LNCrawler

บทที่ 53 หัวใจที่แหลกสลาย (1)

มารร้าย (魔女) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 53 หัวใจที่แหลกสลาย (1)

บทที่ 53 หัวใจที่แหลกสลาย (1)

ร่างของหลานหลินแข็งทื่อไปในพริบตา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีดจนลืมแม้กระทั่งความเจ็บปวดที่แก้ม

น้ำเสียงนี้...นางจำมันได้อย่างแม่นยำจนฝังลึกในกระดูก เพราะมันคือน้ำเสียงของบิดาผู้ที่ทะนุถนอมนางดั่งแก้วตาดวงใจมาโดยตลอดนั่นเอง!

ความสับสน ตื่นตระหนก และหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่จนสติของหลานหลินแทบพังทลาย ที่ผ่านมา บิดาไม่เคยแม้แต่จะขึ้นเสียงใส่ มีแต่ความรัก ความอ่อนโยน และตามใจนางทุกประการ

แล้วเหตุใด บิดาถึงได้มาอยู่ที่นี่ในคราบของอสุรกายร้ายกาจ ซ้ำยังลงมือตบหน้านางด้วยน้ำมือตนเองเช่นนี้เล่า?

“อื้อ! อื้อ!”

หลานหลินร่ำไห้สะอึกสะอื้นอย่างบ้าคลั่ง พยายามส่งเสียงร้องเรียกหาบิดาเพื่อบอกให้เขารู้ว่าเป็นนาง ทว่าสิ่งที่เล็ดลอดออกมากลับมีเพียงเสียงอู้อี้ไร้ความหมาย ในขณะที่หลานชางไห่กลับไม่ได้สนใจหรือแยแสต่อท่าทีขัดขืนเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย เพลิงตัณหาที่บดบังสติทำให้เขาใช้เรี่ยวแรงมหาศาลกดทับร่างของนางไว้ สองมือดึงทึ้งและฉีกกระชากอาภรณ์ผ้าป่านของนางออกอย่างป่าเถื่อน

ยิ่งนางใช้ปลายเท้าที่ถูกล่ามโซ่ถีบขัดขืน หลานชางไห่ก็ยิ่งเกิดความอยากเอาชนะ เขากระชากเสื้อผ้าตัวนอกของนางทิ้งจนแหลกเป็นริ้ว เหลือเพียงเอี๊ยมผ้าผืนบางแนบเนื้อ เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวของหญิงสาวในเงามืด มือหนาลูบไล้ลงบนแผ่นหลังและท่อนแขนอย่างหื่นกระหาย หมายจะกระทำย่ำยีให้สาสมใจ

ทว่าในตอนที่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนผิวพรรณนั้นเอง หลานชางไห่ก็พลันชะงักค้างไปชั่วขณะ

สัมผัสใต้ฝ่ามือของเขากลับไม่ใช่ผิวหนังที่หยาบกร้าน ตกสะเก็ด หรือเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนูนหนาจากการถูกโบยตีทรมานดั่งเช่นเด็กสาวชาวบ้านทุกคนที่เขาเคยลงทัณฑ์ไว้ในห้องนี้ หากแต่กลับเป็นผิวพรรณที่เนียนนุ่ม ลื่นละเอียด ราวกับได้รับการประคบประหงมมาตั้งแต่เยาว์วัย

กลิ่นหอมจาง ๆ อันคุ้นเคยที่ติดตรึงอยู่บนผิวกาย ยิ่งสะกิดใจให้ความสงสัยปะทุขึ้นในอก

ดวงตาของหลานชางไห่หรี่แคบลงทันควัน สัญชาตญาณระแวดระวังภัยพลันส่งเสียงเตือนขึ้นในใจ สติที่เคยพร่ามัวเพราะกิเลสตัณหาพลันสว่างวาบขึ้นด้วยลางสังหรณ์อันน่าสะพรึงกลัว

