ตอนที่ 62 ไป ทำคลอดกับฉัน!
ตอนที่ 62 ไป ทำคลอดกับฉัน!
ภายในเพนต์เฮาส์หรูหราขนาดใหญ่ริมแม่น้ำสายหลัก ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมทัศนียภาพเส้นขอบฟ้าที่งดงามและแพงที่สุดในเมืองเจียงเฉิง กู้ไหวเหย่กำลังนอนคว่ำหน้า หลับพักสายตาอย่างผ่อนคลายอยู่บนเตียงคิงไซส์สีเทาเข้ม ร่างกายของเขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นภารกิจบินด่วนกลับจากการเดินทางไปตรวจสอบกิจการในแถบยุโรป ระบบประสาทและนาฬิกาชีวภาพจึงยังคงอยู่ในระหว่างการปรับตัวให้เข้ากับเขตเวลาท้องถิ่น
เจ้าดาวทมิฬ สุนัขพันธุ์เชโกสโลวาเกียนวูล์ฟด็อกรูปร่างกำยำ นั่งหมอบนิ่งอยู่ข้างขอบเตียง พวงหางหนานุ่มสีเทาเงินสะบัดแกว่งไปมาอย่างอยู่ไม่สุข
ดวงตากลมโตชุ่มน้ำสีอำพันของมันจับจ้องใบหน้ายามหลับใหลของกู้ไหวเหย่ตาไม่กะพริบ คล้ายกับในสมองสุนัขกำลังวางแผนการลับอะไรบางอย่างอยู่เงียบ ๆ
หากในเวลานี้กู้ไหวเหย่ลืมตาตื่นขึ้นมา เขาคงสามารถจำแนกอาการนี้ได้อย่างแม่นยำในทันที—นี่คือสัญญาณเตือนภัยอันเป็นลางร้ายขั้นสูงสุด ก่อนที่เจ้าดาวทมิฬจะเริ่มก่อเรื่องป่วนครั้งใหญ่อย่างแน่นอน
ทว่าน่าเสียดายที่ในวันนี้ ชายหนุ่มกลับตกอยู่ในห้วงนิทราอันลึกซึ้งเสียจนไม่ทันสังเกตเห็นประกายเจ้าเล่ห์ในดวงตาของมันเลยแม้แต่น้อย
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายนาที แสงอัสดงสีส้มทองยามเย็นสาดส่องลอดผ่านผนังกระจกใสบานยักษ์ ทอดประกายความอบอุ่นละมุนละไมลงบนผืนพรมและเตียงนอนอันเงียบสงบ
กู้ไหวเหย่ค่อย ๆ ขยับเปลือกตาเปิดขึ้นช้า ๆ สาบเสื้อชุดนอนผ้าไหมสีดำขลับแง้มแยกออกจากกันเล็กน้อย เผยให้เห็นแนวกระดูกไหปลาร้าอันคมชัดและแผงอกขาวเนียนใต้ร่มผ้า
เขายันฝ่ามือกับฟูกนอนเพื่อพยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างเกียจคร้าน สุ้มเสียงทุ้มต่ำแหบพร่ายังคงเจือความงัวเงียอยู่อย่างเต็มเปี่ยม “อืม ตอนนี้กี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย”
เจ้าดาวทมิฬกระดิกใบหูตั้งชันขึ้นทันควัน ก่อนจะรีบหมอบราบลงข้างเตียงอย่างแสนรู้และว่าง่าย ปลายจมูกเปียกชื้นยื่นเข้าไปดุนถูไถกับหลังมือของเจ้านายเบา ๆ ด้วยท่าทีประจบสอพลอสุดชีวิต
