LNCrawler

บทที่ 51 จุดอ่อน (1)

มารร้าย (魔女) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 51 จุดอ่อน (1)

บทที่ 51 จุดอ่อน (1)

ในช่วงบ่ายของวันต่อมา แสงแดดทอส่องลอดผ่านม่านโปร่งเข้ามายังเรือนพักอันเงียบสงบ องค์หญิงเจาหนิงกำลังเอนกายนั่งบนตั่งไม้อย่างผ่อนคลาย ฝ่ามือเรียวงามประคองถ้วยชาลายครามขึ้นจิบอย่างละเมียดละไม ก่อนที่องครักษ์เงาจะปรากฏกายขึ้นคุกเข่าลงทำความเคารพอย่างนอบน้อมเบื้องหน้านาง

“มีเรื่องคืบหน้าอันใดอย่างนั้นหรือ?” เจาหนิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พลางเป่าไอควันเหนือน้ำชาอย่างไม่รีบร้อน

“ทูลองค์หญิง มีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวลับของรองแม่ทัพหลานชางไห่พ่ะย่ะค่ะ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา คนของเราแกะรอยพบว่ารองแม่ทัพหลานมักจะลอบเดินทางไปยังตรอกชิงผิงเพียงลำพังอยู่บ่อยครั้ง จากนั้นคนของเราจึงสะกดรอยตามไปจนพบว่าเขาเข้าไปยังจวนลับแห่งหนึ่งซึ่งมีการวางเวรยามคุ้มกันอย่างแน่นหนาผิดปกติ เมื่อคนของเราลอบแทรกซึมเข้าไปด้านใน จึงได้ค้นพบว่าจวนลับแห่งนั้นซุกซ่อนเด็กสาววัยแรกรุ่นเอาไว้หลายสิบคนพ่ะย่ะค่ะ”

“เด็กสาวเหล่านั้นล้วนถูกกักขัง ล่ามโซ่ตรวน และตามร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยการถูกทรมานอย่างทารุณ คาดว่าพวกนางถูกบังคับให้ปรนนิบัติเพื่อสนองตัณหาอันวิปริตของรองแม่ทัพหลานพ่ะย่ะค่ะ และในระยะหลังมานี้ หลานชางไห่เดินทางไปที่นั่นติดต่อกันทุกคืน ในแต่ละรุ่งสางจะมีศพของเด็กสาวที่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ถูกห่อเสื่อหามออกมาทางประตูด้านหลัง แล้วนำไปโยนทิ้งฝังกลบที่นอกเมืองพ่ะย่ะค่ะ...”

ถ้อยคำรายงานนั้น หาได้ทำให้เจาหนิงตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวไม่ บนดวงหน้าอันงดงามไม่ได้ฉายแววเวทนาหรือสงสารต่อชะตากรรมอันน่าสังเวชของเด็กสาวบริสุทธิ์เลยแม้แต่น้อย

ตรงกันข้าม ริมฝีปากที่แต้มชาดสดกลับกระตุกรอยยิ้มพึงพอใจขึ้นมาอย่างเลือดเย็น นัยน์ตาหงส์ทอประกายวาวโรจน์ดั่งอสรพิษที่เพิ่งค้นพบจุดตายของเหยื่อก็ไม่ปาน

นึกไม่ถึงเลยว่าหลานชางไห่ แท้จริงแล้วเบื้องหลังจะมีความวิปริตและชั่วช้าถึงเพียงนี้!

ในที่สุดนางก็พบจุดอ่อนที่จะใช้ลากคอหลานชางไห่ลงสู่นรกได้เสียที หลังจากเพียรพยายามควานหาจุดอ่อนของเขามาเนิ่นนาน

“ดี ดียิ่งนัก!”

เจาหนิงยกยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะเอ่ยสั่งการต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“เจ้าจงสั่งการให้คนของเราลอบไปสืบสาวประวัติและตามหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับเด็กสาวเหล่านั้นมาให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นที่มา ครอบครัว หรือหลักฐานการซื้อขายตัว ยิ่งรวบรวมมาได้มากเท่าใดก็ยิ่งดีเท่านั้น”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

องครักษ์เงารับพระบัญชา แล้วเร้นกายกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อความเงียบสงบหวนกลับมาอีกครา เจาหนิงจึงยกถ้วยชาขึ้นจิบต่อด้วยอารมณ์เบิกบานใจ แววตาฉายประกายอำมหิต คราวนี้สกุลหลานย่อมหนีไม่รอดเป็นแน่...

