LNCrawler

ล้มทั้งยืน

คุณหนูใหญ่ซ่งอวิ๋น — novel.dek d.com · All chapters

ล้มทั้งยืน

ซ่งเซียงไม่รู้ว่าผู้เป็นพ่อมีเรื่องสำคัญอะไร ถึงเรียกเธอกลับบ้านกะทันหัน แต่เธอไม่คิดอะไรมาก เปลี่ยนเส้นทางตรงไปที่บ้านใหญ่ซ่งทันควัน เมื่อมาถึงเธอก็พบว่าบรรยากาศในบ้านค่อนข้างอึมครึมไม่สดใส

“เกิดอะไรขึ้น” ซ่งเซียงคว้าตัวแม่บ้านวัยกลางคนที่เดินออกมาจากห้องรับแขก พลางกระซิบถามเสียงเบา

แม่บ้านหน้าเสีย ก่อนจะบอกปัดอย่างลำบากใจ “เข้าไปดูเองดีกว่าค่ะ เรื่องนี้ดิฉันพูดอะไรไม่ได้จริง ๆ”

ซ่งเซียงคิ้วกระตุก ลางสังหรณ์แปลก ๆ ร้องเตือนเธอ แต่เธอยังคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง เดินเข้าไปในห้องรับแขก ในสมองก็คิดเป็นห่วงอดีตพี่สะใภ้กับหลานสาว ไม่รู้ว่าเจอเรื่องไม่ดีอะไรมาอีกหรือเปล่า

เธอมารู้ว่าความเป็นห่วงของตนเองสูญเปล่าก็ตอนที่เข้ามาเห็นภาพถ่ายมากมายกระจายอยู่บนโต๊ะ

ซ่งเซียงนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ราวกับเวลาหยุดลงในชั่วขณะ สายตายังคงจับจ้องอยู่บนภาพถ่ายของเด็กหนุ่ม และภาพครอบครัวสุขสันต์ ปลายนิ้วเย็นเฉียบขึ้นทีละน้อย ขณะที่หัวใจกลับเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกอยู่กลางอก

สามีของเธอมีลูกนอกสมรสที่อายุไม่ห่างจากลูกชายคนเล็กของเธอเลย ความคิดนั้นผุดขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะตามมาด้วยคำถามนับไม่ถ้วน

แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร? พวกเขารู้จักกันมานานแค่ไหน และที่สำคัญที่สุด เขาโกหกเธอมานานเท่าไรแล้ว

เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แต่กลับทำได้เพียงครึ่งเดียวเพราะเธอสำลักลมหายใจตัวเองจนทรมาน ลำคอแห้งผาก ต้องกลืนน้ำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเย็นแล่นจากปลายนิ้วขึ้นมาตามแขน ขณะที่หัวเข่าเริ่มอ่อนแรงจนต้องใช้มืออีกข้างยันขอบโต๊ะเอาไว้

ทว่าน่าแปลกไม่มีน้ำตาไหลออกมา ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น มีเพียงความว่างเปล่าที่ค่อย ๆ กัดกินอยู่ภายใน เธอกลั้นใจก้าวขึ้นหน้า เอื้อมมือไปหยิบภาพถ่ายอีกหลายใบบนโต๊ะขึ้นมาดู ภาพของเจียงกั๋วในสถานที่ที่เธอไม่เคยรู้จัก ภาพผู้หญิงอีกคนยืนอยู่ข้างเขา และภาพเด็กหนุ่มที่มีดวงตาและใบหน้าคล้ายเจียงกั๋วอย่างน่าประหลาด

ทุกอย่างชัดเจนเกินกว่าจะหลอกตัวเองได้อีก ริมฝีปากของเธอขยับเล็กน้อย ก่อนจะเปล่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา

“เด็กคนนี้...เป็นลูกนอกสมรสจริง ๆ เหรอคะคุณพ่อ”

คำถามธรรมดา ๆ แต่กลับทำให้บรรยากาศทั้งห้องเงียบงัน

เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นพ่อ ดวงตาคู่นั้นไม่มีน้ำตา ไม่มีการกรีดร้อง และไม่มีแม้แต่ความโกรธที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน มีเพียงความผิดหวังที่ลึกจนแทบมองไม่เห็นก้นบึ้ง

