สืบอีกเรื่อง เจออีกเรื่อง
สืบอีกเรื่อง เจออีกเรื่อง
เฉียวอันฉีเปิดสำนวนคดีปึกนั้นอ่าน หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดอาการพะอืดพะอมอยากอาเจียน ในสำนวนคดีดังกล่าวระบุชัดเจนว่าวันนั้นในร้านทองมีผู้เฒ่าซ่งเพียงคนเดียว และที่ระงับเหตุได้ก่อนตำรวจมา ไม่มีคนเสียชีวิตมากกว่านั้นเพราะบอดี้การ์ดของผู้เฒ่าซ่ง
“เป็นไปไม่ได้.. ทำไมถึงเป็นแบบนี้” เฉียวอันฉีรำพึงรำพัน ดวงตาเลื่อนลอย รับความจริงไม่ได้
จะบอกว่าที่ผ่านมาเธอแค้นไปเองฝ่ายเดียว ซ่งอวิ๋นไม่ได้ทำอะไรผิดเลยงั้นเหรอ แล้วป้าจะโกหกเธอไปทำไมกัน
ตำรวจไซเบอร์เข้าเว็บใต้ดินผ่านบัญชีของเฉียวอันฉี พบว่าภายในนั้นจะไม่มีการโอนเงินให้กันผ่านบัญชี แต่เป็นการจ่ายเป็นเหรียญของเว็บ เจ้าของบัญชีสามารถถอนเงินออกมาได้ แต่จะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าคนจ้างงานเป็นใคร
เมื่อเป็นพวกนี้พวกเขาจึงค้นหาผ่าน IP Address และไล่ตรวจสอบไปเรื่อย ๆ โดยประสานงานกับผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ต โดยหวังว่าจะไม่คว้าน้ำเหลวในครั้งนี้
ในขณะเดียวกัน นายตำรวจซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยก็ถูกเค้นสอบอย่างหนักตลอดคืน เขาไม่เปิดปากให้การอันเป็นประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าจะกดดันขนาดไหน เขาก็เงียบอยู่ตลอด ทว่าข้อมูลการติดต่อในโทรศัพท์ก่อนเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง กลับมีสายโทรเข้าโทรจากลูกน้องของเจียงกั๋ว ลูกเขยของผู้เฒ่าซ่ง
ซ่งเต๋อได้ฟังคำรายงานนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ หัวคิ้วชายชราขมวดมุ่น โดยปกติแล้วคนตระกูลซ่งก็มีเส้นสายกับตำรวจอยู่แล้ว เชื่อว่าตระกูลเจียงเองก็เช่นกัน แต่การติดต่อกับตำรวจต้องสงสัยก่อนเกิดเรื่องฆ่าปิดปากไม่นาน มันน่าสงสัยเกินไป
ที่ผ่านมาเขาไม่เคยสังเกตเห็นความผิดปกติในตัวลูกเขยคนนี้เลย หรือที่ผ่านมาเขาเก็บหนอนบ่อนไส้ไว้ใกล้ตัว
“คุณปู่.. เป็นยังไงบ้างคะ ได้เรื่องอะไรบ้างไหม” ซ่งอวิ๋นเดินลงจากบันไดชั้นสองอย่างรีบร้อน เธอตั้งใจตื่นแต่เช้าเพราะอยากรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหรือไม่
“ยังไม่เจอคนบงการตัวจริง แต่อาเขยรองของหลานกลับมีส่วนพัวพัน”
“...” ลมหายใจซ่งอวิ๋นสะดุดไปหนึ่งจังหวะ
“ยังยืนยันไม่ได้หรอกนะว่าเจียงกั๋วมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริง ๆ หรือเปล่า อาจต้องให้เวลาปู่สักพัก”