ในช่วงจังหวะที่หลานชางไห่ชะงักค้างไปด้วยความสงสัยนั้นเอง หลานหลินที่รับรู้ได้ถึงความลังเลของคนตรงหน้าก็ไม่ยอมปล่อยให้โอกาสรอดชีวิตหลุดลอยไป นางใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีพยายามสะบัดใบหน้าและส่ายหัวถี่รัว หมายจะให้เศษผ้าที่อุดปากหลุดพ้นออกไป

ปอยผมที่ยุ่งเหยิงสะบัดพัดผ่าน เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา และเสียงคร่ำครวญอู้อี้ที่พยายามส่งสัญญาณเตือนอย่างเอาเป็นเอาตาย

หลานชางไห่หรี่ตามองท่าทีขัดขืนอันแปลกประหลาดนั้นด้วยความระแวง สัญชาตญาณบีบให้เขายื่นมือหนาออกไป แล้วกระชากเศษผ้าหยาบที่ยัดอุดปากของหญิงสาวออกทันควัน

ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระ หลานหลินก็เปล่งเสียงออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวปานจะขาดใจ

“ฮือออ ทะ...ท่านพ่อ...ฮึก...ข้าเอง...หลินเออร์...ฮึก...เป็นข้าเองเจ้าค่ะท่านพ่อ”

เสียงเรียกขานอันแสนคุ้นเคยที่ดังแทรกผ่านเสียงสะอื้น ทำเอาหลานชางไห่ถึงกับร่างกายแข็งทื่อทันที

หัวใจของรองแม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามมานับร้อยสมรภูมิดิ่งวูบลงสู่ก้นเหวลึก สองมือที่เคยเปี่ยมด้วยพละกำลังมหาศาลกลับพลันอ่อนยวบและสั่นเทาอย่างไร้เรี่ยวแรง

ลมหายใจของเขาติดขัด ลำคอตีบตันจนไม่อาจเปล่งเสียงใด ๆ ออกมาได้ ปลายนิ้วอันหยาบกร้านค่อย ๆ ยื่นออกไปปัดปอยผมที่ปกคลุมใบหน้านั้นออกอย่างเชื่องช้า

ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากเห็น ทว่าในส่วนลึกของจิตใจกลับหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ

กลัวเกินกว่าจะยอมรับว่าร่างที่นอนเกือบเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้านี้ คือบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เขารักยิ่งกว่าชีวิตตนเอง...

และเมื่อปอยผมถูกปัดพ้นไป แสงตะเกียงอันริบหรี่ก็สาดส่องกระทบใบหน้าขาวผ่องที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา และรอยฝ่ามือสีแดงก่ำที่บวมช้ำขึ้นมาอย่างเด่นชัด

ทันใดนั้นเอง ดวงตาของหลานชางไห่พลันเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง หัวใจของเขาแหลกสลายไม่มีชิ้นดีในชั่วพริบตา ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านเสียดแทงลึกไปถึงขั้วหัวใจ ราวกับมีคมดาบพันเล่มกรีดเฉือนลงบนเนื้อสด

ทางด้านหลานหลิน ยามที่สายตาอันพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตามองเห็นใบหน้าของบิดาได้อย่างชัดเจนเต็มสองตา แทนที่นางจะรู้สึกโล่งอกหรือดีใจ ทว่าความหวาดผวาอันน่าสะพรึงกลัวกลับยิ่งแล่นปราดเข้าเกาะกุมจิตวิญญาณจนสติแทบพังทลาย

ภาพของบิดาผู้แสนอ่อนโยนและตามใจนางมาตลอด บัดนี้ถูกฉีกกระชากทิ้งจนหมดสิ้น!

หลงเหลือเพียงภาพจำของปีศาจร้ายในใจนาง แววตาอันหื่นกระหาย ฝ่ามือที่ฟาดลงมาอย่างเลือดเย็น และความโสมมวิปริตที่เขาคิดจะทำกับนางก่อนหน้านี้!

