LNCrawler

บทที่ 93 ซื้อที่ดินสร้างบ้าน...

คุณชายนายทุนเกิดใหม่ กวาดสมบัติบ้านศัตรูจนเกลี้ยง แล้วลงชนบท — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 93 ซื้อที่ดินสร้างบ้าน...


‎หวังต้าเกินก้าวเดินออกมาพลางขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยเสียงเข้มว่า “แม่ของไหลจื่อ! จะพูดจาปรักปรำใครมันก็ต้องมีหลักฐานนะ! เธอเอาตาข้างไหนไปเห็นว่าสหายปัญญาชนฟู่เป็นคนทำ?”
‎
“ฉัน...” แม่ของหวังไหลจื่อถึงกับสะอึกจนพูดไม่ออก ครั้นเห็นว่าไม่มีชาวบ้านคนไหนยอมออกโรงช่วยเหลือตนเลยสักคนเดียว เธอก็แผดเสียงร้องไห้โฮออกมาอีกระลอก ก่อนจะตวาดแหว “พวกแกทุกคนคงจะรับเงินปิดปากจากไอ้เด็กนรกฟู่ซีโจวไปหมดแล้วล่ะสิ! คอยดูเถอะ ฉันจะไปฟ้องตำรวจให้มาจัดการพวกแก!”
‎
สิ้นคำประกาศกร้าว แม่ของหวังไหลจื่อก็ทำท่าจะสะบัดหน้ามุ่งตรงไปยังคอมมูนเพื่อแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
‎
ทว่าในจังหวะที่เดินกระแทกส้นเท้าผ่านหน้าฟู่ซีโจวไปนั้น หญิงวัยกลางคนก็ไม่วายหันมาถลึงตาถมึงทึงใส่พลางกัดฟันขู่ฟ่อ “ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ตัวดี! ฉันไม่มีทางปล่อยแกเอาไว้แน่!”
‎
ฟู่ซีโจวเพียงแค่ยืนนิ่งเฉย ไม่ได้เอ่ยปากโต้ตอบอะไรกลับไปแม้แต่ครึ่งคำ
‎
หวังต้าเกินเองก็คร้านที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือตามล้างตามเช็ดปัญหาของแม่ของหวังไหลจื่อเช่นกัน ในเมื่อไอ้ไหลจื่อมันสร้างศัตรูเอาไว้มากมายก่ายกองปานนั้น ดีไม่ดีอาจจะเป็นครอบครัวของหญิงสาวบ้านไหนสักหลังที่เคยถูกมันย่ำยีรังแก ทนเก็บความแค้นเอาไว้ไม่ไหวจนต้องแอบมาลงมือล้างแค้นอย่างโหดเหี้ยมก็เป็นได้
‎
คล้อยหลังแม่ของหวังไหลจื่อที่เดินจากไปจนลับสายตา หวังต้าเกินก็กระแอมไอเคลียร์ลำคอเล็กน้อย ก่อนจะหันไปประกาศเสียงดังฟังชัดกับบรรดาชาวบ้านทุกคนที่มารวมตัวกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้ “ในเมื่อตอนนี้พวกเราทุกคนก็มารวมตัวกันอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว ฉันก็มีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งอยากจะประกาศให้ทุกคนได้รับรู้โดยทั่วกัน”
‎
“สหายปัญญาชนฟู่มีลู่ทางในการจัดหาเมล็ดพันธุ์โสมชั้นดีมาได้ และเขาก็กำลังเตรียมวางแผนเอาไว้ว่า พอถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีหน้า เขาจะเป็นแกนนำพาชาวบ้านทั้งหมู่บ้านของเราลงมือปลูกโสมด้วยกัน! ซึ่งนี่ถือว่าเป็นโอกาสทองครั้งสำคัญ ที่จะช่วยให้พวกเราทุกคนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว!”
