LNCrawler

พบหน้า

คุณหนูใหญ่ซ่งอวิ๋น — novel.dek d.com · All chapters

พบหน้า

ทันทีที่เฟิงเหมียนเห็นเฟิงมู่หานอุ้มร่างผ่ายผอมลงมาจากบันได ใบหน้าติดดุของหญิงชราพลันเย็นชาขึ้นเป็นเท่าตัว สภาพร่างกายเฟิงม่านย่าดูย่ำแย่กว่าที่เธอคาดเดาไว้หลายเท่า

“ยอดเยี่ยม ตระกูลหนานช่างยอดเยี่ยมเสียจริง”

“ผม..ไม่ได้” หนานจื่อเฉียงเองก็ตื่นตกใจเช่นเดียวกัน

ที่ผ่านมาเขารู้ว่าภรรยาล้มป่วยเพราะเขาพาเมียรองเข้าบ้าน แต่ในความเข้าใจของเขา แค่เสียใจจนไม่มีกะจิตกะใจไปทำอย่างอื่น ไม่หนักหนาถึงขั้นนี้

ซึ่งเขาเองไม่ได้แวะไปดู เพราะทำงานกลับมาก็เหนื่อยมากแล้ว ไม่อยากเห็นเธอร้องไห้ฟูมฟาย และเขาก็จ้างคนดูแลให้แล้ว เชื่อว่าไม่นานเธอก็จะหายดี และยอมรับความจริงได้ในท้ายที่สุด

ตอนหนานหรงระเบิดอารมณ์ เขายังรู้สึกว่าลูกทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ มีนิสัยชอบเรียกร้องความสนใจเหมือนมารดาไม่มีผิด

ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้าคืออะไรกัน ถ้าบอกว่านั่นเป็นร่างไร้วิญญาณเขาก็เชื่อ

“หรงเอ๋อร์ เก็บของจำเป็นมาแล้วใช่ไหมลูก” เฟิงเหมียนละสายตาจากหนานจื่อเฉียง

จากที่ได้คุยโทรศัพท์กันเมื่อวาน เธอบอกหลานสาวไปแล้วว่าให้เก็บเฉพาะของจำเป็น เช่นเอกสารสำคัญ ส่วนเสื้อผ้าและของใช้อื่น ๆ ซื้อใหม่ได้

“หนูเก็บเรียบร้อยแล้วค่ะคุณยาย” หนานหรงที่ยังดวงตาแดงก่ำตบกระเป๋าเป้ด้านหลัง

“เสี่ยวหาน พาม่านม่านไปที่รถพยาบาลก่อน เสี่ยวหรงตามแม่ไปได้เลยนะลูก เรื่องที่นี่เดี๋ยวยายกับน้าเล็กจัดการต่อเอง”

“ค่ะ” หนานหรงเดินตามน้าเล็กออกไปโดยไม่เหลียวหลังไปมองผู้เป็นพ่อ

ที่ผ่านมาเธอเคยคาดหวังให้เขาภูมิใจ หวังให้เขารักและหันมาให้ความสำคัญกับเธอ ตอนเด็ก ๆ เธอไม่เคยเข้าใจว่าทำไมทำดีแค่ไหนพ่อก็ยังไม่พอใจเสียที

ตอนนี้เธอรู้แล้วว่า ไม่ใช่เธอดีไม่พอ แต่พ่อมีลูกรักอยู่แล้วต่างหาก ตราบใดที่เขารัก ทำตัวไม่ดีขนาดไหน คำตำหนิรุนแรงก็ไม่หลุดออกจากปาก

ดูจากกรณีของหนานชิวได้ หล่อนก่อเรื่องสร้างความอับอาย กระทั่งพ่อต้องเสียความร่วมมือมหาศาล ต่อให้โกรธแทบตาย แต่ท่านกลับไม่อ้าปากสั่งสอนหรือต่อว่าลูกรักเลย อย่างมากก็แสดงออกให้เห็นว่าไม่พอใจทางสีหน้า

