LNCrawler

บทที่ 8 เปิดใช้งานระบบร้านค้า และ ใส่ยาถ่ายลงในเหล้า

คุณชายนายทุนเกิดใหม่ กวาดสมบัติบ้านศัตรูจนเกลี้ยง แล้วลงชนบท — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 8 เปิดใช้งานระบบร้านค้า และ ใส่ยาถ่ายลงในเหล้า


หลังจากข้อความนั้นถูกส่งออกมาพลันมีสมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มต่างพากันบ่นอุบด้วยความเสียดาย ว่าเหตุใดเถ้าแก่หวังเขียงหมูถึงได้ตกลงแลกเปลี่ยนรวดเร็วปานสายฟ้าแลบเช่นนี้ พวกเขาเองก็อยากจะนำของมาแลกเปลี่ยนบ้างเหมือนกัน

ㅤ
[ฟู่ซีโจว: ทุกท่านไม่ต้องเสียดายไปครับ วันข้างหน้ายังมีโอกาสอีกแน่นอน ทางฝั่งผมยังมีเหรียญเงินหยวนต้าโถวและของเก่าอีกพอสมควร หากถึงเวลาที่ผมมีความจำเป็นต้องใช้เสบียง ผมจะนำออกมาแลกเปลี่ยนอีกครั้ง หวังว่าทุกคนจะคอยให้การสนับสนุนกันเรื่อยๆ นะครับ]
ㅤ
หลังจากส่งข้อความเสร็จสิ้น เขาก็ไม่ได้สนใจเปิดดูความเคลื่อนไหวในกลุ่มอีกต่อไป ถึงอย่างไรเสีย เมื่อการเตรียมของแลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์ ระบบก็ย่อมจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้เขารับรู้อยู่ดี
ㅤ
เมื่อจัดการเรื่องยาถ่ายเรียบร้อยแล้ว ฟู่ซีโจวก็มุ่งหน้าไปยังสหกรณ์การเกษตรและจัดการซื้อเหล้าเหมาไถมาสองขวด พร้อมด้วยเหล้าขาวแบ่งขายอีกสองจิน จากนั้นจึงหมุนตัวเดินตรงเข้าไปยังที่ทำการไปรษณีย์ซึ่งตั้งอยู่ติดกัน
ㅤ
เขาจัดการกว้านซื้อแสตมป์ทุกรุ่นทุกแบบเท่าที่จะสามารถหาซื้อได้ในเวลานี้มาจนหมดเกลี้ยง
ㅤ
ทว่าพฤติกรรมการกว้านซื้ออย่างบ้าคลั่งของเขากลับสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับพนักงานไปรษณีย์ไม่น้อย “สหายน้อย... คุณจะซื้อแสตมป์มากมายก่ายกองขนาดนี้ไปทำไมกัน?”
ㅤ
ฟู่ซีโจวเตรียมคำอธิบายไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาจึงตอบกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติว่า “พอดีผมกำลังจะต้องลงพื้นที่ไปเป็นปัญญาชนในชนบทน่ะครับ ก็เลยอยากจะแลกเงินที่มีเป็นแสตมป์เก็บไว้ พวกหัวขโมยจะได้ไม่ต้องมาคอยจ้องฉกชิงไป แถมถึงเวลาที่ต้องส่งจดหมายกลับมาหาที่บ้านในเมือง มันก็ยังหยิบจับมาใช้งานได้ทันทีด้วย”
ㅤ
พนักงานไปรษณีย์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจและคล้อยตามเหตุผลนั้น จึงไม่ได้เอ่ยปากซักไซ้ไล่เลียงอะไรให้มากความอีก
ㅤ
หลังจากจัดการซื้อแสตมป์จนเสร็จสรรพ ฟู่ซีโจวก็ตั้งใจจะเดินทางกลับบ้าน ทว่าในระหว่างที่เดินผ่านสถานีรับซื้อของเก่าอยู่นั้น จู่ๆ ภายในหัวของเขาก็พลันนึกถึงเหตุการณ์สำคัญยิ่งยวดที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า... นั่นก็คือการฟื้นฟูระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือ 'เกาเข่า'
ㅤ
ซึ่งอายุของน้องชายและน้องสาวของเขานั้น อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมพอดีกับการสอบครั้งสำคัญนี้
ㅤ
