ตอนที่ 5 ไก่ป่าไม่มีวันกลายเป็นหงส์
ตอนที่ 5 ไก่ป่าไม่มีวันกลายเป็นหงส์
โจวจื่อเฟิง ผู้ต้องหาตามหมายจับระดับ A ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวขึ้นรถตำรวจไปแล้ว
ตำรวจที่มาถึงก่อนเห็นเซี่ยเจิงกับหยางจื้อซานเดินเข้ามาก็รีบรายงาน “หัวหน้าหยาง ศาสตราจารย์เซี่ย ท่านนี้คือคุณเซี่ยจือหนิง ผู้พักอาศัยห้อง 203 ครับ”
“อีกท่านคือเจ้าหน้าที่จี้ซูอวิ๋น พี่ชายของเธอครับ”
ใบหน้าคุ้นตาทำให้ฝีเท้าเซี่ยเจิงชะงัก ร่างแข็งค้าง คนที่เขาเพิ่งกล่าวหาว่ากุเบาะแสเท็จยืนอยู่ตรงนี้เอง ในห้องที่ฆาตกรเพิ่งบุกเข้ามา!
“เซี่ยจือหนิง? ทำไมเป็นเธอไปได้?”
ในหัวเซี่ยเจิงยุ่งเหยิงไปหมด ก่อนความคิดหนึ่งจะผุดขึ้นมา “หรือว่าเบาะแสโจวจื่อเฟิงที่เธอบอก...เป็นเรื่องจริง?”
“เป็นไปได้ยังไง?”
ใบหน้าเขาซีดเผือด “มันจะบังเอิญขนาดนั้นได้ยังไง!”
เซี่ยจือหนิงกำลังให้ปากคำกับตำรวจ พอเหลือบเห็นเขาตรงประตูก็ไม่มีแววแปลกใจเลย เธอรอให้เขามาที่นี่อยู่แล้ว รอให้เขาเห็นด้วยตาตัวเองว่าเรื่องที่ปัดทิ้งเป็นคำโกหกนั้นจริงแค่ไหน คราวนี้ตำรวจรับเรื่องและคุมตัวโจวจื่อเฟิงไปแล้ว ความจริงไม่ใช่เรื่องที่เขาจะตัดสายแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อีก
ตำรวจในห้องได้ยินบทสนทนาก็กวาดตาระหว่างทั้งสองอย่างสงสัย
ศาสตราจารย์เซี่ยรู้จักคนที่พักห้อง 203 ด้วยเหรอ?
แล้วทั้งคู่ยังแซ่เซี่ยเหมือนกันอีก สายตาหลายคู่เริ่มมีแววคาดเดา เรื่องตรงหน้าเหมือนจะมีอะไรมากกว่าผู้แจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ที่มาทำคดีแล้ว
หัวหน้าหยางหันไปถามตรง ๆ “ศาสตราจารย์เซี่ย คุณรู้จักคุณเซี่ยจือหนิงด้วยเหรอ?”
ในฐานะศาสตราจารย์และที่ปรึกษาพิเศษของตำรวจ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เซี่ยเจิงไม่เคยบอกเพื่อนร่วมงานคนไหนว่าตัวเองมีน้องสาวอีกคน
เขาพยักหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ สีหน้าย่ำแย่ “ตอนเด็กเธอกับน้องสาวแท้ ๆ ของผมถูกอุ้มสลับตัวกัน เธอเลยอยู่ในบ้านผมมายี่สิบสองปี”
สีหน้าทุกคนเปลี่ยนไป เรื่องซุบซิบครั้งใหญ่หล่นมาตรงหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว นี่จึงเป็นความสัมพันธ์ที่พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อน
เซี่ยจือหนิงยังไม่ทันพูด จี้ซูอวิ๋นที่จำเซี่ยเจิงได้ก็สาวเท้าพรวดเดียวถึงตัว กระชากคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้น
“คุณมีสิทธิ์อะไรไปห้ามคนอื่นแจ้งตำรวจ?”
