ตอนที่ 46 ตัวเต็งหายตัวไป
ตอนที่ 46 ตัวเต็งหายตัวไป
ในช่องแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์เตือนภัย มีคนจงใจโพสต์ภาพถ่ายเปรียบเทียบระหว่างสวนสัตว์ทั้งสองแห่งเอาไว้อย่างชัดเจน
ฝั่งของสวนสัตว์เซินอวี่ พนักงานสัตวบาลถูกจับภาพในมุมกล้องที่ดูมีสีหน้าดุดันและแข็งกร้าว ขณะที่สัตว์แต่ละตัวในกรงต่างก็ดูซูบผอม ขนร่วง และมีท่าทางเซื่องซึมคล้ายกับอมโรค
ทว่าเมื่อเลื่อนสายตาไปดูภาพของสวนสัตว์ในร่มชิงเหมิง ผู้อำนวยการสาวกลับสวมชุดเดรสกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ เรือนผมสีดำขลับทิ้งตัวสลวยรับกับดวงหน้าหวานหยด เธอนั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ในอ้อมแขนกำลังประคองสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกสีขาวผ่องดุจหิมะเอาไว้อย่างทะนุถนอมเพื่อตรวจดูอาการอย่างอ่อนโยน
ภาพที่ปรากฏออกมานั้นดูงดงาม บริสุทธิ์ และเปี่ยมไปด้วยความเมตตาราวกับนางฟ้าจำแลงมาโปรดสัตว์ไม่มีผิดเพี้ยน
เซี่ยจือหนิงกวาดสายตามองเพียงแวบเดียวก็จำใบหน้านั้นได้ทันที ผู้อำนวยการสาวสวยจิตใจงดงามของสวนสัตว์ในร่มชิงเหมิงคนนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเซี่ยชิงชิง!
ยิ่งไปกว่านั้น ในช่องแสดงความคิดเห็นยังมีชาวเน็ตจำนวนมากพากันพิมพ์ข้อความแสดงความสงสารและชื่นชมเซี่ยชิงชิง ที่แม้ร่างกายจะบาดเจ็บจนต้องนั่งรถเข็น แต่ก็ยังกัดฟันมาคอยดูแลรักษาสัตว์ด้วยตนเอง
เซี่ยจือหนิงอ่านแล้วก็อดขมวดคิ้วแน่นไม่ได้ อุปกรณ์ประกอบฉากทั้งรถเข็นวีลแชร์และเงินค่าเข้าเฝือกขาที่เซี่ยชิงชิงลงทุนไป คราวนี้คงกอบโกยผลประโยชน์สร้างภาพลักษณ์จนคืนทุนพร้อมกำไรมหาศาลแล้วสินะ
แทบทุกโพสต์ของอินฟลูเอนเซอร์ที่ออกมาเขียนกระทู้เตือนภัยโจมตีสวนสัตว์เซินอวี่ ล้วนมีหน้าม้ารับจ้างแฝงตัวเข้ามาคอมเมนต์แนะนำ “สวนสัตว์ในร่มชิงเหมิง” แทรกอยู่เนียนๆ ทั้งในส่วนของเนื้อหาและช่องสนทนา
เซี่ยจือหนิงลองกดค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมดู ก็พบว่าสวนสัตว์ในร่มชิงเหมิงแห่งนี้เก็บค่าบัตรผ่านประตูแพงลิบลิ่วถึงคนละหนึ่งร้อยหกสิบเก้าหยวน โดยอวดอ้างว่าเป็นแพ็กเกจพรีเมียมเปิดประสบการณ์สัมผัสสัตว์แปลกอย่างใกล้ชิด สามารถอุ้มและลูบคลำสัตว์ได้ทุกตัว อีกทั้งยังแถมที่คาดผมรูปหูสัตว์สุดน่ารักกับน้ำมะนาวเย็นฉ่ำให้คนละหนึ่งแก้ว
เมื่อดูจากโปรโมชันภายนอก อาจดูเหมือนคุ้มค่าสมราคาไม่น้อย
ทว่าในความเป็นจริงแล้ว น้ำมะนาวแก้วนั้นมีต้นทุนไม่ถึงสองหยวน ส่วนที่คาดผมพลาสติกก็เป็นเพียงสินค้าขายส่งเกรดต่ำจากตลาดอี้อูที่มีราคาตกชิ้นละไม่กี่สลึงเท่านั้น
เซี่ยจือหนิงไล่สายตาอ่านรายละเอียดข้อมูลของสวนสัตว์ชิงเหมิงอย่างพิจารณา
สวนสัตว์ในร่มแห่งนี้มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดไม่ถึงสองร้อยตารางเมตร หากเทียบขนาดแล้วก็กว้างพอๆ กับห้องเรียนธรรมดาสองห้องรวมกันเท่านั้น
“โซนป่าจำลอง” ที่ประโคมโฆษณาเสียใหญ่โต แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพวอลล์เปเปอร์สามมิติราคาถูกที่ติดแปะไว้บนกำแพงปูน ส่วนคอกและกรงขังของพวกสัตว์ก็คับแคบอึดอัดจนพวกมันแทบจะหมุนตัวไม่ได้