ในชาติก่อน น้องชายและน้องสาวของเขาล้วนมีผลการเรียนที่ยอดเยี่ยมเหนือใคร ทว่ากลับต้องเผชิญกับโชคชะตาอันเลวร้ายจากการถูกส่งตัวลงชนบท จนท้ายที่สุดพวกเขาก็ต้องสูญเสียโอกาสในการเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไปอย่างน่าเสียดาย
ㅤ
แต่ในชาตินี้... ในเมื่อมีเขาเป็นคนคอยพลิกเปลี่ยนชะตากรรมของครอบครัว หากน้องชายและน้องสาวตั้งใจทบทวนตำราเรียนอย่างหนัก รอจนกระทั่งถึงวันที่ครอบครัวได้รับการล้างมลทินและได้กลับคืนสู่เมือง พวกเขาก็จะสามารถก้าวเข้าสู่สนามสอบเกาเข่าได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ㅤ
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฟู่ซีโจวก็เปลี่ยนทิศทางฝีเท้าทันที ชายหนุ่มก้าวเดินตรงเข้าไปยังสถานีรับซื้อของเก่า
ㅤ
เขาจัดการยื่นบุหรี่ต้าเฉียนเหมินซองหนึ่งให้กับชายชราผู้ดูแลสถานีเพื่อเป็นการเบิกทาง จากนั้นก็เริ่มลงมือคุ้ยหาของในกองหนังสือและหนังสือพิมพ์เก่าฝุ่นเขรอะอย่างตั้งอกตั้งใจ
ㅤ
หลังจากลงแรงค้นหาอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดเขาก็สามารถรวบรวมตำราเรียนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 มาได้ครบชุดเสียที
ㅤ
แม้นว่าสภาพภายนอกของมันจะดูเก่าคร่ำคร่าและมีรอยขาดหลุดลุ่ยไปบ้าง ทว่าเนื้อหาความรู้ที่อัดแน่นอยู่ภายในกลับยังคงครบถ้วนสมบูรณ์ไร้รอยตำหนิ
ㅤ
ทางด้านชายชราผู้ดูแลสถานี เมื่อเห็นแก่บุหรี่ต้าเฉียนเหมินที่ได้รับมา เขาจึงคิดเงินค่าน้ำใจเพียงแค่สองเหมาเท่านั้น ก่อนจะปล่อยให้ชายหนุ่มหอบหนังสือทั้งหมดกลับไปได้อย่างง่ายดาย
ㅤ
ทันทีที่ก้าวพ้นออกจากประตูสถานีรับซื้อของเก่า กองหนังสือในมือทั้งหมดก็ถูกสูบเข้าไปเก็บรักษาไว้ในมิติลับอย่างรวดเร็ว
ㅤ
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังแทรกขึ้นมาในหัว: [โฮสต์... เถ้าแก่หวังเขียงหมูได้เตรียมสิ่งของเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ไม่ทราบว่าท่านต้องการยืนยันการแลกเปลี่ยนในตอนนี้เลยหรือไม่?]
ㅤ
หัวใจของฟู่ซีโจวเต้นกระหน่ำด้วยความยินดีปรีดา เขาตอบรับในใจทันที: [ยืนยันการแลกเปลี่ยน]
ㅤ
สิ้นคำสั่งยืนยัน แสตมป์ชุดฉลองครบรอบห้าสิบปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ที่เก็บซ่อนอยู่ในมิติก็พลันอันตรธานหายวับไป ชั่วพริบตาต่อมา ข้าวสารห้าร้อยจินและแป้งสาลีขัดขาวอีกห้าร้อยจินก็ปรากฏขึ้นมากองพะเนินเทินทึกอยู่ภายในมิติ พร้อมกับยาถ่ายอีกหนึ่งห่อที่ถูกแถมพ่วงมาด้วย
ㅤ
เมื่อทอดสายตามองกองข้าวสารและแป้งสาลีที่บัดนี้กินพื้นที่ในมิติไปแล้วกว่าครึ่ง ฟู่ซีโจวก็อดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีเหลือเกินที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ตัดสินใจนำเอาชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้หวงฮวาหลี่ไปแลกเปลี่ยนเป็นเสบียง มิเช่นนั้นแล้ว พื้นที่ในมิติอันน้อยนิดนี้คงไม่มีทางรองรับของทั้งหมดได้อย่างแน่นอน
ㅤ
สถานการณ์เฉพาะหน้าในตอนนี้ สิ่งที่เขาต้องเร่งลงมือทำอย่างเร่งด่วนที่สุดก็คือการอัปเกรดขยายพื้นที่มิติของระบบให้กว้างขวางขึ้น!
