LNCrawler

คลื่นลมสงบ

คุณหนูใหญ่ซ่งอวิ๋น — novel.dek d.com · All chapters

คลื่นลมสงบ

เสวี่ยหลานทราบสิ่งที่เกิดขึ้นกับซ่งหว่าน แต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดมากนัก และไม่ได้สั่งให้ฮวาผิงแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากเธอคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าคนอย่างซ่งเต๋อฉลาด ต้องสืบค้นเรื่องสายเลือดซ่งหว่านไม่ช้าก็เร็ว

ดังนั้นแม้จะเสียดายที่ต้องสูญเสียหมากตัวสำคัญเร็วกว่าที่คาดไว้ แต่เธอไม่ได้กระโตกกระตาก หรือทำสิ่งใดให้ซ่งเต๋อสงสัยมากขึ้น ด้วยตั้งใจว่าจะอยู่เงียบ ๆ ให้ศัตรูตายใจไปสักพัก แล้วค่อยเคลื่อนไหวอีกครั้งเมื่อมีจังหวะเหมาะสม

ซ่งหว่านตัดสินใจออกมาจัดการธุระส่วนตัวตอนดึกสงัด ด้วยคาดว่านักศึกษาร่วมหอคนอื่น ๆ คงหลับกันหมดแล้ว เพราะเธอต้องการหลีกเลี่ยงแววตาตั้งคำถาม ความรู้สึกสมเพชเวทนา และรังเกียจ

ตอนนี้เธอไม่ต่างจากแกะดำยามอยู่ในมหาวิทยาลัย แม้ฉินชางจะช่วยจัดการเนื้อหารุนแรงในฟอรัมของมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว แต่ผ่านมาหลายวัน สายตาแปลก ๆ ก็ยังมองเหมือนเธอเป็นตัวประหลาด

ที่ผ่านมาซ่งหว่านต้องทำเหมือนไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ซึ่งมันทำให้เธออึดอัดจนแทบระเบิด

“อ้าว ซ่งหว่านมาอาบน้ำดึกเหมือนกันเลย”

ซ่งหว่านตัวเกร็งขึ้นเล็กน้อย เมื่อมีกลุ่มผู้หญิงสี่คนเดินเข้ามาในห้องน้ำ “อ๋อ ฉันอ่านหนังสือเสร็จช้า ก็เลยเพิ่งมีเวลามาอาบน้ำ”

อีกฝ่ายยิ้มตาหยี ท่าทางดูเป็นมิตรอย่างยิ่ง ทว่าในตึก 9 มีใครไม่รู้บ้างว่ากลุ่มนี้เป็นพวกหัวโจก นอกจากชอบข้ามเมื่อคนล้มแล้ว ยังชอบกลั่นแกล้งคนอื่น

หญิงสาวเชื่อว่าอีกฝ่ายจงใจตามเข้ามา เพราะอยากทับถมเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอเมื่อไม่กี่วันก่อน

“ไม่ใช่ว่ากำลังหนีหน้าคนอื่นเพราะอายเหรอ แหม เรื่องแค่นี้เอง ไม่ต้องปิดบังกันหรอกน่า” หัวโจกของกลุ่มยกมือป้องปาก หัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี

อันที่จริงพวกเธอตั้งใจตามซ่งหว่านมา เพราะมันคงเป็นเรื่องน่าสนุก หากได้เห็นอันดับสองเกาเข่าสูญเสียการควบคุม แน่นอนว่าตอนที่เรื่องของซ่งอวิ๋นกำลังดังในฟอรัมของมหาวิทยาลัย พวกเธอก็ไปยั่วยุซ่งอวิ๋นเพื่อดูเรื่องสนุกเช่นกัน

น่าเสียดาย พวกเธอยุไม่ขึ้น ซ่งอวิ๋นแทบไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ตอบโต้กับเรื่องที่ถูกด่าทอว่าอกตัญญู ทำนองว่าใครอยากคิดสิ่งใดก็ให้เขาคิดไป มนุษย์ทุกคนหนีการติฉินนินทาไม่พ้น พวกเธอจึงรู้สึกหมดสนุกไปโดยปริยาย

ซึ่งครั้งนี้พวกเธอค่อนข้างคาดหวังที่จะได้เห็นซ่งหว่านสติแตก

“พวกเธอพูดถึงเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจ” ซ่งหว่านทำไขสือ ดวงตาใสกระจ่างไร้ซึ่งความขุ่นมัว ทว่าในอกกำลังเดือดดาล

