LNCrawler

ตอนที่ 34 ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์!

ลูกสาวตัวปลอมขอลา! จากนี้จะไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์เป็นสัตวแพทย์ผู้ได้ยินเสียงสัตว์ — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 34 ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์!

กู้ไหวเหย่หันไปออกคำสั่งกับผู้ช่วยคนสนิทที่ยืนคอยท่าอยู่ด้านหลังด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเด็ดขาด “ไปร่างหนังสือสัญญาทางกฎหมาย แล้วแจ้งเรื่องการถอนหมั้นนี้ให้เซี่ยจือหนิงรับทราบอย่างเป็นทางการ”

การหมั้นหมายเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจระหว่างตระกูลใหญ่ในอดีต มีพันธะสัญญาทางกฎหมายและข้อตกลงทางการค้าผูกพันไว้หลายฉบับ การประกาศถอนหมั้นจึงไม่ใช่เพียงแค่เอ่ยปากว่ายกเลิก แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะสามารถยุติลงได้ในทันที

เซี่ยเฉิงยินดีปรีดาจนแทบจะเก็บซ่อนอาการเอาไว้ไม่อยู่ เดิมทีเขายังแอบกังวลว่า ในเมื่อสุนัขวูล์ฟด็อกผู้มีพระคุณช่วยชีวิตของประธานกู้ดูจะยอมเชื่อฟังและสนิทสนมกับเซี่ยจือหนิงถึงเพียงนั้น คงไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลยที่จะทำให้กู้ไหวเหย่ยอมเอ่ยปากถอนหมั้นกับเธอ

ใครจะไปคาดคิดว่าเพียงแค่ตนเองเอ่ยปากสะกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ประธานกู้กลับตอบรับตกลงอย่างง่ายดายไร้ความลังเล

ดูท่าว่าระหว่างที่เซี่ยจือหนิงเข้าไปตรวจดูอาการของสุนัขวูล์ฟด็อกเมื่อครู่ เธอคงจะไปทำเรื่องโง่เขลาขัดหูขัดตากู้ไหวเหย่ จนทำให้ชายหนุ่มรังเกียจและหมดความอดทนเข้าให้แล้วจริงๆ

ทางด้านเซี่ยชิงชิงก็พยายามสะกดกลั้นความตื่นเต้นดีใจเอาไว้สุดชีวิต นัยน์ตาคู่งามฉายแววละโมบจับจ้องแหวนทองคำโบราณลายหงส์บนโต๊ะตาไม่กะพริบ นับจากนี้เป็นต้นไป กู้ไหวเหย่ ผู้นำสูงสุดแห่งตระกูลกู้ผู้ทรงอำนาจ ก็จะกลายมาเป็นคู่หมั้นหมายตามกฎหมายของเธอแต่เพียงผู้เดียวแล้ว!

ส่วนเรื่องที่ว่าเธอจะสามารถรักษาสุนัขตัวนั้นได้จริงหรือไม่ เรื่องพรรค์นั้นแทบจะไม่มีความสำคัญอีกต่อไปแล้ว ใครอยากจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงรักษาก็ปล่อยให้ทำไปสิ

แม้กู้ไหวเหย่จะเอ่ยคำสั่งถอนหมั้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังนัก ทว่าความเงียบสงบภายในห้องจัดเลี้ยงกลับส่งผลให้ผู้คนรอบข้างได้ยินการตัดสินใจอันเฉียบขาดของเขาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งทุกถ้อยคำ

สายตาของแขกเหรื่อเกือบทั้งงานเลี้ยงต่างพร้อมใจกันหันขวับไปมองเซี่ยจือหนิง แทบทุกสายตาล้วนแฝงไปด้วยความสะใจและเย้ยหยันในชะตากรรมของผู้อื่น

ทว่าเซี่ยจือหนิงกลับไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนหรือสะทกสะท้านเลยสักนิด เธอกำลังก้มตัวลงกระซิบกระซาบข้างใบหูตั้งแหลมของดาวทมิฬอย่างขะมักเขม้น

“ดาวทมิฬ เดี๋ยวพอเซี่ยชิงชิงขยับตัวเตรียมจะนั่งลง แกต้องทำตามนี้นะ”

“พวกเราจะช่วยกันสงเคราะห์ รักษาอาการขาพิการจอมปลอมของเธอให้หายเป็นปลิดทิ้งกันสักหน่อย”

