LNCrawler

ตอนที่ 66 ยังมีผู้เชี่ยวชาญกว่านี้อีกหรือ

ลูกสาวตัวปลอมขอลา! จากนี้จะไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์เป็นสัตวแพทย์ผู้ได้ยินเสียงสัตว์ — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 66 ยังมีผู้เชี่ยวชาญกว่านี้อีกหรือ

ฝ่าย ก: กู้ไหวเหย่

ฝ่าย ข: เซี่ยจือหนิง

เซี่ยจือหนิงก้มมองตัวอักษรสีดำที่พิมพ์เรียงรายอย่างเป็นระเบียบในเอกสารสัญญาตรงหน้า ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง “ฝ่าย ข หากน้ำหนักตัวลดลงครึ่งกิโลกรัม จะต้องถูกปรับลดเงินรางวัลหนึ่งหมื่นหยวนเนี่ยนะคะ?!”

เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มชุดสูทภูมิฐานตรงหน้าสลับกับกระดาษสัญญา “นี่มันไม่ใช่สัญญาว่าจ้างให้ฉันเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยบำบัดรักษาดาวทมิฬหรอกเหรอคะ”

เธอยิ่งคิดก็ยิ่งจับต้นชนปลายไม่ถูก คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันจนเป็นปม “แล้วทำไมการที่ฉันจะผอมลงหรืออ้วนขึ้น ถึงได้กลายมาเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ฉันต้องถูกหักเงินรางวัลด้วยล่ะคะเนี่ย”

เลขาเจียงซึ่งยืนประสานมืออย่างสงบเสงี่ยมอยู่ข้างกายประธานกู้ ค่อย ๆ ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล และเปี่ยมไปด้วยเหตุผลอย่างใจเย็น

“คุณเซี่ยครับ ขออนุญาตเรียนชี้แจงตามหลักการแพทย์และจิตวิทยาครับ สภาพร่างกายและความสมบูรณ์แข็งแรงของคุณนั้น มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความผาสุกและสุขภาพกายใจของดาวทมิฬ”

เลขาเจียงเว้นจังหวะเล็กน้อย สีหน้าจริงจังไร้พิรุธ “และในขณะเดียวกัน สุขภาพกายและสุขภาพจิตของดาวทมิฬ ก็ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสภาวะอารมณ์และประสิทธิภาพในการบริหารงานของประธานกู้ครับ”

“นอกจากนี้ ทางเราไม่ได้ตั้งเงื่อนไขเพื่อเอาเปรียบคุณเซี่ยแต่ฝ่ายเดียวแต่อย่างใด ในทางกลับกัน หากคุณเซี่ยสามารถดูแลตัวเองจนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ทุก ๆ ครึ่งกิโลกรัม ทางกลุ่มบริษัทกู้ยินดีมอบเงินรางวัลพิเศษให้ทันทีสองหมื่นหยวนครับ”

รอยยิ้มเชิงธุรกิจที่สมบูรณ์แบบปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเลขาเจียง “และหากคุณเซี่ยออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อครบทุกครึ่งชั่วโมงในแต่ละวัน ก็จะได้รับเงินโบนัสสุขภาพเพิ่มอีกครั้งละสามพันหยวนด้วยครับ”

เซี่ยจือหนิงนั่งฟังเงื่อนไขเงินรางวัลประหลาดล้ำเหล่านี้จนหูอื้อตาลาย เธอเริ่มสงสัยขึ้นมาตงิด ๆ ว่าระบบประสาทการรับฟังของตัวเองกำลังมีปัญหาหรือเปล่า

กู้ไหวเหย่ยกมือขึ้นใช้นิ้วชี้เคาะโต๊ะอาหารเบา ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ทรงอำนาจ และไม่ยอมให้มีข้อโต้แย้ง

