภายในห้วงมิติ เพื่อตรวจนับเสบียงและสิ่งของต่างๆ ที่เก็บรักษาไว้ จากนั้นจึงเปิดหน้าต่างกลุ่มแลกเปลี่ยนสิ่งของขึ้นมา บรรยากาศภายในกลุ่มยังคงคึกคักอย่างยิ่ง ข้อความสนทนาหลากหลายรูปแบบเลื่อนผ่านหน้าจอไปอย่างรวดเร็ว
​
ฟู่ซีโจวอัปโหลดภาพถ่ายปูขนและปลาเฉาตัวโตส่งเข้าไปในกลุ่ม พร้อมกับพิมพ์ข้อความสอบถามทันที
​
[ปูขนสดใหม่ ตัวใหญ่ไข่แน่น รับประกันความสดทุกตัว นอกจากนี้ยังมีปลาเฉาขนาดตัวละห้าจินขึ้นไป มีสินค้าเหลือเฟือ ใครสนใจบ้างไหม ครั้งนี้สินค้ามีจำนวนค่อนข้างเยอะ ไม่รับแลกปลีก ขอเริ่มต้นแลกเปลี่ยนที่ห้าร้อยจินขึ้นไป]
​
ทันทีที่ข้อความถูกส่งออกไป ‘พี่สาวอวี่ของฝากพื้นเมือง’ ก็รีบพิมพ์ข้อความตอบกลับมาอย่างกระตือรือร้น
​
[เจ้าพ่อเสบียง ฉันเอา ฉันเอา! ปูขนที่นายส่งให้คราวก่อนอร่อยมากๆ คนที่บ้านยังคอยถามอยู่เรื่อยเลยว่าเมื่อไหร่จะมีมาอีก คุณอยากแลกกับอะไรละ]
​
ฟู่ซีโจวรู้อยู่แก่ใจดีว่าไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานผลผลิตที่เติบโตมาจากมิติเพาะปลูกและเพาะเลี้ยงของเขาได้อย่างแน่นอน
​
[คุณต้องการเท่าไหร่]
​
พี่สาวอวี่ของฝากพื้นเมืองตอบกลับ
​
[ฉันต้องการหนึ่งพันจินค่ะ คุณบอกมาได้เลยว่าจะให้แลกยังไง]
​
ฟู่ซีโจวนึกขึ้นได้ถึงผืนดินดำในมิติที่ยังคงปล่อยว่างอยู่ หากช่วงนี้เขาไม่เพาะปลูกให้เต็มพื้นที่ พอถึงเวลาที่ระบบอัปเกรดในครั้งต่อไป ระบบอาจจะไม่ยอมขยายพื้นที่ดินดำเพิ่มให้อีก เขาจึงพิมพ์ตอบกลับไป
​
[ผมต้องการต้นกล้าไม้ผลยืนต้นหลากหลายชนิด ขอแบบที่ปลูกแล้วสามารถออกผลผลิตได้ภายในปีนั้นเลย ทั้งหมดสามสิบต้น เป็นไม้ผลชนิดไหนก็ได้ คุณคิดว่าพอจะหาได้ไหม]
​
พี่สาวอวี่ของฝากพื้นเมืองพิมพ์ตอบกลับทันควัน
​
[ไม่มีปัญหา สามสิบต้นใช่ไหมคะ ขอเวลาให้ฉันสักครู่ เดี๋ยวฉันจะรีบติดต่อสั่งซื้อให้ตอนนี้เลย แล้วค่อยแลกเปลี่ยนของกันตอนเที่ยงวันพรุ่งนี้ สะดวกไหม...]
​
ฟู่ซีโจวตอบ
​
[ได้ครับ]
​
ในขณะที่ฟู่ซีโจวกำลังจะปิดหน้าต่างกลุ่มเเลกเปลี่ยนลง เขาก็เหลือบไปเห็นข้อความจาก ‘กระผม ผอ.หวัง’ พิมพ์สอบถามเข้ามาพอดี
​
[เจ้าพ่อเสบียง ปูขนยังพอมีเหลืออีกไหม ฉันก็อยากได้สักหนึ่งพันจินเหมือนกัน ขอใช้ทองคำแลกเปลี่ยนได้รึป่าว]
​
ฟู่ซีโจวพิมพ์ตอบ
​
[ได้ครับ ปูขนหนึ่งพันจินแลกกับทองคำ 55 กรัม คุณคิดว่ายังไง]
​
กระผม ผอ.หวัง ตอบกลับ
​
[ตกลงตามนี้.... ผมกะว่าจะเอาไปเป็นของฝากให้คนอื่น รบกวนคัดตัวสวยๆ ดีๆ ให้ผมหน่อยนะ แต่พอดีวันนี้ผมติดมาทำงานต่างถิ่น พรุ่งนี้กลับไปถึงจะรีบทำการแลกเปลี่ยน น่าจะเป็นช่วงเที่ยงวันเหมือนกัน]
​
ฟู่ซีโจวรับปาก
​
[ไม่มีปัญหา...]
