LNCrawler

กรรมของคนไม่ซื่อสัตย์

คุณหนูใหญ่ซ่งอวิ๋น — novel.dek d.com · All chapters

กรรมของคนไม่ซื่อสัตย์

“พ่อถามเรื่องนี้ทำไมครับ ยังไงก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้สภาพร่างกายผมแย่ขนาดนี้ พ่อเมตตาอาหว่านหน่อยได้ไหม” ซ่งเหวินมั่นใจเต็มเปี่ยม แม้พ่อจะไม่เคยเชื่อว่าซ่งหว่านเป็นหลาน แต่ก็ไม่ควรปักใจถึงขั้นนั้น หลักฐานก็มีให้เห็นอยู่ชัด ๆ

ทว่า.. ทั้งที่เขาตอบออกไปอย่างมั่นอกมั่นใจถึงเพียงนี้ แต่แววตาของพ่อที่มองมาราวกับเวทนาอยู่กลาย ๆ ทำเขาใจกระตุกจน มือที่เริ่มซูบผอมกำผ้าปูเตียงผู้ป่วยไว้แน่น สายตาเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลในมือผู้เป็นพ่อ เขาพลันหายใจติดขัด ไม่ต่างจากคนจมน้ำ

“แล้วถ้าพ่อมีหลักฐานอีกด้านล่ะ แกจะว่ายังไง” ผู้เฒ่าซ่งหรี่ตาลง ในฐานะของคนเป็นพ่อ การที่ลูกชายตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เขาย่อมสงสาร ยิ่งซ่งเหวินป่วยเป็นมะเร็งระยะสาม ยังไม่รู้เลยว่าจะมีชีวิตรอดได้อีกนานแค่ไหน แต่เขาไม่อยากให้ลูกชายเสียชีวิตไปโดยที่ไม่รู้อะไรเลย

แม้ความจริงมันน่ากลัว แต่เขาสอนลูกหลานเสมอว่าให้เผชิญหน้ากับมันอย่างเข้มแข็ง ซ่งเหวินเองก็รู้เรื่องนั้นดี แต่ทำมันไม่ค่อยได้

“ผม..” ซ่งเหวินอึกอัก ใจอยากตะโกนออกไปว่าไม่เชื่อ แต่ก็น้ำท่วมปาก ความมั่นใจที่เคยมีสั่นคลอนลง

พ่อไม่จำเป็นต้องโกหกเขา คนอย่างท่านไม่มีทางเสียเวลาทำเรื่องไร้สาระ เพราะหากจะทำ ท่านคงไม่รั้งรอเวลาให้ผ่านมาหลายเดือนเช่นนี้

“อาเหวิน แกเคยเป็นลูกชายที่พ่อภูมิใจที่สุด พ่อไม่รู้ว่าจุดหักเหในชีวิตแกอยู่ตรงไหน แกถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนั้น บางทีพ่ออาจจะไม่ใช่พ่อที่สมบูรณ์แบบ แต่ที่ผ่านมาพ่อพยายามทำเพื่อครอบครัวเราอย่างเต็มที่แล้ว ตอนนี้บ้านเรากำลังเกิดเรื่องบางอย่าง”

“...” แววตาซ่งเหวินทั้งสับสน หลากอารมณ์วนเวียนอยู่ภายในอกจนเขาแทบจะแยกแยะมันไม่ออก แต่อาจเป็นเพราะเขาป่วยหนัก จึงไม่มีเรี่ยวแรงจะแผลงฤทธิ์ หรือแสดงทัศนคติด้านลบที่มีต่อพ่อและแม่

ยิ่งกว่านั้นเรื่องที่พ่อพูดถึงทำเขางุนงง เขาเชื่อมาตลอดว่าตระกูลซ่งแข็งแกร่ง ไม่มีทางล้มลงง่าย ๆ แต่วันนี้พ่อกลับพูดว่ากำลังเกิดเรื่องบางอย่าง มันต้องใหญ่โตมากพอที่ทำให้พ่อผู้ไม่เคยหวั่นไหว ใจแกร่งดุจหินผาตั้งตระหง่านท้าทายแรงลม เริ่มคิดไม่ตกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ครั้งนี้พ่ออยากจะเดิมพันสักครั้ง หวังว่าแกจะไม่ทำให้พ่อผิดหวัง” ผู้เฒ่าซ่งสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ขอให้ซ่งเหวินจะไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น