ส่วนประเด็นเรื่องการถูกถอนหมั้นที่ผู้คนทั้งงานกำลังจับตามองอยู่นั้น เซี่ยจือหนิงกลับทำตัวลอยชายราวกับว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเองเลยแม้แต่น้อย

กู้ไหวเหย่เพิ่งจะสังเกตเห็นเอาตอนนี้เองว่า เจ้าสุนัขร่างยักษ์ขนหนานุ่มที่ควรจะหมอบสงบนิ่งอยู่ข้างกายเขา ได้อันตรธานหายตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ไม่รู้ว่าเซี่ยจือหนิงแอบขโมยพาสุนัขคู่ใจของเขาหนีออกไปอย่างเงียบเชียบตั้งแต่ตอนไหน

ชายหนุ่มกำช้อนส้อมในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขารู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าเพราะการกระทำของคนคนหนึ่งได้ถึงเพียงนี้

ทั้งที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้เป็นมหาเศรษฐีหรือผู้ทรงอิทธิพลที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้สักหน่อย

เธอเป็นเพียงแค่เด็กสาวรูปร่างบอบบางและดูสุขภาพอ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้นเอง

เมื่อนายท่านผู้เฒ่ากู้สังเกตเห็นว่าเก้าอี้ข้างกายเสิ่นเจียเอ่อร์ยังคงมีที่ว่างอยู่ จึงหันไปกวักมือเรียกเซี่ยชิงชิงด้วยความเอ็นดู “หนูชิงชิง มานั่งร่วมโต๊ะเดียวกับปู่ทางนี้สิลูก”

“มานั่งตรงนี้แล้วถือโอกาสพูดคุยกับพี่ไหวเหย่เขาให้มากๆ หน่อย จะได้ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันเอาไว้”

เสิ่นเจียเอ่อร์เหลือบตามองที่นั่งว่างข้างตัว ก่อนจะปรายสายตาไปมองเซี่ยชิงชิง ท่าทีของเขาพลันเปลี่ยนจากความเฉยเมยก่อนหน้านี้ไปอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงรี่เข้าไปหาเธอทันที

“คุณลุงเซี่ยครับ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมช่วยพาคุณหนูเซี่ยมานั่งเองครับ”

เมื่อเซี่ยเฉิงเห็นท่าทีของคุณชายเสิ่นพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาก็ทั้งปลาบปลื้มยินดีและประหลาดใจเป็นล้นพ้น นึกเข้าใจไปเองว่าเสิ่นเจียเอ่อร์ยอมเปลี่ยนทัศนคติเพราะรู้ว่าชิงชิงกำลังจะได้เป็นสะใภ้ใหญ่ตระกูลกู้ จึงรีบปล่อยมือออกจากด้ามจับรถเข็นทันควัน

“คุณชายเสิ่น มีน้ำใจจริงๆ รบกวนด้วยนะครับ”

ดวงตาสีมรกตอันแพรวพราวของเสิ่นเจียเอ่อร์โค้งขึ้นเป็นรูปจันทร์เสี้ยว รอยยิ้มบนใบหน้าเจิดจ้าไร้พิษสง “ไม่รบกวนเลยครับ ผมยินดีอย่างยิ่งที่จะได้รับใช้คุณหนูเซี่ย”

เสิ่นเจียเอ่อร์เดินอ้อมไปประจำตำแหน่งด้านหลังรถเข็น ทว่าเขากลับไม่ได้เข็นเซี่ยชิงชิงไปยังที่นั่งว่างข้างตัวอย่างที่ทุกคนในงานคิดเอาไว้

ชายหนุ่มกลับเข็นเธอไปหยุดนิ่งอยู่ตรงกึ่งกลางทางเดินอันกว้างขวางข้างโต๊ะประธานแทน

จากนั้นเขาก็ปล่อยมือออกจากรถเข็นหน้าตาเฉยแล้วก้าวถอยหลังออกมา

ในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นเอง เซี่ยจือหนิงก็ยื่นมือไปตบแผ่นหลังของดาวทมิฬเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณ “ดาวทมิฬ ถึงเวลาลงสนามแล้ว ต้องพึ่งพาแกแล้วนะ!”

[ไม่มีปัญหา ไว้ใจฉันได้เลย!]

ชั่วพริบตาเดียว ทุกคนในห้องจัดเลี้ยงก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นดาวทมิฬพุ่งทะยานเข้าใส่เซี่ยชิงชิงราวกับลูกธนูที่หลุดออกจากแล่ง เสียงเห่าคำรามกึกก้องกัมปนาทสะท้านไปทั่วทั้งห้องโถง ชวนให้ผู้คนขนลุกซู่ด้วยความหวาดผวา!