อาจเพราะในวินาทีนั้น สิ่งที่พังลงไปไม่ใช่เพียงชีวิตแต่งงาน แต่คือความเชื่อทั้งหมดที่เธอเคยมีต่อผู้ชายคนหนึ่งมาตลอดหลายปี

“ใช่” ผู้เฒ่าซ่งปวดใจ ลูกสาวที่เขาถนอมไว้บนฝ่ามือ ต้องพบเจอเรื่องแบบนี้ เขาทุกข์ใจกว่าเธอหลายเท่านัก

แต่หากให้เขาปกปิดเรื่องนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เขาก็ทำไม่ได้อยู่ดี ด้วยตัวเขาเองยึดถือในความซื่อสัตย์ รักเดียว ไม่นอกใจ การที่รู้ว่าลูกเขยทำตรงข้าม เขาย่อมต้องบอกลูกสาว รู้วันนี้ยังดีกว่าไปรู้ในอนาคต

คำยืนยันหนักแน่นทะลุโสตประสาท ทำซ่งเซียงเข่าอ่อน ล้มลงไปนั่งอยู่บนพื้น ซ่งอวิ๋นตกใจ รีบเข้าไปประคองผู้เป็นอา

“อารอง..ใจเย็น ๆ นะคะ หายใจเข้าลึก ๆ” หญิงสาวประคองอาสาวไปนั่งบนเก้าอี้ โดยมีโจวจิ่วช่วยเหลืออยู่เงียบ ๆ

โจวจิ่วเข้าใจเป็นอย่างดี รู้ว่าในสมองซ่งเซียงคงเต็มไปด้วยความสับสน แต่สิ่งแรกที่มนุษย์เลือกจะทำ นอกจากช็อกแล้วคือปฏิเสธความจริง ทว่าซ่งเซียงต่างออกไป เธอไม่ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่ปรากฏตรงหน้า แต่พยายามตั้งรับทั้งที่จิตใจแตกสลายไม่มีชิ้นดี

“พ่อคะ.. รู้หรือเปล่าว่าเขามีบ้านเล็กมานานเท่าไหร่แล้ว” ซ่งเซียงบีบมือหลานสาว ในใจเธอเดาว่ามันคงไม่ต่ำกว่า 18 ปี เนื่องจากเด็กหนุ่มในภาพรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายคนเล็กของเธอ

“หลังจากลูกแต่งงานไม่นาน” เขายื่นเอกสารข้อมูลที่ลูกน้องสืบมาได้ให้ซ่งเซียงอ่านด้วยตัวเอง

ซ่งเซียงยื่นมือสั่นเทาออกไปรับกระดาษปึกนั้น ในใจบีบรัดรุนแรงจนเธอหายใจหายคอลำบาก ทว่าเธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับความจริง ต่อให้ข้างในพังยับเยิน เธอก็เชื่อว่าตัวเองจะผ่านมันไปได้ ด้วยพื้นฐานเป็นคนเข้มแข็ง

ข้อมูลในกระดาษปึกใหญ่ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวระหว่างเจียงกั๋วกับภรรยาน้อยโดยละเอียด แค่บอกว่าลูกชายของทั้งสองอายุน้อยกว่าเจียงเซินเพียงหนึ่งเดือน หมายความว่าเจียงกั๋วไม่ซื่อสัตย์มาตั้งแต่ลูกชายคนโตอายุไม่ถึงขวบด้วยซ้ำ

“อารอง..ใจเย็น ๆ นะคะ หายใจเข้าลึก ๆ” ใบหน้าซ่งอวิ๋นซีดเซียว เกรงว่าอารองจะรับความจริงไม่ได้ กระทั่งช็อกเข้าโรงพยาบาล

“ไม่ต้องกังวลนะอวิ๋นเอ๋อร์ อาจะไม่เป็นอะไร” เธอดึงหลานสาวเข้ามากอดแน่น ดูเหมือนกำลังปลอบหลานสาว แต่แท้จริงแล้วเธอกำลังหาที่พึ่งให้จิตใจตัวเอง