เพียงไม่นานก็พลันปรากฏเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้น ก่อนจะปรากฏร่างของแม่นมหลิ่วที่เพิ่งกลับมาจากการดูแลกู้จิ่นหยางที่เรือน นางก้าวเข้ามาค้อมกายทำความเคารพผู้เป็นนายตามปกติ

“ทูลองค์หญิง เมื่อครู่หม่อมฉันไปตรวจดูที่เรือนพัก พบว่าคุณชายดื่มยาและนอนหลับสนิทไปแล้วเพคะ”

เจาหนิงพยักหน้ารับ นางลดถ้วยชาในมือลงแล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“แล้วอาการของหยางเออร์เล่าเป็นอย่างไรบ้าง?”

“ขอพระองค์ทรงวางพระทัยเพคะ บาดแผลที่หลังของคุณชายสมานตัวดีขึ้นมากแล้ว ไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง อีกทั้งเทียบยาที่ให้คุณชายดื่ม หมอหลวงก็ได้คำนวณปริมาณตัวยาไว้อย่างแม่นยำ ไม่ได้ส่งผลร้ายหรือเป็นอันตรายต่อร่างกายของคุณชายเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่จะทำให้แขนขาอ่อนแรงและง่วงซึมไปตลอดทั้งวันเท่านั้นเพคะ” แม่นมหลิ่วรายงานพลางก้มลงรินน้ำชาเติมให้ผู้เป็นนาย

เจาหนิงทอดสายตามองดูผิวน้ำชาในถ้วยพลางถอนลมหายใจยาวออกมาเล็กน้อย

ก่อนหน้านี้ ทันทีที่ข่าวเรื่องมู่ชิงเหยาถูกลอบวางยาที่อารามหลวงแพร่สะพัดมาถึงจวน บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของนางก็แทบสิ้นสติ พยายามจะดึงดันพยุงร่างที่บาดเจ็บออกจากจวนเพื่อไปเยี่ยมนางให้จงได้ ต่อให้นางออกปากทัดทานและสั่งห้ามเพียงใด กู้จิ่นหยางก็ไม่ยอมรับฟังแม้แต่น้อย นางจึงจำต้องออกอุบายเกลี้ยกล่อม บังคับให้เขาดื่มยาบำรุงเทียบนี้ก่อน แล้วจึงจะอนุญาตให้ไปได้

โดยยาเทียบนั้นผสมสมุนไพรสะกดปราณและทำให้กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย เพื่อตัดกำลังไม่ให้กู้จิ่นหยางสามารถก้าวพ้นธรณีประตูเรือนพักไปได้ แม้ในใจจะรู้สึกสงสารและปวดใจที่ต้องเห็นบุตรชายตกอยู่ในสภาพนอนซมไร้เรี่ยวแรง ทว่านี่คือหนทางเดียวที่จะกันเขาออกห่างจากศึกชิงนางอันไร้สาระ และปกป้องไม่ให้เขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับอันตราย

ด้วยเหตุนี้เอง นางจึงไม่นึกเสียใจแม้แต่น้อยที่ต้องใช้กลอุบายนี้กับสายเลือดของตนเอง

ทว่าเมื่อนึกถึงเรื่องที่อารามหลวง เจาหนิงก็ยังอดนึกเสียดายแผนการของหลานหลินไม่ได้ หากในวันนั้นหลานหลินทำสำเร็จและมู่ชิงเหยาต้องแปดเปื้อนมลทินไปจริง ๆ ย่อมเป็นผลดีต่ออย่างยิ่ง

เพราะนั่นไม่ใช่เพียงแค่การเขี่ยขวากหนามออกจากเส้นทางของกู้จิ่นหยาง ทว่ายังเป็นการยืมมือทำลายทั้งสกุลมู่และสกุลหลานให้พังพินาศไปพร้อม ๆ กันในคราเดียว โดยที่มือของนางไม่ต้องเปรอะเปื้อนเลือดเลยแม้แต่น้อย!