ในสายตาของเซี่ยชิงชิง เจ้าสุนัขวูล์ฟด็อกร่างยักษ์ตัวนั้นพลันเกิดอาการคลุ้มคลั่งและกระโจนเข้าหาเธออย่างบ้าคลั่ง ขากรรไกรใหญ่โตอ้ากว้างเผยให้เห็นเขี้ยวขาววาววับคมกริบอย่างน่าสะพรึงกลัว

เขี้ยวแหลมคมสะท้อนประกายเย็นเยียบอยู่ห่างจากใบหน้าของเธอเพียงแค่คืบเดียว ราวกับว่ามันพร้อมจะขย้ำกระดูกคอของเธอให้แหลกละเอียดได้ในคำเดียว!

สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของเซี่ยชิงชิงตอบสนองเร็วกว่าที่สมองจะทันได้สั่งการเสียอีก!

ทันทีที่เจ้าวูล์ฟด็อกกระโจนเข้ามาถึงตรงหน้า เซี่ยชิงชิงก็ดีดตัวลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้รถเข็นทันที!

เธอตะเกียกตะกายกระโดดลงจากรถเข็นแล้วใส่เกียร์หมาวิ่งหนีเตลิดไปด้านข้างอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าเจ้าวูล์ฟด็อกตัวยักษ์ด้านหลังกลับวิ่งไล่กวดตามติดไม่ลดละ ราวกับว่าในวินาทีถัดไปมันจะงับร่างของเธอเข้าเต็มเขี้ยว

“กรี๊ดดด! ช่วยด้วย!”

“ใครก็ได้ช่วยฉันที! เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหายหัวไปไหนกันหมด!”

คราวนี้เสียงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือของเซี่ยชิงชิงช่างเปี่ยมล้นไปด้วยความจริงใจและหวาดผวาอย่างถึงที่สุด

ทั้งที่ขาขวาของเธอยังมีเฝือกปูนสีขาวพันหนาเตอะอยู่แท้ๆ ทว่าเจ้าตัวกลับวิ่งปร๋อหนีการไล่ล่าของสุนัขวูล์ฟด็อกไปทั่วห้องจัดเลี้ยงอันกว้างใหญ่

แถมฝีเท้าของเธอยังว่องไวปราดเปรียวยิ่งกว่าคนปกติเสียอีก ทุกคนที่ได้เห็นภาพตรงหน้าต่างพากันอ้าปากค้างตาค้างด้วยความตกตะลึง!

เสิ่นเจียเอ่อร์ระเบิดเสียงหัวเราะร่วนพลางปรบมือรัวๆ “โอ้โฮ มหัศจรรย์แท้ๆ นี่มันปาฏิหาริย์ทางการแพทย์ระดับโลกชัดๆ!”

“คุณหนูเซี่ยชิงชิงที่เพิ่งบอกว่ามีโอกาสสูงที่จะต้องพิการนั่งบนรถเข็นไปตลอดชีวิต จู่ๆ ขาข้างขวาก็หายขาดเป็นปลิดทิ้ง วิ่งคล่องปร๋อได้ด้วยฝีมือการรักษาของดาวทมิฬ!”

“ดาวทมิฬ พอได้แล้ว กลับมาหาฉันเถอะ”

เซี่ยจือหนิงเห็นว่าดาวทมิฬไล่ต้อนแกล้งเซี่ยชิงชิงจนสาแก่ใจแล้ว จึงยกมือขึ้นกวักเรียกมันกลับมา

“แกช่วยรักษาอาการขาพิการจอมปลอมของคุณหนูเซี่ยคนนี้จนหายขาดเรียบร้อยแล้วล่ะ”

ดาวทมิฬหยุดชะงักฝีเท้าอย่างเชื่อฟังทันที ก่อนจะวิ่งเหยาะๆ กลับมาหมอบลงข้างกายเซี่ยจือหนิงอย่างสงบเสงี่ยม

ทว่าครั้นเหลือบไปเห็นสีหน้าดำทะมึนของกู้ไหวเหย่ ดาวทมิฬก็ทำตาละห้อยอย่างรู้สึกผิด มันค่อยๆ ย่องกลับไปหมอบลงข้างเท้าของเจ้านาย แล้วใช้ศีรษะถูไถขากางเกงของเขาอย่างประจบประแจงเพื่อขอคืนดี