“พ่อพูดมาได้เลย” ซ่งเหวินพยายามสงบสติอารมณ์ จดจ้องสิ่งที่อยู่ในมือผู้เป็นพ่อไม่วางตา

“อืม..” ผู้เฒ่าซ่งเริ่มบอกเล่าเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นกับตระกูลซ่งในช่วงที่ผ่านมา พลางสังเกตปฏิกิริยาของซ่งเหวินไปด้วย เมื่อเห็นว่าลมหายใจติดขัดนั้นค่อย ๆ สงบลง รับฟังด้วยใจเป็นกลางมากขึ้น เขาก็เริ่มวางใจไปเปลาะหนึ่ง

ฝ่ามือซ่งเหวินเดี๋ยวกำเดี๋ยวคลาย บ่งบอกถึงความเคร่งเครียด ส่วนมากเรื่องราวเหล่านั้นพุ่งเป้ามาที่ซ่งอวิ๋น มีทั้งเรื่องที่เขารู้ และเรื่องที่เขาไม่รู้ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร แต่ถึงเขาจะโกรธและรักซ่งอวิ๋นน้อยกว่าลูกสาวคนโต แต่ไม่ได้แปลว่าที่ผ่านมาเขาไม่รู้สึกอะไรกับลูกสาวคนนี้

กระทั่งพ่อเล่าถึงตอนที่ซ่งอวิ๋นบังเอิญเจอผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาเหมือนฮวาผิง เขาก็เบิกตากว้าง แล้วโต้แย้งทันควัน “เธอตายไปแล้ว เสี่ยวอวิ๋นจะเจอเธอได้ยังไง”

“เสี่ยวอวิ๋นเจอจริง ๆ มีภาพจากกล้องวงจรปิด ผู้หญิงคนนี้หน้าตาคล้ายฮวาผิง แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียวหรอกนะ” ผู้เฒ่าซ่งไม่ว่าเปล่า นำคลิปจากโทรศัพท์ออกมาเปิดให้ลูกชายดู

“!!” หัวใจซ่งเหวินกระตุกวูบ ก่อนจะเต้นแรงจนเขาเริ่มเจ็บหน่วงอยู่ภายใน เขารู้จักฮวาผิงเกินครึ่งชีวิต จำได้แม้กระทั่งการเคลื่อนไหวร่างกาย มองแวบแรกก็รู้เลยว่าเธอคือภรรยาที่เสียชีวิตไปเมื่อไม่นานนี้จริง ๆ แม้หน้าตาจะต่างออกไปเล็กน้อย แต่เขายังจำขึ้นใจ

ผู้เฒ่าซ่งพิจารณาปฏิกิริยาตอบกลับของลูกชาย ก็ทราบทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือฮวาผิงจริง ๆ

“แต่ แต่ว่าผมเห็นกับตาว่าเธอเสียชีวิตแล้ว ผม ๆ” เสียงของซ่งเหวินติดขัดราวแผ่นเสียงตกร่อง ทั้งตกใจและสับสน

“แกเห็นกับตาเลยเหรอว่าคนตายคือฮวาผิงจริง ๆ” ผู้เฒ่าซ่งถามย้ำ

“เห็น.. ไม่สิ ผมไม่ได้เห็น ตอนผมไปถึง เธอก็เข้าสุสานไปแล้ว”

เพราะช่วงที่เธอเสียชีวิต ใกล้กับวันเกิดของซ่งอวิ๋น มีหลายอย่างให้จัดเตรียม เขาไปร่วมงานศพในวันสุดท้าย แต่ก็ปรากฏตัวในงานศพอย่างเอิกเกริกไม่ได้ จึงได้แต่บอกลาเธอหน้าหลุมศพในสุสาน

“ซ่งเหวิน.. มองหน้าพ่อ”