นิ้วมือเรียวยาวของกู้ไหวเหย่สอดแทรกเข้าไปในกลุ่มขนหนานุ่มฟูตรงแผงคอของมัน เขาหลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ “ทำไมวันนี้ถึงได้ทำตัวเงียบเรียบร้อยผิดปกติขนาดนี้ล่ะหืม”
วันนี้เขาเพิ่งจะเดินทางกลับถึงประเทศและกำลังอยู่ในช่วงปรับเวลา เจ้าดาวทมิฬไม่เพียงแต่ไม่ส่งเสียงเห่าเหี้ยนหรือวิ่งชนข้าวของรบกวน หากยังยอมนอนหมอบเฝ้าอยู่ข้างเตียงอย่างสงบเสงี่ยม ทำให้เขาสามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
กู้ไหวเหย่ลูบไล้ไปตามแนวศีรษะของดาวทมิฬ น้ำเสียงทุ้มเจือความเอ็นดูที่หาฟังได้ยากยิ่ง “พฤติกรรมดูไม่เหมือนนิสัยปกติของแกเลยจริง ๆ ปกติแล้วทันทีที่เห็นหน้าฉัน แกต้องกระโจนโวยวายอ้อนวอนจะให้พาไปหาคุณหมอเซี่ยไม่ใช่หรือไงกัน”
ทันทีที่โสตประสาทของมันจับคำว่า “คุณหมอเซี่ย” ได้อย่างแม่นยำ เจ้าดาวทมิฬก็ดีดตัวกระโจนพรวดขึ้นมาบนเตียงทันที มันแลบลิ้นเลียใบหน้าและลำคอของกู้ไหวเหย่อย่างตื่นเต้นระริกระรี้
กู้ไหวเหย่ขมวดคิ้วแน่น พลางใช้ฝ่ามือผลักดันหน้าสุนัขจอมประจบออกไปอย่างรังเกียจ “ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย พอได้ยินชื่อเขาก็หูตั้งหางกระดิกทันที”
“ติ๊งต่อง—”
เสียงสัญญาณแจ้งเตือนข้อความด่วนจากโทรศัพท์มือถือดังแทรกความเงียบสงบขึ้นมา
กู้ไหวเหย่เอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาปลดล็อกหน้าจออย่างเนิบช้า ทว่าไฟล์ภาพถ่ายความละเอียดสูงที่เลขาเจียงเพิ่งส่งแนบเข้ามา ก็พุ่งกระแทกเข้าสู่สายตาของเขาในชั่วพริบตา—
บนหน้าจอนั้น เซี่ยจือหนิงกำลังยืนส่งยิ้มสดใสอยู่ตรงกึ่งกลางภาพ โดยมีกลุ่มนักกีฬาว่ายน้ำชายร่างกำยำเปลือยท่อนบน อวดมัดกล้ามเนื้อและหยาดน้ำพราวระยับ ยืนล้อมรอบเธออย่างสนิทสนมแน่นขนัด ราวกับฝูงดวงดาราที่กำลังโคจรรอบดวงจันทร์
หยาดน้ำใสเกาะพราวอยู่บนกล้ามท้องแปดลอนอันแน่นกระชับของเหล่านักกีฬาหนุ่มรูปหล่อ รอยยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยฮอร์โมนวัยหนุ่มอันพลุ่งพล่าน ช่างดูเสียดแทงสายตาเสียจนดวงตาคมกริบของกู้ไหวเหย่ต้องหรี่แคบลงอย่างเย็นเยียบ
“ชิ”
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเสียงเย็นออกมาจากลำคอ ฝ่ามือข้างหนึ่งลูบไปบนหัวสุนัขที่พยายามชะโงกหน้าเข้ามาดูอย่างไม่ใส่ใจ “คุณหมอเซี่ยของแกนี่ รู้จักสรรหาความสำราญใส่ตัวเก่งจริง ๆ เชียวนะ”