ㅤ
เสียงกลไกของระบบดังขึ้นรายงานผล: [ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ การแลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์ ท่านได้รับพลังงาน 5,000 แต้ม]
ㅤ
[สถานะพลังงานปัจจุบัน: 5,009 แต้ม การอัปเกรดระบบต้องการใช้พลังงาน 5,000 แต้ม ไม่ทราบว่าโฮสต์ต้องการดำเนินการอัปเกรดระบบหรือไม่?]
ㅤ
[อัปเกรดเลย!] ฟู่ซีโจวตอบกลับไปอย่างไม่ลังเล นัยน์ตาทอประกายแห่งความคาดหวังอย่างเปี่ยมล้น
ㅤ
เพียงไม่กี่อึดใจ เสียงประกาศจากระบบก็ดังก้องขึ้นอีกครั้ง: [ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ การอัปเกรดระบบเสร็จสมบูรณ์ ท่านได้รับรางวัลเป็น 'น้ำยาบำรุงร่างกายระดับต้น' จำนวน 1 หลอด คำเตือน: สินค้าที่ระบบมอบให้เป็นรางวัล ไม่สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนได้ และสามารถใช้งานได้เฉพาะในห้วงมิติเวลาปัจจุบันเท่านั้น]
ㅤ
[สถานะปัจจุบัน: ระบบเลเวล 2 (พลังงานคงเหลือ 9 แต้ม) ระบบได้ทำการเปิดใช้งาน 'ฟังก์ชันร้านค้า' ให้กับโฮสต์เรียบร้อยแล้ว คำแนะนำเพิ่มเติม: การอัปเกรดระบบเป็นเลเวล 3 จำเป็นต้องใช้พลังงาน 10,000 แต้ม ซึ่งจะมาพร้อมกับการปลดล็อกฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก ขอให้โฮสต์หมั่นทำการแลกเปลี่ยนสิ่งของ เพื่อสะสมพลังงานให้มากยิ่งขึ้น]
ㅤ
ทว่าในตอนนี้ ฟู่ซีโจวแทบจะไม่ได้ยินเสียงบรรยายสรรพคุณในช่วงท้ายของระบบอีกต่อไปแล้ว เพราะเบื้องหน้าของเขากลับปรากฏหน้าจอโปร่งแสงของระบบร้านค้าลอยเด่นขึ้นมาบดบังสายตา
ㅤ
ภายในหน้าร้านค้านั้นเต็มไปด้วยสินค้าแปลกประหลาดมหัศจรรย์มากมายวางจำหน่ายเรียงราย ไม่ว่าจะเป็นผ้าคลุมล่องหน น้ำยาเสริมพละกำลัง และอื่นๆ อีกจิปาถะ แม้กระทั่งน้ำยาบำรุงร่างกายระดับต้นที่ระบบเพิ่งจะมอบให้เขาเป็นของรางวัลเมื่อครู่นี้ ก็ยังมีวางขายอยู่ด้วยเช่นกัน
ㅤ
[ระบบ... เจ้าน้ำยาบำรุงร่างกายระดับต้นขวดนี้มันมีสรรพคุณอะไรบ้าง?]
ㅤ
ระบบตอบกลับทันที: [โฮสต์สามารถแตะที่รูปภาพสินค้า เพื่อดูรายละเอียดและคู่มือการใช้งานได้เลยครับ]
ㅤ
ฟู่ซีโจวใช้นิ้วแตะลงไปเบาๆ ชั่วพริบตาเดียว ข้อความอธิบายสรรพคุณของน้ำยาบำรุงร่างกายระดับต้นก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า
ㅤ
[น้ำยาบำรุงร่างกายระดับต้น: วิธีใช้: สามารถดื่มหัวเชื้อเข้มข้นได้โดยตรง หรือนำไปเจือจางกับน้ำก่อนดื่ม สรรพคุณ: ช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูสภาพร่างกายของผู้ใช้ให้แข็งแกร่งขึ้น (ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไปตามระดับความเข้มข้นที่บริโภค) และในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน มันยังสามารถใช้เพื่อยื้อชีวิตผู้ป่วยได้ชั่วคราวอีกด้วย]
ㅤ
นัยน์ตาของฟู่ซีโจวเบิกกว้างเป็นประกายวาววับ นี่มันของวิเศษชั้นยอดชัดๆ!
