ตอนที่ 23 มีบางอย่างอยู่ใต้เตียงของคุณ
ตอนที่ 23 มีบางอย่างอยู่ใต้เตียงของคุณ
เซี่ยจือหนิงนิ่งคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง “พวกลิงมีความสามารถในการจดจำใบหน้าคนได้แม่นยำมากค่ะ แถมพวกมันยังจำได้นานและค่อนข้างผูกใจเจ็บด้วย คุณลองนึกย้อนดูความทรงจำให้ละเอียดอีกทีดีไหมคะ”
“ยกตัวอย่างเช่น มีคนในครอบครัวหรือญาติที่หน้าตาคล้ายคุณ เคยมาเที่ยวหรือเคยทำงานที่สวนลิงภูเขาเหมยซานแห่งนี้มาก่อนหรือเปล่า”
เซี่ยจือหนิงจำได้ว่า สวนลิงภูเขาเหมยซานมีประวัติยาวนาน และเปิดให้บริการมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษก่อน ย่อมมีเจ้าหน้าที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาหลายรุ่น
คำเตือนของเซี่ยจือหนิงจุดประกายความคิด ทำให้ชายหนุ่มชะงักไปก่อนจะเบิกตากว้าง “อ๊ะ จริงด้วยสิครับ!”
“ผมหน้าตาเหมือนพ่อมากเลยครับ เมื่อก่อนพ่อเคยเป็นผู้ดูแลหุบเขาลิงที่นี่ แล้วพ่อก็เป็นคนแนะนำให้ผมมาทำงานนี้”
พอได้ยินเช่นนั้น เซี่ยจือหนิงก็ดีดนิ้วเสียงดังเป๊าะ “ถ้าอย่างนั้นเรื่องก็คลี่คลายแล้วค่ะ พรุ่งนี้เช้าชวนคุณพ่อมาทำงานพร้อมกันได้เลยค่ะ”
“ความแค้นของคนรุ่นก่อน ก็ให้คนรุ่นก่อนจัดการ”
“หา จะดีเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นลิงพวกนี้จะไม่รุมทุบตีพ่อผมแทนหรอกหรือ แบบนั้นคงไม่ค่อยดีมั้งครับ”
ปากของชายหนุ่มพร่ำบอกว่าไม่ดี ทว่ามือกลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาพ่ออย่างรวดเร็ว “พ่อครับ พรุ่งนี้เช้าช่วยพาผมไปทำงานหน่อยได้ไหม พอดีผมเพิ่งเข้าทำงาน ยังไม่คุ้นกับหน้าที่เท่าไหร่ อยากให้พ่อมาช่วยสอนงานน่ะครับ”
ผู้ชมในห้องไลฟ์สดเห็นภาพนั้นแล้วพากันหัวเราะลั่น
【นี่สินะที่เรียกว่า พ่อสร้างหนี้ ลูกพาเจ้าหนี้ไปทวงถึงตัว】
【ปากบอกว่าไม่ดี แต่มือโทรหาพ่อไวเชียว ช่างเป็นลูกกตัญญูเสียจนขำกันทั้งห้อง】
【น้องผู้ดูแล: แย่แล้ว ฉันกลายเป็นแพะรับบาปแทนพ่อไปเสียแล้ว】
ชายหนุ่มเล่าพลางลูบอกตัวเองด้วยความขวัญเสีย เมื่อครู่นี้ตอนที่เขาวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง ฝูงลิงพากันกระโดดข้ามกิ่งไม้ไล่ตามหลังมาติดๆ พลางขว้างปาผลไม้ใส่หลังคาทางเดินเสียงดังสนั่น หากไม่ได้เซี่ยจือหนิงช่วยเตือนให้ก้มศีรษะหลบทันเวลา ป่านนี้ศีรษะของเขาคงแตกเป็นแผลไปแล้ว