เจ้าดาวทมิฬที่ชะโงกเห็นภาพเต็มสองลูกตา ก็เกิดอาการร้อนรนใจจนพวงหางสะบัดตีฟูกดังพั่บ ๆ อุ้งเท้าหน้าตะกุยหน้าจอโทรศัพท์ของเจ้านายไม่ยอมปล่อย
กู้ไหวเหย่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง นิ้วโป้งค่อย ๆ แตะซูมขยายภาพกล้ามเนื้อของบรรดานักกีฬาว่ายน้ำให้ใหญ่ขึ้น “จะมาร้อนรนอะไรตอนนี้ล่ะ ดูเอาเองสิ ตอนนี้คุณหมอเซี่ยของแกมีหนุ่มหล่อล่ำบึ้กคอยห้อมล้อมหน้าหลังเต็มไปหมด เขาคงจะลืมเลือนสุนัขโง่ ๆ อย่างแกไปจนหมดสิ้นแล้วล่ะมั้ง”
เจ้าดาวทมิฬยิ่งรับฟังคำประชดก็ยิ่งทนไม่ไหว ความร้อนรุ่มในอกพุ่งทะลุจุดเดือด มันย่ำอุ้งเท้าไปมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่จู่ ๆ มันจะตัดสินใจกระโจนโถมน้ำหนักทั้งตัวเข้าใส่ จนกู้ไหวเหย่หงายหลังล้มตึงลงไปบนเตียง
ดาวทมิฬใช้ฟันงับชายเสื้อชุดนอนผ้าไหมของเขาแล้วออกแรงดึงกระชากขึ้นสูง อุ้งเท้าหน้าข้างหนึ่งยกขึ้นมาตบลงบนกล้ามท้องอันแน่นเปรี๊ยะของเจ้านายดัง “แปะ แปะ” ด้วยท่วงท่าลำพองใจและมั่นอกมั่นใจอย่างถึงที่สุด
“โฮ่ง!”
ส่วนอุ้งเท้าหน้าอีกข้างหนึ่ง ก็ชี้เป้าตรงไปยังกลุ่มหนุ่มนักกีฬาว่ายน้ำข้างกายเซี่ยจือหนิงบนหน้าจอโทรศัพท์อย่างแม่นยำ หางของมันส่ายควงสว่านรัวเร็วเสียจนแทบจะกลายร่างเป็นใบพัดเฮลิคอปเตอร์
สีหน้าอันหล่อเหลาของกู้ไหวเหย่พลันมืดทะมึนลงจนดำสนิทราวก้นหม้อไหม้ในพริบตาเดียว “นี่แกกำลังจะออกคำสั่งให้ฉันใช้เรือนร่างและเสน่ห์ของตัวเอง ไปหว่านล้อมยั่วยวนคุณหมอเซี่ยกลับมาอย่างนั้นเหรอ”
เจ้าดาวทมิฬพยักหน้าหงึกหงักรัว ๆ ดวงตาสุนัขสุกสกาวเปล่งประกายแห่งปัญญา [เจ้านาย ท่านลองมองดูตัวเองสิ รูปร่างกล้ามท้องของท่านสมบูรณ์แบบกว่าพวกนั้นตั้งเยอะ แถมท่านยังร่ำรวยกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า!]
[ขอเพียงแค่ท่านยอมสละศักดิ์ศรี ทุ่มเทเปิดอกโชว์หุ่นให้เธอเห็น รับรองได้เลยว่าโอกาสคว้าชัยชนะต้องตกเป็นของพวกเราแน่นอน!]
[เจ้านาย ขอแค่ท่านส่งสายตาสั่งการมาคำเดียว ฉันพร้อมจะวิ่งไปถีบส่งไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืนพวกนั้นให้ร่วงตกสระว่ายน้ำให้หมดเดี๋ยวนี้เลย!]