“เลขาเจียง เพิ่มเงื่อนไขเข้าไปอีกหนึ่งข้อ หากไม่มีเหตุฉุกเฉินระดับคอขาดบาดตาย อาหารทุกมื้อของเธอจะต้องรับประทานเฉพาะเซ็ตอาหารโภชนาการพิเศษที่โรงพยาบาลเอกชนในเครือกลุ่มบริษัทกู้จัดส่งมาให้เท่านั้น”

สายตาคมกริบของเขากวาดมองใบหน้าเรียวเล็กของเซี่ยจือหนิง ก่อนจะสำทับเสียงเข้ม “และในแต่ละมื้อ จะต้องใช้เวลานั่งรับประทานอย่างน้อยยี่สิบนาที ห้ามกลืน ห้ามสวาปามด้วยความเร่งรีบราวกับกำลังหนีภัยสงครามเด็ดขาด”

“รับทราบครับท่านประธาน” เลขาเจียงหยิบปากกาขึ้นมาจดบันทึกข้อกำหนดเพิ่มเติมลงในสัญญาฉบับจริงทันทีอย่างรวดเร็วคล่องแคล่ว

เซี่ยจือหนิงยกมือขึ้นเกาศีรษะเบา ๆ ด้วยความมึนงง พลางคิดทบทวนตรรกะลูกโซ่ที่เลขาเจียงเพิ่งเอ่ยมาเมื่อครู่ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าคำอธิบายอันพิลึกพิลั่นนั้น มันช่างมีเหตุผลเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบจนน่าประหลาดใจ—สุขภาพกายของเธอ เท่ากับ สุขภาพจิตของดาวทมิฬ ซึ่งเท่ากับ อารมณ์การทำงานของประธานกู้ และนั่นเท่ากับ สันติภาพและความมั่นคงของเศรษฐกิจโลกอย่างนั้นเหรอ

“ฟังดูแล้วเหมือนจะไม่มีอะไรผิดตรรกะจริง ๆ สักข้อ”

เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ทว่าสัญชาตญาณลึก ๆ ยังคงร่ำร้องว่ามีบางสิ่งไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่ง ประหนึ่งว่าเธอกำลังเล่นเกมเปิดตุ๊กตาแม่ลูกดกของรัสเซียซ้อนกันไปเรื่อย ๆ แต่สุดท้ายแล้ว คนที่ถูกตุ๊กตาตัวใหญ่ครอบขังเอาไว้มิดชิดกลับกลายเป็นตัวเธอเองเสียอย่างนั้น

แต่เมื่อลองกวาดสายตาพิจารณาเงื่อนไขทั้งหมดซ้ำอีกรอบ ในเมื่อสัญญาฉบับนี้ไม่มีข้อกำหนดข้อไหนที่ทำให้เธอต้องเสียเปรียบ มีแต่ได้เงินก้อนโต มีคนคอยส่งอาหารชั้นเลิศมาให้ประเคนถึงปาก แถมสุขภาพยังแข็งแรงขึ้นอีกต่างหาก เซี่ยจือหนิงจึงตัดสินใจเลิกคิดหาเหตุผลให้ปวดขมอง เธอหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาแล้วจรดปลายปากกาตวัดเซ็นชื่อของตัวเองลงไปดังขวับ ๆ อย่างเด็ดเดี่ยวและว่องไว

เหตุการณ์วิกฤตที่คมเงินตกลูกยากเมื่อคืนวาน ได้มอบบทเรียนครั้งใหญ่และทำให้เธอตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่า สวนสัตว์แห่งนี้จำเป็นต้องมีโรงพยาบาลสัตว์เฉพาะทางเป็นของตัวเองโดยเร็วที่สุด อีกทั้งยังต้องจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ขั้นสูง มีห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ และจ้างทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาประจำการอย่างครบครัน

ทว่าการจะเนรมิตสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาได้ ล้วนต้องพึ่งพาเม็ดเงินมหาศาลมหาศาล ชนิดที่เหมือนกับการโยนปึกธนบัตรลงไปในกองเพลิงที่ไม่มีวันมอดดับ