แววตาของหลานหลินเบิกกว้าง จ้องเขม็งไปยังหลานชางไห่ด้วยความสะอิดสะเอียนและหวาดกลัวถึงขีดสุด ร่างบางดีดตัวถดถอยหนีอย่างลนลานจนแผ่นหลังชนเข้ากับมุมหัวเตียง โซ่ตรวนที่ล่ามข้อเท้าเสียดสีกับเนื้อจนถลอกปอกเปิก

“ไม่...ไม่จริง...กรี๊ดดด...ออกไปนะ...อย่าเข้ามา!”

นางร่ำไห้สะอึกสะอื้นอย่างบ้าคลั่ง สองมือที่ถูกมัดไพล่หลังพยายามดิ้นรนปัดป้อง และส่งเสียงกรีดร้องออกมาดั่งคนเสียสติทุกครั้งที่บิดาขยับกาย

“หลินเออร์...”

หลานชางไห่ตกใจแทบสิ้นสติจนทำอะไรไม่ถูก สมองของเขาสับสนและมืดแปดด้านไปหมด

เหตุใดแก้วตาดวงใจของเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน?

สภาพของหลานหลินในตอนนี้ เสื้อผ้าขาดวิ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายถูกจองจำด้วยโซ่ตรวน ไม่ต่างอันใดจากของเล่นชิ้นเนื้อที่เขาสนุกกับการทารุณเลยแม้แต่น้อย!

และที่เลวร้ายที่สุด คือนางได้ล่วงรู้ถึงธาตุแท้อันวิปริตที่เขาปกปิดซ่อนเร้นไว้มาทั้งชีวิตด้วยตาตนเอง!

แม้หลานชางไห่จะสามารถหยุดยั้งตัณหาดิบไว้ได้ทันก่อนที่จะก้าวข้ามเส้นตาย ทว่าทุกอย่างมันก็สายเกินไปเสียแล้ว

“หลินเออร์ พ่ออยู่นี่แล้วลูก อย่ากลัวไปเลย...”

หลานชางไห่ก้าวเท้าเข้าไปใกล้เตียงอีกครั้ง ยื่นมือที่สั่นเทาออกไปหวังจะโอบกอดและปลอบประโลมให้นางคลายความตื่นตระหนก

ทว่าทันทีที่เงาร่างของเขาบดบังแสงไฟ หลานหลินก็กรีดร้องลั่น ยกปลายเท้าทั้งสองข้างที่ถูกล่ามโซ่ขึ้นมาถีบยันอากาศ สะบัดตัวขับไล่เขาอย่างเอาเป็นเอาตาย จนหลานชางไห่จำต้องผงะถอยร่นออกมาด้วยหัวใจที่แหลกสลาย

“กรี๊ดด! อย่าเข้ามานะ! อย่าเข้ามา!”

“หลินเออร์...ฟังพ่อนะลูก นี่พ่อเอง พ่อของเจ้าเอง...”

เขาพยายามเค้นน้ำเสียงที่สั่นเครือให้อ่อนโยนและอบอุ่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเรียกสติของนางกลับคืนมา

หลานหลินที่ได้ยินเสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยพลันชะงักค้างไปชั่วครู่ ลมหายใจหอบกระชั้นชิด แววตาที่เลื่อนลอยเริ่มสบประสานเข้ากับบิดา

ทว่าเพียงชั่วลมหายใจต่อมา ความทรงจำอันน่าขยะแขยงที่เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ก็กระชากสติของนางให้กรีดร้องออกมาอีกระลอก น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจห้ามได้

“ฮือออ...ท่านพ่อ! อย่าทำข้า ได้โปรดอย่าทำร้ายข้าเลยเจ้าค่ะ! ข้ากลัวแล้ว...ฮึก...ข้ากลัวแล้ว!”