เมื่อเอ่ยมาถึงประโยคนี้ แววตาอันเหี้ยมเกรียมและดุดันดุจหมาป่าก็วาบขึ้นในดวงตาของดาวทมิฬ สภาพของมันดูพร้อมที่จะกระโจนออกไปขย้ำศัตรูหัวใจได้ทุกวินาที
แม้ว่ากู้ไหวเหย่จะไม่สามารถเข้าใจถ้อยคำในภาษาสุนัขได้อย่างถ่องแท้ แต่เพียงแค่เห็นสายตากะลิ้มกะเหลี่ย ท่าทางขยิบตา และการชี้ชวนอันเจ้าเล่ห์ของมัน เขาก็รู้ได้ทันทีว่าในหัวของมันไม่ได้คิดเรื่องที่มีสาระอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มยกมือขึ้นดีดนิ้วลงบนหน้าผากของมันหนึ่งทีด้วยน้ำหนักมือที่ไม่เบาเลยสักนิด
“เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็ง ชักจะลามปามใหญ่แล้วนะแก”
เขาหัวเราะออกมาด้วยความหงุดหงิดระคนขบขัน นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปบีบรวบปากของสุนัขเอาไว้แน่น “คนระดับฉัน จำเป็นต้องเอาหน้าตาและเรือนร่างไปเร่ขาย เพื่อแลกกับความสนใจของผู้หญิงด้วยเหรอ”
กู้ไหวเหย่คว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดปุ่มส่งข้อความเสียงตอบกลับไปหาเลขาเจียงด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเฉียบขาด “นับจากนี้เป็นต้นไป ไม่ต้องส่งรายงานเรื่องเกี่ยวกับเซี่ยจือหนิงมาให้ฉันรับรู้อีก”
เมื่อเอ่ยคำสั่งจบ เขาก็โยนสมาร์ตโฟนทิ้งลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างไม่ไยดี แล้วพลิกตัวนอนหันหลังกลับไปอีกด้าน ราวกับไม่คิดจะใส่ใจเรื่องนี้อีกต่อไป
ทว่าในค่ำคืนนี้ ห้วงนิทราของเขากลับไม่ได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นและสนิทใจเหมือนดั่งที่หวังไว้
ท่ามกลางห้วงความฝันอันพร่าเลือนและสับสน
เปรี้ยง—!
สายฟ้าฟาดเส้นใหญ่ฉีกกระชากความมืดมิดของท้องฟ้ายามราตรี เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนฟ้า จนกู้ไหวเหย่สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากภวังค์ฝันในทันที
เมื่อห้าปีก่อน ในคืนที่ฝนกระหน่ำฟ้าผ่าอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ กองกำลังติดอาวุธในต่างแดนได้เปิดฉากยิงปืนใหญ่และทิ้งระเบิดถล่มเข้าใส่โรงพยาบาลสนามในเขตสงครามที่เขาเคยเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่แพทย์อาสา
กู้ไหวเหย่ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง อาศัยแสงสว่างวาบจากสายฟ้าภายนอกมองตรงไปยังมุมห้องโถงรับแขก ก็พบว่าเจ้าดาวทมิฬกำลังขดตัวกลมแน่นซุกอยู่ตรงซอกมืดมุมห้อง
สุนัขพันธุ์เชโกสโลวาเกียนวูล์ฟด็อกที่ตามปกติมักจะวางท่าทางสง่างาม อวดดี และน่าเกรงขาม ทว่าในเวลานี้ ขนตามลำตัวทุกเส้นกลับตั้งชันพองฟู ฟันบนและฟันล่างกระทบกันดังกึก ๆ ไม่หยุดหย่อน เสียงครางหงิง ๆ สะอื้นไห้ขาดห้วงดังเล็ดลอดออกมาจากลำคออย่างน่าเวทนา
ดวงตาคู่สวยที่เคยกระปรี้กระเปร่าและเปี่ยมล้นไปด้วยชีวิตชีวา บัดนี้กลับถูกความหวาดผวาสุดขีดกลืนกินจนแทบไม่หลงเหลือเค้าเดิม
ทุกครั้งที่อาการป่วยจากภาวะเครียดหลังผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญขั้นรุนแรงของดาวทมิฬกำเริบขึ้นมา ภาพความเจ็บปวดทรมานของเพื่อนร่วมรบสี่ขาตัวนี้ ก็ไม่ต่างอะไรไปจากคมมีดกรีดแทงซ้ำ ๆ ลงบนขั้วหัวใจของเขา
กู้ไหวเหย่กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ก่อนจะค่อย ๆ คลายมือออก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายทันที “เหล่าเฉิน เอารถออกเดี๋ยวนี้”
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อย ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นเด็ดขาดอย่างถึงที่สุด “ขับตรงไปที่สวนสัตว์เซินอวี่ เดี๋ยวนี้เลย!”