ㅤ
ทว่าเมื่อเขากวาดสายตากลับไปมองยังหน้าจอร้านค้าอีกครั้ง และพบว่าสินค้าทุกชิ้นล้วนต้องใช้แต้มพลังงานในการแลกซื้อทั้งสิ้น ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมายืดยาว ด้วยพลังงานอันน้อยนิดเพียงแค่ 9 แต้มที่เหลือติดตัวอยู่ในตอนนี้ เขาไม่สามารถซื้อหาอะไรได้เลยสักอย่างเดียว
ㅤ
หากปรารถนาที่จะแลกเปลี่ยนสิ่งของกับผู้อื่นเพื่อกอบโกยพลังงานมาให้ได้มากๆ เขาก็มีความจำเป็นที่จะต้องเสาะแสวงหาของล้ำค่าระดับแรร์ไอเทมมาให้ได้เสียก่อน เพราะหากเป็นเพียงแค่อาหารการกินหรือของใช้ธรรมดาสามัญทั่วไป คนในยุคอนาคตย่อมไม่มีทางสนใจอยากจะแลกเปลี่ยนด้วยอย่างแน่นอน เรื่องนี้คงต้องค่อยเป็นค่อยไป จะใจร้อนผลีผลามไม่ได้เด็ดขาด
ㅤ
ฟู่ซีโจวเดินเท้ากลับมาจนถึงบ้านสกุลหลิน
ㅤ
ก่อนจะก้าวเท้าเข้าประตูไป เขาก็ชะโงกหน้ามองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครแอบสังเกตการณ์อยู่ ชายหนุ่มจึงจัดการเสกเหล้าเหมาไถสองขวดที่เพิ่งซื้อมาออกจากมิติมาถือไว้ในมือ แล้วจึงผลักประตูเดินเข้าไปด้านใน
ㅤ
ทันทีที่บานประตูเปิดออก กลิ่นหอมฉุยของเนื้อตุ๋นก็ลอยมาเตะจมูกเข้าอย่างจัง
ㅤ
เมื่อหลินต้าจวินเหลือบไปเห็นขวดเหล้าเหมาไถในมือของเขา นัยน์ตาของชายชราก็เบิกกว้างทอประกายวาววับราวกับเห็นทองคำ “ซีโจว... นี่แกลงทุนซื้อเหล้าเหมาไถมาเลยเชียวหรือ?”
ㅤ
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้วครับ ก็เราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่หรือว่าจะดื่มด้วยกันสักหน่อย? ผมมาลองคิดดูแล้ว... ในเมื่อผมเพิ่งได้เงินก้อนโตมาตั้งมากมายขนาดนั้น จะไม่เจียดเงินไปซื้อเหล้าชั้นเลิศมาเลี้ยงดูปูเสื่อคุณลุงหลินสักสองขวดได้อย่างไรกัน?”
ㅤ
หลินต้าจวินตะหงิดใจอยู่ลึกๆ ว่าคำพูดของฟู่ซีโจวฟังดูทะแม่งๆ ชอบกล ทว่าในยามนี้ พื้นที่ในสมองของเขาถูกครอบงำด้วยความกระหายในรสชาติของเหล้าเหมาไถไปจนหมดสิ้นแล้ว จึงไม่ได้นึกเอะใจอะไรให้มากความ ได้แต่ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่พลางพยักหน้ารับรัวๆ “ใช่ๆ... แกนี่มันเป็นเด็กดี กตัญญูรู้คุณจริงๆ”
ㅤ
หลินเจี้ยนเยี่ยลอบกลอกตาขึ้นบนอย่างเอือมระอา พลางก่นด่าฟู่ซีโจวอยู่ในใจว่าช่างเสแสร้งเก่งเสียจริง คำพูดคำจาช่างปั้นแต่งซะสวยหรูดูดี แต่ท้ายสุดที่แล้ว เงินที่แกเอาไปผลาญซื้อเหล้า มันก็เป็นเงินของครอบครัวหลินของพวกฉันไม่ใช่หรือไง!