เป็ดคอลดั๊กสีขาวและกระต่ายหูตกสายพันธุ์ต่างประเทศ ถูกจับมาปล่อยรวมกันอยู่บนผืนหญ้าเทียมพลาสติกที่มีขนาดเพียงไม่กี่ตารางเมตร
ยิ่งไปกว่านั้น ตามข้อมูลการจดทะเบียนระบุว่า เมื่อสองเดือนก่อน สถานที่แห่งนี้ยังอยู่ระหว่างการทุบตึกและตกแต่งภายในอยู่เลย ทว่ากลับเร่งรีบเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวอย่างกะทันหัน
การทำเช่นนี้ คิดจะหลอกให้นักท่องเที่ยวและสัตว์ตาดำๆ เข้าไปช่วยกันสูดดมสารระเหยฟอร์มาลดีไฮด์จากสีและวัสดุก่อสร้างหรือยังไง
สภาพแวดล้อมที่คับแคบและเป็นพิษถึงเพียงนี้ กลับกล้าหน้าด้านตั้งราคาบัตรเข้าชมสูงถึงหนึ่งร้อยหกสิบเก้าหยวน ซ้ำร้ายยังจำกัดเวลาให้นั่งเล่นได้เพียงสองชั่วโมงเท่านั้น
เมื่อหันกลับมามองสวนสัตว์กลางแจ้งของเธอที่มีพื้นที่ป่าธรรมชาติกว้างใหญ่ถึงห้าสิบหมู่ อากาศบริสุทธิ์เปี่ยมไปด้วยออกซิเจน อีกทั้งยังมีสัตว์ป่าขนาดใหญ่ให้ศึกษา แต่กลับเก็บค่าเข้าชมเพียงห้าสิบหยวน สวนสัตว์ห้องแถวติดแอร์พรรค์นั้นจะเอาอะไรมาเทียบชั้นได้
เดี๋ยวก่อนนะ—เซี่ยจือหนิงพลันสะดุดใจกับเงื่อนงำบางอย่างที่ผุดขึ้นมา
เมื่อสองเดือนก่อน สวนสัตว์แห่งนี้เริ่มดำเนินการตกแต่งสถานที่ และจดทะเบียนใช้ชื่อชิงเหมิงมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
ทว่าในช่วงเวลานั้น ยังไม่มีการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเพื่อยืนยันว่าเซี่ยชิงชิงเป็นทายาทที่แท้จริงของตระกูลเซี่ยเลยด้วยซ้ำ แล้วผู้หญิงคนนั้นจะเอาเงินทุนก้อนโตมาจากที่ไหนเพื่อเนรมิตสวนสัตว์ในร่มแห่งนี้ขึ้นมาได้
จี้ซูอวิ๋นเคยเล่าให้ฟังว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เซี่ยชิงชิงมักจะมาร้องไห้คร่ำครวญว่าขัดสนเงินทอง ถึงขั้นหลอกล่อให้เขารูดบัตรเครดิตจนเต็มวงเงินเพื่อเอาเงินไปให้เธอใช้จ่าย
เซี่ยจือหนิงรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า ทั้งตัวเธอและพี่ชายแสนดีอย่างจี้ซูอวิ๋น ต่างก็ตกเป็นเหยื่อและกลายเป็นคนโง่ที่ถูกผู้หญิงเจ้าเล่ห์คนนี้หลอกใช้เข้าอย่างจัง
เซี่ยจือหนิงยื่นโทรศัพท์มือถือส่งคืนให้แก่กู้หลิน สีหน้าของเด็กสาวค่อยๆ เคร่งขรึมและจริงจังขึ้นมา
“พวกเราลองปล่อยคลิปบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดฉบับเต็ม ตอนที่พนักงานกำลังช่วยรักษานกแก้วออกไปชี้แจงความจริงก่อนดีกว่า”
กู้หลินมีสีหน้ากลัดกลุ้มและท้อแท้ยิ่งกว่าเดิม “ทันทีที่เริ่มมีกระแสโจมตีเรื่องการทารุณกรรมสัตว์ พวกเราก็รีบตัดต่อคลิปวงจรปิดปล่อยออกไปแก้ต่างทันทีแล้วครับ แต่ยอดคนกดเข้ามาดูแทบจะเป็นศูนย์ ไม่มีใครสนใจจะเข้ามาฟังคำชี้แจงเลยสักนิด”
“คนที่กุข่าวเท็จแค่ขยับปากพูดใส่ร้าย แต่คนที่ต้องออกมาชี้แจงความจริงกลับต้องวิ่งเต้นจนขาแทบขวิด”
เซี่ยจือหนิงนิ่งคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากปลอบใจ “ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกนะ เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง ฉันจะหาทางจัดการสะสางบัญชีนี้ให้เด็ดขาด”
หลังจากนั้น เซี่ยจือหนิงจึงหิ้วกล่องบรรจุค้างคาวทั้งห้าตัวพร้อมกับพาเจ้าสองพี่น้องกระรอกน้อยเดินกลับไปยังเขตอาคารหอพักพนักงาน
เวลานี้เจ้าค้างคาวทั้งห้าตัวต่างพากันหลับสนิทไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากช่วงเวลากลางวันคือเวลาพักผ่อนตามธรรมชาติของพวกมัน