ทว่าในจังหวะที่กู้ไหวเหย่หันหลังเดินไปหยิบเสื้อโค้ตตัวยาว ปลายหางของดาวทมิฬที่แอบมองอยู่ด้านหลังกลับกระดิกส่ายไปมาด้วยความดีใจไปครึ่งจังหวะ ก่อนที่มันจะรีบปรับโหมดกลับมานอน “ตัวสั่นงันงก” ส่งเสียงครางอย่างน่าสงสารจับใจอีกครั้งในเสี้ยววินาที
——
ทางด้านสวนสัตว์เซินอวี่
เซี่ยจือหนิงพาเจ้าเขี้ยวหมอกเดินทางกลับมาถึงสวนสัตว์ พร้อมกับผลประโยชน์และของฝากก้อนโตที่กอบโกยมาจนเต็มสองมือ
ในช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา หญิงสาวและเจ้างูขาวได้ไปร่วมโต๊ะรับประทานบุฟเฟต์อาหารทะเลสุดหรูในภัตตาคารชื่อดังร่วมกับทีมว่ายน้ำระดับชาติ
ทว่าเหล่านักกีฬาหนุ่มก็น่าสงสารอยู่ไม่น้อย เพราะอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนักและโภชนาการอย่างเข้มงวดก่อนการแข่งขัน พวกเขาจึงทำได้เพียงนั่งมองและตักกินได้แค่อกไก่ต้ม เนื้อกุ้งลวก และบรอกโคลีเท่านั้น
ในทางกลับกัน ตัวเธอกับเจ้าเขี้ยวหมอกกลับเปิดฉากโซ้ยแหลกอย่างเอร็ดอร่อย หนึ่งคนหนึ่งงูกินกันจนพุงกางและอิ่มหนำสำราญอย่างที่สุด
ก่อนจะแยกย้ายเดินทางกลับ โค้ชเถายังมีน้ำใจแวะซื้อขนมขบเคี้ยวและผลไม้สดเกรดพรีเมียมฝากเธอติดไม้ติดมือกลับมาอีกสองถุงใหญ่
ทว่าเมื่อครู่นี้ จู่ ๆ สภาพอากาศภายนอกก็แปรปรวน พายุฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก เซี่ยจือหนิงจึงถือโอกาสเดินย่อยอาหารหลบฝนอยู่ใต้ชายคาเพิงพักของโซนจัดแสดงยีราฟ
คู่หูยีราฟคอยาวจอมเผือกสองตัวกำลังผลัดกันยื่นหน้าเข้ามาร่วมวงนินทาเรื่องราวซุบซิบแซ่บ ๆ ที่เกิดขึ้นภายในสวนสัตว์ในรอบวันให้เธอฟังอย่างออกรสออกชาติ
พี่ยีราฟตัวสูงชะลูดรีบเปิดประเด็นด้วยความตื่นเต้น “ท่านผู้อำนวยการ ข้าจะเล่าเรื่องเด็ดให้ฟังนะ เมื่อเช้านี้อดีตคู่ผัวเมียฮิปโปที่เพิ่งจะหย่าขาดกันไป ก่อเรื่องวิวาทครั้งใหญ่อีกแล้วล่ะ!”
“เจ้าฮิปโปตัวผู้ตัวเก่า มันแอบไปวางแผนล่อลวงแฟนใหม่ของอดีตเมีย—ไอ้หนุ่มฮิปโปกล้ามโตตัวนั้น ให้เดินหลงเข้าไปเฉียดใกล้กับริมบ่อจระเข้เข้าให้!”
น้องยีราฟตัวเตี้ยกว่าทนฟังเฉย ๆ ไม่ไหว รีบยื่นคอเข้ามาสอดปากเสริมทันควัน “แล้วท่านลองทายดูสิว่าตอนจบมันกลายเป็นยังไง ปรากฏว่าไอ้หนุ่มฮิปโปแฟนใหม่กับพญาจระเข้ ดันคุยกันถูกคอจนจับมือสาบานเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันน่ะสิ!”