ㅤ
ทางด้านจ้าวชุนฮวาที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย หล่อนก็ชะโงกหน้าออกมาจากห้องครัว ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับขวดเหล้าเหมาไถทั้งสองขวดในมือของฟู่ซีโจว หัวใจของหล่อนก็เจ็บปวดรวดร้าวราวกับถูกมีดกรีด นี่มันเงินหยาดเหงื่อแรงกายของหล่อนทั้งนั้นที่ถูกเอาไปถลุงเล่น!
ㅤ
จ้าวชุนฮวาแทบอยากจะพุ่งตัวเข้าไปกระชากเงินทั้งหมดกลับคืนมาใจจะขาด ทว่าเพื่อให้แผนการร้ายในค่ำคืนนี้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น หล่อนจึงจำต้องสะกดกลั้นอารมณ์โกรธเกรี้ยวเอาไว้สุดฤทธิ์ แสร้งปั้นหน้าตำหนิติเตียนด้วยความหวังดี “อาโจวเอ๊ย... ทำไมถึงได้อุตริไปซื้อเหล้าราคาแพงหูฉี่แบบนั้นมาล่ะลูก? ถึงจะมีเงินเยอะแยะ ก็ใช่ว่าจะสามารถเอามาถลุงเล่นสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้ได้นะ รีบเอาไปคืนที่ร้านซะเถอะ”
ㅤ
ฟู่ซีโจวจ้องมองท่าทีเสแสร้งแกล้งทำของจ้าวชุนฮวา ทั้งที่ในใจหล่อนคงอยากจะสับเขาให้เป็นหมื่นๆ ชิ้นด้วยซ้ำ ชายหนุ่มรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก จึงแกล้งเอ่ยปากตอบกลับไปว่า “ก็คุณลุงหลินท่านชื่นชอบเหล้านี้นี่นา? ขอแค่ท่านได้ดื่มด่ำอย่างมีความสุข จะต้องหมดเงินไปสักเท่าไหร่ มันก็คุ้มค่าแล้วล่ะครับ”
ㅤ
“ใช่ๆ ซีโจวพูดถูกเผงเลย” หลินต้าจวินรีบเออออห่อหมกสนับสนุนทันควัน ในใจของเขาแทบจะทนรอไม่ไหว อยากจะงัดฝาขวดเปิดลิ้มลองรสชาติมันเสียเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ
ㅤ
“เหล้าชั้นเลิศแบบนี้ คนธรรมดาสามัญอย่างพวกเรา ใช่ว่าจะมีโอกาสได้ลิ้มรสกันง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ ระดับผู้นำระดับสูงนู่นถึงจะได้กิน การที่วันนี้ฉันได้มีวาสนาดื่มมัน ก็ถือเป็นลางดีสุดๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง... พรุ่งนี้ฉันอาจจะได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้ากับเขาบ้างก็ได้ ใครจะไปรู้ฮ่าๆ!”
ㅤ
ฟู่ซีโจวแค่นเสียงหัวเราะหยันในใจ ชาติหน้าหลินต้าจวินจะได้เกิดมามียศมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าคนหรือไม่ เขาไม่อาจล่วงรู้ได้หรอก... แต่ที่แน่ๆ ในชาตินี้ ไอ้แก่สารเลวนี่จะไม่มีวันได้เสวยสุขเป็นหัวหน้าใครอย่างเด็ดขาด!
