LNCrawler

ตอนที่ 27 วูล์ฟด็อกคลุ้มคลั่ง!

ลูกสาวตัวปลอมขอลา! จากนี้จะไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์เป็นสัตวแพทย์ผู้ได้ยินเสียงสัตว์ — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 27 วูล์ฟด็อกคลุ้มคลั่ง!

เด็กสาวที่นั่งอยู่บนรถเข็นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเซี่ยชิงชิง คุณหนูตัวจริงแห่งตระกูลเซี่ย

เมื่อบรรดาแขกเหรื่อภายในงานเห็นว่าเธอยังคงต้องนั่งอยู่บนรถเข็น ซ้ำขาทั้งสองข้างยังถูกดามเข้าเฝือกสีขาวหนาเตอะ ความเห็นอกเห็นใจก็ผุดพรายขึ้นในใจของทุกคนทันที

“เซี่ยชิงชิงเพิ่งจะกลับคืนสู่ตระกูลเซี่ยได้ไม่นาน ก็สามารถตรวจพบปัญหาใหญ่ระดับนี้ ช่วยกอบกู้ตระกูลเซี่ยเอาไว้ได้ทัน ช่างเก่งกาจและมีความสามารถจริงๆ”

“หรือว่าเซี่ยชิงชิงเป็นคนจับได้ว่าเซี่ยจือหนิงแอบปลอมแปลงข้อมูลผลการวิจัยวัคซีน เซี่ยจือหนิงก็เลยผลักเธอตกจากชั้นบนเพื่อคิดจะฆ่าปิดปาก!”

เมื่อเซี่ยชิงชิงซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นเห็นว่าเซี่ยจือหนิงปรากฏตัวอยู่ที่นี่ แววประหลาดใจก็พาดผ่านดวงตาคู่นั้นไปชั่วขณะ

ทว่าเพียงพริบตาเดียว รอยยิ้มอ่อนโยนก็คลี่บานออกบนใบหน้า “จือหนิง ในที่สุดเธอก็คิดได้แล้วสินะ”

“หลายวันก่อนฉันบังเอิญเลื่อนฟีดไปเจอเธอกำลังไลฟ์สด ดูท่าทางลำบากน่าดู ร่างกายยังป่วยอยู่แท้ๆ แต่ยังต้องฝืนออกมาถ่ายทอดสดหาเงิน”

เซี่ยชิงชิงยังคงแสดงท่าทีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างใจกว้าง “ความจริงแล้ว ตระกูลเซี่ยยังยินดีต้อนรับเธอกลับไปเสมอนะ ยังไงเธอกับพ่อแม่ก็ผูกพันกันมาตั้งยี่สิบสองปี”

สวี่เหยาซึ่งทำหน้าที่เป็นคนเข็นรถให้เซี่ยชิงชิงปรายตามองเซี่ยจือหนิงตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยแววตาเหยียดหยาม พลางเชิดคางขึ้นสูงอย่างลำพอง “ก็แค่พอถูกเตะออกจากตระกูลเซี่ย แล้วโดนสังคมภายนอกสั่งสอนเข้าหน่อย ถึงได้รู้ว่าตัวเองผิด”

“พอหมาหิวโซ ก็รู้จักคลานกลับบ้านแล้วสินะ”

ทว่าพอสวี่เหยาหันกลับไปพูดกับเซี่ยชิงชิง น้ำเสียงกลับเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานลงทันควัน “ชิงชิง เดี๋ยวถ้าเธอขอโทษ ห้ามยกโทษให้ง่ายๆ เด็ดขาดนะ!”

“เซี่ยจือหนิงทำร้ายเธอจนขาหักเจ็บหนักขนาดนี้ อย่างน้อยที่สุดต้องให้คุกเข่าก้มกราบขอขมาถึงจะสาสม”

ในอดีต สวี่เหยาเคยเป็นทั้งลูกสมุนข้างกายและเพื่อนสนิทจอมปลอมของเซี่ยจือหนิง

แต่พอเซี่ยชิงชิงกลับตระกูลเซี่ย สวี่เหยาก็รีบเปลี่ยนข้างไปประจบเซี่ยชิงชิงแทนทันที

เซี่ยจือหนิงยังไม่ทันได้ลิ้มรสเค้กชิ้นเล็กในจานอย่างสงบ บรรยากาศก็ถูกคนกลุ่มนี้ทำลายจนหมด