‎
ทันทีที่ประโยคบอกเล่าอันน่าตื่นตะลึงนั้นหลุดออกจากปาก ฝูงชนชาวบ้านก็พลันแตกฮือ ส่งเสียงเซ็งแซ่ระเบิดความฮือฮาขึ้นมาในพริบตา
‎
“หา! อะไรนะ? ปลูกโสมอย่างนั้นหรือ!”
‎
“นี่พูดจริงหรือพูดเล่นกันเนี่ย! โสมป่าน่ะเป็นของล้ำค่าหายากดั่งทองคำเชียวนะ! ว่ากันว่ามันจะขึ้นเฉพาะบนภูเขาลึกไม่ใช่หรือไง?”
‎
“โธ่เอ๊ย... เเกนี่มันซื่อบื้อจริงๆ! โสมบนภูเขามันก็ต้องเติบโตมาจากเมล็ดพันธุ์เหมือนกันนั่นแหละ! แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ... ปัญญาชนฟู่คนนี้สามารถไปหาเมล็ดพันธุ์ล้ำค่าพวกนั้นมาได้จริงๆ งั้นหรือ?”
‎
หวังต้าเกินรีบเปล่งเสียงดังกังวานเพื่อระงับความแตกตื่น “ต้องเป็นเรื่องจริงอยู่แล้วสิ! สหายปัญญาชนฟู่ไม่ได้แค่มีปัญญาหาเมล็ดพันธุ์โสมมาได้เท่านั้นนะ แต่เขายังยินดีที่จะคอยชี้แนะและนำพาพวกเราเพาะปลูกไปพร้อมๆ กันอีกด้วย! แม้ว่าระยะเวลาในการเจริญเติบโตของต้นโสมจะค่อนข้างยาวนานไปสักหน่อย ทว่าหากเราฟูมฟักดูแลจนมันเติบโตเต็มที่แล้วนำไปขายล่ะก็ มันจะสามารถพลิกฟื้นชะตาชีวิตของชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านเซี่ยงหยางให้ร่ำรวยเป็นเศรษฐีได้อย่างแน่นอน! ก่อนหน้านี้ในมณฑลข้างเคียงก็เคยมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งทดลองปลูกโสมในระดับเล็กๆ มาแล้ว แล้วลองทายดูสิว่าผลลัพธ์เป็นยังไง? ตอนนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นต่างก็มีเงินทองสร้างบ้านอิฐหลังคากระเบื้องอยู่กันถ้วนหน้าแล้วน่ะสิ!”
‎
แน่นอนว่าบรรดาชาวบ้านย่อมเชื่อถือในคำพูดของหัวหน้าฝ่ายผลิตอย่างสนิทใจ เมื่อได้ยินถึงอนาคตอันแสนหอมหวาน สายตาทุกคู่จึงต่างพากันจับจ้องมองไปยังฟู่ซีโจวด้วยความเลื่อมใสศรัทธาและความคาดหวังอันร้อนแรง
‎
หวังต้าเกินไม่รอช้า รีบเอ่ยประกาศเรื่องสำคัญลำดับถัดไปในทันที “และก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือสหายปัญญาชนฟู่มีความประสงค์ที่อยากจะขอซื้อที่ดินสักแปลงในหมู่บ้านของเรา เพื่อปลูกสร้างบ้านพักอาศัย”
‎
“และที่สำคัญที่สุดก็คือ... เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องเดินทางกลับคืนสู่เมืองหลวง บ้านหลังนั้นก็จะตกเป็นทรัพย์สินส่วนรวมของหมู่บ้านเราโดยสมบูรณ์! ดังนั้น ทางคณะกรรมการหมู่บ้านจึงได้ลงมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ ว่าจะอนุมัติจัดสรรที่ดินสำหรับสร้างบ้านให้แก่เขาสักหนึ่งแปลง!”
