บทที่ 52 แผนการร้าย (1)
บทที่ 52 แผนการร้าย (1)
บทที่ 52 แผนการร้าย (1)
วังองค์ชายรอง
ขณะเดียวกัน ภายในห้องหนังสือด้านในส่วนลึกของวัง แสงเทียนวูบไหวสาดส่องลงบนกระดานหมากรุก องค์ชายรองและเสนาบดีตู้ยังคงนั่งประจันหน้าหารือข้อราชการลับกันจนดึกดื่น ทว่าเม็ดหมากที่เคาะกระทบกระดานอย่างเป็นจังหวะนั้น หาใช่การละเล่นเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ไม่ หากแต่เป็นกระดานจำลองกลยุทธ์แห่งการเข่นฆ่าและกวาดล้างศัตรูทางการเมืองอย่างแท้จริง
“ทูลองค์ชาย ในตอนนี้องค์รัชทายาทเริ่มเคลื่อนไหวชิงลงมือตัดหน้าปล้นอาวุธไปแล้ว เช่นนั้นทางฝั่งพวกเราก็คงไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้อีกต่อไปพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีตู้เอ่ยขึ้นพลางวางเม็ดหมากสีขาวลงบนจุดยุทธศาสตร์เบื้องหน้า
องค์ชายรองทอดสายตามองดูผังหมาก แววตาคมกริบไร้ระลอกคลื่น พระหัตถ์คีบเม็ดหมากสีดำขึ้นมาวางสกัดทางเดินของอีกฝ่ายลงอย่างใจเย็น ก่อนจะตรัสด้วยสุรเสียงเรียบต่ำทว่าหนักแน่น
“ท่านเสนาบดีอย่าเพิ่งใจร้อนไป แม้ยามนี้รัชทายาทจะได้อาวุธพวกนั้นกลับไป ทว่าพระองค์ยังไม่อาจทำสิ่งใดพวกเราได้ในเวลานี้ และย่อมไม่อาจสืบสาวเรื่องราวให้กระจ่างแจ้งได้โดยง่ายอย่างแน่นอน ยิ่งรัชทายาททุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปที่การแกะรอยตามล่าตัวการเรื่องอาวุธ ก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายละเลยและไม่ได้ระแวดระวังภัยในทิศทางอื่น พวกเราจึงจำต้องฉวยใช้ช่วงเวลานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะนี่คือโอกาสทองที่จะช่วยให้เราตัดแขนตัดขาของรัชทายาทได้อย่างง่ายดายที่สุด...”
เสนาบดีตู้ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็พลันทอประกายชั่วครู่ ก่อนหน้านี้การจัดการคลังอาวุธเป็นหน้าที่ขององค์หญิงเจาหนิง ย่อมไม่มีเบาะแสอันใดหลงเหลือให้สาวมาถึงวังองค์ชายรองได้โดยง่าย การที่องค์รัชทายาทต้องมานั่งพะวงและเสียเวลาค้นหาความจริง ย่อมเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้พวกตนลงดาบ
“องค์ชายทรงหมายถึงแผนการที่เมืองโม่เหอใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“ถูกต้อง”
องค์ชายรองสบสายตากับขุนนางคู่คิด ริมฝีปากกระตุกรอยยิ้มเย็นเยียบ
“ช่วงเวลานี้คือช่วงมรสุมฝนตกชุก เมืองโม่เหอนับเป็นจุดรับน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของแคว้น และเขื่อนเก็บน้ำที่นั่นก็คือผลงานชิ้นเอกที่รัชทายาททรงภาคภูมิใจนักหนา ทว่าหากเขื่อนที่เพิ่งสร้างเสร็จได้เพียงสามปีกลับพังทลายลงมาท่ามกลางสายฝนเล่า ท่านคิดว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น”
เสนาบดีตู้พยักหน้ารับอย่างเข้าใจความหมายลึกซึ้งในทันที เขื่อนโม่เหอใช้งบประมาณหลวงมหาศาล ผลาญเงินในคลังไปนับไม่ถ้วนเพื่อหวังแก้ปัญหาอุทกภัยระยะยาวตามที่องค์รัชทายาทกราบทูลต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้
หากเขื่อนแห่งนั้นพังทลายลงมาจนเกิดมหาอุทกภัย ข้อกังขาเรื่องการทุจริต การยักยอกงบประมาณ และความบกพร่องในการควบคุมงาน ย่อมจะถูกตีกลับไปยังกลุ่มขุนนางผู้รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งล้วนเป็นขุมกำลังหลักของวังบูรพาทั้งสิ้น!