“หนูรู้ว่าคุณอาเข้มแข็ง แต่เวลาแบบนี้.. อาร้องไห้ก็ได้นะคะ พออาเป็นแบบนี้ หนูไม่สบายใจเลย” ซ่งอวิ๋นน้ำตาคลอเบ้า

“นั่นสินะ.. อาก็อยากร้องไห้ แต่ตอนนี้ร้องไม่ออกเลย แค่หายใจยังลำบาก..” ซ่งเซียงหัวเราะสมเพชตัวเอง ที่ผ่านมาเธอไม่เคยสงสัย หรือทำตัวจู้จี้ เขาบอกว่าเข้าบริษัท เธอก็เชื่อ แต่เขากลับตอบแทนเธอด้วยการทรยศ

“จะเอายังไงต่อ ถ้ายังไม่พร้อมหย่า พ่อก็ไม่ว่าอะไร” ซ่งเต๋อไม่บังคับลูกสาว เหมือนที่ไม่บังคับลูกสะใภ้ให้รีบหย่าตอนจับได้ว่าซ่งเหวินนอกใจ

เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน เข้าใจดีว่าบางครั้งความรักก็ทำให้เราไม่มีเหตุผล แม้กระทั่งทำเรื่องไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรีลงไปอย่างโง่งม หากซ่งเซียงยังทำใจไม่ได้ เขาก็ยินดีปิดตาข้างหนึ่งไปอีกสักระยะ

“ไม่ค่ะพ่อ ทุกอย่างชัดเจนขนาดนี้แล้ว ถ้าหนูยังไม่หย่า วันหน้าเจียงกั๋วคงพาเมียน้อยกับลูกนอกสมรสมาเหยียบหัวหนูถึงในบ้านแน่ ๆ” ซ่งเซียงกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ปลายจมูกเธอแสบร้อน ดวงตาก็ร้อนผะผ่าว เธออยากร้องไห้ แต่น้ำตาไม่ยอมไหลออกมาเสียที

“เซียงเอ๋อร์มานี่” ผู้เฒ่าซ่งตบหน้าขาตนเองเบา ๆ ทำเหมือนตอนที่เธอยังเด็ก เวลาเจอเรื่องคับข้องใจ เธอมักจะพุ่งตัวมาซุกขาเขาแล้วร้องไห้งอแง พอร้องจนเหนื่อยแล้ว ก็ทำราวกับความเศร้าก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น

ซ่งเซียงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริก พริบตาต่อมาเธอก็ถลาไปซุกหน้าลงบนต้นขาผู้เป็นพ่อ จากที่คิดว่าน้ำตาไม่ยอมไหล คราวนี้เสียงร้องไห้ของเธอดังไปทั่วห้องโถง

มันเต็มไปด้วยความทรมานและเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง

ซ่งอวิ๋นมองภาพนั้น ความรู้สึกที่ว่าไม่อยากแต่งงานยิ่งชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากความซื่อสัตย์และมั่นคงของปู่ซ่ง เธอยังมองไม่เห็นความรักมั่นคงเช่นนั้นจากใครเลย

ความรักที่มั่นคง อยู่กันไปจนแก่เฒ่า ไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทร..

กว่าซ่งเซียงจะรู้สึกดีขึ้น ก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เธอร้องจนไม่มีน้ำตาให้ไหล ดวงตาบวมเป่งอย่างน่าสงสาร แต่เธอกลับโล่งเพราะความรู้สึกแสนทรมานถูกระบายออกไปพร้อมน้ำตา

จังหวะเดียวกันนั้น สมาร์ทโฟนของซ่งเซียงสั่นขึ้นมา หน้าจอทัชสกรีนปรากฏข้อความวีแชทจากสามี

เจียงกั๋ว : วันนี้ผมกลับบ้านดึกหน่อยนะ งานมีปัญหานิดหน่อย คุณนอนก่อนเลยก็ได้ ถ้ามีอะไรด่วนก็โทรมานะ

ผู้เฒ่าซ่งเห็นข้อความนั้น อยากทะลุผ่านโทรศัพท์เข้าไปทุบตีเจียงกั๋ว ใจเขาร้อนรุ่มไม่อาจสงบ ไม่อยากเชื่อเลยว่าตนจะมองคนผิด ยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับคนกลับกลอกเช่นนั้น

...

