LNCrawler

แทบกระอัก

คุณหนูใหญ่ซ่งอวิ๋น — novel.dek d.com · All chapters

แทบกระอัก

สามพี่น้องตรงไปยังห้องพักของผู้เข้าแข่งขัน เวลานี้เจียงเซินและเจียงกวนถูกจับแยกคนละมุม คนหนึ่งโมโหเดือดดาล ส่วนอีกคนสภาพไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก หยาดโลหิตหยดออกจากมุมปาก เปรอะเปื้อนเสื้อสีขาวเป็นด่างดวง

“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น” ผู้กำกับหูแทบลมจับ เมื่อเห็นสภาพเละเทะภายในห้อง ไม่ต้องพูดถึงคนเจ็บ ตอนนี้เจียงกวนแทบจะประคองสติตัวเองไว้ไม่อยู่แล้ว นั่นหมายความว่าเขาต้องถอนตัวจากการแข่งขัน และอาจก่อให้เกิดกระแสข่าวด้านลบ

“...” เจียงเซินหอบหายใจหนัก สติของเขาเริ่มกลับมาอีกครั้ง หลังจากได้ระบายอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ในอก แต่เมื่อหันไปเห็นซ่งอวิ๋น ซ่งจื้อ และเจียงซูยืนอยู่หน้าประตู เขาก็เริ่มขยับตัวอย่างไม่สบายใจอีกครั้ง

“คุณเจียงกวนไหวหรือเปล่า ไปโรงพยาบาลดีกว่าไหม”

“คะ ครับ” เจียงกวนพยักหน้ารับคำอย่างยากลำบาก หมัดที่กระแทกเข้ากับใบหน้า ทิ้งรอยช้ำเข้มไว้ทั่วโหนกแก้ม ผิวบริเวณนั้นบวมแดงเห็นได้ชัด และเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำตรงจุดที่รับแรงกระแทก ความร้อนระอุแผ่ไปทั่วใบหน้าจนเขาต้องยกมือขึ้นประคองแก้มอย่างระมัดระวัง

ตรงมุมปากมีรอยแตกเป็นแผลถลอก โลหิตสีแดงสดไหลซึมออกมาไม่หยุด รอยเลือดลากผ่านริมฝีปากลงไปถึงปลายคาง เขาใช้หลังมือเช็ดออกอย่างลวก ๆ แต่ไม่นานก็มีเลือดซึมขึ้นมาอีกครั้ง

ดูแล้วสะบักสะบอมน่าสงสารอย่างยิ่ง ส่งผลให้เจียงเซินถูกสายตาหลายคู่จ้องเขม็งราวกับเขาเป็นฆาตกร

“พาคุณเจียงไปโรงพยาบาลก่อน” ผู้กำกับหูพยายามตั้งสติ จัดการกับปัญหาตรงหน้าอย่างใจเย็น ครั้นเจียงกวนถูกประคองตัวออกไปแล้ว เขาก็หันไปมองเจียงเซินอย่างไม่เข้าใจ “ผมไม่รู้ว่าคุณมีเรื่องบาดหมางอะไรกัน แต่การทำร้ายร่างกายคนอื่นมันผิดกฎหมายนะครับ ถ้าหากคุณเจียงกวนจะเอาเรื่อง ผมก็คงขัดขวางไม่ได้ อีกทั้งยังต้องให้ความร่วมมือกับตำรวจ ปล่อยให้ทีมงานที่เห็นเหตุการณ์ไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ”

แทนที่เจียงเซินจะใจเย็นลง กลับตวาดผู้กำกับหูด้วยความไม่พอใจ “ลูกนอกสมรสอย่างมัน กล้าสร้างเรื่องถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลด้วยเหรอ”

“!!” ผู้กำกับหูชะงักค้าง หันไปมองซ่งอวิ๋นและพี่ชายของเธอเชิงตั้งคำถาม

ซ่งอวิ๋นยิ้มแหย พลางค้อมศีรษะปลก ๆ ขอโทษแทนพี่ชาย “ขอโทษนะคะผู้กำกับ พวกเราขอเวลาส่วนตัวสักครู่ได้ไหมคะ”