เธอยกส้อมขึ้นจิ้มสตรอว์เบอร์รีบนหน้าเค้กเข้าปากไปหนึ่งคำ ก่อนจะกลอกตามองสวี่เหยาด้วยสายตาเอือมระอา “สวี่เหยา มองไม่ออกจริงๆ ว่าเธอจะมีรสนิยมชอบเป็นสาวใช้ข้างกายคนอื่น”

“เมื่อก่อนถือกระเป๋าตามก้นฉัน ตอนนี้เปลี่ยนมาเข็นรถให้เซี่ยชิงชิง”

เซี่ยจือหนิงยกมือลูบคางพลางพยักหน้า เอ่ยอย่างเป็นเรื่องเป็นราว “อืม ท่าทางดูเหมือนสุนัขหิวโซที่คอยวนเวียนประจบเจ้านายจริงๆ”

“เธอเปรียบเทียบตัวเองได้ตรงประเด็นดีนี่”

เสียงหัวเราะขบขันดังลอดมาจากแขกเหรื่อรอบข้าง

ใบหน้าของสวี่เหยาแดงก่ำด้วยความอับอายในทันใด “เซี่ยจือหนิง เธอ!”

เซี่ยชิงชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นมาในจังหวะพอดิบพอดี “จือหนิง ฉันรู้ว่าเพราะการกลับมาของฉันไปแย่งชิงตำแหน่งของเธอ เธอถึงได้คับแค้นใจ”

“แต่ฉันขอร้องเถอะ อย่าพุ่งเป้าใส่คนอื่นเลย”

“ถ้าเธอไม่อยากขอโทษก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะช่วยพูดกับพ่อแม่ให้เอง ยังไงความปรองดองของคนในครอบครัวก็สำคัญที่สุด”

“ถึงแม้วัคซีนของเธอจะเกิดปัญหา แต่ฉันยังเชื่อมั่นในความสามารถด้านสัตวแพทย์ของเธอเสมอนะ”

เซี่ยชิงชิงยื่นมือข้างหนึ่งออกไปตรงหน้าเซี่ยจือหนิง “กลับตระกูลเซี่ยเถอะนะ พวกเราสองคนจะได้ช่วยกันพัฒนาธุรกิจสัตว์เลี้ยงของตระกูลเซี่ยให้เติบใหญ่กว่าเดิม”

เมื่อบรรดาแขกในงานได้เห็นท่าทีโอหังของเซี่ยจือหนิงตัวปลอม เทียบกับความใจกว้างของเซี่ยชิงชิงคุณหนูตัวจริง เสียงชื่นชมเซี่ยชิงชิงจึงดังขึ้นรอบด้าน

“ช่างสมกับเป็นเทพธิดาหัวกะทิแห่งมหาวิทยาลัย S จริงๆ จิตใจกว้างขวาง ผิดกับเซี่ยจือหนิงตัวปลอมที่ใจแคบมาก”

“คุณหนูตัวจริงเติบโตในครอบครัวยากจน แต่ยังรักษาความสง่างามไว้ได้ หงส์แท้ย่อมเป็นหงส์วันยังค่ำจริงๆ”

เซี่ยจือหนิงเหลือบมองมือที่เซี่ยชิงชิงยื่นมา รอยยิ้มบางผุดขึ้นตรงมุมปาก ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าเดินเข้าไปหาทีละก้าว

จากนั้น หญิงสาวก็วางจานเค้กใบเล็กพร้อมส้อมในมือลงบนฝ่ามือของเซี่ยชิงชิงอย่างพอดิบพอดี เธอหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดมุมปากอย่างไม่รีบร้อน แล้วทิ้งกระดาษลงในจานเค้กบนมืออีกฝ่ายต่อหน้าต่อตาผู้คนนับร้อย

“ขอบคุณมากนะ รบกวนช่วยนำจานเปล่าไปวางตรงจุดคืนจานให้ทีสิ”

รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของเซี่ยชิงชิงแทบจะปริแตกสลายลงในชั่วพริบตา มือที่แบรับจานเค้กเปื้อนครีมสั่นระริกด้วยความอับอาย

เธอพยายามสะกดข่มความโกรธ วางท่าสงบเสงี่ยมราวนางเอกผู้น่าสงสาร “จือหนิง ทำไมเธอถึงต้องคอยสร้างความลำบากให้ฉันแบบนี้ด้วย เดิมทีขาของฉันก็ไม่สะดวกอยู่แล้วนะ”