เสียงกรีดร้องอ้อนวอนขอชีวิตจากบุตรสาวแท้ ๆ ดั่งคมดาบอาบยาพิษที่เสียบทะลุกลางขั้วหัวใจของหลานชางไห่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขายืนนิ่งงัน ตัวสั่นเทิ้มด้วยความสิ้นหวังและความหวาดกลัว

นี่เขาทำอะไรลงไปกันแน่...

หลานชางไห่ยืนนิ่งงันราวกับร่างทั้งร่างถูกสาปให้กลายเป็นหินผา ดวงตาของแม่ทัพผู้ผ่านสมรภูมิเลือดเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและเจ็บปวดร้าวรานอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิต

ภาพบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เคยเชิดหน้าเย่อหยิ่งในฐานะสตรีอันดับหนึ่ง บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาพเสียสติ ร่างกายสั่นเทาหวาดผวาไม่ยินยอมให้เขาแตะต้องแม้แต่ปลายเล็บ ความรู้สึกผิดบาปและความเวทนาถาโถมเข้าบีบคั้นหัวใจของเขาจนแทบแหลกสลาย

“หลินเออร์ ฟังพ่อนะลูก นี่พ่อเอง พ่อไม่มีวันทำร้ายเจ้า เด็กดี มาหาพ่อเถิดนะ...”

เขากล้ำกลืนก้อนสะอื้น พยายามเค้นน้ำเสียงที่สั่นเครือให้ทุ้มนุ่มที่สุด สองมืออันสั่นเทาเอื้อมไปหยิบผ้าห่มหนาบนพื้นขึ้นมา หวังจะนำไปคลุมปกปิดเรือนร่างที่เกือบเปลือยเปล่าให้แก่นาง

หลานหลินที่ดิ้นรนสะบัดข้อมือจนเชือกคลายหลุดออก รีบตะเกียกตะกายคว้าผ้าห่มผืนนั้นมาห่อหุ้มร่างกายตนเองไว้แน่นหนาประดุจเกราะกำบังสุดท้าย ดวงตาที่เอ่อล้นด้วยม่านน้ำตาจ้องเขม็งมองบิดาด้วยความหวาดระแวงสุดขีด สติสัมปชัญญะของนางพังทลายลงจนหมดสิ้นแล้ว

“ไม่! อย่าเข้ามาใกล้ข้า! ออกไป...ออกไปให้พ้น!”

นางมุดหัวซ่อนตัวลงใต้ผ้าห่ม กรีดร้องตะโกนขับไล่บิดาอย่างบ้าคลั่ง ร่างบางสั่นสะท้านไม่หยุด

หลานชางไห่ทำอะไรไม่ถูก มือที่เคยจับดาบสังหารศัตรูพลันอ่อนเปลี้ย เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมไปแตะต้องตัวนางอีก

ตุบ!

เขาทรุดเข่าทั้งสองข้างลงกับพื้นห้องอันเย็นยะเยือก คุกเข่าลงเบื้องหน้านางด้วยความรู้สึกผิดบาปจากก้นบึ้งของหัวใจ

“หลินเออร์ พ่อขอโทษ พ่อขอโทษเจ้าจริง ๆ ลูก พ่อไม่ได้ตั้งใจ พ่อไม่รู้ว่าเป็นเจ้า...”

 

===========

หากนักอ่านท่านใดต้องอ่านต่อล่วงหน้าจนจบ

สามารถกดซื้อได้ทาง Dek-d และ MEB ได้แล้ววันนี้ค่า

โดยไรท์กำลังจัดโปรโมชั่นลดราคาเหลือเพียง 179 บาท จากราคาเต็ม 249 บาทค่ะ

ตั้งแต่วันนี้ - 30 พ.ย.69 นี้เท่านั้นนะคะ

Dek-d >>> e-book มารร้าย เล่ม 3 (จบ)

MEB >>> E-book มารร้าย เล่ม 3 (จบ)