‎
เมื่อชาวบ้านได้รับทราบเงื่อนไขดังกล่าว ต่างก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้และไม่มีใครคิดจะคัดค้านเลยแม้แต่น้อย
‎
เพราะอันที่จริงแล้ว ในพื้นที่หมู่บ้านก็ยังมีที่ดินรกร้างว่างเปล่าเหลือเฟืออีกตั้งมากมาย ซ้ำร้ายท้ายที่สุดบ้านที่ถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงามก็จะตกเป็นสมบัติส่วนรวมของหมู่บ้านอีกต่างหาก เรื่องดีงามที่ได้ผลประโยชน์กันเห็นๆ แบบนี้ จะไปหาจากที่ไหนได้อีกเล่า?
‎
“พวกเราเห็นด้วยอย่างยิ่งเลย!”
‎
“ถูกต้อง! อนุมัติที่ดินให้สหายปัญญาชนฟู่ไปเลย!”
‎
“ถ้าใครหน้าไหนกล้าคัดค้านล่ะก็ ถือว่ามันผู้นั้นจงใจตั้งตัวเป็นศัตรูกับคนทั้งหมู่บ้าน!”
‎
เมื่อเห็นพ้องต้องกันและไม่มีใครมีข้อโต้แย้งใดๆ แล้ว หวังต้าเกินจึงหันไปฉีกยิ้มกว้างให้ฟู่ซีโจวพลางเอ่ยชวน “ปัญญาชนฟู่ ถ้าอย่างนั้นนายก็ตามฉันมาทางนี้เถอะ เราไปเลือกดูที่ดินกันก่อนดีกว่า”
‎
“ตกลงครับ...”
‎
เมื่อเดินเข้ามาถึงภายในสำนักงานฝ่ายผลิต หวังต้าเกินก็จัดการกางแผนที่ฉบับเก่าคร่ำคร่าของหมู่บ้านลงบนโต๊ะ “ปัญญาชนฟู่ นายลองดูเอาเองเลยนะ ว่าอยากจะเลือกทำเลตรงไหน?”
‎
ฟู่ซีโจวก้มลงพิจารณาและศึกษาแผนที่อยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลือกที่ดินแปลงหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ติดกับบ้านของตาเฒ่าหวัง
‎
“หัวหน้าฝ่ายผลิตครับ ผมขอเลือกที่ดินแปลงนี้ก็แล้วกันครับ”
‎
“เอาล่ะ ได้สิ! แต่ว่านะ... สำหรับที่ดินแปลงนี้ นายจะต้องจ่ายเงินบำรุงเข้ากองทุนหมู่บ้านเป็นจำนวนเงินหนึ่งร้อยหยวน นายคิดว่ายังไง...”
‎
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล ชายหนุ่มล้วงกระเป๋าหยิบเงินจำนวนนั้นออกมาจ่ายรวดเดียวจบอย่างใจป้ำและตรงไปตรงมาสุดๆ
‎
หวังต้าเกินรับเงินมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเบิกบานใจ เขารีบจัดการเขียนใบเสร็จรับเงินให้อย่างรวดเร็วพลางเอ่ยอย่างอารมณ์ดี “เรียบร้อย! ตอนนี้ที่ดินผืนนี้ก็ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายอย่างเป็นทางการแล้ว”
‎
“แล้วก็นะ อีกเพียงแค่ไม่ถึงสองวัน ฤดูกาลเก็บเกี่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว พอถึงตอนนั้น เราก็จะสามารถเริ่มลงเสาเข็มสร้างบ้านของนายได้เลยทันที ลองหาชาวบ้านมาช่วยกันลงแรงสักหลายๆ คนหน่อย ฉันรับรองได้เลยว่าบ้านของนายจะต้องสร้างเสร็จทันก่อนที่หิมะแรกจะตกลงมาอย่างแน่นอน... ว่าแต่ นายอยากจะสร้างเป็นบ้านดินแบบธรรมดา หรืออยากจะได้บ้านอิฐหลังคากระเบื้องล่ะ?” หวังต้าเกินเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ
‎
ฟู่ซีโจวตอบกลับไปแทบจะในทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด “ผมต้องการสร้างเป็นบ้านอิฐครับ”