หลังเซี่ยจือหนิงช่วยคลี่คลายความเข้าใจผิด ฝูงลิงก็ได้รู้ว่าพวกมันจำคนผิดตัว จึงยอมเลิกราและไม่สร้างความลำบากให้ผู้ดูแลหนุ่มอีก
ขณะนั้นเอง เซี่ยจือหนิงสังเกตเห็นผู้ใช้ชื่อ ‘เสี่ยวโยว’ กำลังพิมพ์ข้อความเดิมซ้ำๆ ในช่องแสดงความคิดเห็น
【ผู้อำนวยการเซี่ยน้อยคะ ฉันอยากขอเชื่อมสายด่วนมากค่ะ!】
【เมื่อกี้เจ้าหนูที่ห้องทำเรื่องไม่ดีอีกแล้ว คราวนี้ฉันจับได้คาหนังคาเขาเลยค่ะ!】
เสี่ยวโยวส่งของขวัญเป็นเครื่องบินมูลค่าหนึ่งร้อยหยวนให้เซี่ยจือหนิงทันที ดูท่าว่ากำลังร้อนใจจริงๆ
เซี่ยจือหนิงจำได้ว่า ผู้ใช้ชื่อ ‘เสี่ยวโยว’ เป็นหนึ่งในชาวเน็ตที่ส่งข้อความมาขอความช่วยเหลือเมื่อกลางวัน เธอจึงรีบกดรับคำขอเชื่อมสาย
ในภาพจากปลายสาย เสี่ยวโยวมีสีหน้าทั้งหงุดหงิดทั้งกลัดกลุ้ม “ผู้อำนวยการเซี่ยน้อย ก่อนหน้านี้ฉันส่งข้อความบอกแล้วใช่ไหมคะ ว่าแฮมสเตอร์ที่บ้านชอบมาฉี่ข้างเตียง”
“ดูสิคะ เมื่อกี้มันฉี่อีกกองแล้ว!”
เสี่ยวโยวชี้ไปยังแอ่งน้ำเล็กๆ สีเหลืองจางบนพื้นไม้ข้างเตียง พลางย่นจมูกด้วยความรังเกียจ “ส่งกลิ่นเหม็นมากเลยค่ะ”
พอเห็นคราบปัสสาวะของแฮมสเตอร์บนพื้น หัวคิ้วของเซี่ยจือหนิงก็ค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน
“ปริมาณปัสสาวะของแฮมสเตอร์บ้านคุณดูไม่ค่อยปกตินะคะ โดยทั่วไปแฮมสเตอร์จะฉี่แต่ละครั้งเพียงไม่กี่หยดเท่านั้น”
“เคยพามันไปโรงพยาบาลตรวจบ้างหรือยังคะ”
เสี่ยวโยวตอบด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม “ตรวจแล้วค่ะ หมอยืนยันว่าร่างกายแข็งแรงดี ระบบทางเดินปัสสาวะก็ไม่มีปัญหาเลยค่ะ”
“ตอนนี้แฮมสเตอร์บ้านคุณอยู่ไหนคะ ฉันอยากถามมันดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น” ยิ่งฟัง เซี่ยจือหนิงก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เสี่ยวโยวหันกล้องไปทางกรงเลี้ยง เจ้าตัวน้อยซึ่งมีขนาดพอๆ กับไข่ไก่กำลังขดตัวสั่นระริก หลบอยู่ภายในบ้านหลังเล็กของมันด้วยความหวาดระแวง ดวงตากลมโตดำขลับคู่เล็กกะพริบถี่ๆ ด้วยความตื่นกลัว ขนปุกปุยทั่วร่างลุกชัน
[น่ากลัวเกินไปแล้ว น่ากลัวเหลือเกิน!]