แค่ยอมรับว่าเธอไม่ใช่สมาชิกตระกูลซ่งก็ยากเย็นมากแล้ว อีกฝ่ายยังมาตอกย้ำว่าเธอเป็นลูกชู้ บัญชีแค้นนี้เธอเก็บไว้ทบต้นทบดอก มีโอกาสเมื่อไหร่ เธอจะเอาคืนแน่

“จะบอกว่าเรื่องที่ลือกันในฟอรัมเมื่อไม่กี่วันก่อน ไม่ใช่เรื่องจริงเหรอ แต่เท่าที่ฉันได้ยินมา ผู้เฒ่าซ่งให้เงินเธอตั้งก้อนใหญ่เลยนี่นา เขาคงสงสารเวทนาเธอมากเลยนะซ่งหว่าน.. ไม่สิ ตอนนี้เธอไม่ได้ใช้แซ่ซ่งแล้ว ต้องเรียกว่าฮวาหว่านมากกว่า”

“ชื่อฮวาหว่านไม่ค่อยเข้าปากเท่าไหร่เลยแฮะ” อีกคนกล่าวเสริมพร้อมทำหน้าทำตาราวกับสงสารนักหนา “ฉันว่าชื่อ ‘หว่าน’ อย่างเดียว ไม่ต้องใช้แซ่ดีกว่า”

“นั่นสิ เรียกอาหว่านเข้าปากกว่า เธอว่าไหม”

“ถูกต้อง”

“พวกเธอนี่.. พ่อแม่ไม่รักหรือเปล่า” ซ่งหว่านเอียงศีรษะน้อย ๆ ไล่สายตามองกลุ่มหัวโจกประจำหอ

“หมายความว่ายังไง?”

“ก็ถ้าชีวิตพวกเธอมีความสุขดี คงไม่เหยียบย่ำซ้ำเติมและคอยหาเรื่องคนอื่นแบบนี้” พูดไปแล้วซ่งหว่านก็ชะงักนิ่ง เพราะเธอเองก็ทำแบบนี้กับซ่งอวิ๋นไม่ต่างกัน

หญิงสาวปลอบใจตัวเองว่าที่เป็นแบบนี้เพราะเธอมีความแค้นลึกซึ้งกับตระกูลซ่ง ดังนั้นจึงต่างจากสี่คนตรงหน้าลิบลับ

ซ่งอวิ๋นเปิดประตูห้องน้ำ โดยไม่รู้ว่าด้านในเกิดสิ่งใดขึ้น ทันใดนั้นทั้งห้าคนภายในห้องน้ำที่กำลังทำสงครามน้ำลายพลันชะงัก เธอเองก็อึ้งงันไปชั่วขณะ

ซ่งหว่านขบกรามแน่น อีกฝ่ายมักจะมาเห็นช่วงเวลาน่าอับอายของเธอเสมอ แล้วจะไม่ให้เธอคิดว่าซ่งอวิ๋นจงใจหาเรื่องเธอได้อย่างไร

ซ่งอวิ๋น “...”

นี่มันวันซวยอะไรของเธอ ก่อนนอนไม่น่าดื่มน้ำเยอะเลย แต่เธอปวดปัสสาวะมาก พอได้สติกลับมาก็ทำเหมือนคนด้านในเป็นธาตุอากาศ แล้วสาวเท้าเข้าห้องน้ำไปราวกับไม่รู้ไม่เห็นสิ่งใดทั้งสิ้น

พอซ่งอวิ๋นล็อกกลอนประตูห้องน้ำ เธอก็ไม่ได้ยินว่าด้านนอกพูดคุยสิ่งใดต่อไปบ้าง ประหนึ่งทุกอย่างหยุดนิ่งตั้งแต่เธอมาถึง ด้วยความง่วงงุน เธอจึงรีบจัดการธุระส่วนตัว และตั้งใจว่าจะรีบกลับไปนอนต่อ

ทว่าเมื่อออกมาเธอก็พบว่าสายตาทุกคู่จ้องมองมาเป็นตาเดียว หญิงสาวเดินไปล้างมืออย่างใจเย็น และคิดจะออกไปโดยไม่ขอมีส่วนร่วมในสงครามน้ำลายใด ๆ

“คุณซ่งมาพอดี พวกเรากำลังอยากรู้เลยว่าเรื่องที่ลือกันในฟอรัมเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า”