“ถ้าเขาเป็นคนทำจริง ๆ เขาจะเสี่ยงให้ลูกน้องติดต่อเองเลยเหรอคะ อาเขยรองไม่น่าจะโง่ขนาดนั้น”
“นั่นแหละ ปู่ถึงยังไม่ปักใจเชื่อว่าเจียงกั๋วมีส่วนเกี่ยวข้องจริง ๆ บางทีอาจจะเป็นความบังเอิญ ช่วงนี้ปู่จะส่งคนของปู่ตามดูพฤติกรรมของเจียงกั๋ว ลึก ๆ ปู่ก็ยังไม่เชื่อหรอกว่าเขาเป็นคนบงการจริง ๆ”
“ลางสังหรณ์ของหนูก็บอกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ค่ะ”
ผู้เฒ่าซ่งนิ่งไปเล็กน้อย จ้องหลานสาวแวบหนึ่งก็คล้ายเข้าใจในอะไรบางอย่าง “หลานจะบอกว่าเหตุการณ์อื่นก็ไม่แน่ใช่ไหม”
“หนูไม่กล้าฟันธงค่ะคุณปู่ ยังไงลองตามดูอาเขยไปก่อนก็ได้” ซ่งอวิ๋นลูบท้ายทอย มันเป็นแค่ลางสังหรณ์ของเธอเท่านั้น คำพูดของคนเราเมื่อเปล่งออกไปแล้ว เอากลับคืนมาไม่ได้ เธอก็หวังว่าอาเขยรองจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เลวร้ายใด ๆ ในชีวิตเธอ
ผู้เฒ่าซ่งพยักหน้ารับ ส่งลูกน้องมากฝีมือติดตามและตรวจสอบเจียงกั๋วอย่างละเอียด นึกไม่ถึงว่าการติดตามครั้งนี้ จะเจอเรื่องไม่คาดฝันในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ขณะเดียวกันตำรวจก็กำลังเร่งสืบหาตัวคนบงการอย่างเข้มข้น
“อวิ๋นเอ๋อร์ เช้านี้อยากกินอะไร เดี๋ยวแม่จัดการให้” โจวจิ่วนั่งลงข้างกายลูกสาว เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานทำให้เธอโกรธมากจริง ๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเด็กสาวที่เธอเอ็นดูประหนึ่งลูกแท้ ๆ จะทำร้ายอวิ๋นเอ๋อร์ของเธอได้ลงคอ
“ขอแค่น้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ก็พอค่ะแม่” ซ่งอวิ๋นกอดเอวมารดา ซบหน้าลงกับอกอบอุ่น
“ได้ ๆ หนูรอก่อน เดี๋ยวแม่จัดการให้”
ช่วงสายซ่งเซียงและเจียงซูมาหาซ่งอวิ๋น หลังรู้ข่าวว่าเกิดเรื่องใดขึ้นกับหลานสาว เธอไม่สบายใจ ต้องมาดูให้เห็นกับตาว่าหลานสาวของเธอไม่เป็นอะไรจริง ๆ
นั่นทำให้เจียงเซินไม่พอใจเท่าไหร่นัก เพราะแม่รับปากกับเขาว่าวันนี้จะไปให้กำลังใจเขาที่สตูดิโอถ่ายทำรายการ ซึ่งซ่งเซียงให้เหตุผลกับลูกชายว่า มาดูซ่งอวิ๋นครู่เดียวแล้วจะรีบตามไปเชียร์ลูกชายคนรอง
“น้องสามไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหม” เจียงซูลูบหลังลูบไหล่น้องสาว คล้ายว่าเขาไม่ได้ปลอบเธอ แต่กำลังปลอบตัวเองให้จิตใจสงบลง
เขารู้สึกเสียใจแทนอวิ๋นเอ๋อร์ กลัวว่าเธออาจจะป่วยใจ เพราะนอกจากสูญเสียพ่อ และพี่ชายไปแล้ว ต้องมาเสียเพื่อนไปอีก แม้มันไม่ใช่การจากตาย แต่มันหนักหนาเกินกว่าจะรับไหว
“ฉันไม่เป็นไรค่ะพี่ใหญ่ น้องสาวของพี่ใหญ่น่ะแข็งแกร่งมากนะ” ซ่งอวิ๋นทำท่าเบ่งกล้ามพลางหัวเราะกลบเกลื่อน