ซ่งเหวินติดอยู่ในห้วงความคิด ถูกเสียงเข้มงวดติดแหบพร่าดึงสติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว เขาจ้องหน้าผู้เฒ่าซ่งทันที พริบตาต่อมา ซองเอกสารก็มาอยู่ในมือของเขา

“ความจริงอยู่ในนี้ อยู่ที่ว่าแกจะกล้าเปิดมันออกมาหรือเปล่า พ่อให้โอกาสแกได้เลือก ตอนนี้แกป่วยหนัก ถ้าทุกอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้คือน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ จะไม่เปิดก็ได้”

ผู้เฒ่าซ่งไม่อยากบังคับ ในทางกลับกัน เขาก็ต้องระมัดระวังซ่งหว่านและคอยจับตาดูหล่อนอย่างใกล้ชิด

“ผม.. ผมจะดู” นี่เป็นครั้งแรกที่ซ่งเหวินรู้สึกว่าตนเองใช้ความกล้าหาญทั้งชีวิตในการเปิดซองเอกสาร ไม่ต่างจากการเปิดกล่องแพนโดร่า ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่อยู่ภายในนั้นจะเลวร้ายขนาดไหน

ผู้เฒ่าซ่งพยักหน้ารับ ดวงตาคมกริบจ้องบุตรชายไม่ละสายตา ขณะที่ซ่งเหวินหยิบเอกสารภายในออกมาอ่านด้วยร่างกายที่สั่นระริกมากขึ้นเรื่อย ๆ

“นี่มัน..” แวบแรกผลตรวจดีเอ็นเอทำเขาสับสน เพราะในกระดาษบอกว่าเป็นพ่อลูกกัน แต่เมื่อสายตาเลื่อนไปเห็นภาพฮวาผิงสมัยยังสาว กอดแขนเจียงกั๋วอย่างสนิทสนม ไม่ต่างจากคู่รักหวานชื่น มันเหมือนกำลังฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็น

นั่นหมายความว่า ผลตรวจใบนี้ยืนยันว่าซ่งหว่านกับเจียงกั๋วเป็นพ่อลูกกัน ส่วนเขาก็เลี้ยงลูกกาเหว่าไว้ในรังอย่างทะนุถนอม

“ฮะ ฮ่า ๆ ๆ” ซ่งเหวินหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา รูปถ่ายใบนั้นยับเยินคามือเขา ความแค้นเคืองจากการถูกหักหลังทำให้เขาใกล้คลั่งเต็มทน

ทว่า.. จู่ ๆ ภาพโจวจิ่วยามรู้ว่าเขาซุกภรรยารองและลูกนอกสมรสไว้นอกบ้านก็วนเข้ามาในสมอง

วันนั้นเธอก็คงรู้สึกแบบนี้ เจ็บปวด ทรมาน แค้นเคือง และขยะแขยง ว่าไปแล้วนี่คงเป็นเวรกรรมของคนไม่ซื่อสัตย์อย่างเขา

ผู้เฒ่าซ่งปล่อยให้ซ่งเหวินจัดการอารมณ์ตัวเองอยู่นาน เขาไม่ได้พูดปลอบใจใด ๆ แม้จะเห็นว่าน้ำตาของลูกชายเปียกหมอน เขาก็เพียงนั่งนิ่ง ๆ อยู่อย่างนั้น

ซ่งเหวินเลือกเส้นทางชีวิตเอง เขาดึงผู้หญิงคนนั้นไว้ข้างกาย แต่ไม่เฉลียวใจเลยว่า จะมีผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนยอมอยู่ในความลับ หากไม่ได้ต้องการเงินทอง ก็ต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง

“พ่อ.. จะทำยังไงต่อไป” ซ่งเหวินใช้เวลานานนับชั่วโมงกว่าจะปรับอารมณ์ตัวเองให้พอพูดคุยกับพ่อได้

“ยังเปิดเผยความจริงออกไปไม่ได้ ในเมื่อฮวาผิงยังไม่ตาย ฉันต้องรู้ก่อนว่าฮวาผิงมีจุดประสงค์อะไร และมีใครอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า พ่อหวังว่าแกจะไม่ทำให้ไก่ตื่น”