“ก็ฉันเห็นว่าเธอกับสาวใช้ข้างกายคนนี้ดูว่างกันเหลือเกินนี่”

เซี่ยจือหนิงยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ “ขาของเธอไม่ได้หักเพราะฉัน แต่เธอกลับใส่ร้ายกัน ส่วนเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมขาถึงไม่สะดวก ตัวเธอเองย่อมรู้ดีที่สุด”

เซี่ยจือหนิงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอโทษเธอ”

“และไม่ได้คิดจะขอให้ตระกูลเซี่ยรับกลับไปแม้แต่นิดเดียว”

เซี่ยจือหนิงกวาดสายตามองคนพวกนั้นด้วยแววตาเย็นชา “พวกเธอแต่ละคนหลงตัวเองกันเกินไปแล้ว ฉันมาร่วมงานเลี้ยงนี้ ก็เพราะมีคนเชิญให้มาตรวจอาการสุนัขวูล์ฟด็อกตัวหนึ่งต่างหาก”

สิ้นเสียงของเธอ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วห้องจัดเลี้ยง

“สุนัขวูล์ฟด็อกหรือ หรือว่าจะเป็นวูล์ฟด็อกตัวโปรดที่เคยช่วยชีวิตคุณชายกู้!”

“ได้ยินว่าคุณชายกู้ให้ความสำคัญกับวูล์ฟด็อกตัวนี้ยิ่งกว่าสมาชิกในตระกูลเสียอีก ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องหลีกทางให้มันก่อน!”

“แล้วทำไมถึงเชิญเซี่ยจือหนิงมาล่ะ เธอไปสนิทสนมกับตระกูลกู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“มีข่าววงในว่า ในอดีตตระกูลเซี่ยกับตระกูลกู้เคยหมั้นหมายกันมาก่อนด้วยนะ”

เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยเหล่านั้น แววตระหนกก็วาบผ่านดวงตาของเซี่ยชิงชิง

ส่วนสวี่เหยาแค่นหัวเราะ สีหน้าฉายแววยินดีคล้ายจับผิดได้ “คนโกหก! คิดจะหาข้ออ้างทั้งที กลับเลือกข้ออ้างใหญ่โตเกินตัวขนาดนี้”

“ชิงชิงของเราต่างหากที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานใหญ่ของโรงพยาบาลสัตว์ตระกูลเซี่ย และได้รับคำเชิญเป็นพิเศษจากตระกูลกู้ ให้มาตรวจวูล์ฟด็อกของคุณชายกู้ในคืนนี้!”

คราวนี้ บรรดาแขกเหรื่อต่างพากันรอชมเรื่องสนุก

“ว้าว เซี่ยจือหนิงคุยโวโอ้อวดจนถูกจับได้คาหนังคาเขาแล้ว”

“นี่คืองานวันเกิดของนายท่านผู้เฒ่ากู้ ใครจะรู้ว่าบัตรเชิญของเซี่ยจือหนิงได้มายังไง”

“คงไม่ได้ใช้ร่างกายแลกมาหรอกใช่ไหม”

สวี่เหยายิ่งได้ใจ ใบหน้าฉายความลำพองที่คิดว่าจับจุดอ่อนของเซี่ยจือหนิงได้ “ชิงชิงคือสัตวแพทย์ที่ตระกูลกู้เชิญมา แล้วคนอย่างเธอมาทำอะไรที่นี่”

“มาขอข้าวกินหรือไง”

“ขอทานบนอินเทอร์เน็ตไม่พอ จนต้องตามมาขอข้าวนอกจอกินแล้วสินะ”

สวี่เหยากวาดตามองเสื้อผ้าของเซี่ยจือหนิงด้วยแววตาร้ายกาจ “ทั้งชุดราตรีและสร้อยคอ ล้วนเป็นแบบที่ไม่เคยเห็นในแคตตาล็อก ดูท่าคงเป็นของกระจอกไร้ยี่ห้อที่แอบเลียนแบบสไตล์ของ Siren ดีไซเนอร์ระดับโลกมาใส่ล่ะสิ”