กลับกันถ้าคนก่อเรื่องคือเธอ พ่อคงไม่ผ่อนปรนให้แน่ ๆ

หนานจื่อเฉียงอึกอัก อยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เสียงของเขาติดอยู่ในลำคอ หายใจไม่ออกราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบแน่น

ขณะเดียวกันเฟิงมู่หานก็เดินกลับเข้ามายืนข้างกายมารดา หลังจากส่งหลานสาวและพี่สาวขึ้นรถพยาบาลไปแล้ว

“นี่เป็นข้อตกลงการหย่า อ่านให้ละเอียดแล้วเซ็นเสีย ถ้าปล่อยให้ยืดเยื้อ ฉันไม่รับประกันนะว่า..” หญิงชราละไว้ในฐานที่เข้าใจ

ในสัญญาแต่งงานระบุไว้อย่างชัดเจนว่าหากมีใครคนใดคนหนึ่งทรยศการแต่งงาน คนถูกทรยศสามารถเรียกร้องทรัพย์สินส่วนตัวจากอีกฝ่ายได้อีกสี่ในสิบส่วน

เชื่อว่าที่หนานจื่อเฉียงกล้าพาเมียน้อยเข้าบ้าน เป็นเพราะคิดว่าพ่อแม่ของเฟิงม่านย่าเสียชีวิตไปหมดแล้ว และอยู่กันมายี่สิบกว่าปี ภรรยาคงไม่กล้าหย่าขาดให้อับอาย

อันที่จริงตอนที่เรื่องนี้แดงออกมาแรก ๆ เธอเคยติดต่อมาหาหลานสาวแล้วหนึ่งครั้ง ไม่ได้บอกให้เลิกรา และไม่ได้ยุยงใด ๆ ด้วยรู้ว่าเรื่องแบบนี้ เจ้าตัวควรคิดได้ด้วยตัวเอง เหมือนเธอคิดได้ในตอนที่เกือบสูญเสียลูกชาย ดังนั้นเธอเพียงพูดสั้น ๆ ‘ว่าหากต้องการความช่วยเหลือให้โทรหา’

“ผมยอมรับนะครับว่าผมผิด แต่ป้าใหญ่จะพรากลูกออกจากอกผมไปแบบนี้ไม่ได้” หนานจื่อเฉียงดวงตาแดงก่ำ เขารักหนานหรง แม้จะน้อยว่าหนานชิวแต่ก็ยังรัก พอหย่าแล้วจะเอาลูกสาวเขาไปง่าย ๆ เขาไม่มีทางยอม

แน่นอนว่าลึก ๆ เขามีความเห็นแก่ตัวเล็กน้อย หนานหรงมีประโยชน์กับตระกูล หน้าตาดี กิริยามารยาท การศึกษาก็ไม่ได้ด้อย ดังนั้นหากวันหน้าเขาให้ลูกสาวแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ต้องได้ประโยชน์มหาศาลแน่

เฟิงมู่หานหรี่ตาลงอย่างอันตราย รอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าหล่อเหลาก็หายไปแล้วเช่นกัน

“โอ้ งั้นแสดงว่าไม่เคยอ่านสัญญาแต่งงานข้อที่สาม ‘หากฝ่ายใดทำผิดสัญญาแต่งงาน บุตรจะกลายเป็นของอีกฝ่ายทันที’ ตอนเซ็นเธอไม่ได้อ่านให้รอบคอบเหรอ”

“...” หนานจื่อเฉียงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แน่นอนว่าเขาอ่าน แต่ผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้ว ใครมันจะไปจำได้ทั้งหมดกันเล่า

“เอาล่ะ ฉันแก่แล้ว ไม่อยากอยู่ที่นี่นาน ๆ บอกมาคำเดียวว่าจะเซ็นหรือเปล่า”

หนานจื่อเฉียงขบกรามแน่น อีกฝ่ายเล่นกดดันไม่ให้เขามีทางเลือกอื่นเลย หากวันนี้เขาปฏิเสธ ก็เชื่อว่ายายเฒ่าต้องเดินหน้าสุดกำลัง