‎
แม้ว่าต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างบ้านอิฐจะสูงลิ่วกว่าบ้านดินอยู่หลายช่วงตัว ทว่าฟู่ซีโจวกลับมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะทุ่มเททำทุกวิถีทางอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้คนในครอบครัวของเขาได้มีที่พักพิงอันแสนสุขสบายและได้นอนหลับอย่างอบอุ่นปลอดภัยที่สุด
‎
คำตอบนั้นทำเอาหวังต้าเกินถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ เดิมทีเขาแอบคิดประเมินเอาไว้ในใจว่า อย่างมากที่สุดชายหนุ่มตรงหน้าก็คงจะมีกำลังทรัพย์พอแค่สร้างบ้านดินธรรมดาๆ เท่านั้น
‎
“บ้านอิฐน่ะมันดีและทนทานกว่าอยู่แล้ว! แต่ทว่ามันก็จำเป็นจะต้องตระเตรียมวัสดุก่อสร้างค่อนข้างเยอะเอาการอยู่... เอาอย่างนี้ดีไหม ถ้านายไว้เนื้อเชื่อใจฉันล่ะก็ เดี๋ยวฉันจะเป็นธุระจัดการเป็นหูเป็นตาดูแลเรื่องพวกนี้ให้นายเอง” หวังต้าเกินเสนอตัวด้วยความกระตือรือร้นและเต็มใจอย่างยิ่ง
‎
เพราะอย่างไรเสีย อนาคตความเป็นอยู่ของชาวบ้านแห่งหมู่บ้านเซี่ยงหยางจะลืมตาอ้าปากร่ำรวยขึ้นมาได้หรือไม่นั้น ความหวังทั้งหมดทั้งมวลก็ล้วนฝากเอาไว้ในกำมือของฟู่ซีโจวเพียงคนเดียว
‎
ในฐานะที่เขาเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายผลิต เขาจึงไม่รังเกียจหรือรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิดที่จะต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือฟู่ซีโจวให้มากเป็นพิเศษ เพื่อเป็นการซื้อใจให้ชายหนุ่มยอมช่วยเหลือหมู่บ้านเซี่ยงหยางเป็นการตอบแทนให้มากขึ้นนั่นเอง
‎
“ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องรบกวนหัวหน้าฝ่ายผลิตช่วยเป็นธุระให้ด้วยนะครับ... อ้อ แล้วเรื่องคนงานที่จะมาก่อสร้างบ้านล่ะครับ...”
‎
หวังต้าเกินหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี “เรื่องนั้นนายวางใจได้เลย! เดี๋ยวฉันจะจัดการหาคนงานฝีมือดีมาให้เอง ในหมู่บ้านของเรามีช่างไม้ช่างปูนที่ฝีมือดีอยู่หลายคนทีเดียว แต่ก็อย่างว่าแหละนะ... พวกเขาคงไม่ได้มาลงแรงช่วยนายแบบเปล่าๆ หรอกนายจะต้องจ่ายค่าแรงให้พวกเขา แถมยังต้องรับผิดชอบเลี้ยงอาหารพวกเขาสักหนึ่งมื้อต่อวันด้วย นายคิดว่าจะมีปัญหาขัดข้องอะไรตรงไหนไหมล่ะ?”
‎
“แน่นอนครับว่าไม่มีปัญหาอะไรเลย”
‎
ฟู่ซีโจวลอบคิดในใจอย่างใจป้ำว่า... ขอเพียงแค่คนงานพวกนี้ตั้งหน้าตั้งตาทำงานและช่วยกันสร้างบ้านของเขาให้ออกมาดีที่สุด เขาก็ไม่รังเกียจเลยสักนิดที่จะจัดเตรียมอาหารเลิศรสที่มีทั้งเนื้อหมูเนื้อปลาเน้นๆ เลี้ยงดูปูเสื่อพวกเขาทุกมื้ออย่างอิ่มหนำสำราญ
‎
ก็ในมิติวิเศษของเขามีของกินของใช้ชั้นเลิศกักตุนเอาไว้ตั้งมากมายก่ายกองนี่นา!