“ตกลง” ชายวัยใกล้เกษียณหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ข้อมูลใหม่ที่เขาได้รับทำเอาสมองมึนเบลอ ยังไม่รู้เลยว่าจะอธิบายกับผู้ชมอย่างไร เจียงกวนเป็นตัวเต็งของรายการเสียด้วย

คล้อยหลังผู้กำกับหู ซ่งอวิ๋นก็ก้าวขึ้นหน้า ตวัดฝ่ามือตบพี่ชายโดยไม่ออมแรง เสียงตบฉาดใหญ่ดังก้อง คนถูกตบผงะถอยหลังไปสองก้าว ขณะที่ซ่งจื้อและเจียงซูไม่ได้ห้าม

ทั้งคู่คิดไม่ต่างกันว่าเจียงเซินควรถูกตบเรียกสติสักครั้ง

“ซ่งอวิ๋น” เจียงเซินยกมือขึ้นกุมแก้ม พึมพำชื่อเธอเสียงแผ่ว ด้วยมีชนักติดหลัง จึงไม่กล้าพูดอะไรรุนแรงมากกว่านั้น

“บ้าไปแล้วเหรอ ก่อเรื่องแบบนี้แล้วคิดว่าจะเปลี่ยนความจริงได้หรือไง ไหนพี่เคยบอกว่าเด็กไม่ผิด ทำไมวันนี้กลืนน้ำลายตัวเองเสียแล้วล่ะ” ซ่งอวิ๋นกดเสียงต่ำในลำคอ การที่เขาสร้างปัญหาแบบนี้ มีแต่จะทำให้อาหญิงรองอับอายมากขึ้นกว่าเดิม

“มันไม่เหมือนกัน”

“ไม่เหมือนยังไง กรณีเดียวกันเป๊ะ ๆ เลยต่างหาก พี่บอกเองว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ ความผิดของผู้ใหญ่ไม่ควรกระทบกับเด็ก พี่ยังว่าฉันใจแคบ ทั้งที่ฉันแค่ต่างคนต่างอยู่กับซ่งหว่านเท่านั้น มาตอนนี้พี่เจอกับตัวเองบ้าง กลับอ้างว่ามันไม่เหมือนกันเนี่ยนะ ตลกไปหรือเปล่า” ซ่งอวิ๋นแค่นเสียงหัวเราะ

“ซ่งหว่านไม่ได้ตั้งใจยั่วยุ แต่ไอ้เวรนั่นมันจงใจทำให้ฉันโมโห” เจียงเซินหัวเสีย รู้สึกเสียหน้าที่โดนซ่งอวิ๋นตอกกลับตรง ๆ แต่เขามั่นใจว่าตัวเองมีเหตุผลมากกว่าแน่นอน

“แน่ใจได้ยังไงว่าซ่งหว่านไม่เคยยั่วยุฉัน?” รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้างดงาม นัยน์ตาดอกท้อเยือกเย็นลงจนดูน่ากลัว “คนอย่างพี่นี่..”

หญิงสาวหยุดคำพูดไว้เพียงเท่านั้น หมุนกายเตรียมจะเดินออกจากห้อง แต่กลับถูกอีกฝ่ายดึงแขนไว้

“คนอย่างฉันมันทำไม”

“ปล่อย..” เสียงหวานกดต่ำลงกว่าเดิม

ความเจ็บปวดที่เคยถูกน้องสาวเล่นงานวาบเข้ามาในสมอง ชายหนุ่มจึงปล่อยแขนเธอแล้วลนลานอธิบายกับพี่ชายไปว่า “ผมโดนเจียงกวนยั่วยุจริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะก่อเรื่อง เชื่อผมเถอะนะพี่ใหญ่”

“แล้วยังไง?”