หลังจากทั้งสองฝ่ายลงนามในสัญญาจ้างรักษาฉบับประวัติศาสตร์เรียบร้อยแล้ว กู้ไหวเหย่ซึ่งมีกำหนดการประชุมบอร์ดบริหารระดับสูงรออยู่ในช่วงสาย จึงจำเป็นต้องลุกขึ้นเตรียมตัวเดินทางกลับ

และเนื่องจากเขาต้องการให้ดาวทมิฬอยู่ใกล้ชิดเพื่อคอยสังเกตพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง เจ้าสุนัขพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ตัวโตจึงจำใจต้องก้มหน้าเดินตามเจ้านายขึ้นรถหรูไปทำงานที่ตึกสำนักงานใหญ่ด้วย

ในตอนที่เซี่ยจือหนิงยืนมองส่งดาวทมิฬถูกลากตัวขึ้นรถ สีหน้าท่าทางของเจ้าหมาใหญ่ที่คอตก หูลู่ แววตาว่างเปล่าหมดอาลัยตายอยากนั้น ช่างดูไม่ต่างอะไรจากพนักงานออฟฟิศระดับล่างที่ถูกหัวหน้าบีบบังคับให้มาทำงานล่วงเวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์แม้แต่น้อย

ส่วนทางด้านเซี่ยจือหนิงเอง หลังจากจัดการธุระเรื่องสัญญาเสร็จสิ้น เธอก็ไม่มีเวลาว่างแม้แต่จะหยุดพักหายใจ

หญิงสาวก้าวเท้าฉับ ๆ มุ่งหน้าตรงไปยังอาคารจัดแสดงระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำทันที บริเวณลานกว้างด้านหน้าอาคาร บรรดาเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสัตว์กำลังง่วนอยู่กับการช่วยกันยกกรงเดินทางสำหรับสัตว์ชนิดพิเศษออกมาจัดวางเรียงรายทีละใบอย่างขะมักเขม้น

เมื่อคืนวาน ขณะที่เซี่ยจือหนิงพาเขี้ยวหมอกออกไปเดินเล่นผ่อนคลายภายในสวนสัตว์ เธอได้ถือโอกาสแวะเวียนไปสอบถามความสมัครใจของเหล่าบรรดาสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์น้ำในอาคารพื้นที่ชุ่มน้ำทีละตัว พร้อมทั้งจดบันทึกรายชื่อพวกที่มีความกระตือรือร้นและยินยอมเข้าร่วมเป็นโค้ชพิเศษเอาไว้อย่างครบถ้วน

ภายในกรงเดินทางแต่ละใบ ล้วนมีว่าที่โค้ชสัตว์มืออาชีพที่กำลังตื่นเต้นกับงานแปลกใหม่ ส่วนใหญ่เป็นสารพัดงูสายพันธุ์ต่าง ๆ และยังมีสัตว์น้ำจืดบางส่วนจากโซนจัดแสดงสัตว์น้ำอีกจำนวนหนึ่ง

ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาและสร้างความสะพรึงกลัวที่สุดในบรรดาสัมภาระทั้งหมด ก็คือตู้กระจกนิรภัยทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดมหึมาใบหนึ่งที่วางตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง

ภายในตู้กระจกใบยักษ์นั้น จระเข้น้ำเค็มขนาดยาวกว่าสี่เมตรกำลังนอนเอกเขนก ขากรรไกรใหญ่ขยับเคี้ยวปลาตัวเล็ก ๆ กร้วม ๆ อย่างเอร็ดอร่อยและสบายอารมณ์

เซี่ยจือหนิงได้ประกาศแต่งตั้งเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าจระเข้ตัวนี้จะรับหน้าที่เป็นหัวหน้าโค้ชประจำการฝึกซ้อมพิเศษก่อนการแข่งขันรอบตัดเชือกในวันนี้!