ถ้อยคำเหล่านั้นเจือปนความริษยาอย่างเห็นได้ชัด เพราะชุดราตรีของเซี่ยจือหนิงตัดเย็บขึ้นอย่างประณีตงดงาม ประกายเงางามยามต้องแสงไฟแชนเดอเลียร์ดูหรูหราสะกดสายตายิ่งนัก

และในจังหวะนั้นเอง เสียงทุ้มของเสิ่นเจียเอ่อร์ก็ดังข้ามชั้นลงมาจากบันไดวน

“คุณผู้หญิงท่านนี้ ผมควรจะชมว่าสายตาของคุณดี หรือสมเพชว่าสายตาของคุณแย่กันแน่ครับ”

ทุกคนในห้องโถงพร้อมใจกันเงยหน้าขึ้นมอง จึงได้เห็นหนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อผมสีทอง นัยน์ตาสีฟ้า ในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีแดงไวน์ กำลังก้าวลงบันไดมาจากชั้นสองอย่างสง่างาม

เสิ่นเจียเอ่อร์กอดอก ปรายตามองสวี่เหยาอย่างเย็นชา “ชุดราตรีตัวนี้เป็นผลงานใหม่ล่าสุดที่ผมลงมือออกแบบด้วยตัวเอง และยังไม่ได้เปิดตัวที่ไหนมาก่อนเลยด้วยซ้ำ”

“คุณเซี่ยจือหนิงเป็นคนแรกของโลกที่ได้สวมใส่ชุดนี้”

เพียงประโยคเดียว บรรดาคุณหนูไฮโซภายในงานต่างพากันส่งเสียงฮือฮากันยกใหญ่!

ที่แท้หนุ่มหล่อลูกครึ่งตรงหน้าคนนี้ ก็คือ Siren นักออกแบบดาวรุ่งที่แบรนด์หรูระดับโลกต่างแย่งชิงตัวกันคนนั้นเองหรอกหรือ!

ผลงานของ Siren นั้น ต่อให้มีเงินมากมาย ก็ยังต้องต่อคิวรอนานนับเดือนกว่าจะได้มา!

เซี่ยจือหนิงกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง Siren คนนี้เก่งกาจและโด่งดังมากขนาดนั้นเชียวหรือ ถึงกับกล้าตั้งชื่อตามปีศาจไซเรนในตำนาน

ใบหน้าของสวี่เหยาร้อนผ่าวด้วยความอับอายขายหน้า “ขอ ขอโทษค่ะ ฉันตาถั่วเอง มองของแท้ระดับโลกเป็นสินค้ากระจอกไปได้”

เสิ่นเจียเอ่อร์ไม่ใส่ใจคำขอโทษ เขาเดินตรงเข้ามาหาเซี่ยจือหนิง ดวงตาสีฟ้าทอประกายขณะมองเธอราวกับมองดูก้อนทองคำแท่ง “พวกเราไปกันเถอะครับคุณหมอเซี่ย ผมจะพาคุณขึ้นไปคว้าเงินรางวัลก้อนโต!”

“เจ้าวูล์ฟด็อกตัวนั้นอยู่บนชั้นสองครับ!”

ทว่าเซี่ยจือหนิงยังไม่ทันได้ตอบรับ เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของบอดี้การ์ดก็ดังลั่นลงมาจากชั้นบน “ทุกคนที่อยู่ชั้นล่างรีบถอยหนีออกไปเร็วเข้า!”

“สุนัขวูล์ฟด็อกของคุณชายกู้คลุ้มคลั่งแล้ว!”

วินาทีต่อมา เซี่ยจือหนิงก็เห็นเงาร่างสีเทาเงินขนาดใหญ่โตพุ่งทะยานออกมาจากระเบียงชั้นสอง!

ร่างนั้นดูคล้ายทั้งหมาป่าและสุนัข ขนสีเทาเงินทั่วร่างลุกชัน เขี้ยวขาวคมกริบส่งเสียงขู่คำรามในลำคอดังก้อง ร่างกายกำยำสูงใหญ่ดั่งพญาราชาหมาป่า ทว่ายามนี้มันกำลังพุ่งกระโจนลงมาตามบันไดวนด้วยแววตาแดงก่ำราวกับสูญเสียสติไปจนหมดสิ้น เสียงกรีดร้องของบรรดาแขกเหรื่อดังระงม แก้วแชมเปญหล่นแตกกระจายเกลื่อนพื้น!