 

จวนสกุลอัน

ตกดึกของคืนเดียวกัน ภายในห้องหนังสืออันเงียบสงบ อันฉิงกำลังนั่งกวาดสายตาอ่านสาส์นลับที่ส่งตรงมาจากโม่หยวนเฟิงอย่างละเอียดถี่ถ้วนภายใต้แสงตะเกียงอันอบอุ่น โม่หยวนเฟิงผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นหนึ่งในขุมกำลังลับของนางที่ลอบฝึกฝนขึ้นมาเพื่อใช้งานในเงามืด

โดยเนื้อความในจดหมายระบุถึงว่าบัดนี้ทุกสิ่งถูกจัดวางไว้อย่างรัดกุมสมบูรณ์แบบ และอีกเพียงไม่นาน แผนการใหญ่ในการกวาดล้างและปิดล้อมที่เมืองโม่เหอก็จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการตามคำสั่งของนาง

อันฉิงคลี่รอยยิ้มบางเบาอย่างพึงพอใจ เมื่อเห็นว่าหมากตัวสำคัญเดินไปตามทิศทางที่กำหนดไว้อย่างไร้ข้อผิดพลาด ปลายนิ้วเรียวยื่นแผ่นกระดาษเข้าใกล้เปลวไฟ เผาทำลายหลักฐานจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านร่วงหล่นลงในจานกระเบื้อง

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยก็ดังขึ้น มู่ลี่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับค้อมกายลงรายงานความคืบหน้าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เรียนคุณหนู คนของเราได้จงใจทิ้งร่องรอยและส่งเบาะแสชี้นำให้แก่สายสืบขององค์หญิงเจาหนิงเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ บัดนี้องครักษ์เงาขององค์หญิงได้ลอบบุกเข้าไปในจวนลับตรอกชิงผิงแล้ว และคาดว่าคงนำความกลับไปกราบทูลให้องค์หญิงทรงทราบแล้วเจ้าค่ะ”

อันฉิงพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับรู้ แววตาราบเรียบดั่งสายน้ำนิ่งสงบ ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามการคำนวณของนางทั้งสิ้น ด้วยนิสัยขององค์หญิงเจาหนิงแล้วนั้น ขอเพียงโยนประกายไฟลงไปเพียงเล็กน้อย นางย่อมกระโจนเข้างับเหยื่ออย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องออกแรงชักจูงให้เหนื่อยเปล่า

“แล้วทางด้านซู่ซู่เล่า นางส่งข่าวความเคลื่อนไหวอันใดมาบ้างหรือไม่?”

อันฉิงเงยหน้าขึ้นละสายตาจากแท่นฝนหมึก พลางเอ่ยถามถึงหมากตัวสำคัญที่ฝังแน่นอยู่ข้างกายหลานหลิน

“ซู่ซู่ลอบส่งคนมาแจ้งว่า ทางฝั่งนางได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วเจ้าค่ะ ขอเพียงหลานชางไห่เคลื่อนไหว นางก็พร้อมที่จะลงมือทันทีเจ้าค่ะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น คิ้วเรียวงามของอันฉิงก็พลันเลิกขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบฉายประกายครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยถามมู่ลี่เพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

“ซู่ซู่...นางแน่ใจแล้วจริง ๆ หรือว่าจะลงมือสะสางเรื่องนี้ด้วยมือของนางเอง?”

 

===========

หากนักอ่านท่านใดต้องอ่านต่อล่วงหน้าจนจบ

สามารถกดซื้อได้ทาง Dek-d และ MEB ได้แล้ววันนี้ค่า

โดยไรท์กำลังจัดโปรโมชั่นลดราคาเหลือเพียง 179 บาท จากราคาเต็ม 249 บาทค่ะ

ตั้งแต่วันนี้ - 30 พ.ย.69 นี้เท่านั้นนะคะ

Dek-d >>> e-book มารร้าย เล่ม 3 (จบ)

MEB >>> E-book มารร้าย เล่ม 3 (จบ)