เธอเดินเข้าไปใกล้ตู้กระจก พลางขมวดคิ้วมองจระเข้ตัวใหญ่ที่มีชื่อว่า “จอมหิว” ด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ “จอมหิว ทำไมเธอถึงยังกินอีกแล้วล่ะ”

เซี่ยจือหนิงยกนิ้วขึ้นเคาะผิวกระจกเบา ๆ เป็นสัญญาณเตือน “เมื่อกี้ผู้ดูแลเพิ่งจะขัดสีฉวีวรรณและแปรงฟันให้เธอจนสะอาดสะอ้านไปหมาด ๆ ไม่ใช่เหรอ”

“อีกประเดี๋ยว ถ้ากลิ่นปากคาวคลุ้งของเธอพุ่งไปรมใส่นักกีฬาทีมชาติจนเขาเป็นลมคาสระ จะทำยังไงกัน”

เจ้าจระเข้ยักษ์หยุดเคี้ยวอาหารในปากทันที มันหรี่ตาลง มองเธอด้วยสีหน้ากระดากอายแกมขัดใจเล็กน้อย

[แม่หนู ถ้าข้าไม่ได้กินให้กระเพาะอิ่มตื้อ อีกเดี๋ยวข้าจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปวิ่งไล่กวดเจ้าพวกมนุษย์สองขานั่นกันเล่า!]

เซี่ยจือหนิงยกมือกุมขมับ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แม้จะรู้สึกหมั่นไส้กับท่าทางตะกละตะกลามของมัน ทว่าเหตุผลของเจ้าสัตว์กินเนื้อตัวนี้ก็มีน้ำหนักจนเถียงไม่ออกจริง ๆ

แต่ปัญหาก็คือ เจ้าตัวโตนี่เพิ่งจะสวาปามปลาแซลมอนสดทั้งถังใหญ่หมดเกลี้ยงไปเมื่อสามสิบนาทีก่อนหน้านี้เองมิใช่หรือ!

เห็นทีฉายาจอมหิวที่ทุกคนตั้งให้ จะไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากกระเพาะอาหารที่ไร้ก้นบึ้งของมันจริง ๆ

ทางศูนย์ฝึกซ้อมกีฬาทางน้ำต้องการให้เหล่าโค้ชสัตว์เดินทางไปถึงสนามซ้อมอย่างเร่งด่วนที่สุด จึงได้ทำการประสานงานและจัดส่งรถบรรทุกขนส่งสัตว์เฉพาะทางมารอรับตั้งแต่เช้าตรู่ ตัวรถจอดเทียบท่ารออยู่ตรงบริเวณประตูใหญ่ของสวนสัตว์ป่าเซินอวี่เรียบร้อยแล้ว

เซี่ยจือหนิงก้าวขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งข้างคนขับ พร้อมนำขบวนรถที่บรรทุกเหล่าโค้ชสัตว์เลื้อยคลานเต็มคัน มุ่งหน้าตรงไปยังศูนย์ฝึกซ้อมกีฬาทางน้ำอย่างมาดมั่นและทรงพลัง!

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ อาคารสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกของศูนย์ฝึกซ้อม

บรรดานักกีฬาว่ายน้ำชายทีมชาติได้ผ่านการอบอุ่นร่างกายและฝึกซ้อมตามโปรแกรมพื้นฐานช่วงเช้าเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างมารวมตัวยืนเกาะกลุ่มกันอยู่ริมขอบสระน้ำด้วยสภาพจิตใจที่เต้นระทึกตุ้ม ๆ ต่อม ๆ

หลังจากที่ได้ประจักษ์แก่สายตาตัวเองถึงพลังระเบิดอันน่าทึ่งและความเร็วเหนือมนุษย์ของหลินเซิ่นเมื่อวานนี้ นักกีฬาทุกคนต่างก็เกิดความกระหายและอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างยิ่ง ว่าหากเป็นตนเองที่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเช่นนั้น ผลลัพธ์จะออกมาน่าทึ่งเพียงใด