และเมื่อถึงเวลานั้น เพื่อรักษาเก้าอี้รัชทายาทของตนเอง องค์รัชทายาทย่อมจำต้องยอมตัดใจสละขุนนางเหล่านั้นให้เป็นแพะรับบาทรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น
ซึ่งผลลัพธ์ก็ไม่ต่างอันใดจากการตัดแขนขาของตนเอง!
“องค์ชายช่างทรงพระปรีชาและหลักแหลมยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีตู้กล่าวสรรเสริญด้วยความเลื่อมใส
“เรื่องนี้ต้องกระทำอย่างรอบคอบและเด็ดขาดที่สุด ก่อนหน้านี้ข้าได้สั่งการให้คนของเราที่แฝงตัวอยู่ในเมืองโม่เหอลอบเจาะทำลายฐานรากเขื่อนอย่างลับ ๆ แล้ว อีกห้าวันนับจากนี้ก็ให้คนของเราลงมือพังเขื่อนได้ทันที ข้าต้องรบกวนให้ท่านเสนาบดีออกหน้าควบคุมการเก็บกวาดร่องรอยด้วยตนเอง หากเรื่องนี้สำเร็จลุล่วง ย่อมจะช่วยกลบกระแสข่าวเรื่องอาวุธหายไปจนหมดสิ้น”
พระเนตรขององค์ชายรองทอประกายวาวโรจน์ด้วยความทะเยอทะยาน
“ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นผู้ขโมยอาวุธโดยตรง ทว่าก็ไม่อาจประมาทได้ ในเมื่ออาวุธตกอยู่ในมือของรัชทายาทแล้ว หากอีกฝ่ายมีหลักฐานเชื่อมโยงมาถึงเราจริง เรื่องเขื่อนโม่เหอจะบีบให้รัชทายาทไม่มีเวลามาเล่นงานเรา
“ทว่าหากไม่มีหลักฐานใดในมือ ข้าก็จะใช้เรื่องเขื่อนแตกนี้ประสานงากับเรื่องอาวุธหลวงสูญหาย โจมตีใส่วังบูรพาพร้อม ๆ กัน!”
“ข้าอยากจะรู้นักว่ารัชทายาทจะสามารถผ่านมรสุมความผิดอันใหญ่หลวงสองเรื่องนี้ได้หรือไม่...”
“ขอองค์ชายโปรดทรงวางพระทัยเถิดพ่ะย่ะค่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระหม่อมจัดการสะสางต่อเอง กระหม่อมจะเก็บกวาดหลักฐานทุกอย่างให้สะอาดหมดจด ไร้ร่องรอยให้สาวมาถึง และหากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัยอันใดขึ้น ผู้ที่จะต้องก้มหน้ารับผิด...ย่อมไม่มีวันเกี่ยวข้องกับวังของพวกเราอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!” เสนาบดีตู้เอ่ยรับรองด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
จวนสกุลหลาน
นับตั้งแต่ข่าวลืออัปยศแพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวง หลานหลินก็เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในเรือนของตน ต่อให้บิดาจะไม่ได้เอ่ยปากสั่งกักบริเวณ นางก็ไร้ซึ่งหน้าตาและความกล้าหาญที่จะย่างกรายออกไปเผชิญหน้ากับผู้ใดได้อีก
ไม่ต้องเดา หลานหลินก็พอจะรู้ว่าตนเองคงไม่พ้นต้องพบเจอกับสายตาดูแคลน เสียงหัวเราะเยาะ และคำประณามหยามเหยียดจากเหล่ากุลสตรีชนชั้นสูงที่เคยค้อมหัวให้นาง ซึ่งบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและรังเกียจเดียดฉันท์อย่างแน่นอน