‎
และถึงแม้ว่าจะไม่สะดวกนำของจากในมิติออกมาใช้ก็ตามที ทว่าด้วยทักษะการต่อสู้และฝีมืออันเก่งกาจของเขาในตอนนี้ การจะแวะขึ้นเขาไปล่ากระต่ายป่าหรือจับไก่ฟ้ามาทำเป็นอาหารเลี้ยงคนงาน ก็ถือว่าเป็นเรื่องกล้วยๆ ที่ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือเท่านั้นเอง
‎
หวังต้าเกินยังคงเอาใจใส่และช่วยขบคิดเรื่องการสร้างบ้านให้กับฟู่ซีโจวอย่างรอบคอบ เขาเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง “อ้อ! แล้วนายต้องการจะสั่งทำพวกเฟอร์นิเจอร์เครื่องเรือนด้วยเลยไหม? พวกตู้ โต๊ะ เก้าอี้ ม้านั่งอะไรเทือกนี้น่ะ ถึงแม้ว่าในหมู่บ้านของเราจะไม่มีช่างไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอะไร แต่ก็มีชาวบ้านหลายคนที่มีทักษะความรู้เรื่องงานไม้เป็นอย่างดี ฝีมือการต่อตู้ทำโต๊ะของพวกเขาก็จัดว่าประณีตงดงามไม่เลวเลยทีเดียว รับรองว่าทำออกมาแล้วแข็งแรงทนทาน ใช้ไปได้อีกหลายสิบปีเชียวล่ะ”
‎
เดิมทีแล้ว ฟู่ซีโจวตั้งใจเอาไว้ว่าจะนำเอาบรรดาเฟอร์นิเจอร์หรูหราที่ริบมาจากบ้านตระกูลหลินออกมาใช้งาน
‎
ทว่าเมื่อลองคิดดูอีกที... ในเมื่อเขาสามารถสั่งทำของใหม่เอี่ยมอ่องได้ แล้วจะทนใช้ของเก่าเก็บที่มีมลทินพวกนั้นไปทำไมกัน? สู้ทิ้งมันไปให้หมดเสียยังจะดีกว่า!
‎
“เอาแบบนั้นก็ได้ครับหัวหน้าฝ่ายผลิต ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนให้คุณช่วยเป็นธุระติดต่อช่างไม้ให้ผมด้วยก็แล้วกันนะครับ ส่วนเรื่องค่าแรงจะตกลงกันที่เท่าไหร่ ก็รบกวนมาแจ้งให้ผมทราบอีกที ผมยินดีจะจ่ายให้โดยตรงเลยครับ”
‎
ฟู่ซีโจวมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจในตัวหวังต้าเกินอย่างเต็มเปี่ยม ในระหว่างที่กำลังยืนพูดคุยตกลงกันอยู่นั้น ชายหนุ่มก็ลอบใช้จิตควบคุม จัดการรื้อถอนและทำลายพวกเฟอร์นิเจอร์เครื่องเรือนธรรมดาๆ ที่ยึดมาจากบ้านตระกูลหลิน ซึ่งถูกเก็บกักเอาไว้ในมิติ จนแหลกละเอียดกลายเป็นเศษไม้ไปเสียสิ้น
‎
หวังต้าเกินพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน “ไม่มีปัญหา! เรื่องนี้ฉันขอรับรองด้วยเกียรติเลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันจัดการเอง!”