สีหน้าของเซี่ยจือหนิงชะงักค้าง “เจ้าหนูน้อย มีอะไรน่ากลัวเหรอ”
เธอลดน้ำเสียงให้อ่อนโยนราวกับกำลังปลอบเด็ก “ฉันฟังเธอรู้เรื่องนะ ค่อยๆ เล่าให้ฉันฟัง ฉันจะช่วยแก้ปัญหาให้เอง”
เมื่อได้ยินคำปลอบ ร่างของแฮมสเตอร์ตัวน้อยก็สั่นน้อยลง มันค่อยๆ โผล่หัวออกมาจากบ้านไม้เพียงครึ่งหนึ่งอย่างระมัดระวัง จมูกสีชมพูเล็กจิ๋วกระดิกดมกลิ่นไปมาในอากาศอย่างหวาดหวั่น
ส่วนชาวเน็ตในห้องไลฟ์กับเสี่ยวโยวได้ยินเพียงเสียงร้องจี๊ดๆ ดังต่อเนื่องจากปากของแฮมสเตอร์ตัวน้อย
【เจ้าหนูตัวนี้พูดอะไรน่ะ】
【ฟังดูเหมือนกำลังกลัวอะไรอยู่จริงๆ ปกติพวกแฮมสเตอร์จะชอบอมเมล็ดทานตะวันไว้จนแก้มตุ่ย แต่นี่ดูตื่นกลัวจนแก้มแฟบเชียว】
【กลัวเหรอ หรือมีตัวอะไรแอบเข้ามาในห้องจนมันรู้สึกถูกคุกคาม】
เมื่อฟังแฮมสเตอร์ตัวน้อยเล่าจนจบ สีหน้าของเซี่ยจือหนิงก็ค่อยๆ เคร่งขรึมลง “มันไม่ได้ตั้งใจทำตัวเกเรด้วยการฉี่เรี่ยราดหรอกค่ะ”
“แต่มันตกใจกลัวจนฉี่ราดต่างหาก”
แววตาเย็นเยียบพาดผ่านดวงตาของเซี่ยจือหนิง “มีบางอย่างซ่อนอยู่ใต้เตียงของคุณค่ะ”
เพียงประโยคเดียว สีหน้ากลัดกลุ้มของเสี่ยวโยวก็แข็งค้าง ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดผวา
ชาวเน็ตต่างพากันส่งเครื่องหมายคำถามเข้ามาอย่างรวดเร็ว
【หรือว่าจะเป็นแมลงสาบยักษ์แถวบ้านเรา ไม่ก็พวกแมงมุมหรือจิ้งหรีด ได้ยินว่าแฮมสเตอร์กลัวแมลงที่เคลื่อนไหวเร็ว】
【ถ้าคิดในแง่ร้าย คงไม่ใช่งูพิษหรอกนะ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว】
【ให้ตายสิ ใต้เตียงคงไม่มีงูเหลือมตัวใหญ่ซ่อนอยู่หรอกใช่ไหม กลางคืนต้องนอนร่วมเตียงเดียวกับงูเนี่ยนะ】
เสี่ยวโยวขมวดคิ้วแน่น พยายามข่มความกลัว “เป็นไปได้ยังไงคะ เมื่อเช้าฉันเพิ่งใช้ไม้ถูพื้นทำความสะอาดใต้เตียง ตรงนั้นไม่มีอะไรอยู่เลยสักนิดเดียวค่ะ”
เซี่ยจือหนิงกลับพยักหน้ายืนยัน “มีค่ะ เพียงแต่คุณมองไม่เห็นมันจากมุมนั้น”
“แต่แฮมสเตอร์ตัวน้อยของคุณเห็นมัน ตอนที่คลานเข้าไปเก็บของอยู่ใต้เตียง”
พอได้ยินถ้อยคำชวนขนหัวลุก ความกลัวของเสี่ยวโยวก็เปลี่ยนเป็นความโมโห “สตรีมเมอร์ คุณคงไม่ได้จะบอกว่ามีสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่ใต้เตียงหรอกใช่ไหม หมายถึงพวกวิญญาณเหรอคะ”
“ฉันส่งของขวัญให้ เพราะอยากให้คุณมาช่วยแก้ปัญหาแฮมสเตอร์ฉี่เรี่ยราดนะคะ”
“ไม่ได้จ้างให้คุณมาแกล้งทำตัวลึกลับ คอยขู่ให้คนกลัวแบบนี้!”