หลินเซิ่นถือเป็นนักกีฬาที่มีอายุมากที่สุดในทีม และสภาพร่างกายก็กำลังเข้าสู่ช่วงถดถอย แต่เขากลับสามารถว่ายน้ำทำลายสถิติเดิมของตัวเองได้อย่างถล่มทลาย แล้วถ้าหากเป็นพวกเขารุ่นน้องที่มีพละกำลัง ร่างกายกำยำ และปอดที่แข็งแรงกว่าล่ะ พวกเขาจะไม่สามารถว่ายฉีกสถิติโลกได้เลยหรือ

แม้ในก้นบึ้งของหัวใจจะเต็มไปด้วยความขยาดหวาดกลัวต่อคมเขี้ยวของสัตว์มีพิษ ทว่าความทะเยอทะยานและแรงกระตุ้นในการก้าวข้ามขีดจำกัดก็ผลักดันให้ทุกคนตัดสินใจลงชื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมพิเศษกับโค้ชสัตว์อย่างพร้อมเพรียง

สรุปสั้น ๆ ก็คือ ทั้งกลัวจนขนหัวลุก ทั้งอดที่จะตื่นเต้นและคาดหวังไม่ได้

ครั้นเมื่อเงาร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเท้าเดินย้อนแสงสว่างผ่านประตูทางเข้าอาคารสระว่ายน้ำเข้ามา เหล่านักกีฬาทั้งหมดก็แทบจะหยุดหายใจไปชั่วขณะโดยพร้อมเพรียงกัน!

เซี่ยจือหนิงก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่สดใสดุจแสงแดดยามเช้า “อรุณสวัสดิ์ค่ะเหล่านักกีฬาทีมชาติผู้ทรงเกียรติทุกคน!”

เธอผายมือไปยังกรงเดินทางหลายสิบใบที่เจ้าหน้าที่กำลังทยอยลำเลียงเข้ามาวางเรียงราย “โค้ชงูทุกตัวที่มาร่วมงานฝึกสอนในวันนี้ ล้วนผ่านการตรวจคัดกรองสุขภาพอย่างละเอียด ไร้พยาธิ ไร้เชื้อโรค และผ่านการอาบน้ำทำความสะอาดอย่างหมดจดแล้วค่ะ”

“ขอให้ทุกคนไว้วางใจ และเปิดใจทำความคุ้นเคยกับเหล่าโค้ชผู้ทรงคุณวุฒิได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ!”

เซี่ยจือหนิงเริ่มทำหน้าที่ผู้จัดการและผู้แปลภาษา แนะนำตัวโค้ชสัตว์รับเชิญประจำวันนี้ให้นักกีฬาทุกคนได้รู้จักทีละตัว

“ท่านแรกนี้ คือโค้ชงูลายสาบคอแดงค่ะ!”

ทันทีที่สลักล็อกของกรงเดินทางใบแรกถูกปลดออก งูลำตัวสีเขียวสดใสที่มีลวดลายสีแดงชาดสะดุดตาตรงบริเวณลำคอก็ค่อย ๆ ยื่นหัวกลมมนออกมา มันแลบลิ้นสองแฉกส่งเสียงฟ่อเบา ๆ พลางขยับโยกย้ายลำตัวเลื้อยไปมาอย่างมีจริตจะก้าน

“และท่านต่อไปนี้ คือโค้ชงูจงอางผู้สง่างามค่ะ!”

พึ่บ!

งูจงอางขนาดใหญ่แผ่แม่เบี้ยออกกว้างจนเห็นลวดลายอันน่าเกรงขาม ก่อนจะดีดลำตัวพุ่งพรวดชูคอสูงตระหง่าน พร้อมพ่นลมหายใจส่งเสียงขู่คำรามลั่น “ฮ่า!”