“ตอนนี้พวกมันสองตัวเลยแท็กทีมร่วมมือกัน วางแผนขโมยอาหารของนังฮิปโปอดีตเมียไปกินด้วยกันทุกวันเลยเชียวล่ะ!”
เซี่ยจือหนิงที่ยืนฟังอยู่อดรนทนไม่ไหว ถึงกับหลุดเสียงหัวเราะพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
ทว่าในวินาทีแห่งความบันเทิงนั้นเอง สัญญาณโทรศัพท์มือถือของเซี่ยจือหนิงก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เสียงรายงานอันตื่นตระหนกและร้อนรนของผู้ดูแลเวรดึกดังทะลุออกมาจากปลายสาย “แย่แล้วครับ เกิดเรื่องคอขาดบาดตายแล้วครับผู้อำนวยการเซี่ยน้อย! จู่ ๆ เจ้าคมเงิน แม่เสือดาวหิมะก็เกิดอาการเจ็บท้องคลอดกะทันหัน แต่สถานการณ์ตอนนี้ดูผิดปกติและอันตรายมากครับ!”
“ว่ายังไงนะ ฉันจะรีบวิ่งไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
หัวใจของเซี่ยจือหนิงพลันบีบรัดตัวแน่น หญิงสาวไม่มีเวลาให้ลังเลใจแม้แต่วินาทีเดียว เธอรีบกางร่มคันใหญ่แล้วพุ่งตัววิ่งฝ่าสายฝนอันมืดมิดออกไปทันที
เมื่อวิ่งหอบหายใจกระชั้นมาถึงหน้าอาคารจัดแสดงเสือดาวหิมะ ภาพอันน่าเวทนาที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็ทำเอาเธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ
แม่เสือดาวหิมะที่ชื่อคมเงิน ซึ่งตามปกติมักจะวางท่าทางสง่างามและน่าเกรงขาม บัดนี้กำลังนอนขดตัวบิดเกร็งด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสอยู่บนพื้นห้องคลอด ผ้ายางและฟางรองนอนใต้ร่างของมันเปียกชุ่มโชกไปด้วยน้ำคร่ำและคราบเลือดสด ๆ
มันนอนหอบหายใจถี่กระชั้นอย่างเหนื่อยล้า รูม่านตาสีอำพันหดเกร็งด้วยความทุกข์ทรมาน เสียงครางแผ่วเบาดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอเป็นระยะอย่างน่าสงสาร
เซี่ยจือหนิงรีบสวมถุงมือแพทย์ปลอดเชื้อ แล้วก้าวเข้าไปตรวจคลำบริเวณช่องท้องและช่องคลอดอย่างรวดเร็ว ยิ่งตรวจ สีหน้าของเธอก็ยิ่งเคร่งเครียดและมืดมนลง “ทารกในครรภ์กลับหัวผิดท่าอย่างรุนแรง ขาหน้าข้างหนึ่งของลูกเสือติดคาแน่นอยู่ในช่องคลอด ไม่สามารถคลอดตามธรรมชาติได้ ต้องผ่าตัดทำคลอดฉุกเฉินเดี๋ยวนี้!”
เธอหันขวับไปสั่งการเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลทันที “รีบโทรตามตัววิสัญญีแพทย์มาวางยาสลบด่วนที่สุด!”
“วันนี้วิสัญญีแพทย์ลากิจด่วน เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดทางตอนเหนือของจังหวัดครับ ต่อให้เร่งบึ่งรถกลับมาเร็วที่สุด ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงครึ่งกว่าจะมาถึงครับ!”
คำตอบอันสิ้นหวังของผู้ดูแลทำเอาหัวใจของเซี่ยจือหนิงดิ่งวูบลงสู่ก้นเหว เสือดาวหิมะเป็นสัตว์ป่าดุร้ายขนาดใหญ่ เกินกว่าที่เธอจะสามารถลงมือผ่าตัดและควบคุมสถานการณ์ได้เพียงลำพัง เธอจำเป็นต้องมีผู้ช่วยที่มีฝีมือระดับพระกาฬมาคอยช่วยกัน คนหนึ่งต้องคอยจับล็อกและประคองชีพจร ส่วนอีกคนต้องลงมีดผ่าตัดดึงตัวอ่อนออกมา!