‎
หลังจากที่พูดคุยปรึกษาหารือเรื่องการปลูกสร้างบ้านพักจนเป็นที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ฟู่ซีโจวก็ก้าวเท้าเดินออกจากสำนักงานฝ่ายผลิต เพื่อมุ่งหน้าไปทำงานในแปลงนาตามปกติ
‎
ด้วยความช่วยเหลืออันทรงพลังจากรถแทรกเตอร์ทั้งสามคัน ทำให้กระบวนการเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ปกติต้องใช้เวลาตรากตรำทำงานนานเกือบครึ่งค่อนเดือน ทว่าในตอนนี้กลับเหลือระยะเวลาอีกเพียงแค่สองวันเท่านั้น ทุกอย่างก็จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์
‎
ฟู่ซีโจวก็ต้องลงมือทำงานอย่างขะมักเขม้นและหัวหมุนไม่ต่างอะไรกับบรรดาสหายปัญญาชนคนอื่นๆ
‎
เขายังคงจับกลุ่มและลงแรงทำงานอย่างแข็งขันอยู่กับหยางเว่ยตงและหวังเจิ้นเปียวเช่นเดิม
‎
ในระหว่างที่กำลังทำงานอยู่นั้น ฟู่ซีโจวก็ลอบฟังทั้งสองคนสนทนาอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดของหวังไหลจื่อไปพลางๆ ซึ่งทันทีที่ได้รับรู้ ภายในใจของเขาก็พลันรู้สึกปลอดโปร่งและโล่งสบายขึ้นมาในทันที
‎
ดูเหมือนว่าแม่ของหวังไหลจื่อจะเพิ่งมาสังเกตเห็นเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันนี้เอง ว่าเส้นเอ็นบริเวณข้อมือและข้อเท้าของลูกชายสุดที่รักได้ถูกใครบางคนตัดจนขาดสะบั้นไปหมดแล้ว ซ้ำร้าย... เขายังถูกตอนจนกลายสภาพเป็นขันทีไปโดยสมบูรณ์อีกต่างหาก!
‎
ในเมื่อเหตุการณ์มันล่วงเลยมาจนถึงขั้นที่ไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว สิ่งเดียวที่เธอพอจะทำได้ในตอนนี้ ก็คือการรีบวิ่งโร่ไปตามหมอหลี่จากอนามัยประจำหมู่บ้านมาช่วยทำแผลและปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ลูกชาย จากนั้นเธอก็รีบพุ่งพรวดไปยังสำนักงานฝ่ายผลิต เพื่อโวยวายเรียกร้องความเป็นธรรมอย่างที่ทุกคนได้เห็นนั่นเอง
‎
เมื่อหยางเว่ยตงเห็นว่าฟู่ซีโจวเอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมปริปากพูดอะไร เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเตือนด้วยความเป็นห่วง “ซีโจว... ยายแก่แม่ไหลจื่อนั่นน่ะ ไม่มีทางยอมปล่อยเรื่องนี้ให้จบลงง่ายๆ แน่ ฉันเดาว่าหล่อนจะต้องพยายามยัดเยียดข้อหาและโยนความผิดทั้งหมดมาให้ถล่มทับใส่นายอย่างแน่นอน ยังไงซะนายก็ต้องระมัดระวังตัวเอาไว้ให้ดีนะ”
‎
ฟู่ซีโจวเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ “อืม ฉันเข้าใจ... แต่ในเมื่อเรื่องนี้มันไม่ใช่ฝีมือของฉัน ต่อให้หล่อนจะพูดพล่อยๆ ใส่ร้ายอะไรออกมา มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”
‎
ทว่าคล้อยหลังคำยืนยันของชายหนุ่มเพียงแค่เสี้ยววินาที ภาพของแม่หวังที่กำลังเดินนำหน้าพาเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดเครื่องแบบเต็มยศจำนวนสองนาย พุ่งตรงดิ่งมาทางที่พวกเขากำลังทำงานอยู่ก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา
‎
ทันทีที่สายตาของแม่หวังเหลือบไปเห็นฟู่ซีโจว เธอก็รีบยกมือขึ้นชี้หน้าชายหนุ่มอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะหันไปแผดเสียงร้องบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจทันควัน “สหายตำรวจคะ! มันผู้นี้แหละค่ะ! ไอ้เด็กนรกนี่แหละที่เป็นคนลงมือทำร้ายลูกชายของฉันจนพิการปางตาย! พวกคุณรีบเข้าไปจับตัวมันเข้าตารางเดี๋ยวนี้เลยเถอะคะ!”