ท่วงท่าดุดันและกลิ่นอายนักล่าระดับท็อปของมัน ทำเอาเหล่านักกีฬาว่ายน้ำที่ยืนล้อมรอบถึงกับสะดุ้งโหยง ถอยกรูดไปข้างหลังกันอย่างเสียขวัญ

แม้กระทั่งโค้ชเถาที่ยืนคุมทีมอยู่ริมขอบสระ ยังตกใจจนเผลอเอื้อมสองมือไปเกาะแขนผู้ช่วยโค้ชเอาไว้แน่น ตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดเสียว

“และท่านสุดท้ายในชุดนี้ ก็คือเทพสงครามงูปล้องเงินของเราค่ะ!”

งูปล้องเงินที่มีลำตัวลายขาวสลับดำตัดกันอย่างเด่นชัด ชูคอขึ้นสูงเหนือพื้น ก่อนจะโยกหัวไปทางซ้ายทีขวาทีเป็นจังหวะ ราวกับกำลังร่ายรำระบำชนเผ่าพื้นเมืองโบราณ ภาพเงาอันพิลึกกึ่งน่ากลัวนั้น ยิ่งชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนาวเยือกและหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก

บรรยากาศรอบสระว่ายน้ำเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจติดขัด

งูพิษหน้าตาแปลกประหลาดแต่ละสายพันธุ์ผลัดกันเปิดตัวกระโจนออกมาจากกรง พร้อมท่วงท่าอันเป็นเอกลักษณ์ประหนึ่งวีรบุรุษผู้พิชิต

นักกีฬาว่ายน้ำร่างยักษ์คนหนึ่งหดคอลงต่ำ สีหน้าบิดเบี้ยวราวกับคนที่อยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาจะให้ไหล “จู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่างูเขียวหางไหม้ตัวเล็กเมื่อวานนี้ ดูหน้าตาหล่อเหลาเป็นมิตรขึ้นมาเป็นกองเลยครับ!”

[ไอ้หนุ่มรูปหล่อ เมื่อกี้แกกำลังแอบนินทาอะไรข้าอยู่หรือเปล่าจ๊ะ~]

เสียงหวานหยดย้อยแฝงแววขี้เล่นดังขึ้นจากทิศทางด้านล่าง

โดยที่ไม่มีใครทันได้สังเกตเห็น เขี้ยวหมอกได้ลอบเลื้อยปราดมาหยุดอยู่ข้างฝ่าเท้าของนักกีฬาหนุ่มคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และในพริบตาเดียว ลำตัวสีเขียวมรกตเย็นเฉียบของมันก็เริ่มเลื้อยพันขึ้นมาตามข้อเท้าและหน้าแข้งของเขาอย่างรวดเร็ว

“คุณพระช่วย แม่จ๋าช่วยด้วย!!!”

นักกีฬาว่ายน้ำคนนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกแทบระเบิด ขนแขนลุกชูชันไปทั้งตัว เขาพยายามข่มกลั้นสติอย่างยิ่งยวดที่จะไม่เผลอออกแรงสะบัดขาเพื่อเขี่ยเขี้ยวหมอกให้กระเด็น ได้แต่ยืนเกร็งแข็งทื่อเป็นก้อนหิน ไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกปลายนิ้ว

เขากลัวเหลือเกินว่า หากเผลอทำรุนแรงจนโค้ชงูตัวนี้ได้รับบาดเจ็บ ตนเองจะถูกสังคมตราหน้าและลงโทษฐานทำร้ายร่างกายโค้ชผู้ทรงเกียรติ

เซี่ยจือหนิงเห็นท่าไม่ดีจึงรีบก้าวเข้าไปคว้าตัวเขี้ยวหมอกกลับมาอุ้มไว้ในมือทันที “เขี้ยวหมอก ห้ามแกล้งขู่คนอื่นตามอำเภอใจสิ!”