แต่กู้ไหวเหย่กลับไม่คิดจะชายตามองมันเลยแม้แต่นิดเดียว

“แจ้นไปประจบคนอื่นถึงที่ ทำตัวขายหน้าชะมัดเลย”

“ฉันไม่ใช่เจ้านายของนายแล้วนี่ อยากไปหาเจ้านายตัวจริงที่ไหนก็เชิญไปเถอะ”

ดาวทมิฬส่งเสียงร้องหงิงๆ ในลำคอสองครั้ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาลงด้วยท่าทางน่าสงสารจับใจ

จากนั้นมันก็หมุนตัว หันหลังเดินต้วมเตี้ยมกลับไปทิ้งตัวลงนอนข้างเซี่ยจือหนิงจริงๆ

กู้ไหวเหย่ถึงกับนิ่งอึ้งพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

เมื่อไม่มีสุนัขพันธุ์ดุคอยไล่กวดอยู่ข้างหลังอีกต่อไป เซี่ยชิงชิงที่วิ่งเตลิดจนหมดเรี่ยวแรงก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหินอ่อนอย่างเหนื่อยหอบ

ครั้นเงยหน้าขึ้นเห็นสายตานับร้อยคู่ในห้องจัดเลี้ยงกำลังจับจ้องมองมาด้วยความตกตะลึงและเหยียดหยาม เธอถึงเพิ่งได้สติและตระหนักได้ว่าเมื่อครู่นี้ตนเองเผลอทำเรื่องโง่เขลาอะไรลงไป!

ทั้งความตื่นตระหนก ความอับอายขายหน้า และความโกรธแค้นประดังประเดเข้ามาจนใบหน้าขาวซีดเผือด “มะ—ไม่ใช่นะ!”

เซี่ยจือหนิงหมุนตัวหันไปมองเซี่ยเฉิง ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยการเย้ยหยัน “คุณเซี่ยเฉิงคะ คุณไม่คิดจะสั่งทำป้ายผ้าเชิดชูเกียรติหมอเทวดามามอบให้ดาวทมิฬของเราสักผืนเหรอคะ?”

เวลานี้เซี่ยเฉิงได้แต่ยืนเบิ่งตามองลูกสาวที่นั่งกองอยู่บนพื้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง “ชิงชิง ขาของลูกหายดีแล้วเหรอ!”

“ฉันบอกทุกคนไปตั้งนานแล้วว่า ฉันไม่เคยคิดจะผลักเซี่ยชิงชิงตกบันไดเลยแม้แต่น้อย”

เซี่ยจือหนิงสาวเท้าก้าวตรงเข้าไปหาเซี่ยชิงชิงทีละก้าว น้ำเสียงของเธอแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบขึ้นทุกขณะ “แต่กลับไม่มีใครหน้าไหนยอมรับฟังหรือเชื่อคำพูดของฉันเลยสักคน”

“แม่ดอกบัวขาวคนนี้ต่างหากที่จงใจจัดฉากใส่ร้ายป้ายสีฉันมาตลอด”

เสิ่นเจียเอ่อร์เดินเอาค้อนเคาะตรวจขนาดเล็กส่งยื่นให้เซี่ยจือหนิง หญิงสาวรับมาถือไว้ ก่อนจะย่อตัวนั่งยองๆ ลงตรงหน้าเซี่ยชิงชิง

ค้อนโลหะในมือของเธอเคาะลงบนเฝือกปูนตรงขาขวาของเซี่ยชิงชิงอย่างแม่นยำและชำนาญ เพียงพริบตาเดียว เฝือกแข็งกระด้างก็แตกร้าวออกจากกัน

เซี่ยจือหนิงค่อยๆ ใช้มือแกะเศษเฝือกที่แตกกระจายเหล่านั้นออกทีละชิ้น

ผิวเนื้อเรียบเนียนขาวผ่องไร้ร่องรอยฟกช้ำหรือบาดแผลใดๆ บนเรียวขาของเซี่ยชิงชิง พลันปรากฏชัดเจนแก่สายตาของทุกคนในห้องโถง เธอตกใจจนคิดจะหดขาขวากลับเข้าไปซ่อนใต้ชายกระโปรงตามสัญชาตญาณ

ทว่ากลับถูกฝ่ามือเรียวของเซี่ยจือหนิงคว้าจับข้อเท้าเอาไว้แน่นหนาเสียก่อน