​
จากนั้นเขาก็พิมพ์ถามต่อในกลุ่ม
​
[ยังมีใครต้องการอีกไหมครับ]
​
‘ไซซีขายปลา’ ส่งข้อความเข้ามาว่า ***(แม่ค้าปลาที่ตั้งชื่อตัวเองตามไซซี หนึ่งในสี่หญิงงามแห่งตำนานจีน)***
​
[เจ้าพ่อเสบียง ปลาเฉาบ้านคุณดูน่ากินมากเลย แต่ฉันไม่มีทองคำ จะขอใช้ลูกปลามาแลกเปลี่ยนแทนได้รึป่าว ฉันอยากได้ปลาเฉาสักหมื่นจินน่ะค่ะ]
​
เธอคอยติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ในกลุ่มมาโดยตลอด เพียงแต่ไม่เคยพิมพ์ข้อความออกมาเลย ครั้นพอเห็นว่าฟู่ซีโจวกับ ผอ.หวัง ใช้ทองคำในการแลกเปลี่ยน จึงรู้สึกเกรงใจและลำบากใจอยู่บ้าง
​
ฟู่ซีโจวพิมพ์ถาม
​
[ลูกปลาพันธุ์อะไรหรอครับ]
​
การเลี้ยงปลาเฉานั้นเดิมทีเป็นเพียงการทดลองของเขาเท่านั้น ในยามนี้หากจะเลี้ยงปลาใหม่อีกครั้ง เขาก็ไม่ได้คิดจะเลี้ยงปลาเฉาอีกต่อไปแล้ว บ่อเพาะเลี้ยงในมิติได้รับการเจือจางด้วยน้ำวิเศษไปไม่น้อย ย่อมสามารถใช้เพาะเลี้ยงปลาชนิดใดก็ได้ทั้งสิ้น ฟู่ซีโจวจึงตั้งใจว่าในรอบต่อไปจะเลี้ยงปลาที่มีมูลค่าสูงขึ้นมาอีกหน่อย เพราะการทำเช่นนี้จะช่วยให้สามารถแลกเปลี่ยนแต้มพลังงานได้มากขึ้นตามไปด้วย
​
ไซซีขายปลาพิมพ์ตอบกลับ
​
[ปลาเก๋ามังกรค่ะ ที่บ้านเพาะเลี้ยงอยู่ในกระชังน้ำเค็ม ปลาชนิดนี้เป็นของชั้นดีจากทะเลลึก เนื้อหวานอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก เพียงแต่เงื่อนไขในการเพาะเลี้ยงค่อนข้างจะยุ่งยากจุกจิกไปสักหน่อย...]
​
ปลาเก๋ามังกรงั้นหรือ
​
ฟู่ซีโจวพลันใจเต้นตึกตัก นี่มันของชั้นยอดเลยทีเดียว
​
ฟู่ซีโจวพิมพ์ตอบ
​
[ตกลงครับ ผมยินดีแลกกับคุณ วันข้างหน้าเมื่อผมเลี้ยงปลาเก๋ายักษ์นี้จนโตเต็มที่แล้ว คุณก็สามารถมาแลกเปลี่ยนกับผมได้อีกเช่นกัน]
​
ไซซีขายปลาคาดไม่ถึงเลยว่าฟู่ซีโจวจะตอบตกลงง่ายดายเช่นนี้ ด้วยเพราะปลาเก๋ามังกรนั้นขึ้นชื่อเรื่องเลี้ยงยากเป็นที่สุด มิฉะนั้นเธอก็คงไม่คิดนำลูกปลาชนิดนี้มาเสนอแลกเปลี่ยนกับฟู่ซีโจวตั้งแต่แรก
​
ไซซีขายปลาจึงรีบพิมพ์ตอบกลับมาด้วยความดีใจ
​
[ได้เลยค่ะ ถ้างั้นเดี๋ยวฉันจะรีบไปเตรียมการที่ฟาร์มเพาะเลี้ยงก่อน แล้วพรุ่งนี้ตอนเที่ยงค่อยทำการแลกเปลี่ยนกัน คุณสะดวกไหมคะ]
​
ฟู่ซีโจวตอบตกลงทันที
​
[ตกลงครับ]
​
เมื่อจัดการแลกเปลี่ยนปูขนไปสองพันจินและปลาเฉาไปหนึ่งหมื่นจินแล้ว ฟู่ซีโจวก็อารมณ์ดีขึ้นมาก จากนั้นเขาจึงแท็กข้อความไปหา ‘เถ้าแก่หวังเขียงหมู’ ต่อทันที

............................