ㅤ
หลินเจี้ยนเยี่ยเองก็ห่างหายจากการร่ำสุรามาพักใหญ่แล้ว พอเห็นเหล้าตรงหน้าก็เกิดอาการเปรี้ยวปากขึ้นมาตงิดๆ เขาจึงรีบพูดเสริมขึ้นมาว่า “ที่พ่อพูดมาก็ถูกน่ะแม่ เหล้านี้มันรสชาติดีจะตายไป ในเมื่อซื้อมาแล้ว แม่ก็เลิกบ่นจู้จี้จุกจิกสักทีเถอะรีบไปทำกับข้าวให้เสร็จเร็วๆ เข้าสิ พวกเราจะได้มาตั้งวงก๊งเหล้ากัน”
ㅤ
เมื่อเห็นว่าทั้งสามีและลูกชายต่างก็เข้าข้างกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย จ้าวชุนฮวาก็ทำได้เพียงแค่สบถด่าทออยู่ในใจ ก่อนจะสะบัดก้นเดินกระฟัดกระเฟียดกลับเข้าครัวไปทำอาหารต่อ
ㅤ
เมื่อกับข้าวถูกยกมาตั้งเรียงรายจนเต็มโต๊ะ ฟู่ซีโจวก็คว้าขวดเหล้าเหมาไถขวดหนึ่งแล้วหยัดกายลุกขึ้นยืน “เดี๋ยวผมจัดการรินเหล้าให้ทุกคนเองครับ”
ㅤ
จ้าวชุนฮวารีบเอ่ยปากท้วงขึ้นมาทันที “อาโจว... รินเผื่อแม่ด้วยสักจอกสิลูก” ในเมื่อเสียเงินซื้อมาแพงหูฉี่ขนาดนี้แล้ว ยังไงเสียหล่อนก็ต้องขอลิ้มลองรสชาติของมันดูสักหน่อยว่าจะวิเศษวิโสสักแค่ไหน
ㅤ
หลินจือจือเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า “พี่คะ ฉันก็อยากลองชิมเหมือนกัน”
ㅤ
“ได้เลย!” ฟู่ซีโจวฉีกยิ้มกว้างรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงเข้าไปในห้องครัว
ㅤ
ดื่มกันให้อร่อยเหาะไปเลยนะ... เดี๋ยวพอถึงเวลาที่มันพรั่งพรูไหลทะลักออกมาเป็นสายน้ำ รับรองว่าจะต้องบันเทิงเริงใจสุดๆ ไปเลยละ!
ㅤ
ทันทีที่ก้าวพ้นกรอบประตูครัว ฟู่ซีโจวก็จัดการรินเหล้าขาวแบ่งขายราคาถูกที่เพิ่งไปซื้อมาจากสหกรณ์การเกษตรลงในแก้วของพวกครอบครัวหลินอย่างรวดเร็ว เหมาไถงั้นหรือ?... สารเลวอย่างพวกมัน ไม่มีค่าพอจะได้แตะต้องของล้ำค่าพรรณนั้นหรอก!
ㅤ
หลังจากรินเหล้าเสร็จสรรพ เขาก็จัดการเทผงยาถ่ายสูตรเด็ดที่ได้รับมาจากเถ้าแก่หวัง ผสมลงไปในแก้วเหล้าของแต่ละคนจนหมดเกลี้ยง
ㅤ
ทันทีที่แก้วเหล้าถูกยกมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ หลินต้าจวินก็ไม่รอช้า รีบยกแก้วขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมด พลางเดาะลิ้นจั๊บๆ ลิ้มรสชาติ
ㅤ
“รสชาติของเหล้านี้มัน...” ทำไมเขาถึงรู้สึกว่ารสชาติของมันก็ไม่ต่างอะไรกับเหล้าขาวแบ่งขายราคาถูกที่เคยกินอยู่เป็นประจำเลยล่ะ? หรือว่ารสชาติที่แท้จริงของเหล้าเหมาไถมันก็เป็นแบบนี้นี่เอง?
ㅤ
หลินต้าจวินฝืนใจยกแก้วขึ้นจิบอีกสองสามอึก ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มราวกับเพิ่งได้ลิ้มรสสุราอมฤตจากสรวงสวรรค์ “อืม... รสชาติดีเยี่ยมสมคำร่ำลือจริงๆ สมแล้วที่เป็นถึงเหล้าเหมาไถ!”
ㅤ
หลินเจี้ยนเยี่ยเองก็ยกแก้วขึ้นจิบไปหนึ่งอึก ทว่าหัวคิ้วของเขากลับขมวดเข้าหากันจนเป็นปม นี่มันเหล้าเหมาไถจริงหรอ? ทำไมเขากลับรู้สึกว่ารสชาติของมันช่างแตกต่างจากที่เขาเคยลิ้มลองในอดีตลิบลับเลยล่ะ?