“อ้อ” ร่างอ้อนแอ้นส่งเสียงในลำคอเป็นเชิงรับรู้ แล้วเดินเลี่ยงออกไป แสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

คนเขาง่วงนอนจะตายชัก ดึกดื่นป่านนี้ยังมาหาเรื่องกันในห้องน้ำ สุดยอดจริง ๆ

“เดี๋ยวสิ ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ” เห็นซ่งอวิ๋นยังวางตัวเหนือปัญหาทุกอย่าง เธอก็อดหงุดหงิดไม่ได้ เอื้อมมือออกไปตั้งใจจะคว้าแขนซ่งอวิ๋น หากแต่อีกฝ่ายเบี่ยงกายหลบไปอีกทาง ก่อนหันกลับมามองเธอด้วยสายตาตักเตือนกลาย ๆ

“นั่นไม่ใช่เรื่องของฉัน”

“โถ คุณหนูใหญ่ซ่งจะทำตัวสูงส่งไปถึงเมื่อไหร่ เธอต้องดีใจจนเนื้อเต้นมากกว่ามั้ง ที่สุดท้ายแล้วพี่สาวนอกสมรสก็เป็นลูกชู้”

“แล้วพวกเธออยู่ส่วนไหนในสมการนี้?”

“แก!!” เธอนึกว่าจะได้ซ่งอวิ๋นมาเป็นเครื่องมือกดหัวซ่งหว่าน ผิดคาด ซ่งอวิ๋นดันตอกกลับพวกเธออย่างเจ็บแสบ

“พวกเธอไม่เกี่ยวข้องถูกไหม ฉันสงสัยจริง ๆ ว่าพวกเธอสอบได้คะแนนสูงจนสามารถเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งได้ยังไง หรือไอคิวสูงแต่อีคิวต่ำ วัน ๆ เลยคิดแต่จะเหยียบย่ำซ้ำเติมคนอื่น”

“มันจะมากเกินไปแล้วนะซ่งอวิ๋น!”

“ไม่มากไปหรอก คำหยาบสักประโยคยังไม่มี การกระทำของพวกเธอหยาบคายกว่ามาก” ซ่งอวิ๋นไหวไหล่ไม่ยี่หระ ก่อนจะโบกมือปัดรำคาญ “วันนั้นฉันปล่อยพวกเธอไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าเธอยังไม่หยุดยุ่งวุ่นวาย ฉันคงต้องรายงานไปที่ฝ่ายกิจการนักศึกษา”

“ฮ่า ๆ ฉันจะรอดูว่าเธอจะหน้าเชิดคอตั้งไปได้อีกนานแค่ไหน ได้ยินว่าพ่อของเธอรักซ่งหว่านมาก ตอนนี้ก็ตรอมใจอยู่นี่นา” เธอไม่หวั่นเกรง เพราะคิดว่ามันเป็นเพียงการโต้เถียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย อย่างมากก็แค่ถูกตักเตือนเท่านั้น

“งั้นฉันก็อวยพรให้พวกเธอโชคดีแล้วกัน” ซ่งอวิ๋นปรายตามองซ่งหว่านวูบหนึ่ง ก่อนจะเดินปิดปากหาวออกจากห้องน้ำ

ความแค้นและดำมืดในดวงตาคู่นั้น เธอคุ้นเคยมันเป็นอย่างดี เดาไม่ยากเลยว่าอีกไม่นานสี่คนนี้คงโดนคิดบัญชีเรียงตัว

ซึ่งหญิงสาวคาดเดาไม่ผิดเลยสักนิด เพราะจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ เธอก็ได้ยินว่าหัวโจกกลุ่มนั้นต้องออกจากมหาวิทยาลัยด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป

บ้างก็ประสบอุบัติเหตุ บ้างมีปัญหาด้านธุรกิจ บ้างก็สูญเสียคนในครอบครัว

ซ่งอวิ๋นไม่แปลกใจเลย เธอคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าแม่นางเอกต้องเอาคืนทบต้นทบดอก หากเธอหัวเดียวกระเทียมลีบ ก็คงโดนเล่นงานไม่ยากเช่นกัน

...

