ตอนที่ 6 คดีฆาตกรรมในสวนสัตว์
ตอนที่ 6 คดีฆาตกรรมในสวนสัตว์
เซี่ยจือหนิงเอียงศีรษะ กะพริบตาปริบ ๆ ทำหน้าไร้เดียงสา “แหม บังเอิญจริง ๆ เลยนะคะ~”
เธอจงใจโบกประกาศจับในมือ “คราวนี้ดูเหมือน ‘ไก่ป่า’ บางตัวจะบินได้สูงกว่าหงส์อีกนะ!”
แล้วเปิดประตู ผายมือเชิญด้วยท่าทางนอบน้อมเกินจริง “เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการคลี่คลายคดีกลับรังทองของท่านไปเร็วเข้าเถอะค่ะ!”
คำว่า ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านการคลี่คลายคดี’ ถูกเน้นทีละคำ หางเสียงสุภาพไม่ได้ช่วยกลบคำประชดเลย กลับทำให้ยิ่งบาดหู
ใบหน้าเซี่ยเจิงเขียวคล้ำ เขาถูกเหน็บจนหัวเสีย เดินจากไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง
ประตูปิดลง เซี่ยจือหนิงหันกลับมาถาม “พี่คะ ครั้งนี้พี่สร้างผลงานใหญ่ขนาดนี้ ยังย้ายมาทำงานที่สำนักงานตำรวจเมืองเจียงเฉิงไม่ได้อีกเหรอ?”
สายตาเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง ฝีมือเขาก็เห็นกับตา ผลงานก็มีแล้ว ทำไมถึงจะย้ายมาไม่ได้อีกล่ะ?
ตั้งแต่เด็ก เธอชอบเดินตามเซี่ยเจิงต้อย ๆ ชื่นชมพี่ชายที่ทั้งหล่อเหลาและเรียนเก่งจากใจ แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความเย็นชากับความเข้มงวด ไม่เคยเป็นความอุ่นใจอย่างที่หวัง
เพียงคืนเดียวที่ได้รู้จักจี้ซูอวิ๋นในฐานะพี่ชายแท้ ๆ เธอก็เข้าใจแล้วว่าพี่ชายดี ๆ ที่ชาวเน็ตชอบพูดถึงเป็นยังไง มันดีแบบนี้นี่เอง! มีคนห่วงเวลาเธอป่วย มีคนมาหาเมื่อขอให้ช่วย และยืนออกหน้าให้เมื่อเธอถูกข่มขู่ ตอนแรกแค่เรียกว่าพี่ยังไม่คุ้นปาก แต่ความเป็นห่วงกับการดูแลของเขาค่อย ๆ ทำให้คำเรียกนั้นมีความหมายขึ้นมา
จี้ซูอวิ๋นเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนส่ายหน้า “คงไม่ได้หรอก...เว้นแต่พี่จะคลี่คลายคดีใหญ่ได้ต่อเนื่องหลายคดี แต่โอกาสแบบนั้นแทบเป็นไปไม่ได้”
รอยยิ้มขื่นปรากฏบนใบหน้า “ครั้งนี้พี่โชคดีจริง ๆ ที่จับผู้ต้องหาตามหมายจับระดับ A ได้ ต่อไปคงไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว”
งานของสถานีตำรวจตำบลมีแต่งานทั่วไป โอกาสสร้างผลงานครั้งใหญ่คงไม่ได้เข้ามาง่าย ๆ อีก จะให้คลี่คลายคดีใหญ่ต่อเนื่องหลายคดี เขาเองก็แทบมองไม่เห็นทาง
เซี่ยจือหนิงขมวดคิ้ว ไม่อยากยอมรับคำตอบนั้น เธอเปิดหน้าข้อมูลที่ค้นไว้ในโทรศัพท์ ยื่นให้เขาดู “พี่คะ คนในข่าวนี่ใช่พี่หรือเปล่า?”
บัณฑิตดีเด่นจากมหาวิทยาลัยความมั่นคงสาธารณะแห่งชาติ อันดับหนึ่งการแข่งขันทักษะตำรวจระดับประเทศ...
เกียรติประวัติเรียงราย แต่ทุกอย่างหยุดลงอย่างฉับพลันในปีที่เขาเรียนจบ อนาคตที่ควรไปได้ไกลกลับเหมือนถูกตัดขาดกลางทาง ทั้งการเรียนทั้งฝีมือโดดเด่นขนาดนี้ สุดท้ายกลับมาอยู่ในสถานีห่างไกลที่แทบไม่มีโอกาสสร้างผลงาน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
จี้ซูอวิ๋นเห็นเนื้อหาบนหน้าจอ รูม่านตาก็หดวูบ เขาเงียบไปอึดใจ ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
เซี่ยจือหนิงไม่เข้าใจเลย “แล้วทำไมพี่ถึงถูกส่งไปอยู่สถานีตำรวจตำบลห่างไกลขนาดนั้นล่ะ?”
มุมปากเขามีรอยขมขื่นจาง ๆ แต่ไม่คิดอธิบาย ยกมือขยี้ศีรษะเธอ “เรื่องผู้ใหญ่ เด็กน้อยไม่ต้องถามมากหรอก”
“ตีสองแล้ว ไปนอนได้แล้ว”
เซี่ยจือหนิงอ้าปากจะถามต่อ แต่สีหน้าเขาบอกชัดว่าไม่อยากพูด เธอจึงกลืนคำถามกลับไป ยอมเข้านอนโดยดี ร่างกายที่เพิ่งฟื้นจากไข้สูงยังอ่อนล้าเต็มที ต่อให้อยากรู้แค่ไหนก็ฝืนตัวเองไม่ไหวแล้ว
นอนลงบนเตียง เธอยังลืมตามองแผ่นหลังของพี่ชายที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ไกล
มือใต้ผ้าห่มกำแน่นเงียบ ๆ เธอเห็นฝีมือเขาด้วยตาตัวเองแล้ว คืนนี้เขาช่วยชีวิตเธอ ทั้งยังยืนออกหน้าให้ต่อหน้าเซี่ยเจิง ต่อให้ตัวเขามองไม่เห็นโอกาส เธอก็ไม่อยากยอมรับว่าหนทางของเขาจบลงแค่นั้น คนเก่งอย่างพี่ชายแท้ ๆ ของเธอจะต้องไม่ถูกฝังกลบจนหมดประกาย เธอไม่มีวันยอมให้เป็นแบบนั้น!
เช้าวันรุ่งขึ้น
พอเซี่ยจือหนิงลืมตาตื่น จี้ซูอวิ๋นก็ออกไปทำงานแล้ว บนหัวเตียงมีเพียงกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่ง
ลายมือหนักแน่นทรงพลังเขียนไว้ว่า “อาหารเช้าอยู่ในหม้อ รอพี่ได้เงินเดือนแล้วจะเช่าบ้านที่ดีกว่านี้ให้เธอนะ”
ด้านล่างลงชื่อจี้ซูอวิ๋น
เขายังโอนเงินให้เธออีกหนึ่งพันหยวนด้วย
เซี่ยจือหนิงอุ่นใจจนเต็มอก เขาเองก็ใช้ชีวิตอย่างขัดสน เงินหนึ่งพันหยวนจึงไม่ใช่น้อย ๆ สำหรับเขาเลย แต่ยังโอนมาให้เธอ ทั้งเตรียมอาหารไว้ ทั้งคิดเรื่องบ้านที่ดีกว่านี้ เขาออกไปทำงานแล้ว แต่ข้อความในลายมือหนักแน่นยังทำให้เธอรู้ว่าตัวเองไม่ได้ถูกทิ้งให้ลำบากอยู่คนเดียว
เธอต้องรีบหางานใหม่ หาเงินให้ได้มาก ๆ พอเงินเดือนออก จะเลี้ยงข้าวพี่ชายมื้อใหญ่ให้ได้!
เธอกินอาหารเช้าที่เขาเตรียมไว้ พลางตรวจข้อความในโทรศัพท์ เปิดดูทีละฉบับ เผื่อมีบริษัทไหนส่งหนังสือเรียกสัมภาษณ์มาบ้าง
เงินหนึ่งพันหยวนจากพี่ชายช่วยได้มาก แต่เงินเก็บเดิมของเธอเหลือแค่เจ็ดสิบหยวน ส่วนรางวัลห้าแสนยังต้องผ่านขั้นตอนกว่าจะเข้าบัญชี จะมัวนั่งรอไม่ได้ เธอต้องหางานเลี้ยงปากท้องให้ได้เร็วที่สุด
เซี่ยจือหนิงวางโทรศัพท์ลงอย่างห่อเหี่ยว หว่างคิ้วขมวดมุ่น โอกาสที่หวังว่าจะเห็นในข้อความกลับไม่มีเลย
ทั้งที่ประวัติการทำงานโดดเด่น โรงพยาบาลสัตว์กับบริษัทในสายงานสัตว์เลี้ยงกลับไม่มีที่ไหนยอมให้โอกาสเธอเลย ความสามารถที่เคยสร้างประโยชน์ให้ตระกูลเซี่ยก็ช่วยอะไรไม่ได้ งานสักงานยังหาไม่ได้ แล้วเธอจะเลี้ยงตัวเองยังไง?
มีแค่เจ้าหน้าที่สรรหาใจดีคนหนึ่งยอมบอกใบ้อย่างอ้อมค้อม “คุณเซี่ยคะ ความสามารถของคุณโดดเด่นมากจริง ๆ แต่เราได้รับแจ้งมาว่าห้ามรับคุณเข้าทำงาน...ขอให้คุณโชคดีนะคะ”
ไม่บอกชื่อคนสั่ง เธอก็เดาได้ทันทีว่าเบื้องหลังต้องเป็นตระกูลเซี่ยแน่ ๆ
ความขมขื่นแน่นขึ้นกลางอก ไล่ออกจากบ้านแล้วยังไม่พออีกเหรอ? ต้องบีบจนไม่มีทางทำมาหากิน ต้องให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลยหรือไง!
ขณะที่เธอจนมุมจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า—
ติ๊ง!
อีเมลฉบับหนึ่งเด้งเข้ามาในกล่องจดหมาย
สวนสัตว์เอกชนยินดีรับเธอเข้าทำงาน และเริ่มงานได้ทันที!
ตำแหน่งผู้อำนวยการสวนสัตว์ ฝ่ายบริหาร เงินเดือนหกพันหยวนต่อเดือน แถมมีอาหารกับที่พักให้พร้อม!
เซี่ยจือหนิงอ่านรายละเอียดซ้ำอีกครั้ง ความตื่นเต้นพุ่งขึ้นจนอยากกรีดร้อง สวรรค์ไม่ปิดทางคนจริง ๆ! หกพันหยวน แล้วยังไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารกับที่พัก เมื่อกี้ยังกลุ้มว่าจะเลี้ยงปากท้องยังไง ตอนนี้มีคนยอมรับเธอเข้าทำงานแล้ว แถมเริ่มได้ทันที! ความหวังกลับมาเร็วจนแทบตั้งตัวไม่ทัน
อีเมลขอให้เข้ารับตำแหน่งโดยเร็วที่สุด และระบุข้อมูลติดต่อไว้ชัดเจน เธอรีบโทรตามหมายเลขนั้นทันที
“สวัสดีค่ะ คุณเฉินใช่ไหมคะ?”
“ฉันเซี่ยจือหนิงที่สมัครตำแหน่งผู้อำนวยการสวนสัตว์ค่ะ”
พอได้ยินชื่อเธอ น้ำเสียงอีกฝ่ายก็ตื่นเต้นขึ้นอย่างผิดปกติ “เยี่ยมไปเลย! วันนี้เริ่มงานได้ไหมครับ? ผมจะขับรถไปรับเอง!”
เซี่ยจือหนิงไม่คิดว่าคุณเฉินจะเอาใจใส่ขนาดนี้ ถึงกับไปรับพนักงานใหม่ด้วยตัวเอง เรื่องที่เพิ่งทำให้เธอกลุ้มเหมือนมีทางออกขึ้นมาทันตา
“ได้ค่ะ วันนี้ฉันเริ่มงานได้เลย”
เธอบอกว่าพักอยู่ที่ไหน ยี่สิบนาทีต่อมา คุณเฉินก็ขับรถมารับถึงหน้าที่พัก
ยังยื่นบัตรพนักงานที่ทำเสร็จแล้วกับซองแดงอีกหนึ่งซองให้ด้วย
“ผู้อำนวยการเซี่ยครับ ตั้งแต่วันนี้คุณคือผู้อำนวยการและผู้รับผิดชอบสวนสัตว์เซินอวี่แล้ว”
ไม่รู้ทำไม ท่าทางคุณเฉินกลับดูคล้ายคนกำลังสั่งเสียมากกว่าต้อนรับพนักงานใหม่
เซี่ยจือหนิงอดแปลกใจไม่ได้ เจ้าหน้าที่สรรหาคนอื่นต่างเมินผู้สมัคร แต่คุณเฉินดีกับเธอเกินไปจริง ๆ ยังไม่ทันเริ่มงาน บัตรพนักงานก็เตรียมมาให้แล้ว แถมมีซองแดงรับขวัญวันแรกอีก! ถึงกับเรียกเธอว่า ‘ผู้อำนวยการเซี่ย’ อย่างเต็มปากเต็มคำ ใจดีเกินกว่าที่เธอคาดไว้มากเลยนะ!
เธอแอบเปิดมุมซองดูเงียบ ๆ ในนั้นมีเงินสองร้อยหยวน!
สวรรค์! หรือเธอจะได้เจอเทพผู้ใจดีเข้าแล้วจริง ๆ!
คุณเฉินขับรถไปพูดเร็วจี๋ไป ท่าทางเหมือนอยากส่งมอบทุกอย่างให้พ้นมือ “ขอให้เริ่มงานอย่างมีความสุขนะครับ ข้อมูลสวนสัตว์กับตราประทับทางการอยู่ในถุงเอกสารครบแล้ว”
ไม่นานก็มาถึงสวนสัตว์เซินอวี่ เขายัดแผนที่สวนสัตว์ใส่มือเธอ “ผมมีธุระด่วน ต้องรีบไปก่อน คุณทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในสวนเองนะครับ พกบัตรพนักงานก็เข้าออกได้อย่างอิสระแล้ว”
“นับจากวินาทีนี้ คุณคือผู้อำนวยการสวนสัตว์เซินอวี่ครับ!”
เซี่ยจือหนิงลงจากรถอย่างงุนงง มือเต็มไปด้วยเอกสารที่อีกฝ่ายยัดให้ เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นรวดเร็วจนเธอแทบตามไม่ทัน
ประตูรถปิดปุ๊บ รถคุณเฉินก็พุ่งออกไปทันที ราวกับมีฝูงผีร้ายไล่หลัง
เธอมองท้ายรถที่หายลับ ความผิดปกติเริ่มสะกิดใจ จากตื่นเต้นเรื่องได้งาน ตอนนี้กลับอดคิดไม่ได้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ท่าทางเหมือนสั่งเสีย คำพูดเร็วจี๋ แล้วก็รีบจากไปแบบนี้ ทั้งตำแหน่งทั้งเอกสารอยู่ในมือเธอแล้ว แต่ทำไมคนส่งมอบถึงดูอยากไปให้พ้นนัก?
เซี่ยจือหนิงรีบหยิบโทรศัพท์ค้นคำว่า ‘สวนสัตว์เซินอวี่’
ข้อมูลที่ปรากฏทำให้หัวใจกระตุกวูบ
“สวนสัตว์เซินอวี่มีผู้เข้าชมบางตา กิจการซบเซา ใกล้ล้มละลายเต็มที!”