เส้นเลือดบนหลังมือปูดโปน กล้ามเนื้อทั่วร่างตึงเกร็ง จี้ซูอวิ๋นกำลังข่มโทสะเต็มกำลัง คำว่า ‘ยังไม่อยากตาย’ ที่น้องสาวบอกในโทรศัพท์ไม่ได้เป็นเรื่องเล็กสำหรับเขา แต่คนตรงหน้ากลับใช้คำขู่กักขังตอบคำขอให้ช่วยชีวิต ถ้ากฎระเบียบตำรวจไม่ค้ำคออยู่ เขาคงซัดคนตรงหน้าจนพิการไปแล้ว
“ถ้าผมมาไม่ทัน จือหนิงอาจถูกโจวจื่อเฟิงฆ่าตายไปแล้ว!”
เซี่ยเจิงตั้งตัวไม่ทัน การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเร็วเกินไป เขาถูกคว้าไว้ก่อนจะทันตอบโต้ แม้แต่ยกมือขึ้นป้องกันก็ยังไม่ทัน!
เซี่ยจือหนิงมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนออกหน้าให้เธอ ความอุ่นใจซึมเข้ามา คนที่เธอเพิ่งพบหน้ากลับโกรธแทนเธอถึงขนาดนี้ คำกล่าวหาที่ได้ยินในสายกับชีวิตที่เกือบเอาไม่รอดมีคนรับรู้แล้ว และเขาไม่ยอมปล่อยผ่านไปเฉย ๆ เธอมีพี่ชายที่ปกป้องเธออยู่ตรงนี้จริง ๆ
ว้าว...พี่ชายแท้ ๆ ของเธอเท่เกินไปแล้ว!
หัวหน้าหยางกับตำรวจคนอื่นก็ตะลึงไม่แพ้กัน เซี่ยเจิงเคยติดหนึ่งในสามอันดับแรกของการแข่งขันทักษะตำรวจระดับประเทศเชียวนะ!
แต่ตำรวจชั้นผู้น้อยจากสถานีตำรวจตำบลกลับควบคุมตัวศาสตราจารย์เซี่ยได้ง่าย ๆ เหมือนจับลูกไก่ คนเก่งที่พวกเขาชื่นชมเสียเปรียบตั้งแต่พริบตาแรก แม้แต่จะตั้งหลักยังทำไม่ได้เลย!
พอได้สติ หัวหน้าหยางกับตำรวจคนอื่นก็รีบเข้าไปช่วยกันแยกจี้ซูอวิ๋นออก
“เจ้าหน้าที่จี้ นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” หัวหน้าหยางถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ศาสตราจารย์เซี่ยไปห้ามคุณเซี่ยจือหนิงแจ้งตำรวจได้ยังไง?”
เซี่ยจือหนิงเห็นว่าหัวหน้าหน่วยสืบสวนคดีอาญาคนนี้ดูเที่ยงธรรม จึงรีบยกโทรศัพท์ขึ้นฟ้อง “หัวหน้าหยางคะ หลายวันนี้ฉันสังเกตว่ามีคนคอยมองมาทางห้องฉันตลอด”
“จนตอนลงไปทิ้งขยะ ได้เห็นหน้าเขาตรง ๆ ก็คิดว่าดูคล้ายโจวจื่อเฟิง ผู้ต้องหาตามหมายจับมากค่ะ”
“ฉันเลยรีบแจ้งตำรวจ แต่พอเซี่ยเจิงได้รับข่าวจากศูนย์รับแจ้งเหตุ เขาก็โทรมาซักไซ้ แล้วกล่าวหาว่าฉันแต่งเรื่องเรียกร้องความสนใจจากเขา!”
เพราะเคยชินจากงานเก่า เซี่ยจือหนิงเปิดระบบบันทึกเสียงสนทนาอัตโนมัติในโทรศัพท์ไว้ตลอด คราวนี้จึงไม่ต้องเถียงกันด้วยคำพูดอย่างเดียว เธอกดเปิดเสียงบันทึกต่อหน้าทุกคน
—“เซี่ยจือหนิง เธอนี่เก่งจริง ๆ!”
—“แค่ฉันไม่รับโทรศัพท์ เธอก็ถึงขั้นกุเรื่องแจ้งความเท็จเลยเหรอ?!”