เซี่ยจือหนิงจึงตั้งใจว่าจะรอจนถึงช่วงหัวค่ำเสียก่อน ถึงค่อยอธิบายกฎระเบียบและข้อควรระวังในการอยู่อาศัยในสวนสัตว์แห่งนี้ให้พวกมันฟังอย่างละเอียด
ส่วนสองพี่น้องกระรอกตัวจ้อย กำลังนั่งขะมักเขม้นช่วยกันนับลูกสนชั้นดีซึ่งเป็นของกำนัลที่พวกมันขนกลับมาจากป่าสนในคฤหาสน์ซงเจียนอย่างมีความสุข
หลังจากเซี่ยจือหนิงจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเข้าที่เรียบร้อยแล้ว สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นถุงผ้าใบเล็กที่เจ้าดาวทมิฬโยนเข้ามาให้ในรถ
เด็กสาวหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะเปิดปากถุงออกดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทว่าทันทีที่คลี่ปากถุงออก แสงสีทองอร่ามและประกายเพชรระยิบระยับก็สาดเข้าตาจนเธอแทบจะพร่ามัว
ข้างในถุงอัดแน่นไปด้วยป้ายชื่อสุนัขที่ทำจากทองคำแท้บริสุทธิ์ ปลอกคอหนังแท้ประดับเพชรแท้เม็ดเป้ง และช้อนเงินโบราณฝังมรกตเม็ดงาม
ทรัพย์สินทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในถุงผ้ามอมแมมใบนี้ ประเมินมูลค่ารวมกันแล้วคงไม่ต่ำกว่าหลักล้านหยวนอย่างแน่นอน
กู้ไหวเหย่กล้าเรียกของสะสมล้ำค่าพวกนี้ว่า “ของเก่าไร้ราคา” ออกมาหน้าตาเฉยได้ยังไงกัน
มุมปากของเซี่ยจือหนิงกระตุกขึ้นด้วยความทึ่ง ช่างเป็นมหาเศรษฐีที่ใช้ชีวิตตามอำเภอใจได้น่าหมั่นไส้จริงๆ
ทว่าเมื่อปลายนิ้วของเซี่ยจือหนิงควานไปสัมผัสถูกแหวนทองคำลายหงส์วงหนึ่งเข้า ดวงตาคู่สวยของเธอก็พลันเบิกกว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้อยู่กับที่ในเสี้ยววินาที
บนเรือนแหวนวงนั้น ลวดลายขนนกทุกเส้นของพญาหงส์ที่สลักเสลาขึ้นจากทองคำเนื้อเก้า ล้วนมีความวิจิตรงดงามและประณีตอ่อนช้อยถึงขีดสุด
บริเวณดวงตาของหงส์ถูกฝังประดับด้วยเม็ดทับทิมสีแดงสดสองเม็ด สะท้อนประกายแสงเจิดจ้าดูคล้ายกับ “ทับทิมสีเลือดนกพิราบ” ระดับตำนาน
ตัวเรือนถูกถักทอด้วยเส้นทองคำขนาดเล็กละเอียดอ่อนช้อย ส่วนในปากของพญาหงส์ยังคาบไข่มุกทะเลใต้เม็ดกลมเกลี้ยงขนาดเท่าหัวแม่มือเอาไว้ เพียงมองด้วยตาเปล่าก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือสมบัติประจำตระกูลอันล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินราคาได้
รูปลักษณ์ของมันช่างดูคล้ายกับแหวนตราประจำตำแหน่งของฮองเฮาหรือไทเฮาในราชสำนักโบราณไม่มีผิดเพี้ยน
ให้ตายเถอะ ทำไมแหวนล้ำค่าวงนี้ถึงได้ดูคุ้นตาขนาดนี้
เซี่ยจือหนิงจ้องมองมันนิ่งงันจนแทบลืมหายใจ
นี่ไม่ใช่แหวนหมั้นประจำตระกูลที่ตระกูลกู้มอบให้แก่ตระกูลเซี่ยเพื่อใช้เป็นของหมั้นหมายหรอกหรือ
แล้วของสำคัญระดับนี้ มันมาปะปนอยู่ในถุงของเล่นสุนัขได้ยังไงกัน
เรื่องเหลือเชื่อแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง
หรือว่าเจ้าดาวทมิฬจะเป็นตัวการแอบขโมยมาซ่อนไว้ในถุงสมบัติของมันเอง
แล้วถ้ากู้ไหวเหย่รู้เข้า เขาจะไม่เข้าใจผิดคิดว่าเธอจงใจแอบซุกซ่อนแหวนหมั้นเอาไว้ เพราะไม่อยากยกเลิกการหมั้นหมายหรอกหรือ
ฉับพลันนั้น สายตาของเซี่ยจือหนิงก็เริ่มพร่าเลือน ภาพตรงหน้ามืดดับลงชั่วขณะ—