อันที่จริงเธอเสียใจมาก ตอนเห็นภาพในความฝันว่าเจ็บปวดแล้ว แต่มันยังไม่มากมายเท่าได้พบเจอสถานการณ์จริง ภายนอกเธอดูเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ข้างในเธอแตกสลายครั้งแล้วครั้งเล่า
ทว่าหญิงสาวไม่คิดยอมแพ้ ทุกคนต้องผ่านการสูญเสีย สถานการณ์ของเธอแค่พิเศษกว่านิดหน่อย ตรงที่มันเกิดขึ้นติด ๆ กัน
“อากั๋วไปไหนเสียล่ะ” ผู้เฒ่าซ่งถามถึงเจียงกั๋วด้วยน้ำเสียงปกติ ซ่งเซียงจึงไม่ได้เอะใจอะไร
“เขาเข้าบริษัทตั้งแต่เช้าแล้วค่ะพ่อ หนูบอกให้พักบ้างก็ไม่ยอมฟัง ทำงานหนักอยู่เสมอเลย” ซ่งเซียงอ่อนอกอ่อนใจ สามีเธอบ้างานมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่ม ตอนนี้ลูกโตแล้วเขาก็ยังเป็นเหมือนเดิม
“การทำงานหนักของเขากระทบกับความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือเปล่า” ผู้เฒ่าซ่งถามแบบไม่อ้อมค้อม
“ไม่กระทบหรอกค่ะพ่อ เขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก ไม่ได้เพิ่งเป็น” ซ่งเซียงหัวเราะ “หนูเองก็ทำงานหนักเหมือนกัน คนบ้างานเจอกับคนชอบทำงาน เลยอยู่ด้วยกันได้”
“ดีแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรก็ดี” ผู้เฒ่าซ่งตัดสินใจจะยังไม่เล่าอะไรให้ลูกสาวฟังในตอนนี้ ทุกอย่างยังไม่แน่ชัด ไม่อยากทำให้ลูกสาวมีเรื่องเครียดเพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ
...
ซ่งอวิ๋นกลับมาเรียนตามปกติหลังจากได้พักผ่อนสองวันเต็ม ระหว่างรอความคืบหน้าเรื่องอาเขยและผู้อยู่เบื้องหลัง เธอก็ไม่ได้เอาความคิดมาจดจ่ออยู่กับการหาตัวคนร้าย ดำเนินชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยไปตามปกติ
บางครั้งเธอบังเอิญเจอนางเอกและพระเอกนิยายโรคจิตอยู่ด้วยกัน เธอก็เลือกจะมองเลยผ่านไปเสมือนทั้งคู่เป็นธาตุอากาศ เวลาล่วงเลยมาถึงวันหยุดสุดสัปดาห์อีกครั้ง ทางตำรวจยังไม่มีอะไรคืบหน้ามากนัก ขณะที่ตัวเฉียวอันฉีถูกส่งตัวเข้าสู่เรือนจำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก่อนถูกส่งตัว อีกฝ่ายส่งจดหมายให้เธอหนึ่งฉบับ ในนั้นไม่มีคำบรรยายสละสลวย ใด ๆ มีเพียงคำสั้น ๆ ‘ขอโทษ’ คำเดียวเท่านั้น แต่กลับทำให้เธอซึมอยู่ครึ่งวัน
“เวลาผ่านไปเร็วจัง พวกเธอต้องกลับบ้านอีกแล้ว” ฟ่านเยว่บนกระปอดกระแปด จ้องมองเพื่อน ๆ เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า
“เหงาเหรอ อาทิตย์นี้ไปเที่ยวบ้านฉันดีไหม อยู่ใกล้ ๆ นี่เอง ถ้าเธอไม่อยากนอนบ้านฉันก็เดินทางไปกลับได้ทุกวันนะ” ซ่งอวิ๋นเห็นใจฟ่านเยว่ จึงชวนเพื่อนไปเที่ยวที่บ้าน