—“ถ้าเธอยังกล้าแจ้งเบาะแสเท็จอีกล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน การแจ้งความเท็จมีโทษกักขังทางปกครองเหมือนกัน!”
ทุกคำที่ย้อนออกมาจากโทรศัพท์เหมือนฝ่ามือฟาดเพียะ ๆ ๆ ลงบนหน้าเซี่ยเจิงต่อหน้าทุกคน น้ำเสียงโมโหกับคำขู่กักขังชัดเจน ไม่ต้องให้จือหนิงเล่าแทนอีกแล้ว เสียงของเขาเองกำลังยืนยันว่าเขามั่นใจแค่ไหนตอนตัดสินเธอว่าโกหก
ใบหน้าแดงก่ำสลับคล้ำ เขาเป็นทั้งดุษฎีบัณฑิตและศาสตราจารย์ด้านการสืบสวนคดีอาญา แต่กลับปล่อยให้การตัดสินของตัวเองถูกเปิดโปงแบบนี้ ไม่มีอะไรเหลือให้หลบอยู่หลังคำว่าผู้เชี่ยวชาญได้เลย
สายตาของตำรวจที่เคยให้ความเคารพเปลี่ยนไปชัดเจน พวกเขาเพิ่งได้ยินกับหูว่าศาสตราจารย์เซี่ยจัดการกับเบาะแสสำคัญยังไง
ฟังจบ หยางจื้อซานก็โมโหจนอกกระเพื่อม “ศาสตราจารย์เซี่ย คุณด่วนตัดสินโดยไม่ตรวจสอบแบบนี้ได้ยังไง?”
ผู้อาวุโสตำหนิต่อหน้าทุกคนโดยไม่ไว้ไมตรี “ถ้าเจ้าหน้าที่จี้ไม่ได้กลับมาเยี่ยมน้องสาวคืนนี้ โจวจื่อเฟิงอาจก่อคดีนองเลือดขึ้นอีกครั้งแล้ว!”
“พวกเราที่ตามมันอย่างยากลำบากมาครึ่งปี ก็จะปล่อยให้ฆาตกรคนนี้หลุดมือไปอีก!”
เซี่ยเจิงหน้าแดงคล้ำเหมือนตับหมู แต่ยังพยายามแก้ตัว “หัวหน้าหยาง ไม่ใช่ว่าผมด่วนตัดสินนะครับ”
“เซี่ยจือหนิงโกหกจนเป็นนิสัย ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าคำไหนของเธอเชื่อได้บ้าง”
หยางจื้อซานยกมือตัดบทอย่างหมดความอดทน “พอแล้ว ไม่ต้องพูดอีก!”
“ความจริงคือเบาะแสที่เซี่ยจือหนิงให้มาเป็นเรื่องจริง”
“โชคดีที่เจ้าหน้าที่จี้มีฝีมือว่องไว จับโจวจื่อเฟิงไว้ได้”
“คดีที่เราตามมาครึ่งปีถึงได้ปิดฉากลง นี่ต่างหากความจริงตรงหน้า!”
เขาหันไปหาจี้ซูอวิ๋น แววตาชื่นชม “เจ้าหน้าที่จี้ วางใจเถอะ ครั้งนี้คุณสร้างผลงานใหญ่ ความดีความชอบส่วนบุคคลชั้นสามต้องเป็นของคุณแน่นอน”
เซี่ยเจิงกำมือข้างลำตัวแน่นโดยไม่รู้ตัว หยางจื้อซานชื่นชมจี้ซูอวิ๋นออกมาตรง ๆ ไม่ปิดบังเลยแม้แต่ในแววตา
“สถานีตำรวจตำบลที่คุณสังกัดจะได้รับความดีความชอบแบบหมู่คณะด้วย”
หัวหน้าหยางตบไหล่จี้ซูอวิ๋นอย่างพอใจ
พอได้ยินคำว่า ‘ความดีความชอบแบบหมู่คณะ’ สีหน้าตำรวจจากสำนักงานตำรวจเมืองเจียงเฉิงก็ซับซ้อนขึ้น
ถ้าศาสตราจารย์เซี่ยจัดการเบาะแสของเซี่ยจือหนิงให้ทันท่วงที ผลงานร่วมกันก็ควรตกเป็นของสำนักงานตำรวจเมืองเจียงเฉิงสิ พวกเขาตามโจวจื่อเฟิงมาตั้งครึ่งปีเต็ม!