เซี่ยจือหนิงถอนหายใจอย่างจนใจ “อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะ ฉันยังพูดไม่จบเลย”
เธออธิบายต่ออย่างใจเย็น “ลองช่วยกันพลิกเตียงทั้งหลังกลับด้านดูค่ะ”
“แล้วคุณจะเห็นสิ่งที่ฉันพูดถึงด้วยตาตัวเอง”
แม้เสี่ยวโยวยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่สุดท้ายก็ยอมวิ่งไปขอให้สองสามีภรรยาเพื่อนบ้านมาช่วยกันพลิกเตียง
เวลานี้ยอดผู้ชมพร้อมกันในห้องไลฟ์ทะลุสองพันคนแล้ว ทุกคนต่างเฝ้าจ้องหน้าจอ อยากรู้เต็มทีว่าใต้เตียงมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่
ด้วยแรงของคนทั้งสาม เตียงโครงไม้ขนาดห้าฟุตที่มีน้ำหนักพอสมควรถูกช่วยกันยกพลิกกลับด้านขึ้นมา เสียงข้อต่อไม้ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ขณะที่ฝุ่นละอองบางเบาลอยฟุ้งกระจายขึ้นมาในอากาศ
และในวินาทีนั้นเอง เสี่ยวโยวกับสามีภรรยาเพื่อนบ้านเห็นสิ่งของใต้เตียงแล้วถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง
วัตถุรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่บิดเบี้ยวชิ้นหนึ่ง ถูกเชือกป่านเส้นหนามัดตรึงติดแน่นอยู่กับคานด้านใต้ของเตียงนอน!
ผิวด้านนอกของวัตถุรูปคนถูกห่อด้วยพลาสติกสีดำหนาหลายชั้น มองเห็นส่วนหัว ลำตัว และท่อนแขนขาคดงอผูกติดไว้แน่นหนา ราวกับมีร่างของคนทั้งคนถูกมัดตรึงไว้ใต้เตียงนอนที่เธอนอนทับอยู่ทุกค่ำคืน
ข้อความในห้องไลฟ์ระเบิดขึ้นมาทันที
【คุณพระช่วย! อย่าบอกนะว่าเป็นร่างคนจริงๆ ถ้าเป็นศพที่ถูกมัดไว้ มันจะไม่ส่งกลิ่นเหม็นหรอกหรือ】
【ใครมันจะว่างจนเอาของรูปร่างน่ากลัวแบบนี้มามัดไว้ใต้เตียงกัน】
【แค่มองผ่านจอก็หลอนจนฝันร้ายแล้ว】
【คราวก่อนเป็นบทดราม่าในตระกูลคนรวย คราวนี้สตรีมเมอร์เปลี่ยนมาเป็นบทหนังสยองขวัญแล้วเหรอ】
เสี่ยวโยวถอยกรูดไปติดมุมกำแพง ร่างกายสั่นสะท้าน เธอพูดละล่ำละลักด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ละ ล้อเล่นอะไรกันเนี่ย”
เธอพยายามปลอบตัวเอง “นี่ต้องเป็นหุ่นลองเสื้อใช่ไหม ทำไมต้องเอามัดไว้ใต้เตียงด้วย น่ากลัวจริงๆ!”
คุณลุงเพื่อนบ้านรวบรวมความกล้า ยื่นมือไปลองกดจิ้มวัตถุรูปคนที่ถูกมัดผ่านแผ่นพลาสติกสีดำดู
ทว่าสัมผัสได้เพียงครู่เดียว คุณลุงก็สะดุ้งสุดตัว รีบชักนิ้วกลับแล้วกลืนน้ำลายดังเอื๊อก “คุณพระช่วย ของนี่พอกดดูแล้วเนื้อมันนิ่มหยุ่น แถมข้างในยังมีกระดูกแข็งๆ อยู่ด้วย”
“มันให้สัมผัสเหมือน—เหมือนคนไม่มีผิด”
คุณลุงเพื่อนบ้านยกมือเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก ใบหน้าซีดเผือดจนไม่กล้าเอ่ยคำใดต่ออีกเลย