บทที่ 51 จุดอ่อน (2)
บทที่ 51 จุดอ่อน (2)
บทที่ 51 จุดอ่อน (2)
“เรื่องนี้นางยืนยันว่าจะลงมือด้วยตนเองเจ้าค่ะ” มู่ลี่รายงานตามถ้อยคำที่ได้รับมาอย่างไม่ตกหล่น
คำตอบที่หนักแน่นนั้นทำให้อันฉิงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ในแววตาคู่งามฉายแววเข้าใจและเห็นอกเห็นใจลึกซึ้ง นางรู้ดีว่าเพลิงแค้นที่แผดเผาอยู่ในอกของซู่ซู่นั้นรุนแรงและเจ็บปวดเพียงใด ในเมื่ออีกฝ่ายปรารถนาจะชำระหนี้เลือดด้วยมือตนเอง นางก็ย่อมไม่คิดที่จะขัดขวาง หญิงสาวจึงพยักหน้ารับรู้เบา ๆ
มู่ลี่ที่เห็นเช่นนั้นจึงย่อกายคารวะทำความเคารพ แล้วถอยร่นออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อภายในห้องเหลือเพียงอันฉิงแต่เพียงผู้เดียวแล้ว นางจึงค่อย ๆ เอนแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้พลางถอนลมหายใจออกมาแผ่วเบา นางหลับตาลงนิ่งเพื่อพักสายตาและปล่อยให้ห้วงความคิดล่องลอยไปตามกระแสลม
ทันใดนั้นเอง เสียงเม็ดฝนเริ่มตกลงมากระทบกระเบื้องหลังคา จากละอองฝนบางเบาพลันแปรเปลี่ยนเป็นสายฝนกระหน่ำเทลงมาอย่างหนักหน่วง กลิ่นไอดินชื้นลอยคละคลุ้งเข้ามาทางบานหน้าต่าง เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนฟ้าอันมืดมิด
อันฉิงลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ทอดสายตามองฝ่าม่านฝนอันหนาทึบออกไปนอกหน้าต่าง
ดูเหมือนว่าเรื่องบางเรื่อง แม้แต่นางเองก็ไม่อาจยื่นมือเข้าไปเหนี่ยวรั้งหรือเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้ ในเมื่อหลานชางไห่เป็นผู้ก่อกรรมอันโหดเหี้ยมไว้ด้วยตนเอง และซู่ซู่ก็ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะทวงคืนความยุติธรรมในแบบของนางเอง สิ่งที่นางทำได้ก็คงมีเพียงมองดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น
ถึงอย่างไรเสีย นี่ก็คือกงเกวียนกำเกวียนและผลกรรมที่สกุลหลานไม่มีวันหลีกหนีได้พ้น...
จวนสกุลหลาน
ตกดึกในคืนนั้นเอง ภายในห้องทำงานของจวนสกุลหลานที่ถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอึดอัดและหนักอึ้ง หลานชางไห่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจนเห็นรอยย่นลึกบนหน้าผาก
เพียงไม่นานนัก หัวหน้าองครักษ์ฝีมือดีก็ก้าวเท้าเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเพื่อรายงานภารกิจลับที่ได้รับมอบหมาย
“เรียนท่านรองแม่ทัพ นับตั้งแต่อาวุธหลวงในค่ายสูญหายไปจนถึงตอนนี้ คนของเรายังไม่อาจตามแกะรอยหรือพบเบาะแสสำคัญใด ๆ ได้เลยขอรับ พวกเราส่งคนคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวขององค์ชายรองอย่างใกล้ชิด ทว่ากลับไม่พบสิ่งผิดปกติหรือร่องรอยใดที่เชื่อมโยงถึงอาวุธเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อยขอรับ”
เมื่อได้ฟังรายงาน สีหน้าของหลานชางไห่ก็ยิ่งมืดครึ้มและถมึงทึงขึ้นทันควัน
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายวันเข้าแล้ว ทว่าคลังอาวุธกลับยังคงว่างเปล่า เขามั่นใจเกินแปดส่วนว่าเรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือขององค์หญิงเจาหนิงและองค์ชายรองที่ร่วมมือกันเล่นงานเขาเป็นแน่ ทว่าในเมื่อทางฝั่งองค์ชายรองสะอาดหมดจด ไร้ร่องรอยให้สืบสาว เช่นนั้นก็คงเหลือเพียงแค่เบาะแสจากทางด้านองค์หญิงเจาหนิงเสียแล้ว
“แล้วทางฝั่งจวนสกุลกู้ได้ความคืบหน้าอันใดบ้าง? สืบสาวพบร่องรอยการขนย้ายแล้วหรือไม่?”