ในขณะที่นักกีฬาส่วนใหญ่กำลังยืนตัวสั่นงันงกด้วยความขยาด มีเพียงเยว่เฉินโจว นักกีฬาว่ายน้ำหนุ่มดาวรุ่งผู้มีแววตานิ่งสงบที่กวาดตามองดูฝูงงูเหล่านั้นพลางยกมือขึ้นเกาศีรษะอย่างเฉยชา

“ตอนเด็ก ๆ บ้านผมอยู่ติดริมแม่น้ำในชนบท ผมเห็นงูพวกนี้เลื้อยผ่านไปมาจนชินตาแล้วครับ”

เขาหันไปสบตากับเซี่ยจือหนิงด้วยแววตาจริงจัง “ผมเลยไม่ค่อยมีความรู้สึกกลัวงูเท่าไหร่”

“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าการฝึกซ้อมพิเศษโดยใช้สัตว์เลื้อยคลานพวกนี้ จะสามารถช่วยกระตุ้นหรือดึงเอาศักยภาพขีดสุดของผมออกมาได้จริง ๆ หรือเปล่า”

เมื่อได้ยินถ้อยคำท้าทายเช่นนั้น เซี่ยจือหนิงก็หรี่ตากลมโตลงเล็กน้อย มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกลับน่าสะพรึงกลัวชวนขนลุกพอง “ไม่มีปัญหาเรื่องนั้นเลยจ้ะ วางใจได้เต็มร้อยเลยจ้า พ่อหนุ่มรูปงาม!”

“ถ้าอย่างนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา คุณจะขอลองรับหน้าที่เป็นผู้ทดสอบคนแรกของวันนี้เลยดีไหม”

เยว่เฉินโจวเป็นนักกีฬาที่ผ่านสมรภูมิการแข่งขันรายการใหญ่ระดับนานาชาติมาอย่างโชกโชน สภาพจิตใจของเขาจึงมั่นคง หนักแน่น และไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดง่าย ๆ เขาพยักหน้าตอบรับอย่างองอาจ “ได้เลยครับ ผมขออาสาเป็นหนูทดลองคนแรก เพื่อว่ายเปิดทางให้พวกรุ่นพี่ได้ดูเป็นตัวอย่างเอง”

ชายหนุ่มเดินก้าวย่างอย่างสง่างามไปประจำตำแหน่งตรงหน้าบล็อกสตาร์ตช่องว่ายที่สี่ ก่อนจะเริ่มจัดระเบียบร่างกาย ทิ้งน้ำหนักตัวลงสู่ปลายเท้า และโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อเตรียมพร้อมออกตัวอย่างเคร่งครึม

ทว่าสิ่งที่สร้างความประหลาดใจและทำให้ทุกคนรอบสระต้องหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก็คือเซี่ยจือหนิงกลับไม่ได้สั่งให้ผู้ดูแลยกกรงงูพิษตัวใดไปวางตั้งไว้ด้านหลังบล็อกสตาร์ตของเยว่เฉินโจวเลยแม้แต่กรงเดียว

หลินเซิ่นที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างสระอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความระแวง “หรือว่าทางคุณเซี่ยจะยังมียอดฝีมือระดับปรมาจารย์ซุกซ่อนอยู่อีกครับ”

โค้ชเถานึกย้อนไปถึงตู้กระจกนิรภัยขนาดมหึมาที่คลุมทับด้วยผืนผ้าใบสีดำมิดชิด ซึ่งพนักงานร่างบึกบึนสองคนเพิ่งจะช่วยกันเข็นผ่านประตูเข้ามาเมื่อครู่ “หรือว่าจะเป็นเจ้าตัวที่อยู่ในตู้ใบนั้นกันแน่”

ผู้ช่วยโค้ชยกนกหวีดโลหะขึ้นจรดริมฝีปาก นิ้วมือจับนาฬิกาจับเวลาแน่น เตรียมพร้อมที่จะส่งสัญญาณเริ่มการแข่งขัน

และในเสี้ยววินาทีที่เยว่เฉินโจวก้าวเท้าขึ้นไปยืนทรงตัวอยู่บนขอบบล็อกสตาร์ต เซี่ยจือหนิงก็จงใจลดระดับน้ำเสียงลงให้ดูเย็นเยียบ ก่อนจะตะโกนเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังและหนักแน่น

“เยว่เฉินโจว จำไว้นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามหันกลับไปมองข้างหลังเด็ดขาด!”