ปลายนิ้วมือของเซี่ยจือหนิงสั่นระริกขณะเลื่อนไล่หารายชื่อสัตวแพทย์ที่พอจะติดต่อได้ ทว่าไล่ดูเท่าไหร่ก็ไม่มีสัตวแพทย์คนไหนที่สามารถเดินทางมาถึงได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเช่นนี้
ในห้วงนาทีวิกฤตแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เสียงวิทยุสื่อสารจากเจ้าหน้าที่รปภ. ประจำป้อมยามหน้าประตูก็ดังแทรกเข้ามา “ผู้อำนวยการเซี่ยครับ มีผู้ชายแซ่กู้คนหนึ่งขับรถหรูมาจอดขอเข้าพบคุณอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ครับ”
“กู้ไหวเหย่อย่างนั้นเหรอ!” ดวงตาของเซี่ยจือหนิงพลันสว่างวาบขึ้นมาทันใด
ในอดีต กู้ไหวเหย่เคยผ่านการเป็นแพทย์สนามในสมรภูมิสงครามอันโหดร้าย ในสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลนและวิกฤต เขาเคยผ่านการผ่าตัดช่วยเหลือผู้บาดเจ็บโดยปราศจากยาสลบมานับครั้งไม่ถ้วน ทักษะด้านศัลยกรรมและการควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉินของเขาย่อมยอดเยี่ยมไร้ที่ติอย่างไม่ต้องสงสัย
แม้ว่าเขาจะไม่ใช่สัตวแพทย์โดยตรง แต่ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นนี้ เธอทำได้เพียงต้องคว้าฟางเส้นสุดท้ายเส้นนี้เอาไว้เท่านั้น
หากปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไป แม่เสือดาวหิมะตัวนี้และลูกน้อยในท้องจะต้องตกเลือดตายไปพร้อมกันอย่างแน่นอน!
หากได้กู้ไหวเหย่มาช่วยลงมือ อย่างน้อยที่สุดพวกเธอก็ยังมีประกายความหวังอันริบหรี่ให้ต่อสู้
“เปิดประตูให้เขาเข้ามาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ! แล้วบอกให้เขาขับรถตรงดิ่งมาที่อาคารเสือดาวหิมะทันที!”
——
บริเวณถนนทางเข้าหลักของสวนสัตว์เซินอวี่ แสงไฟหน้ารถอันสว่างจ้าสาดส่องตัดผ่านม่านฝนอันหนาทึบในยามค่ำคืน
รถยนต์ลีมูซีนมายบัคสีดำขลับอันหรูหราแล่นฝ่าสายฝนเข้ามาจอดเทียบอย่างนุ่มนวล
ภายในห้องโดยสารอันเงียบสงบ ใบหน้าอันหล่อเหลาของกู้ไหวเหย่มืดทะมึนและเยียบเย็นไม่ต่างไปจากเมฆฝนด้านนอก ประหนึ่งว่าเขากำลังแข่งขันประชันความอึมครึมกับพายุพัดกระหน่ำในคืนนี้
“แก นี่ เก่ง จริง ๆ นะ”
ชายหนุ่มเค้นเสียงรอดไรฟันเน้นย้ำทีละคำ มือข้างหนึ่งดึงใบหูของดาวทมิฬเอาไว้แน่น ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวค่อย ๆ บดคลึงปลายหูขนฟูของมันไปมาอย่างชวนให้เสียวสันหลังวาบ