“ไปได้จริง ๆ เหรอ คุณปู่เธอจะดุหรือเปล่า” ฟ่านเยว่นึกถึงผู้เฒ่าซ่ง สัปดาห์ก่อนเธอเกร็งมาก เพราะท่านดูน่าเกรงขามสมฉายาจิ้งจอกเฒ่า
“ได้สิ เห็นแบบนั้นคุณปู่ใจดีมากนะ แม่ของฉันก็ใจดีเหมือนกัน”
“งั้น.. อาทิตย์หน้าฉันไปเล่นที่บ้านเธอนะ อาทิตย์นี้นัดเพื่อนที่คณะไว้แล้ว”
“ได้เสมอ ๆ”
สามสาวแยกย้ายกันตอนตะวันใกล้ตกดิน ระหว่างทางกลับบ้าน เธอได้รับสายจากคุณปู่ น้ำเสียงท่านดูไม่ค่อยดีนัก ทำเอาใจเธอตกไปอยู่ตาตุ่ม
“เกิดอะไรขึ้นคะคุณปู่ แม่เป็นอะไรหรือเปล่า” หญิงสาวร้อนใจแทบนั่งไม่ติดเบาะ
“สืบอีกเรื่อง.. แต่ดันเจออีกเรื่อง หลานใกล้ถึงบ้านหรือยัง”
“อีกแค่สิบนาทีค่ะ”
“อืม.. งั้นมาคุยกันที่บ้าน” ผู้เฒ่าซ่งกดวางสาย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองรูปถ่ายมากมายบนที่เรียงรายบนโต๊ะ และข้อมูลที่คนสนิทสืบมาได้ เขายังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
“นายท่านผู้เฒ่า.. จะทำยังไงต่อไปครับ” มือขวาคนสนิทถามขึ้นอย่างไม่สบายใจ
“ยังไงก็ต้องบอกอาเซียง คนไม่ซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ เก็บไว้ไม่ได้” แววตาชายชราเต็มไปด้วยโทสะ ปลายนิ้วลูบหัวพยัคฆ์บนไม้เท้า
ภาพและหลักฐานบนโต๊ะบ่งบอกว่าเจียงกั๋วมีสองบ้าน อีกทั้งมีลูกชายที่อายุไล่เลี่ยกับหลาน ๆ ของเขา ช่วงเวลาที่เจียงกั๋วบอกซ่งเซียงว่าไปบริษัท เขาจะเปลี่ยนรถเพื่อไปใช้เวลาอยู่กับเมียน้อยและลูกนอกสมรส
ที่ผ่านมาซ่งเซียงไว้ใจสามีตัวเองมาก จึงไม่เคยตรวจสอบหรือทำตัวจู้จี้จุกจิก ผู้เฒ่าซ่งก็ไว้ใจลูกเขย เมื่อแยกบ้านออกไปแล้ว เขาก็ไม่เคยตามสืบเสาะอะไร สิ่งนี้อาจทำให้เจียงกั๋วย่ามใจ จึงไม่ระวังตัวเช่นนี้
ซ่งเต๋อไม่รู้ว่าตัวเองยืนจ้องรูปภาพเหล่านี้นานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีซ่งอวิ๋นก็หยุดยืนข้างกายเขาแล้ว
“นี่มัน..” นัยน์ตาดอกท้อสั่นไหว ลมหายใจถี่กระชั้นเพราะรีบวิ่งเข้าบ้าน พอเห็นสิ่งที่อยู่บนโต๊ะ เสียงเธอก็หายไปในลำคอ
นอกจากเสียใจแทนผู้เป็นอาแล้ว ซ่งอวิ๋นยังนึกถึงเจียงเซิน ตอนนั้นเธอเพียงพูดเปรียบเทียบ แต่ตอนนี้เกิดขึ้นจริงแล้ว เขามีน้องชายที่อายุห่างจากตัวเองไม่ถึงปี..
“ปู่โทรเรียกอาเซียงมาแล้ว ไม่รู้ว่าเห็นภาพพวกนี้แล้วอาเซียงจะสติแตกขนาดไหน หลานก็ช่วยปลอบหน่อยแล้วกัน” ผู้เฒ่าซ่งลูบใบหน้าตัวเองแรง ๆ
โจวจิ่วยืนอยู่ที่ประตู เห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา รู้ดีว่าคำปลอบประโลมจากใครก็ไม่สำคัญเท่าแรงใจจากลูก เธอหวังว่าน้องสามีจะกลับมายืนหยัดได้อย่างเข้มแข็ง