‎
เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เป็นหัวหน้าชุดซึ่งมีใบหน้าขึงขังเคร่งเครียด ก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของฟู่ซีโจวอย่างรวดเร็ว “สหาย... ทางเราเพิ่งจะได้รับแจ้งความร้องทุกข์ ว่าคุณมีส่วนพัวพันกับคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนา ดังนั้น ทางเราจึงจำเป็นจะต้องเชิญตัวคุณไปทำการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง... รบกวนให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ด้วยครับ”
‎
ฟู่ซีโจวยังคงตีสีหน้าเรียบเฉย ปราศจากซึ่งความตื่นตระหนกตกใจใดๆ “ผมยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ครับ... แต่ผมขอชี้แจงเอาไว้ตรงนี้เลยว่า เรื่องเลวร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่ฝีมือของผมแต่อย่างใด”
‎
เจ้าหน้าที่ตำรวจเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทางเราจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อค้นหาความจริงอย่างละเอียดถี่ถ้วนแน่นอนครับ... แต่ในตอนนี้ รบกวนคุณช่วยนำทางพวกเราไปตรวจค้นที่พักอาศัยของคุณด้วยครับ”
‎
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มเดินนำทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย มุ่งหน้ากลับไปยังบ้านพักของตาเฒ่าหวังอย่างสง่าผ่าเผย
‎
ในขณะนั้น ตาเฒ่าหวังกำลังนั่งสูบยาสูบพ่นควันฉุยๆ อย่างสบายอารมณ์อยู่กลางลานบ้าน ครั้นเมื่อชายชราเหลือบไปเห็นกองทัพขนาดย่อมที่เดินเรียงรายกันเข้ามา เขากลับทำเพียงแค่นั่งนิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะเลิกคิ้วหรือแสดงอาการประหลาดใจใดๆ ออกมาให้เห็นเลยสักนิด
‎
เจ้าหน้าที่ตำรวจหันไปเอ่ยกับฟู่ซีโจวอย่างเป็นทางการ “ทางเรามีความจำเป็นจะต้องขอเข้าตรวจค้นที่พักอาศัยของคุณครับ”
‎
“เชิญตรวจค้นได้ตามสบายเลยครับ”
‎
ฟู่ซีโจวพาคนเหล่านั้นเดินตรงไปยังห้องพักของตนเอง ก่อนจะลงมือผลักบานประตูให้เปิดกว้างออกต้อนรับอย่างเต็มใจ
‎
เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายก้าวเท้าเข้าไปภายในห้องพัก ก่อนจะเริ่มลงมือรื้อค้นข้าวของและตู้เสื้อผ้าทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียดถี่ถ้วน
‎
ส่วนแม่ของหวังไหลจื่อก็เดินตามหลังมาติดๆ เธอชะเง้อคอยืดคอยาวพยายามสอดส่องสายตาเข้าไปด้านใน ริมฝีปากก็ขยับพ่นคำพูดชี้นำเจ้าหน้าที่อย่างไม่หยุดหย่อน “มันจะต้องมีมีดพกซุกซ่อนเอาไว้อย่างแน่นอนค่ะ! สหายตำรวจ... พวกคุณช่วยค้นดูให้ละเอียดๆ หน่อยนะคะ ลองก้มลงไปค้นดูใต้เตียงด้วยก็ดี ไอ้เด็กนี่มันเจ้าเล่ห์เพทุบายจะตายไปฉันสงสัยว่ามันจะต้องเอาไปซุกซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่งแน่นอน!”
‎
แต่ทว่า เดิมทีข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องพักของฟู่ซีโจวก็มีอยู่น้อยชิ้นจนแทบจะนับจำนวนได้อยู่แล้ว ดังนั้น เพียงชั่วเวลาไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายก็เดินกลับออกมาจากห้องด้วยมือเปล่า
‎
“ส่วนห้องพักทางด้านนั้นล่ะ...”
‎
............................