เมื่อครู่นี้ในระหว่างที่รถกำลังแล่นอยู่ เจ้าดาวทมิฬที่กำลังแสดงละครแกล้งป่วยเกิดเผลอหลุดอาการกระดิกหางและลืมตาแป๋วขึ้นมา จึงถูกกู้ไหวเหย่จับพิรุธได้คาหนังคาเขาบนเบาะหลัง
เจ้าดาวทมิฬร้องคราง “เอ๋ง” ออกมาอย่างน่าเวทนา พลางรีบใช้หัวกลม ๆ มุดถูไถกับหัวเข่าของเจ้านายอย่างเอาอกเอาใจสุดชีวิต
[เจ้านาย ไหน ๆ พวกเราก็อุตส่าห์บึ่งรถมาถึงที่นี่แล้ว คุณหมอเซี่ยคนสวยจะต้องคิดถึงและดีใจที่ได้เจอฉันมากแน่ ๆ เลยเชียวล่ะ]
“หึ”
กู้ไหวเหย่แค่นหัวเราะในลำคออย่างเย็นชา เขาปล่อยมือจากใบหูของมัน ก่อนจะเปลี่ยนมาบีบกระชับปากของสุนัขเอาไว้แทน “อีกเดี๋ยวพอก้าวลงจากรถ แกก็ไสหัวลงไปเองคนเดียวซะ”
“ส่วนรถยนต์คันนี้ นับจากวันนี้เป็นต้นไป แกอย่าได้หวังว่าจะได้เหยียบขึ้นมานั่งอีกเลย”
“ฉันจะโยนแกทิ้งไว้ที่สวนสัตว์แห่งนี้ แล้วฉันก็จะหมุนพวงมาลัยขับรถกลับบ้านทันที”
เจ้าดาวทมิฬลู่หางตกลงแนบขาอย่างทั้งโศกเศร้า คับแค้นใจ และสำนึกผิด
ทันทีที่ล้อรถมายบัคหยุดหมุนสนิทลงตรงหน้าบันไดทางเข้าอาคารจัดแสดงเสือดาวหิมะ กู้ไหวเหย่ยังไม่ทันได้อ้าปากสั่งให้ดาวทมิฬกระโดดลงไปจากรถ
เสียง “ปัง!” อันหนักหน่วงก็พลันระเบิดขึ้นเสียก่อน—
บานประตูด้านหลังรถหรูถูกใครบางคนใช้สองมือกระชากเปิดออกอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน!
ท่ามกลางม่านพายุฝนที่สาดซัด เซี่ยจือหนิงยืนถือร่มคันสีดำที่โครงเหล็กหักงอแทบพัง ปลายเส้นผมเปียกชุ่มแนบแก้ม หยาดน้ำฝนไหลรินหยดติ๋ง ๆ ลงมาตามคางไม่ขาดสาย
ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้นเปล่งประกายเจิดจ้าและร้อนรนจนน่าใจหาย ราวกับคนจมน้ำที่เพิ่งคว้าขอนไม้กู้ชีพชิ้นสุดท้ายได้ทันท่วงที “กู้ไหวเหย่! สวรรค์โปรด คุณโผล่มาได้ถูกที่ถูกเวลาจริง ๆ!”
กู้ไหวเหย่ยังไม่ทันได้ตั้งสติจากเหตุการณ์ที่จู่ ๆ ก็ “ถูกคนร้ายบุกจี้รถ” ข้อมือหนาของเขาก็ถูกฝ่ามือเปียกชื้นของหญิงสาวคว้าจับเอาไว้แน่นหนาราวกับคีมเหล็กเสียแล้ว
“เร็วเข้า รีบลงมาเร็ว!” เซี่ยจือหนิงออกแรงดึงกระชากฉุดร่างสูงของเขาให้ก้าวลงจากรถมายบัค แล้วลากจูงเขาวิ่งฝ่าสายฝนไปด้วยกันอย่างไม่คิดชีวิต
“เข้าไปช่วยทำคลอดกับฉันเดี๋ยวนี้เลย!”
กู้ไหวเหย่ที่ถูกลากถูลู่ถูกังฝ่าโคลนตม ถึงกับยืนนิ่งค้าง สมองตัดการเชื่อมต่อไปชั่วขณะ “อะไรนะ ทำคลอดงั้นเหรอ”