ซึ่งการขึ้นศาลอาจกลายเป็นข่าวใหญ่โต ทำให้ธุรกิจของเขาเสียหาย โดยเฉพาะตระกูลที่ควบคุมสื่อในมืออย่างตระกูลเฟิงด้วยแล้ว คนโง่ที่ไหนก็ไม่อยากมีปัญหาด้วย

สุดท้ายแล้วเขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยอมเซ็นชื่อลงในเอกสารข้อตกลงการหย่าร้างด้วยใบหน้าที่ดำทะมึนประหนึ่งก้นหม้อ

“ดีมาก” เฟิงเหมียนพึงพอใจ ยื่นเอกสารให้ลูกชาย “กลับเถอะหานเอ๋อร์ ต้องตามไปที่โรงพยาบาลอีก ไม่รู้ว่าม่านม่านป่วยเป็นอะไรกันแน่ สภาพแบบนั้นไม่น่าใช่อาการป่วยธรรมดา”

“!!” คุณนายรองหนานสะดุ้งในใจ ยายเฒ่าแร้งทึ้งนั่นปรายตามองมาราวกับกำลังสงสัยอะไรสักอย่าง ก่อนจากไปพร้อมลูกชาย

หนานชิวแทบกลั้นเสียงกรีดร้องอย่างดีอกดีใจไว้ไม่อยู่ ตอนนี้พ่อของเธอหย่าขาดแล้ว แม่กับเธอไม่ต้องอยู่ในฐานะที่ดูอิหลักอิเหลื่ออีกต่อไปแล้ว ยิ่งถ้าวันหน้าพ่อกับแม่จดทะเบียนสมรสกัน เธอก็คือลูกสาวที่ถูกต้องตามกฎหมายของตระกูลหนาน

...

ซ่งอวิ๋นฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะอ่านหนังสือสีขาวริมหน้าต่าง แสงส่องลงบนกองหนังสือเรียน สมุดจด และปากกาหลากสีที่จัดไว้อย่างเรียบร้อย ข้างโต๊ะมีโคมไฟดีไซน์มินิมอลสีครีม และแท็บเล็ตวางอยู่คู่กับโน้ตบุ๊กเครื่องบาง

ชั้นหนังสือไม้สีอ่อนเรียงรายด้วยตำราเตรียมสอบ มหาวิทยาลัย หนังสือวรรณกรรมจีน และนวนิยายที่เธอชื่นชอบ บางชั้นมีตุ๊กตาตัวเล็กและกรอบรูปครอบครัววางแทรกอย่างพอดี

ในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจไม่สม่ำเสมอของซ่งอวิ๋นที่ดังแผ่วเบา นิ้วมือกำชายเสื้อแน่น ราวกับกำลังพยายามยึดเกาะบางสิ่งไว้ ภายใต้เปลือกตาที่ปิดสนิท ดวงตากลอกไปมาอย่างกระสับกระส่าย

“เฮือก!!” ทันใดนั้นเธอสะดุ้งเฮือก เพราะเสียงสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์บนโต๊ะ ดวงตาเบิกกว้างเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ลมหายใจหอบถี่ขณะที่แสงแดดอบอุ่นค่อย ๆ ดึงเธอกลับสู่ความจริง แต่ความหวาดหวั่นจากฝันร้ายยังคงไม่จางหายไป

“ให้ตายสิ ไม่น่าเผลอหลับเลย” ซ่งอวิ๋นลูบใบหน้าตัวเองแรง ๆ

ในฝันเธอเห็นผู้ชายคนหนึ่งขับรถหนีการไล่ล่า ก่อนรถของเขาถูกกระหน่ำยิงทั่วทิศทาง ทิ้งรอยกระสุนไว้แทบทุกที่ในรถ ไม่ต้องถามเลยว่าสภาพคนขับเป็นอย่างไร ตอนนี้ยังติดตาเธออยู่เลย

ซึ่งเธอรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาชายหนุ่มคนดังกล่าวอย่างยิ่ง เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก จังหวะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ของเธอก็มีสายเรียกเข้าอีกครั้ง บนจอทัชสกรีนปรากฏชื่อหนานหรง