หลานชางไห่เค้นถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนและกระวนกระวายใจ ทว่าองครักษ์กลับส่ายหน้าทันที ก่อนจะรายงานตามความจริง
“เรียนท่านรองแม่ทัพ ร่องรอยที่เกี่ยวข้องกับสกุลกู้แทบจะไม่มีหลงเหลืออยู่เลยขอรับ เรียกได้ว่าหาไม่พบเลยจะถูกต้องกว่า ดูเหมือนว่าทุกเส้นทาง ทุกเบาะแสที่อาจพัวพันถึงจวนสกุลกู้จะถูกกวาดล้างและลบเลือนทิ้งไปจนหมดสิ้นแล้ว ข้อมูลอันน้อยนิดที่พวกเราถืออยู่ในมือ ไม่อาจใช้สาวไปถึงราชครูกู้หรือองค์หญิงเจาหนิงได้เลยขอรับ”
ปัง!
หลานชางไห่ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะไม้อย่างแรงจนถ้วยชาสะเทือน สองมือบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดด้วยโทสะที่คุกรุ่น
นอกจากจะเข้าไม่ถึงตัวองค์ชายรองแล้ว แม้แต่จวนสกุลกู้ เขาก็ยังไม่อาจยื่นมือเข้าไปแตะต้องได้ ทว่าความสะอาดหมดจดไร้ที่ตินี้ก็หาใช่เรื่องน่าแปลกใจอันใดไม่ เขาย่อมรู้ดีว่าการที่ราชครูกู้สามารถไต่เต้าขึ้นมาคุมอำนาจจนมั่นคงดั่งขุนเขาได้ถึงเพียงนี้ ย่อมไม่ใช่ด้วยโชคช่วย
อีกทั้งอำนาจบารมีและหูตาที่หยั่งรากลึกในราชสำนักของอีกฝ่ายนั้น ยังทรงพลังจนแม้แต่องค์รัชทายาทยังต้องทรงเกรงพระทัยและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง แล้วลำพังตัวเขาที่เป็นรองแม่ทัพจะเอาความสามารถที่ใดไปจัดการอีกฝ่ายได้กัน
ทว่าเวลาของเขากำลังจะหมดลงแล้ว!
เส้นตายที่องค์รัชทายาทขีดเอาไว้ได้ใกล้เข้ามาทุกขณะ หากเขาไม่อาจตามหาอาวุธหลวงกลับคืนมาได้ ย่อมหมายความว่าเขาจะไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองต่อเบื้องบนได้
และเมื่อถึงเวลานั้น...องค์รัชทายาทย่อมไม่ลังเลที่จะละทิ้งตัวเขาเป็นแน่!
ยิ่งคิด สีหน้าของหลานชางไห่ก็ยิ่งซีดเผือดสลับคล้ำเขียวด้วยความสิ้นหวัง
“เจ้าจงสั่งการคนของเราทั้งหมดให้ออกไปตามสืบทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องกับสกุลกู้และองค์ชายรอง จับตาดูความเคลื่อนไหวทุกลมหายใจเข้าออกอย่าให้คลาดสายตา ไม่ว่าใครหน้าไหนที่ต้องสงสัย จงลากตัวมาเค้นหาข้อมูลอย่าให้พลาดแม้แต่คนเดียว!” หลานชางไห่ตวาดสั่งการเสียงเข้ม ลมหายใจหอบกระชั้น
“ข้าน้อยน้อมรับคำสั่งขอรับ!”
องครักษ์หนุ่มขานรับอย่างหนักแน่น ก่อนจะหมุนกายเร้นตัวหายลับไปกับความมืดมิดภายนอก
เมื่อภายในห้องเหลือเพียงตนคนเดียวแล้ว ความตึงเครียดที่สะสมมาเนิ่นนานก็ถาโถมเข้าใส่จนหลานชางไห่นั่งไม่ติดเก้าอี้ คิ้วหนาขมวดมุ่น เขาผุดลุกขึ้นแล้วก้าวเท้าเดินวนเวียนไปมาภายในห้องทำงานอย่างกระสับกระส่าย เพลิงโทสะและความหวาดระแวงบีบคั้นจนอกแทบระเบิด
หากในเวลานี้เขาไม่ได้ปลดปล่อยหรือระบายความเครียดออกมา จิตใจของเขาคงไม่อาจสงบลงได้เป็นแน่!