เพื่อกอบกู้เกียรติยศที่พังทลาย หลานหลินจึงใช้เวลาเกือบทั้งหมดจมปลักอยู่กับการเคี่ยวกรำตนเอง ฝึกปรือพิณ หมาก กลอน และท่องตำราอย่างบ้าคลั่ง หวังใช้ทักษะความสามารถอันเป็นเลิศเป็นฟางเส้นสุดท้ายในการทวงคืนชื่อเสียงกลับคืนมาในวันข้างหน้า นางไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้และไม่มีวันยอมให้ตนเองถูกเหยียบย่ำเช่นนี้ตลอดไป
ในระหว่างที่นางกำลังนั่งก้มหน้าอ่านตำราความรู้อยู่นั้น บานประตูก็ค่อย ๆ ถูกผลักเปิดออก ซู่ซู่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่านอบน้อม สองมือประคองซองจดหมายฉบับหนึ่งเข้ามาคุกเข่าลงข้างโต๊ะ
“คุณหนูเจ้าคะ มีจดหมายลับจากคุณหนูมู่ชิงเหยาส่งตรงมาถึงคุณหนูเจ้าค่ะ”
หลานหลินชะงักมือลงทันควัน นางละสายตาจากหน้าตำรา ตวัดสายตาขุ่นเคืองมองดูซองจดหมายด้วยความชิงชังสุดหัวใจ มู่ชิงเหยาเหยียบย่ำนางจนจมดินไปแล้วรอบหนึ่ง นี่ยังคิดจะมารังควานและสร้างปัญหาอันใดให้นางอีกเล่า!
มือบางเอื้อมไปคว้าซองจดหมายมาฉีกเปิดออกอ่านด้วยความหงุดหงิด ทว่าเนื้อความบนแผ่นกระดาษกลับระบุไว้อย่างสั้นกระชับ เป็นการนัดหมายให้นางออกไปพบที่อารามร้างนอกเมืองหลวง เพื่อเปิดสะสางหนี้แค้นและปิดฉากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างพวกนางสองคนให้จบสิ้นไป
หลานหลินพับจดหมายเก็บลงช้า ๆ แล้วยื่นส่งคืนให้ซู่ซู่ด้วยสีหน้าบึ้งตึง
ในใจของนางย่อมไม่อยากก้าวเท้าออกจากประตูจวนแม้แต่ก้าวเดียว หากต้องออกไปข้างนอก ย่อมไม่พ้นต้องถูกสายตาเหยียดหยามและคำติฉินนินทาของชาวบ้านรุมทิ่มแทง ทว่าหากนางเลือกที่จะหลบซ่อนตัวอยู่เช่นนี้ เรื่องราวระหว่างนางกับมู่ชิงเหยาก็คงไม่มีวันสิ้นสุด และนางจะไม่มีวันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้อีกต่อไป!
ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าท้าทาย นางก็พร้อมจะออกไปเผชิญหน้าเพื่อสะสางบัญชีแค้นนี้ให้จบ ๆ กันไปเสียที
“ซู่ซู่ เจ้าจงไปสั่งคนรถให้เตรียมรถม้าไว้แต่เช้าตรู่ พรุ่งนี้พวกเราจะออกไปนอกเมืองกัน” หลานหลินสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉยชาและแฝงความเหนื่อยหน่าย
“บ่าวน้อมรับคำสั่งเจ้าค่ะ”
ซู่ซู่ก้มหน้ารับคำสั่งอย่างว่าง่าย ทว่าในจังหวะที่นางหมุนกายกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูห้องออกไปนั้นเอง สายตาที่เคยนอบน้อมกลับตวัดปรายมองเงาร่างของหลานหลินด้วยแววตาเย็นชาแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวเดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
===========
หากนักอ่านท่านใดต้องอ่านต่อล่วงหน้าจนจบ
สามารถกดซื้อได้ทาง Dek-d และ MEB ได้แล้ววันนี้ค่า
โดยไรท์กำลังจัดโปรโมชั่นลดราคาเหลือเพียง 179 บาท จากราคาเต็ม 249 บาทค่ะ
ตั้งแต่วันนี้ - 30 พ.ย.69 นี้เท่านั้นนะคะ
Dek-d >>> e-book มารร้าย เล่ม 3 (จบ)
MEB >>> E-book มารร้าย เล่ม 3 (จบ)