“อาอวิ๋น” น้ำเสียงหนานหรงเจือความเศร้าและสั่นเครืออยู่เล็ก ๆ

“เป็นอะไรไป โดนรังแกอีกแล้วใช่ไหม” ซ่งอวิ๋นปัดภาพน่ากลัวในความฝันออกจากสมองในทันที

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก แต่ก็มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นจริง ๆ อาอวิ๋นว่างหรือเปล่า มาหาฉันหน่อยได้ไหม ตอนนี้ฉันอยู่โรงพยาบาลหมายเลขสาม”

ได้ยินดังนั้นซ่งอวิ๋นจึงคาดเดาไปว่าแม่ของอีกฝ่ายอาจอาการแย่ลงจนต้องหามส่งโรงพยาบาล หญิงสาวจึงตกลงไม่ลังเล “ได้เลย ไม่เกินครึ่งชั่วโมงไปถึงแน่นอน”

“ขอบคุณนะ” หนานหรงเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า ใบหน้าน่ารักที่เคยดูนิ่งสุขุม เวลานี้มีแต่ความอ่อนล้าเหมือนคนกำลังหลงทาง

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากเกินไป เธอมีเวลาเตรียมใจรับเรื่องการหย่าของพ่อแม่เพียงหนึ่งคืน แม้มันเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้น แต่สมองก็สับสน และมีอารมณ์มากมายตีรวนอยู่ในอก หากมีเพื่อนสักคนที่เข้าอกเข้าใจกันมาอยู่ข้าง ๆ เธอคิดว่าตัวเองจะรู้สึกดีขึ้นได้แน่

ซ่งอวิ๋นไม่ปล่อยให้เพื่อนรอคอยนานเกินไป และเธอมาถึงโรงพยาบาลเร็วกว่าที่บอกไว้สิบห้านาที

“หรงหรง เธอไหวหรือเปล่า คุณป้าอาการไม่ดีเหรอ”

“หมอกำลังตรวจอยู่ ยังไม่ออกมาเลย” หนานหรงคว้าแขนเพื่อนสนิทแล้วเกาะไว้แน่นราวกับต้องการหาที่พึ่งพิง ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายฟัง เธอรู้ว่าซ่งอวิ๋นจะไม่นำเรื่องนี้ไปเล่าต่อ และจะฟังโดยไม่ตัดสินด้วย

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้” ซ่งอวิ๋นโล่งใจที่สองแม่ลูกยังมีบ้านเดิมหนุนหลัง แต่ที่น่าสงสัยก็คือ “อาการป่วยของแม่เกิดจากการตรอมใจเท่านั้นจริง ๆ เหรอ ไม่ใช่ว่าโดนวางยาหรอกนะ”

“ฉัน.. ก็แอบสงสัยเหมือนกัน ต้องรอให้หมอตรวจละเอียดอีกครั้ง” หนานหรงสบายใจขึ้นมากหลังจากได้ระบายให้เพื่อนฟัง ซ่งอวิ๋นเป็นผู้ฟังที่ดีจริง ๆ

“เสี่ยวหรง แม่เป็นยังไงบ้างลูก หมอออกมาบอกหรือยัง”

“คุณหมอยังไม่ออกมาเลยค่ะคุณยาย”

ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นพร้อมเสียงถามไถ่ที่ดูมากเมตตาของหญิงชราคนหนึ่ง ซ่งอวิ๋นเงยหน้าสบตาผู้มาใหม่ เสี้ยววินาทีที่สบตากับชายหนุ่มข้างกายหญิงชรา อาการชาพลันแล่นวูบไปทั่วทั้งร่าง

ใช่แล้ว ในที่สุดเธอก็นึกออก คนที่เธอเห็นในความฝันคือประธานเฟิง ภาพที่ร่างกายของเขาอาบด้วยโลหิตยังติดตาสลัดไม่ออก มิหนำซ้ำเขายังเป็นญาติกับหนานหรง

โลกกลมเกินไปหรือไม่..