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็เข้าสู่ช่วงเวลาการสอบปลายภาคเรียนที่หนึ่ง นักศึกษาแต่ละคนตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือกันอย่างขะมักเขม้น

ช่วงที่ผ่านมาชีวิตของซ่งอวิ๋นสงบเสียจนน่ากลัว คล้ายคลื่นลมสงบก่อนพายุฝนจะซัดกระหน่ำ ที่น่ากังวลกว่านั้นก็คือ ผู้หญิงที่ปรากฏตัวที่ร้านเค้กไข่ในวันนั้น ไม่อาจสืบหาตัวตนได้ คล้ายว่าปรากฏตัวขึ้นและหายไปกลางอากาศ

ผู้เฒ่าซ่งรู้ดีว่ามันไม่ปกติ จึงเพิ่มการป้องกันและดูแลคนในครอบครัวอีกหลายเท่าตัว

ด้านซ่งเหวิน อาการป่วยของเขาทรุดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะได้รับผลกระทบทางจิตใจ แพทย์เจ้าของไข้พยายามรักษาเขาอย่างสุดความสามารถ แม้จะให้เคมีบำบัดที่ดีที่สุด แต่เนื่องจากสภาพจิตใจย่ำแย่ ทำให้โรคมะเร็งของเขาลุกลามไปตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม

โจวจิ่วตัดการรับรู้เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอดีตสามี เธอเยียวยาตนเองจนสามารถก้าวข้ามผ่านความทุกข์ในใจมาได้แล้ว เพื่อนและสังคมใหม่ค่อย ๆ ทำให้ความรู้สึกแย่ ๆ หายไป จนเธอกลับมามีรอยยิ้มกว้างได้อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน การหย่าร้างและฟ้องร้องแบ่งสมบัติระหว่างซ่งเซียงและเจียงกั๋วเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะซ่งเซียงมีหลักฐานแน่นหนา จึงฟ้องเรียกค่าชดเชยจำนวนมหาศาลจากอดีตสามีและชู้

เธอใช้อำนาจที่มีให้เป็นประโยชน์ โจมตีเจียงกรุ๊ปด้านความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือของประธานเจียง จนสถานการณ์ฝ่ายเจียงกั๋วง่อนแง่น เขาเครียดกับการประคองธุรกิจ ชื่อเสียงเสียหาย มิหนำซ้ำยังต้องถกเถียงกับบอร์ดบริหารทุกวัน ทำให้เขาดูแก่ลงไปภายในเวลาไม่กี่เดือน

ซ่งเซียงไม่หยุดเพียงเท่านั้น เธอเป็นคนที่มีแค้นต้องชำระ จึงวางแผนเป็นขั้นตอน ตั้งใจว่าจะทำให้เขาไม่เหลืออะไรเลย และกลายเป็นหมาข้างถนนในท้ายที่สุด

โดยที่ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอทำนี้ กำลังล่อให้ใครบางคนหางโผล่ออกมาในอนาคต

“เป็นไงบ้างเยว่เยว่ ข้อสอบของเธอยากหรือเปล่า” ซ่งอวิ๋นสอบถามเพื่อนสนิท ขณะที่นั่งทานหม้อไฟรสชาติเผ็ดร้อน ให้ร่างกายอบอุ่นท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ

“ข้อสอบยาก แต่ฉันทำได้!” ฟ่านเยว่คีบฟองเต้าหู้เข้าปากอย่างมีความสุข “แล้วพวกเธอล่ะ เป็นยังไง ทำข้อสอบได้ไหม”

“อื้ม ทำได้ เป็นเรื่องที่อาจารย์สอนมาแล้วทั้งนั้น”

“ใช่ ๆ ฉันก็เหมือนกัน”

สามสาวพูดคุยกันอย่างออกรสตลอดมื้ออาหาร ทว่าระหว่างที่กำลังจะกลับมหาวิทยาลัย หนานชิวก็ตามมาติด ๆ ซ่งอวิ๋นงุนงงเล็กน้อย เพราะต่างคนต่างอยู่กันมาพักใหญ่ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะปรี่เข้ามาหาเรื่อง และเป้าหมายของเจ้าหล่อนเป็นเฟิงหรง


 

ช่วงนี้โควิดระบาดหนักมากจริง ๆ ไรท์ติดอีกรอบทั้งที่ป้องกันแล้วทุกอย่าง โชคดีอาการไม่หนักมากเหมือนครั้งก่อน คุณรี้ดรักษาสุขภาพด้วยนะคะ ไข้หวัดใหญ่ก็ระบาดเยอะเหมือนกัน เป็นห่วงทุกคนนะคะ