อาการน้ำตาลในเลือดต่ำกำเริบขึ้นมาอีกระลอก ดูท่าทางคงถึงเวลาที่เธอต้องหาอะไรตกถึงท้องอย่างจริงจังเสียที
เซี่ยจือหนิงตัดสินใจว่าจะต้องกินอาหารมื้อเที่ยงให้อิ่มหนำสำราญก่อน จากนั้นค่อยโทรศัพท์ติดต่อกู้ไหวเหย่เพื่อนัดหมายนำแหวนหมั้นวงนี้ไปส่งคืนให้แก่เขา
เธอเดินก้าวเท้าออกจากสวนสัตว์ มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารตามสั่งเจ้าประจำที่อยู่ใกล้เคียง สั่งอาหารชุดร้อนๆ หิ้วใส่กล่องเพื่อเตรียมจะนำกลับมารับประทานที่ห้องพัก
ทว่ายังไม่ทันที่ปลายเท้าจะก้าวพ้นซุ้มประตูใหญ่ของสวนสัตว์ เธอก็สังเกตเห็นรถตำรวจคันหนึ่งจอดเทียบเปิดสัญญาณไฟวับวาบอยู่ตรงทางเข้า
เซี่ยจือหนิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
คงไม่ใช่ว่ามีเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญเกิดขึ้นที่สวนสัตว์ของเธออีกหรอกนะ
หรือว่าฮวงจุ้ยของสถานที่แห่งนี้จะมีอาถรรพ์จริงๆ กันแน่
ในขณะที่เซี่ยจือหนิงกำลังยืนขบคิดด้วยความสงสัย เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็ดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อสายเรียกเข้าจากหยางจื้อซาน หัวหน้ากองกำกับการสืบสวนคดีอาญา
“หัวหน้าหยางคะ มีเรื่องด่วนอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ”
เซี่ยจือหนิงรีบกดรับสายแล้วถามเข้าประเด็นทันที
น้ำเสียงของหยางจื้อซานที่ตอบกลับมาทางปลายสายฟังดูตึงเครียดและร้อนรนเป็นพิเศษ “คุณเสี่ยวเซี่ยครับ ตอนนี้ทางเรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ และจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากคุณอย่างเร่งด่วนครับ”
“พวกเราได้รับแจ้งเหตุคนหาย โดยผู้สูญหายขาดการติดต่อไปนานกว่าสิบห้าชั่วโมงแล้วครับ”
เซี่ยจือหนิงอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ ตามระเบียบการปฏิบัติงานของตำรวจ โดยทั่วไปต้องรอให้บุคคลสูญหายไปเกินยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนไม่ใช่หรือ ถึงจะสามารถเปิดรับแจ้งความคนหายได้
เว้นเสียแต่ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อบ่งชี้ว่าการหายตัวไปนั้นอาจเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรมร้ายแรง หรือผู้สูญหายกำลังตกอยู่ในภาวะอันตรายถึงแก่ชีวิต จึงจะสามารถอนุมัติให้เปิดคดีสืบสวนได้ในทันที
เซี่ยจือหนิงจึงเอ่ยถามหยั่งเชิง “ผู้สูญหายถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ หรือกำลังเผชิญกับอันตรายร้ายแรงอยู่หรือคะ”
“ปัญหามันอยู่ตรงจุดนี้นี่แหละครับ”
หยางจื้อซานลอบถอนหายใจยาว “ในเวลานี้พวกเรายังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเขาถูกลักพาตัวหรือกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ดูเหมือนว่าเขาเพียงแค่ขาดการติดต่อไปเฉยๆ”
“ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ ทางตำรวจจึงยังไม่สามารถระดมกำลังเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการปูพรมค้นหาขนาดใหญ่ได้”
“ทว่าผู้สูญหายท่านนี้มีสถานะและบทบาทที่พิเศษและสำคัญต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง ทางเราจึงจนปัญญาและต้องขอพึ่งพาความสามารถของนักสืบภาษาสัตว์อย่างคุณเสี่ยวเซี่ยครับ!”