“พี่พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง จะบอกว่าถ้าโดนยั่วยุแล้วพี่จะไม่โมโหงั้นสิ”

“แน่นอนว่าฉันต้องโมโห แต่จะไม่ทำเรื่องรุนแรงท่ามกลางสายตาคนมากมายแบบนี้ ตอนนี้แม่กำลังจะฟ้องหย่า แกสร้างเรื่องในช่วงเวลาสำคัญ ไม่คิดบ้างเหรอว่าอาจทำให้ฝ่ายนั้นได้เปรียบ”

ตั้งแต่เด็กจนโต แม้น้องชายจะสุดโต่งในบางเรื่อง แต่เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะโง่แล้วโง่อีกแบบนี้

เจียงเซินชะงัก ก้มหน้าครุ่นคิดก็พบว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง หากแม่ของเจียงกวนถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย เธออาจเอาเรื่องที่เขาทำร้ายร่างกายเจียงกวนขึ้นมาเป็นข้อต่อรอง เขามั่นใจว่าแม่รักเขามาก ย่อมต้องยอมเสียผลประโยชน์ตรงนี้ แต่ความจริงเขาไม่ควรสร้างปัญหาตั้งแต่แรก

“พอจะเข้าใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมว่าโดนเสี่ยวอวิ๋นตบเพราะอะไร ฉันว่าตามไปที่โรงพยาบาลก่อนดีกว่า ถ้าฝ่ายนั้นแจ้งตำรวจ เจ้าหน้าที่จะได้ไม่คิดว่าแกจงใจหนี อย่างน้อยก็พอจะอ้างได้ว่าบันดาลโทสะ เพราะเพิ่งรู้ว่าเจียงกวนเป็นลูกนอกสมรส”

เจียงซูคิดหาช่องทางรอดให้น้องชายจนหัวแทบระเบิด สุดท้ายก็พบว่ามีทางนี้ที่พอจะบรรเทาโทษได้

“ก่อนพี่รองจะต่อยหน้าเจียงกวน มีคนอื่นเห็นเหตุการณ์ไหมครับ”

“ไม่มี” เจียงเซินส่ายศีรษะ “ตอนแรกมีแค่ฉันกับไอ้เวรนั่นสองคน พอมีเสียงเอะอะวุ่นวาย สต๊าฟถึงได้เปิดประตูเข้ามาดู”

“งั้นก็ต้องให้การดี ๆ นะคะ ห้ามพูดกลับไปกลับมา ถ้าบอกว่าไม่รู้มาก่อน ก็ต้องทำเหมือนเพิ่งรู้แล้วบันดาลโทสะจริง ๆ” ซ่งอวิ๋นทอดถอนหายใจ หากไม่เห็นแก่พี่ใหญ่และอาหญิงรอง เธอคงไม่ใส่ใจเรื่องของอีกฝ่ายเช่นนี้

“ฉัน.. เข้าใจแล้ว” เจียงเซินไม่อาจเข้าหน้ากับซ่งอวิ๋น แม้อคติในใจจะลดลงแล้ว แต่เขาโดนเธอตีมาสองรอบ ศักดิ์ศรีในฐานะพี่ชายไม่เหลือเลยสักนิด

“พี่รอง เป็นยังไงบ้างคะ” ซ่งหว่านวิ่งเข้ามาด้วยอาการหอบหนักหน่วงพร้อมกับนักดนตรีในวงคนอื่น ๆ เนื่องจากมีทีมงานไปแจ้งเมื่อครู่

อันที่จริงเธอรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเธอเป็นคนยั่วยุเขาเอง แต่ไม่นึกว่าเขาจะอาละวาดถึงขนาดทำห้องพักผู้เข้าแข่งขันเละเทะแบบนี้

“พี่ไม่เป็นไร.. ขอโทษนะ ฉันอาจจะแข่งต่อด้วยไม่ได้” เจียงเซินมองเพื่อนร่วมวงอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป ไม่กล้าสู้หน้าเพื่อน ๆ นานกว่านี้

...