เจียงซูเดินทางมาบ้านใหญ่ซ่งพร้อมน้องชาย หลังจากได้รับข้อความแปลก ๆ จากผู้เป็นแม่ ตอนแรกเจียงเซินจะไม่มา เขาให้เหตุผลว่าตนเองต้องซ้อมเพื่อแข่งขันในรอบถัดไป แต่เจียงซูไม่ยินยอม ลากคอน้องชายมาที่บ้านใหญ่ซ่งจนได้

“เจ้าใหญ่ เจ้ารอง นั่งก่อนสิ แม่มีเรื่องสำคัญอยากคุยกับลูก”

“ทำไมตาบวมแบบนี้ครับ” เจียงซูพุ่งเข้าไปนั่งเบื้องหน้าผู้เป็นแม่

“โดนคุณตาดุเหรอ” เจียงเซินตามพี่ชายเข้าไปติด ๆ แต่คำถามของเขาเบามาก แทบไม่ได้ยิน

“ตาเคยดุแม่ที่ไหนกัน..” ซ่งเซียงอ่อนอกอ่อนใจกับลูกชายคนรอง เขากู่ไม่กลับแล้วจริง ๆ

“ลองดูรูปกับข้อมูลพวกนี้” ผู้เฒ่าซ่งไม่อยากถือสาหลานชายไร้สมอง ยื่นรูปภาพและข้อมูลทั้งหมดให้หลานทั้งสองคนอ่าน

สายตาสองพี่น้องหยุดอยู่บนภาพถ่าย ราวกับสมองของเขาไม่อาจประมวลผลสิ่งที่เห็นได้ในทันที

ภาพของผู้เป็นพ่อที่กอดไหล่เด็กหนุ่ม ข้างกายมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ ทั้งสามคนดูสนิทสนมราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน หัวใจของเจียงเซินกระตุกวูบ

เขาหยิบภาพถ่ายขึ้นมาอย่างช้า ๆ ปลายนิ้วเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก ดวงตากวาดมองใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้น เค้าโครงใบหน้าเหมือนกันเกินไป เหมือนจนไม่อาจหลอกตัวเองได้

ลมหายใจของเขาชะงักค้างอยู่ในอก ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา

‘ลูกนอกสมรส’ ความคิดนั้นผุดขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะกระแทกเข้ากลางใจอย่างรุนแรง

พ่อมีลูกอีกคน ลูกที่ไม่ใช่เขากับพี่ใหญ่

ชายหนุ่มก้มมองภาพถ่ายในมืออยู่นาน ความรู้สึกหลากหลายประดังเข้ามาจนแยกไม่ออกว่าอะไรคือความโกรธ อะไรคือความเสียใจ และอะไรคือความผิดหวัง

เขาไม่ได้ร้องไห้ เพียงแต่ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นเรื่อย ๆ จนภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว

มือที่ถือภาพถ่ายสั่นเล็กน้อย มืออีกข้างกำขอบกระดาษข้อมูลแน่นขึ้น

ตลอดชีวิต เขาเคยคิดว่าตัวเองรู้จักพ่อดีที่สุด แต่ในวันนี้กลับเพิ่งรู้ว่า ผู้ชายที่เขาเรียกว่าพ่อมาตลอดยี่สิบปี มีชีวิตอีกด้านหนึ่งที่ปิดบังเอาไว้จากครอบครัว

“ทำไม...” เสียงแหบพร่าหลุดออกมาเบา ๆ คำถามสั้น ๆ ที่ไม่มีใครตอบได้

ซ่งอวิ๋นเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่สงสาร แต่ก็ไม่ได้ซ้ำเติม เธอเป็นห่วงความรู้สึกพี่ใหญ่มากว่า..