ทว่าสำหรับธรรมชาติของมนุษย์แล้ว ยิ่งมีคนเอ่ยปากห้ามปรามอย่างหนักแน่นเท่าไหร่ คำเตือนนั้นก็ยิ่งทำหน้าที่ไม่ต่างจากตะขอเบ็ดคมกริบที่เกี่ยวเอาความอยากรู้อยากเห็นทั้งหมดของเขาให้ลุกโชนขึ้นมาในพริบตา

ด้วยสัญชาตญาณอันไม่อาจต้านทานได้ เยว่เฉินโจวจึงอดไม่ได้ที่จะเหลียวศีรษะหันกลับไปมองดูด้านหลังของตนเอง—

และภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่ปรากฏสู่สายตาของเขา ก็คือร่างของจระเข้น้ำเค็มขนาดยักษ์ที่มีความยาวลำตัวกว่าสี่เมตร กำลังพุ่งทะยานปราดออกมาจากทางเดินนักกีฬาตรงอุโมงค์ทางเข้า ด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าฟาด!

เกราะหลังสีเทาดำประกายเหล็กกล้าที่เต็มไปด้วยปุ่มหนามกระดูกอันขรุขระ สะท้อนแสงไฟสปอร์ตไลต์จนเปล่งประกายเย็นเยียบชวนขนลุก รูม่านตาสีเหลืองอำพันที่เป็นเส้นตรงแนวดิ่งจับจ้องตรงมาที่แผ่นหลังของเขาอย่างไม่กะพริบ ราวกับเรดาร์สังหารที่ล็อกเป้าหมายเหยื่ออันโอชะเอาไว้สมบูรณ์แบบแล้ว

ปากขนาดยักษ์ที่กว้างดั่งอ่างโลหิตและเรียงรายไปด้วยคมเขี้ยวแหลมคมกว่าหกสิบซี่อ้ากว้างออกอย่างกะทันหัน เสียงขู่ฟ่อดังสนั่นลั่นอาคาร พร้อมกลิ่นคาวปลาสดและกลิ่นสาบของสัตว์เลื้อยคลานโบราณที่พวยพุ่งฟุ้งกระจายไปทั่วสระ

แต่สิ่งที่น่าหวาดผวาที่สุด ก็คือพละกำลังและความเร็วในการเคลื่อนที่บนบกอันเหลือเชื่อของมัน ขาอันทรงพลังทั้งสี่ข้างสับก้าวถี่ยิบกระแทกพื้นกระเบื้องดังกราว หางขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อฟาดกวัดแกว่งไปมาดุจแส้เหล็ก เพียงชั่วพริบตาเดียว ระยะห่างระหว่างมันกับบล็อกสตาร์ตก็ลดฮวบลงเหลือไม่ถึงสามเมตรแล้ว!

“ปี๊ด—!”

และในจังหวะวิกฤตแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เสียงนกหวีดส่งสัญญาณเริ่มการแข่งขันจากริมฝีปากของผู้ช่วยโค้ช ก็พลันกรีดแหลมบาดแก้วหูทะลวงผ่านมวลอากาศขึ้นมาในทันที!

(จบตอน)


อ่านล่วงหน้าได้ที่เพจเอินเอินขอแปล หรือเว็บ Samootnovel.com

ป.ล. ภายในเว็บมีล็อคอิน/ภารกิจ รับเหรียญฟรี ทำให้อ่านฟรีได้วันละ 10 ตอน++