โรงพยาบาลหมายเลขสองในช่วงบ่ายยังมีคนมากหน้าหลายตาเดินเข้าออก ประธานเจียงเร่งรุดมาที่โรงพยาบาล หลังได้รับแจ้งว่าลูกชายคนเล็กโดนผู้เข้าแข่งขันทำร้ายร่างกายจนสะบักสะบอม

แต่เมื่อวิ่งมาถึง เขาก็พบว่าลูกชายทั้งสองคนของเขานั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ส่วนหลานชายหลานสาวจากตระกูลซ่งก็ยืนอยู่ด้วย ซึ่งเจียงกั๋วไม่ได้เตรียมใจมาเพื่อพบเจอสถานการณ์เช่นนี้

คนที่วิ่งตามมาติด ๆ คือ ‘รุ่ยถิง’ ภรรยารองของเจียงกั๋ว สีหน้าเธอตื่นตระหนก น้ำตาคลอหน่วยอย่างน่าสงสาร

“แกเป็นคนทำเหรอเจ้ารอง”

“...” เจียงเซินไม่ปฏิเสธ จ้องหน้าผู้เป็นพ่อนิ่ง ๆ

“ญาติผู้ป่วยเจียงกวนมาถึงหรือยังคะ” ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกพร้อมกับพยาบาลสาวกวาดตามองรอบด้าน

“ดิฉันเป็นแม่ของเขาค่ะ” รุ่ยถิงถลาเข้าไปหาพยาบาล

“ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยดีนะคะ เลือดหยุดไหลแล้ว สมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือน แต่อาจต้องทานอาหารอ่อน ๆ ไปอีกพักใหญ่นะคะ” พยาบาลสาวอธิบายให้ญาติผู้ป่วยสบายใจ “นั่นไงคะ ผู้ป่วยออกมาแล้ว”

“เสี่ยวกวน!! เลือดออกเยอะขนาดนี้เลยเหรอลูก” รุ่ยถิงถลาเข้าไปหาลูกชาย ในใจร้อนระอุ อยากจะฆ่าคนทำให้ตายคามือ

“ไม่เป็นไรครับแม่” เจียงกวนตอบด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ดวงตาเขาแดงก่ำ ราวกับพบเจอเรื่องอยุติธรรมมาอย่างหนัก

ซ่งอวิ๋นเห็นแล้วขนลุกขนชัน เจียงกวนอายุ 20 ปีแล้ว จะมาทำตัวราวกับถูกรังแก ไร้หนทางสู้ ต้องพิจารณาหน่อยว่าตัวเองไม่ใช่เด็กน้อยแล้ว

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งนี้ได้ผลสำหรับเจียงกั๋ว เขาโมโหที่เห็นลูกชายคนเล็กเจ็บหนัก เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ ๆ “คุณพาลูกกลับบ้านไปก่อน เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง”

“ฉัน..” รุ่ยถิงจับจ้องทางสองพี่น้องอย่างไม่อยากยินยอม แต่เมื่อเห็นสายตาดุดันของสามี เธอก็จำใจพาลูกออกไปพร้อมอารมณ์ฉุนเฉียว

คล้อยหลังสองแม่ลูก เจียงกั๋วก็หันมาหาลูกชายทันควัน ยิงคำถามตรงประเด็น แต่คำถามนั้นกลับราวกับน้ำเย็น ๆ สาดเข้าใบหน้าเจียงเซิน

“แกทำแบบนี้ทำไม ต่อให้แกไม่พอใจพ่อแค่ไหน ก็ไม่ควรเอาความโกรธไปลงกับน้องชายตัวเอง”

ราวกับเจียงเซินได้เห็นภาพแฟลชแบค ตอนลุงใหญ่ต่อว่าซ่งอวิ๋น และบอกว่าซ่งอวิ๋นใจแคบไม่รู้จักแยกแยะ ตอนนี้เขาต้องเจอกับตัว ปวดใจแทบกระอักเลยทีเดียว

“พ่อไม่คิดจะอธิบายอะไรหน่อยเหรอครับ” เจียงซูกำหมัดแน่น อย่างน้อยเขาก็อยากเห็นความรู้สึกผิดเล็กน้อยจากท่าน ผลปรากฏก็คือในใจของพ่อ ลูกชายนอกสมรสสำคัญกว่าพวกเขาสองพี่น้อง

“พ่อ..” เจียงกั๋วสะอึกอึ้ง จ้องหน้าลูกชายคนโต ยอมรับว่าอีกฝ่ายเป็นความภาคภูมิใจของเขา แต่ว่าลูกชายที่มีสายเลือดตระกูลซ่ง ไม่อาจทำให้เขามีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจ