ตอนที่ 69 แทรกสายลับ
ตอนที่ 69 แทรกสายลับ
“ชิงชิง ยินดีด้วยนะที่น้องกำลังเริ่มต้นก้าวแรกและเปิดบทใหม่ในเส้นทางธุรกิจของตัวเอง”
เซี่ยเจิงยื่นช่อดอกไฮเดรนเยียสีขาวบริสุทธิ์แซมดอกกุหลาบสีชมพูอ่อนส่งให้เซี่ยชิงชิง ใบหน้าคมสันและดวงตาอบอุ่นของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มละมุนละไมของผู้เป็นพี่ชายที่พร้อมจะสนับสนุนน้องสาวสุดหัวใจ
เซี่ยชิงชิงรับช่อดอกไม้สดกลิ่นหอมกรุ่นเข้ามากอดไว้แนบอกอย่างทะนุถนอม ก่อนจะช้อนสายตามองเขาด้วยความลังเลระคนเกรงอกเกรงใจ “พี่คะ วันนี้พี่จะพอมีเวลา ปลีกตัวมาร่วมงานถ่ายทอดสดของชิงชิงด้วยไหมคะ”
“ไปสิ ทำไมพี่จะไม่ไปล่ะ” เซี่ยเจิงพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น “ชิงชิงตัวน้อยของเราจัดกิจกรรมทางธุรกิจอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในชีวิต ทั้งที พี่ชายแท้ ๆ อย่างพี่จะไม่ไปให้กำลังใจน้องสาวได้ยังไงกัน”
เขายกยิ้มอบอุ่นพลางเอ่ยอธิบายกำหนดการ “ช่วงเช้านี้พี่มีคิวต้องไปขึ้นเวทีบรรยายพิเศษด้านนิติวิทยาศาสตร์ในงานสัมมนาวิชาการงานหนึ่งก่อน แต่พอการบรรยายช่วงเช้าจบลง พี่จะรีบขับรถตรงไปหาน้องที่สวนสัตว์ให้เร็วที่สุดเลยล่ะ”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะพี่เซี่ยเจิง งานของพี่สำคัญกว่าตั้งเยอะ ถ้าพี่ไม่ว่างจริง ๆ ไม่ต้องเหนื่อยรีบขับรถมาก็ได้นะคะ ชิงชิงเข้าใจดีค่ะ” เซี่ยชิงชิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา กิริยาท่าทางดูว่าง่าย อ่อนน้อม และรู้ความอย่างยิ่ง
เมื่อเซี่ยเจิงได้เห็นท่าทีอันแสนเรียบร้อยและมีเหตุผล ไม่เคยเรียกร้องเอาแต่ใจของเธอ หัวใจของเขาก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดหนึบและเวทนาในชะตากรรมของน้องสาวคนนี้เป็นทวีคูณ
“ชิงชิง ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอกนะ สิ่งใดก็ตามที่พี่และครอบครัวตระกูลเซี่ยติดค้างน้องมาตลอดเวลายี่สิบสองปีเต็ม พี่สัญญาว่าจะชดเชยคืนให้เธอทั้งหมดด้วยตัวเอง”
หลังจากส่งมอบช่อดอกไม้และเอ่ยคำสัญญาอันหนักแน่นเรียบร้อยแล้ว เซี่ยเจิงก็รีบสาวเท้าเดินออกจากคฤหาสน์เพื่อไปขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่สัมมนาทันที
เซี่ยชิงชิงยืนมองตามแผ่นหลังสูงสง่าในชุดสูทสากลสั่งตัดเรียบกริบของเซี่ยเจิงที่ค่อย ๆ ลับสายตาไป รอยยิ้มที่มุมปากของเธอก็ค่อย ๆ ฉีกกว้างขึ้นทีละน้อย แววตาไร้เดียงสาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความลำพองใจอันเย่อหยิ่งที่เอ่อล้นอยู่ภายในอก
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนคดีอาญาและอาจารย์พิเศษด้านอาชญาวิทยา เซี่ยเจิงมักจะได้รับเชิญให้ไปปรากฏตัวในรายการข่าว งานสัมมนาใหญ่ และบทสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์อยู่บ่อยครั้ง ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่หล่อเหลา คมเข้ม และภูมิฐาน ประกอบกับวาทศิลป์อันน่าเชื่อถือ จึงดึงดูดใจชาวเน็ตสาว ๆ ได้อย่างล้นหลาม จนทำให้บัญชีส่วนตัวที่เขาใช้เผยแพร่ความรู้ด้านการสืบสวนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ มีผู้ติดตามสูงถึงหนึ่งล้านคนเข้าไปแล้ว
และในครั้งนี้ เพื่อช่วยโปรโมตและสร้างกระแสให้แก่กิจกรรมถ่ายทอดสดเปิดตัวสวนสัตว์ของเซี่ยชิงชิง เซี่ยเจิงถึงขนาดยอมลดตัวลงมาถ่ายคลิปวิดีโอเต้นประกอบเพลงด้วยท่ามือร่วมกับเธอ ซึ่งหลังจากคลิปถูกโพสต์ลงอินเทอร์เน็ตได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ยอดกดไลก์ก็พุ่งทะลุห้าแสนครั้งอย่างรวดเร็ว
ชาวเน็ตทั่วทั้งโซเชียลมีเดียต่างพากันแห่เข้ามาชื่นชมอย่างล้นหลาม ว่าทั้งสองคนช่างเป็นคู่พี่น้องระดับเทพเซียนที่สมบูรณ์แบบ ทั้งหน้าตาดี มีชาติตระกูลสูงส่ง และสติปัญญาเฉลียวฉลาด กระแสความคลั่งไคล้ในตัวสองพี่น้องตระกูลเซี่ยจึงแพร่สะพัดไปทั่วเมือง
และแน่นอนว่า สวนสัตว์ในร่มชิงเหมิงของเซี่ยชิงชิงก็พลอยได้รับอานิสงส์ความนิยมพุ่งทะยานตามไปด้วย ส่งผลให้ยอดผู้ติดตามบัญชีทางการของสวนสัตว์กระโดดแตะสองแสนคนภายในเวลาเพียงข้ามคืน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา อาจารย์ช่างแต่งหน้าชื่อดังเริ่มเก็บอุปกรณ์และแปรงแต่งหน้าลงกล่อง “คุณหนูเซี่ยคะ แต่งหน้าและจัดแต่งทรงผมเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ สภาพผิวเดิมของคุณดีมากจริง ๆ ลงแป้งนิดเดียวก็ดูเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติแล้วค่ะ”
เซี่ยชิงชิงเอียงคอมองพินิจพิจารณาเงาสะท้อนของตนเองในกระจกบานใหญ่ ใบหน้ารูปไข่ของเธอดูสดใส เปล่งประกาย และมีชีวิตชีวาด้วยการแต่งหน้าสไตล์ใส ๆ ราวกับไม่ได้แต่งหน้าที่ผ่านการประดิดประดอยอย่างแยบยล หญิงสาวรู้สึกพึงพอใจอย่างที่สุด จนให้ความรู้สึกประหนึ่งว่าทั้งร่างกำลังล่องลอยอยู่บนปุยเมฆสีชมพู
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
ณ อาคารพาณิชย์ซินรุ่ย ใจกลางย่านธุรกิจอันพลุกพล่าน
สวนสัตว์ในร่มชิงเหมิงของเซี่ยชิงชิง ตั้งอยู่บนพื้นที่ชั้นสี่ของอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่แห่งนี้
บริเวณมุมเสาด้านนอกอาคาร ซึ่งเป็นจุดอับของกล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัย เซี่ยจือหนิงในชุดทะมัดทะแมง สวมหมวกแก๊ปสีดำกดต่ำลง และมีหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้ามิดชิด กำลังยืนแฝงตัวอยู่อย่างเงียบเชียบ
เมื่อครู่ใหญ่นี้ เธอกับเถ้าแก่อีกาเพิ่งจะร่วมมือกันปฏิบัติการก่อเรื่องสะเทือนขวัญครั้งใหญ่เอาไว้ข้างใน และในเวลานี้ เธอก็กำลังวางแผนเตรียมที่จะหลบหนีออกจากพื้นที่เกิดเหตุอย่างแนบเนียน
ชั่วครู่ต่อมา เสียงลมกระพือปีกพรึ่บพั่บก็ดังขึ้นเบา ๆ เถ้าแก่อีกาบินร่อนลงมาเกาะอยู่บนพุ่มไม้ดัดใกล้ ๆ กับจุดที่เซี่ยจือหนิงยืนอยู่
[ผู้อำนวยการเซี่ย ฉันบังเอิญไปเจอคนรู้จักสนิทสนมของพวกเราเข้าแล้ว!]
อีกาน้อยยืดคอ ขนคอทองคำส่องประกายวับ [ก็คือพี่สาวเศรษฐินีสาวสวยคนนั้นไง คนที่พวกเราเคยบุกเข้าไปช่วยชีวิตออกมาจากห้องทดลองชั้นใต้ดินมืดมิดคราวก่อน คนที่ใจป้ำมอบสร้อยอัญมณีแท้กับต่างหูไข่มุกน้ำงามให้เป็นของขวัญแก่ฉันนั่นน่ะ!]
ฝีเท้าของเซี่ยจือหนิงที่กำลังจะก้าวออกไปพลันชะงักกึก “คุณเฉินเฉิงเหรอ”
เถ้าแก่อีกาพยักหน้ารัวจนขนสะบัด [ถูกต้องแล้ว จะเป็นใครอื่นไปได้อีก ก็แม่สาวใจถึงคนนั้นนั่นแหละ!]
[แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอกำลังโมโหเดือดจัดเป็นฟืนเป็นไฟเลยเชียว แล้วก็กำลังลงไม้ลงมือทะเลาะวิวาทกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ตรงหัวมุมนู่นแน่ะ!]
มันเอียงคอชี้จะงอยปาก [พวกเราจะแอบย่องตามไปดูความสนุกกันหน่อยไหมล่ะ]
เซี่ยจือหนิงขมวดคิ้วแน่น หัวใจกระตุกวูบด้วยความเป็นห่วง เฉินเฉิงเพิ่งจะผ่านพ้นเหตุการณ์เลวร้ายมาได้ไม่นาน คงไม่ได้กำลังเจอปัญหาหรือถูกใครรังแกเข้าหรอกนะ
“ไปสิ รีบนำทางไปเลย!”
เซี่ยจือหนิงสาวเท้ากึ่งวิ่งตามการนำทางของอีกาน้อยไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเลี้ยวมาถึงบริเวณลานหน้าร้านกาแฟตรงมุมตึกด้านข้างศูนย์การค้า
และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า ก็คือร่างของเฉินเฉิงที่กำลังใช้มือข้างหนึ่งคว้าคอเสื้อของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งเอาไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างก็กำลังเงื้อกำปั้นขึ้นไล่ทุบตีเขาอย่างไม่ยั้งมืออยู่ฝ่ายเดียว
ชายหนุ่มคนนั้นแต่งกายรัดกุมและลึกลับไม่ต่างอะไรจากเซี่ยจือหนิง เขาสวมทั้งหมวกแก๊ปสีทึบและมีหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าเกือบมิดชิด เผยให้เห็นเพียงดวงตาเรียวยาวที่กำลังตื่นตระหนก
เซี่ยจือหนิงรีบเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้ และได้ยินเสียงของเฉินเฉิงที่กำลังตะเบ็งด่าด้วยความโกรธจัด ขณะออกแรงเขย่าร่างชายหนุ่มคนนั้นจนหัวสั่นหัวคลอน
“ถ้าแกขาดแคลนเงินทองจนไส้จะขาด ทำไมแกถึงไม่ยอมเอ่ยปากบอกครอบครัวหา!”
“ทำไมแกถึงต้องแอบมารับงานไร้ยางอาย ไปร่วมงานอีเวนต์ของสวนสัตว์เซี่ยชิงชิงด้วย!”
“คอยดูเถอะ วันนี้ถ้าฉันไม่บีบคอสั่งสอนแกให้ตายคามือ ฉันก็ไม่ขอเป็นพี่สาวแกอีกต่อไปแล้ว!”
ส่วนชายหนุ่มร่างสูงคนนั้นกลับไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นปัดป้องหรือตอบโต้พี่สาวแท้ ๆ ของตนเอง ได้แต่ยกสองแขนขึ้นกุมศีรษะ เอี้ยวตัวหลบหมัดพัลวันด้วยความทุลักทุเล “พี่ครับ พอเถอะ อย่าตีผมอีกเลย พวกเขาจ่ายเงินค่าตัวหนักจริง ๆ นะพี่!”
เซี่ยจือหนิงเห็นท่าไม่ดีจึงรีบก้าวเข้าไปขวาง “คุณเฉินเฉิงใช่ไหมคะ ใจเย็น ๆ ก่อนค่ะ!”
ทันทีที่ได้ยินเสียงอันคุ้นเคย เฉินเฉิงก็ชะงักหมัดค้างในอากาศ เธอหันขวับกลับมามองด้วยความตกตะลึงระคนประหลาดใจ “คุณผู้มีพระคุณ! ทำไมคุณถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้คะเนี่ย”
เฉินเฉิงกวาดสายตามองชุดพรางตัวของเซี่ยจือหนิง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “หรือว่าคุณเองก็ได้รับบัตรเชิญจากนังเซี่ยชิงชิง ให้มาร่วมงานพบปะนักลงทุนคนดังอะไรนั่นด้วยเหมือนกันคะ”
เซี่ยจือหนิงยักไหล่น้อย ๆ ส่ายหน้าปฏิเสธ “คนอย่างฉันจะไปเป็นคนดังอะไรกับเขาได้ล่ะคะ”
เธอยิ้มเจื่อน ๆ “พอดีฉันแวะมาซื้อกาแฟแถวนี้เฉย ๆ ค่ะ”
สายตาของเซี่ยจือหนิงเลื่อนลงไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มร่างผอมสูงที่กำลังยืนก้มหน้าหอบหายใจอยู่ข้างกายเฉินเฉิง “แล้วผู้ชายคนนี้คือน้องชายแท้ ๆ ของคุณเหรอคะ”
เฉินเฉิงถอนหายใจยาวเหยียด แววตาเต็มไปด้วยความเอือมระอาในตัวน้องชายไม่เอาถ่าน “ใช่ค่ะ น้องชายแท้ ๆ ของฉันเอง ชื่อเฉินอี้หล่าง ตอนนี้ทำงานเป็นนักร้องอินเทอร์เน็ต เสียงร้องก็ระดับคาราโอเกะบ้าน ๆ ทั่วไปนั่นแหละค่ะ แต่ดันเฮง มีเพลงไวรัลดังติดหูขึ้นมาเพลงหนึ่ง เลยมีผู้ติดตามในโซเชียลตั้งหลายล้านคน ยัยเซี่ยชิงชิงก็เลยส่งบัตรเชิญจ้างให้มาร่วมไลฟ์สดสร้างกระแสในวันนี้นี่แหละค่ะ”
เซี่ยจือหนิงพลันนึกขึ้นมาได้ทันที ว่าในตารางรายชื่อแขกรับเชิญวีไอพีที่บัญชีทางการของสวนสัตว์ชิงเหมิงปล่อยออกมา มีชื่อของนักร้องอินฟลูเอนเซอร์หนุ่มแซ่เฉิน นามว่า เฉินอี้หล่าง อยู่จริง ๆ
“ฉันโมโหจนความดันจะขึ้นอยู่แล้วค่ะ!” เฉินเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเดือดดาล “ฉันเห็นข่าวสารบนหน้าฟีดอินเทอร์เน็ตทั้งหมดแล้ว นังเซี่ยชิงชิงนั่นมันจงใจเหยียบย่ำสวนสัตว์เซินอวี่ของคุณ เพื่อใช้เป็นบันไดสร้างกระแสและทำการตลาดสกปรกให้ตัวเองชัด ๆ!”
เฉินเฉิงเอื้อมมือไปบิดหูน้องชายตัวแสบอย่างแรง แล้วกระชากลากตัวเขาให้มายืนประจันหน้ากับเซี่ยจือหนิง “แต่เจ้าเด็กเหลือขอเฉินอี้หล่างนี่ ดันแอบไปรับงานอีเวนต์ของสวนสัตว์เซี่ยชิงชิงลับหลังฉันหน้าตาเฉย!”
เธอตวาดสั่ง “ยังไม่รีบก้มหัวคารวะขอบคุณผู้มีพระคุณ ที่เคยช่วยชีวิตพี่สาวของแกเอาไว้อีกเหรอ!”
ทันทีที่เฉินอี้หล่างได้ยินว่าหญิงสาวตรงหน้าคือใคร สีหน้าท่าทางกะล่อนของเขาก็พลันเปลี่ยนเป็นจริงจังและนอบน้อมขึ้นมาทันที เขารีบก้มศีรษะลงคำนับอย่างสุภาพ “ผู้อำนวยการเซี่ยครับ ขอบคุณมากจริง ๆ ที่คุณเคยยื่นมือเข้าช่วยชีวิตพี่สาวของผมเอาไว้ในครั้งนั้นครับ”
ชายหนุ่มทำหน้าเศร้าสลด น้ำเสียงหม่นลง “ช่วงนี้ผมมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงินจริง ๆ ครับ แล้วทางสวนสัตว์ของเซี่ยชิงชิงก็เสนอค่าจ้างมาร่วมงานสูงมากจริง ๆ”
เขาพยายามอธิบายหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง “อีกอย่าง ในความคิดของผม การที่เราไปรีดเอาเงินก้อนโตมาจากกระเป๋าของเซี่ยชิงชิง มันก็เท่ากับเป็นการช่วยคุณระบายแค้นไปในตัวไม่ใช่เหรอครับ”
เฉินอี้หล่างยืดอกขึ้นอย่างจริงใจ “เงินค่าจ้างที่ผมได้มาในวันนี้ ผมตั้งใจว่าจะแบ่งบริจาคให้สวนสัตว์ของคุณหนึ่งแสนหยวนเต็ม ๆ เลยครับ!”
เซี่ยจือหนิงรีบยกสองมือขึ้นโบกปฏิเสธพัลวัน “อุ๊ย ทำแบบนั้นจะดีเหรอคะ เกรงใจแย่เลย”
เฉินอี้หล่างตอบกลับด้วยสีหน้าหนักแน่น “ไม่เป็นไรเลยครับ นี่เป็นสิ่งที่ผมสมควรทำอย่างยิ่งอยู่แล้ว!”
เขากล่าวต่อด้วยแววตามุ่งมั่น “และที่สำคัญ ผมไม่ได้ตั้งใจจะไปร่วมงานเพื่อช่วยโปรโมตหรือสร้างภาพลักษณ์ดี ๆ ให้เซี่ยชิงชิงหรอกนะครับ ผมตั้งใจจะช่วยคุณระบายความแค้นอย่างสาสมต่างหาก!”
เฉินอี้หล่างกำหมัดแน่น “คอยดูเถอะ วันนี้ผมจะหาเรื่องจับผิดและแฉจุดบกพร่องของสวนสัตว์ชิงเหมิงให้ยับเยินเลย!”
เมื่อได้ยินคำยืนยันอันหนักแน่นและจริงใจจากปากของน้องชาย ความเดือดดาลในใจของเฉินเฉิงจึงค่อย ๆ มอดดับลงบ้าง
“คุณยินดีและตั้งใจจะช่วยฉันระบายแค้นจริง ๆ เหรอคะ”
เซี่ยจือหนิงจ้องมองเฉินอี้หล่างตาไม่กะพริบ ดวงตากลมโตคู่นั้นพลันสว่างวาบขึ้นมาราวกับหลอดไฟสปอร์ตไลต์กำลังสูง
เฉินอี้หล่างถูกจ้องมองอย่างจริงจังจนเริ่มทำตัวไม่ถูก เขาขยับหน้ากากอนามัยแก้เขิน “แน่นอนสิครับ ผมเป็นลูกผู้ชาย พูดคำไหนคำนั้น ไม่เคยคุยโวโอ้อวดอยู่แล้ว”
เขาเริ่มสาธยายข้อสังเกตของตนเอง “ตัวผมเองก็เป็นคนรักสัตว์ ที่บ้านผมเลี้ยงนกค็อกคาเทลอยู่ตัวหนึ่ง บริเวณพวงแก้มของมันตามธรรมชาติจะมีแต้มสีส้มแดงสองข้าง แต่มันไม่มีทางที่จะสีสดและขอบคมกริบเหมือนกับนกที่อยู่ในคลิปโปรโมตของสวนสัตว์นั้นแน่นอน นกตัวนั้นจะต้องถูกพวกเขานำสารเคมีหรือเครื่องสำอางมาจับแต่งหน้าทาแก้มอย่างทารุณแน่นอนครับ”
“และอีกเรื่องคือ ปกติผมชอบเล่นฟุตบอลเป็นประจำ ผมกวาดสายตามองแวบเดียวก็รู้ทันที ว่าผืนหญ้าที่พวกเขาปูไว้ในสวนสัตว์มันคือหญ้าเทียมพลาสติกเกรดต่ำราคาถูก สัตว์ลงไปเดินและนอนเกลือกกลิ้งบนนั้นมันจะไปสบายตัวได้ยังไงกัน หญ้าพลาสติกแบบนั้นมันทั้งสากทั้งบาดผิวหนังของสัตว์มากนะครับ”
เซี่ยจือหนิงลอบยิ้มกริ่มด้วยความยินดีในอก นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าการก้าวเท้าออกมาข้างนอกในวันนี้ จะทำให้เธอได้พบกับแนวร่วมชั้นยอดที่จะมาช่วยเติมเชื้อไฟให้แผนการครั้งนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
“ถ้าอย่างนั้น คุณพอจะช่วยฉันอีกสักเรื่องได้ไหมคะ”
เซี่ยจือหนิงหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา เปิดภาพถ่ายและคลิปวิดีโอหลักฐานความจริงที่เถ้าแก่อีกาเพิ่งบินเข้าไปบันทึกมาสด ๆ ร้อน ๆ ให้เฉินอี้หล่างดูทีละภาพ จากนั้นจึงโน้มตัวเข้าไปกระซิบกระซาบแผนการลับขั้นตอนต่อไปกับเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน
เฉินอี้หล่างซึ่งเป็นคนรักสัตว์โดยเนื้อแท้ เมื่อได้เห็นภาพเบื้องหลังอันดำมืด สภาพสัตว์ที่เจ็บป่วยและถูกกักขังอย่างทรมาน เขาก็กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธแค้น
“ไม่มีปัญหาเลยครับ มอบหมายเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของผมได้เลย!” ชายหนุ่มยกมือขึ้นตบอกตัวเองดังปั้ก “คุณผู้มีพระคุณ คอยเปิดดูการถ่ายทอดสดได้เลยครับ วันนี้ผมจะแสดงฝีมือแบบจัดหนักจัดเต็มให้สมใจอยากแน่นอน!”
บรรยากาศการพูดคุยเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตามแผนการที่วางไว้
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาเก้าโมงครึ่งตรง บัญชีทางการของสวนสัตว์ในร่มชิงเหมิง ก็ได้เริ่มต้นเปิดระบบการถ่ายทอดสดออนไลน์ขึ้นอย่างเป็นทางการ
ในวันนี้ ทางสวนสัตว์ชิงเหมิงไม่ได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป แต่เปิดรับเฉพาะกลุ่มนักลงทุนคนดัง บรรดาเซเลบริตี และอินฟลูเอนเซอร์ระดับท็อปที่ได้รับบัตรเชิญพิเศษเท่านั้น ทำให้บรรยากาศภายในโถงจัดแสดงดูกว้างขวาง โอ่โถง และสว่างไสวเป็นพิเศษ
เหล่าไอดอลหนุ่มสาวและครีเอเตอร์ชื่อดังที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าหรูหราทันสมัย ต่างทยอยเดินทางมาถึงงาน แต่ละคนต่างพาทีมงานช่างภาพและผู้ช่วยส่วนตัวมาด้วย ก่อนจะเริ่มกระจายตัวไปตามจุดต่าง ๆ เพื่อถ่ายรูปเซลฟี่คู่กับเหล่าสัตว์ตัวน้อยน่ารักภายในสวนสัตว์เพื่อนำไปโพสต์ลงโซเชียล
เซี่ยชิงชิงปรากฏตัวขึ้นหน้ากล้องถ่ายทอดสด ในชุดเดรสยาวผ้าซาตินสีชมพูรากบัวอันอ่อนหวาน เส้นผมดัดลอนคลื่นสลวยได้รับการจัดทรงอย่างประณีต เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้มพลางโบกมือทักทาย “ยินดีต้อนรับที่รักและแฟนคลับทุกคน เข้าสู่ห้องไลฟ์สดเปิดตัวสวนสัตว์ชิงเหมิงของเราอย่างเป็นทางการนะคะ~”