ㅤ
“รสชาติของเหล้าขวดนี้มันทะแม่งๆ อยู่นะเนี่ย?” หลินเจี้ยนเยี่ยเอ่ยถามขึ้นอย่างเคลือบแคลงใจ พลางปรายตามองไปทางฟู่ซีโจว “นี่นายแอบไปซื้อเหล้าขาวแบ่งขายราคาถูกมาหลอกต้มพวกเราหรือเปล่า?”
ㅤ
“นี่แหละเหล้าเหมาไถของแท้” ฟู่ซีโจวตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
ㅤ
“ถ้าอย่างนั้น ทำไมรสชาติมันถึงได้แตกต่างจากที่ฉันเคยกินเมื่อก่อนขนาดนี้ล่ะ?”
ㅤ
ฟู่ซีโจวสวนกลับทันควัน “ที่นายเคยได้กินตอนนั้น คงจะเป็นเหล้าเหมาไถเกรดพรีเมียมที่ผลิตมาเพื่อแจกจ่ายเฉพาะกลุ่มผู้นำระดับสูงสินะ?”
ㅤ
ในช่วงเวลาที่ตระกูลฟู่ยังรุ่งเรืองเฟื่องฟู มีผู้คนมากมายหน้าไหว้หลังหลอกแห่แหนกันเข้ามาประจบสอพลอจนหัวกระไดไม่แห้ง แม้กระทั่งเหล้าก็ยังไม่ต้องควักเงินซื้อเองเลยด้วยซ้ำ เพราะสุราที่ได้ลิ้มรสล้วนเป็นของชั้นเลิศที่ถูกส่งมาบรรณาการถึงหน้าประตูบ้านทั้งสิ้น
ㅤ
“เอ่อออ... ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นมั้งนะ”
ㅤ
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่แปลกหรอก ของเกรดพรีเมียมสำหรับผู้นำ กับของที่วางขายตามสหกรณ์ทั่วไป รสชาติมันจะไปเหมือนกันได้ยังไง?”
ㅤ
ฟู่ซีโจวคีบเนื้อชิ้นโตเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ พลางเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ “แต่ถ้าพวกคุณคิดว่ารสชาติมันห่วยแตกกลืนไม่ลงล่ะก็... ส่งมาให้ผมจัดการเองทั้งหมดเลยก็ได้นะ”
ㅤ
เมื่อคนในครอบครัวหลินได้ยินดังนั้น ต่างก็รีบยกถ้วยเหล้าของตัวเองขึ้นกระดกอึกใหญ่ราวกับกลัวว่าจะถูกแย่งชิงไป เกรงว่าหากดื่มน้อยไปสักอึกเดียว ตัวเองจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ㅤ
ฟู่ซีโจวยกจอกเหล้าเหมาไถของแท้ที่เขารินแยกไว้ต่างหากขึ้นมาจิบเบาๆ พลางทอดสายตามองดูสมาชิกครอบครัวจอมละโมบทั้งสี่คน....


ดื่มกันเข้าไปให้เยอะๆ เถอะ... ถึงมันจะไม่รุนแรงจนถึงขั้นตาย แต่มันก็คงจะช่วยรีดเอาความเลวทรามต่ำช้าที่เน่าเหม็นอยู่ในท้องของพวกแกออกมาได้บ้างล่ะนะ!

ㅤ
สรุปแล้ว ครอบครัวหลินทั้งสี่คนต่างก็สวาปามเหล้าขาวแบ่งขายไปจนหมดเกลี้ยงถึงสองจิน พร้อมด้วยยาถ่ายเต็มๆ อีกหนึ่งห่อใหญ่ที่ผสมคลุกเคล้าอยู่ในนั้น
ㅤ
หลังจากจัดการอาหารมื้อค่ำเสร็จสิ้น นัยน์ตาของหลินต้าจวินก็กลอกกลิ้งไปมาอย่างมีเลศนัย ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากตะล่อมถามข้อมูลบางอย่างจากฟู่ซีโจว ทันใดนั้น เสียง 'โครกคราก' ก็ดังสนั่นลั่นมาจากช่องท้องของเขา สีหน้าของชายชราพลันชะงักงันแข็งค้างไปในทันที

.............................