หลานชางไห่ตัดสินใจได้ในที่สุด เขาจึงตะโกนเรียกข้ารับใช้คนสนิทเข้ามาพบทันควัน
“นายท่านมีสิ่งใดจะเรียกใช้ข้าน้อยหรือขอรับ?” พ่อบ้านรีบก้าวเข้ามาค้อมกายถามอย่างสุภาพ
“เจ้าจงไปสั่งคนให้จัดเตรียมรถม้าเสีย คืนนี้ข้าจะไปที่ตรอกชิงผิง!”
พ่อบ้านชราที่ได้ยินเช่นนั้นพลันเบิกตากว้าง รีบเอ่ยปากทัดทานด้วยสีหน้าตื่นตระหนกทันที
“นายท่านขอรับ! โปรดระงับใจไว้ก่อนเถิดขอรับ ในช่วงหลายคืนที่ผ่านมา ท่านเดินทางไปที่จวนลับแห่งนั้นติดต่อกันบ่อยครั้งเกินไปแล้ว หากคืนนี้ยังคงออกไปอีก ข้าน้อยเกรงว่าจะกลายเป็นจุดสนใจและทำให้คนของศัตรูผิดสังเกตได้นะขอรับ ข้าน้อยเห็นว่านายท่านควรเว้นระยะห่างไปสักสองสามวัน เพื่อความปลอดภัยจะดีกว่านะขอรับ”
คำเตือนอย่างมีสติของพ่อบ้าน ทำเอาหลานชางไห่ชะงักฝีเท้าลงทันที เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ความเย็นเยียบเริ่มแทรกซึมเข้ามาแทนที่ความบ้าคลั่ง
จริงดั่งที่พ่อบ้านเตือน ในยามไม่สงบสุขนี้ การเคลื่อนไหวที่ถี่เกินไปอาจกลายเป็นการชี้โพรงให้กระรอกและนำหายนะมาสู่ตัวได้
“เช่นนั้นก็ช่างเถิด เอาไว้วันมะรืนข้าค่อยไปก็แล้วกัน เจ้าไปชงน้ำชาสงบใจมาให้ข้าสักกาเถิด”
หลานชางไห่สะบัดแขนเสื้ออย่างหงุดหงิด พยายามข่มความกระหายในอกลงไป
“ขอรับนายท่าน” พ่อบ้านค้อมกายรับคำสั่งด้วยความโล่งอก แล้วถอยร่นออกจากห้องไป
หลานชางไห่ถอนหายใจออกมาพลางเดินกลับไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ แล้วหยิบเอกสารราชการขึ้นมาเปิดอ่านเพื่อหวังจะเบี่ยงเบนความสนใจและสะกดกลั้นอารมณ์ให้สงบลง
โดยที่เขาหารู้ไม่ว่าบริเวณนอกบานหน้าต่างห้องทำงานที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย มีเงาร่างสายหนึ่งที่แนบสนิทอยู่ใต้ชายคาในเงามืด และได้ยินบทสนทนาทุกถ้อยคำอย่างแจ่มชัด นัยน์ตาคู่นั้นทอประกายเย็นเยียบแวบหนึ่ง ก่อนที่ร่างเงานั้นจะผละตัวถอยร่นกลืนหายไปกับสายลมและม่านราตรีอย่างเงียบกริบไร้ร่องรอย
===========
หากนักอ่านท่านใดต้องอ่านต่อล่วงหน้าจนจบ
สามารถกดซื้อได้ทาง Dek-d และ MEB ได้แล้ววันนี้ค่า
โดยไรท์กำลังจัดโปรโมชั่นลดราคาเหลือเพียง 179 บาท จากราคาเต็ม 249 บาทค่ะ
ตั้งแต่วันนี้ - 30 พ.ย.69 นี้เท่านั้นนะคะ
Dek-d >>> e-book มารร้าย เล่ม 3 (จบ)
MEB >>> E-book มารร้าย เล่ม 3 (จบ)