สุดท้ายคนร้ายกลับถูกตำรวจจากสถานีตำบลจับได้ ความดีความชอบที่เกือบอยู่ในมือปลิวหายไปต่อหน้าต่อตา ยิ่งนึกว่าเบาะแสส่งมาถึงพวกเขาแล้วแท้ ๆ ก็ยิ่งอัดอั้น ตามตัวกันมาตั้งครึ่งปี แต่พอคนร้ายอยู่ใกล้แค่นี้ โอกาสกลับถูกปัดทิ้งไปพร้อมกับคำแจ้งของหญิงสาว!
นึกถึงต้นเหตุแล้ว สายตาหลายคู่ที่มองเซี่ยเจิงก็อดเจือความขุ่นเคืองไม่ได้
ส่วนเซี่ยจือหนิงได้ยินพี่ชายแท้ ๆ ถูกชมก็ยิ้มไม่หุบ ความดีใจครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของตัวเอง พี่ชายที่มาปกป้องเธอได้สร้างผลงานใหญ่แล้ว
เธอมองหัวหน้าหยางอย่างคาดหวัง เงินรางวัลที่ทำให้ตื่นเต้นมาตั้งแต่เห็นประกาศจับจะเป็นของเธอจริงไหม? ตอนจับคนร้ายได้เธอดีใจจนลืมกลัว แต่พอต้องถามผู้มีหน้าที่จริง ๆ ก็อดเกรงใจไม่ได้ “หัวหน้าหยางคะ ฉันเห็นในประกาศจับเขียนไว้ว่า...ประชาชนที่แจ้งเบาะแสจะได้รางวัลห้าแสนหยวน...ฉันมีสิทธิ์ได้รับไหมคะ?”
หยางจื้อซานหัวเราะ “แน่นอนสิ บันทึกแจ้งเหตุของคุณมีครบ แถมยังมีส่วนช่วยจับคนร้ายด้วย”
“เงินรางวัลของคุณไม่ขาดแม้แต่หยวนเดียวแน่นอน หลังดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จะโอนเข้าบัญชีภายในหนึ่งเดือน”
ห้าแสนหยวนเต็มจำนวน! เซี่ยจือหนิงไม่ได้ดีใจเก้อ เงินยังต้องรอขั้นตอนก็จริง แต่ตอนนี้มีคำยืนยันจากหัวหน้าหยางแล้วว่ารางวัลนั้นจะเป็นของเธอ ความหวังที่จะพ้นความขัดสนจึงไม่ใช่แค่ฝันลอย ๆ อีกต่อไป
หยางจื้อซานกับตำรวจคนอื่นยังต้องพาโจวจื่อเฟิงกลับไปสอบสวนตลอดทั้งคืน จึงทยอยออกจากห้อง
เซี่ยเจิงรั้งท้ายเป็นคนสุดท้าย ก่อนออกจากห้อง 203 เขาหยุดฝีเท้าแล้วเหลือบมองเซี่ยจือหนิงแวบหนึ่ง
“ครั้งนี้พวกเธอก็แค่โชคดี ฟลุกเจอผู้ต้องหา”
“ต่อไปคงไม่มีโชคหล่นใส่หัวแบบนี้อีกแล้ว”
สายตาเขาเลื่อนไปหยุดที่จี้ซูอวิ๋น แววดูแคลนแทบล้นออกมา “จับผู้ต้องหาตามหมายจับระดับ A ได้งั้นเหรอ? เหอะ ผลงานที่ได้เพราะโชคช่วยแค่นี้ นายยังมีหน้ามายืดอกอีกเหรอ?”
“ไก่ป่าจน ๆ ตกอับแบบนี้ เกิดมาก็เป็นได้แค่ไก่ป่า ต่อให้ดิ้นรนแค่ไหนก็ไม่มีวันกลายเป็นหงส์หรอก!”