เนื่องจากมีการทุ่มงบประมาณยิงโฆษณาและโปรโมตผ่านบัญชีของเซี่ยเจิงเอาไว้ล่วงหน้าอย่างหนักหน่วง เพียงแค่เปิดกล้องได้ไม่กี่นาที ยอดผู้ชมพร้อมกันในห้องไลฟ์ก็พุ่งทะลุหนึ่งแสนคนไปอย่างง่ายดาย
ทันทีที่ใบหน้าสะสวยของเซี่ยชิงชิงปรากฏบนหน้าจอ บรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็พากันรัวข้อความคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างคึกคักจนหน้าจอแทบแตก
【กรี๊ดดด วันนี้ท่านเทพธิดาชิงชิงสวยสะกดใจมากเลย ลุคนี้คือหน้าสดจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย ผิวใสออร่าจับสุด ๆ!】
【ชิงชิงของเราจริงใจกับคนดูเสมอ ไม่เคยเปิดฟิลเตอร์บีบหน้าหรือปรับแสงหลอกลวงเลย ดูสิ กรอบประตูและขอบเสาข้างหลังตรงเป๊ะ ไม่มีเบี้ยวเลยสักนิด】
【ชิงชิงที่รัก หันมามองกล้องทางนี้หน่อยจ้า วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ฉันตกหลุมรักคู่พี่น้องตระกูลเซี่ยจนหาทางขึ้นไม่เจอแล้ว!】
【ว่าแต่วันนี้ศาสตราจารย์เซี่ยเจิงจะมาปรากฏตัวในไลฟ์ด้วยไหมคะ ฉันพร้อมเปย์ของขวัญรัว ๆ เลย ขอแค่ให้สองพี่น้องเข้าเฟรมพร้อมกันเถอะนะ!】
กระแสชื่นชมและยอดของขวัญดิจิทัลหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
เซี่ยชิงชิงแอบกวาดสายตาอ่านข้อความสรรเสริญเยินยอที่ลอยผ่านหน้าจออย่างแนบเนียน ดวงตาคู่สวยหยีโค้งลงด้วยความพึงพอใจและภาคภูมิใจในเสน่ห์ของตนเองอย่างถึงที่สุด
“และสำหรับช่วงต่อไป ชิงชิงจะพาทุกคนที่รักไปเดินเที่ยวชมและทักทายเหล่าสมาชิกตัวน้อยในสวนสัตว์ของเราพร้อม ๆ กันเลยค่ะ~”
เซี่ยชิงชิงก้าวเท้าเดินนำไปข้างหน้าอย่างสง่างาม พลางหันใบหน้าส่งยิ้มหวานให้กล้องไลฟ์สด พร้อมกับตั้งอกตั้งใจทำหน้าที่เป็นไกด์อธิบายการจัดวางโซนต่าง ๆ ภายในสวนสัตว์อย่างลื่นไหล
ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังก้าวเท้าเพื่อเลี้ยวตรงมุมทางเดินนั่นเอง ปลายรองเท้าส้นสูงของเธอกลับพลาดไปสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้เหล็กที่วางเกะกะอยู่อย่างไม่ทันได้ระวังตัว—
อ่านล่วงหน้าที่เพจเอินเอินขอแปลและ Samootnovel นะคะ
เพียงล็อกอินและทำภารกิจรับเหรียญฟรี ก็อ่านฟรีได้วันละกว่า 10 ตอน
ใครอยากอ่านให้จุใจยิ่งขึ้น มี แพ็กรับเหรียญคูณสองราคาประหยัด ช่วยให้อ่านได้มากกว่าวันละ 20 ตอน เลยค่ะ
หากค้นหาเว็บไซต์ไม่เจอ ทักมาสอบถามที่เพจ เอินเอินขอแปล ได้เลยนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันเสมอค่ะ