“ร้อยเวรเจ้าของคดีกำลังจอดรถรอคุณอยู่หน้าสวนสัตว์เซินอวี่แล้วครับ เขาจะอธิบายรายละเอียดและข้อเท็จจริงทั้งหมดให้คุณฟังเอง”
หลังจากเซี่ยจือหนิงกดวางสาย เธอก็สาวเท้าเดินตรงไปยังรถตำรวจที่จอดอยู่หน้าประตู แล้วยกมือขึ้นเคาะกระจกเบาๆ
บานประตูรถเปิดออกในทันที นายตำรวจหนุ่มนายหนึ่งก้าวลงมาจากเบาะคนขับ พร้อมกับชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำล่ำสันที่มีสีหน้าร้อนรนกระวนกระวายใจจนเหงื่อซึมท่วมหน้า
“ผู้อำนวยการเซี่ยครับ!”
นายตำรวจรีบทำความเคารพเซี่ยจือหนิง ก่อนจะรีบสรุปสถานการณ์ให้ฟังอย่างกระชับ “เรื่องราวเป็นแบบนี้ครับ ผู้สูญหายในคดีนี้คือนักกีฬาตัวจริงของทีมว่ายน้ำทีมชาติ”
“และในอีกสามวันข้างหน้า เขาจะต้องขึ้นเครื่องบินเดินทางไปทวีปยุโรป เพื่อเป็นตัวแทนประเทศเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทางน้ำชิงแชมป์โลกครับ”
ชายวัยกลางคนรูปร่างบึกบึนรีบก้าวเข้ามาแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “สวัสดีครับผู้อำนวยการเซี่ย ผมชื่อเถาหยาง เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมว่ายน้ำทีมชาติครับ”
เขาหยิบรูปถ่ายสีใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ในภาพปรากฏให้เห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาหมดจด ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน รอยยิ้มสดใสและเปี่ยมไปด้วยพลัง “นี่คือเยว่เฉินโจว นักกีฬาว่ายน้ำท่าผีเสื้อคนสำคัญที่หายตัวไปโดยไร้ร่องรอยครับ”
“ผู้อำนวยการเซี่ยครับ ผมขอร้องล่ะครับ ช่วยตามหาตัวเขาให้พบทีเถอะ!”
โค้ชเถาหยางร้อนใจจนขอบตาแดงก่ำแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา “การแข่งขันระดับโลกจะเริ่มขึ้นในอีกสามวันข้างหน้านี้แล้ว ทีมว่ายน้ำของเราขาดเยว่เฉินโจวไปไม่ได้จริงๆ ครับ!”
“เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเต็งเหรียญทองในการแข่งขันว่ายน้ำท่าผีเสื้อเดี่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นนักกีฬาไม้สุดท้ายในทีมผลัดผสมที่จะชี้ชะตาเหรียญทองของพวกเราอีกด้วย!”
ตลอดประวัติศาสตร์การแข่งขันกีฬาทางน้ำที่ผ่านมา ประเทศของเรายังไม่เคยมีนักกีฬาชายคนใดสามารถคว้าเหรียญทองในการแข่งขันว่ายน้ำท่าผีเสื้อระดับโลกมาครองได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
เยว่เฉินโจวผู้นี้ จึงเปรียบเสมือนความหวังสูงสุดของคนทั้งประเทศ!