“...” ซ่งเหวินชะงัก แน่นอนว่าไก่ที่พ่อหมายถึงคือซ่งหว่าน หากเธอรู้ว่าเขาทราบเรื่องนี้แล้ว ฮวาผิงที่อยู่ในเงามืดย่อมต้องทราบในไม่ช้า

“ถือเสียว่าชดเชยให้เสี่ยวอวิ๋น ตอนนี้ลูกแกตกอยู่ในอันตราย แกจะเลือกใครระหว่างเด็กที่ไม่เกี่ยวข้องทางสายเลือด กับลูกสาวแท้ ๆ”

“ครับพ่อ ผมเข้าใจแล้ว” ซ่งเหวินปิดเปลือกตาลง ความรู้สึกเจ็บปวด ขื่นขมประเดประดังเข้ามาจนเขาแทบรับทุกอย่างไว้ไม่ไหว

ว่ากันตามเหตุผล เขาย่อมต้องเลือกซ่งอวิ๋น แต่พอนึกถึงซ่งหว่าน หนามแหลมก็ทิ่มแทงจนเขาร้าวระบม และยิ่งนึกถึงเจียงกั๋ว เขาก็เพิ่งรู้สึกว่าซ่งหว่านมีส่วนคล้ายคลึงเจียงกั๋วอยู่บ้างจริง ๆ

“ดี.. รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี บางทีถ้าพวกนั้นเห็นแกหมดประโยชน์ อาจจะเล่นงานได้ ในมือแกยังมีคนที่ไว้ใจได้อยู่หรือเปล่า”

“รบกวนด้วยครับพ่อ”

นั่นหมายความว่าตอนนี้เขาแทบจะไว้ใจใครไม่ได้เลย ขนาดฮวาผิงยังหักหลังเขาอย่างเจ็บแสบ กับคนอื่นเขาก็ต้องระแวงไว้ก่อน

อันที่จริง หากเป็นไปได้ เขาก็อยากตายไปให้พ้น ๆ ความจริงนี้เหมือนกำลังฆ่าเขาให้ตายช้า ๆ ทรมานเหลือเกิน

...

ซ่งหว่านเดินทางมาที่โรงพยาบาล ตั้งใจจะมาดูผลงานตัวเอง เธอใจจดใจจ่อที่จะได้เห็นว่าพี่รองของเธอร่ำร้องอย่างทรมานขนาดไหน อันที่จริงเธอควรมาตั้งแต่เมื่อสามวันก่อน แต่ดันเกิดเรื่องน่ารำคาญขึ้นเสียได้

“ฉันมาหาพี่รอง.. ขอเข้าไปหน่อยได้ไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยกับชายชุดดำที่นั่งอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยอย่างระมัดระวัง ไม่ต่างจากกระต่ายน้อยระวังภัย

“ครับ” ชายชุดดำไม่ขัดขวางเธอ

ซ่งหว่านโล่งใจ เมื่อเปิดประตูเข้าไป หญิงสาวก็พบว่าภาพภายในห้องนั้นแตกต่างจากที่คิดอย่างยิ่ง ซ่งเซินกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง สีหน้าไม่ได้หม่นหมองหรืออมทุกข์

“ส.. สวัสดีค่ะคุณอา หนูมาเยี่ยมพี่รองค่ะ” ซ่งหว่านไม่ได้เตรียมใจมาเห็นอะไรเช่นนี้ จึงชะงักไปวูบหนึ่งสั้น ๆ

“เข้ามาได้เลย อาอวิ๋นบอกแล้วว่าเธอจะมา” ซ่งเซียงจัดการอารมณ์ตัวเองได้ดี หลังจากรู้เรื่องช็อกจากผู้เป็นพ่อเมื่อหลายชั่วโมงก่อน

เจียงกั๋ว.. ผู้ชายน่ารังเกียจคนนั้น สัญญาเลยว่าเธอจะทำให้เขาเสียใจที่กล้าหักหลังเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า


วันนี้มาสามตอนนะคะ