บทที่ 54 ฟ้องร้องคดีอุกฉกรรจ์ (1)
บทที่ 54 ฟ้องร้องคดีอุกฉกรรจ์ (1)
บทที่ 54 ฟ้องร้องคดีอุกฉกรรจ์ (1)
จวนสกุลกู้
ภายในเรือนพักอันเงียบสงบ องค์หญิงเจาหนิงกำลังเอนกายนั่งบนตั่งไม้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ฝ่ามือบางประคองถ้วยชาดอกโบตั๋นขึ้นจิบทีละน้อยด้วยอารมณ์เบิกบานใจอย่างยิ่งยวด
ท่ามกลางบรรยากาศอันรื่นรมย์ องครักษ์เงาผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าอย่างนอบน้อม
เจาหนิงปรายตามองดูอีกฝ่ายแวบหนึ่งพลางเป่าไอควันเหนือน้ำชาอย่างไม่รีบร้อน
“มีข่าวคืบหน้าอันใด รายงานมาเถิด”
“ทูลองค์หญิง เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา หลานชางไห่ได้ลอบเดินทางไปยังจวนลับในตรอกชิงผิงอีกครา ทว่าดูเหมือนว่าภายในจวนจะเกิดเหตุการณ์ผิดปกติบางอย่างขึ้น หลานชางไห่จึงได้ผลุนผลันอุ้มร่างของใครบางคนขึ้นรถม้า แล้วกลับจวนเร็วกว่าทุกครั้งพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เงาก้มหน้ารายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
แววตาของเจาหนิงทอประกายคมปลาบขึ้นมาทันควัน องครักษ์เงาจึงรีบกราบทูลต่ออย่างรวดเร็ว
“เมื่อเห็นสบโอกาส คนของเราจึงได้ลอบแทรกซึมเข้าไปตรวจค้นด้านในจวนลับ และได้พบกับเด็กสาวเคราะห์ร้ายที่ตกเป็นเหยื่อทารุณกรรมของหลานชางไห่หลงเหลืออยู่ คนของพวกเราจึงได้ช่วยเหลือพานางหลบหนีออกมาอย่างปลอดภัย และนำตัวไปซ่อนไว้ในจวนลับนอกเมืองหลวง เพื่อเตรียมใช้เป็นพยานปากเอกในการเอาผิดหลานชางไห่พ่ะย่ะค่ะ”
สิ้นคำรายงาน รอยยิ้มอันงดงามทว่าเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบก็พลันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเจาหนิง นัยน์ตาฉายแววอำมหิต
“ทำได้ดีมาก เจ้าจงสั่งการให้คนของเราปล่อยข่าวลือเรื่องจวนลับและการทารุณกรรมเด็กสาวของหลานชางไห่ กระจายออกไปตามตลาดและโรงน้ำชาทั่วเมืองหลวงให้ผู้คนได้รับรู้กันให้ทั่วถึงเสีย”
“ส่วนพยานปากเอกและหลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมมาได้ จงส่งมอบไปยังมือของใต้เท้าหลี่แห่งสำนักตรวจการแผ่นดิน ให้เขาเป็นผู้ยื่นฎีกาเปิดโปงคดีความอันน่าสะอิดสะเอียนนี้กลางท้องพระโรงต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
องครักษ์เงารับพระบัญชา ค้อมศีรษะลงคำนับอย่างหนักแน่น ก่อนจะเร้นกายสลายหายไปกับเงามืดในทันที
เมื่อภายในเรือนหวนกลับคืนสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง รอยยิ้มพึงพอใจยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเจาหนิงไม่จางหาย ปลายนิ้วเรียวหยิบขนมดอกกุ้ยฮวารสหวานละมุนขึ้นมากัดกินทีละน้อย ตามด้วยการยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้าอย่างสบายอารมณ์
พยานหลักฐานแน่นหนาพร้อมทั้งมีเสียงสาปแช่งจากราษฎรทั่วทั้งเมืองหลวงคอยช่วยโหมกระพือ ครานี้ ต่อให้หลานชางไห่จะมีเก้าชีวิต หรือองค์รัชทายาทจะคิดยื่นมือเข้ามาปกป้องเพียงใด สกุลหลานก็ย่อมไม่อาจหนีพ้นความตายได้อย่างแน่นอน...
ท้องพระโรงวังหลวง
วันต่อมา ภายในท้องพระโรงใหญ่แห่งวังหลวง บรรดาขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊มารวมตัวกันพร้อมเพรียงตั้งแต่เช้ามืด บรรยากาศในการว่าราชการตึงเครียดและเงียบสงัดผิดปกติ
สายตาทุกคู่ต่างลอบมองใต้เท้าหลี่ เจ้ากรมตรวจการแผ่นดิน ผู้ซึ่งก้าวเข้ามาพร้อมม้วนฎีกาเล่มหนา ขุนนางผู้คร่ำหวอดต่างรู้ดีว่าหากขุนนางตงฉินผู้นี้ไม่มีหลักฐานแน่นหนา ย่อมไม่มีทางยื่นฎีกาต่อหน้าพระพักตร์อย่างแน่นอน
ครั้นฮ่องเต้เสด็จขึ้นประทับบนบัลลังก์มังกร เหล่าขุนนางก็ค้อมกายถวายบังคมเพื่อเริ่มการประชุม
ในแถวขุนนางฝ่ายบู๊ หลานชางไห่ยืนตระหง่านในชุดขุนนางเต็มยศเคียงข้างองค์รัชทายาท แม้ภายนอกจะพยายามสงบนิ่ง ทว่าภายในใจกลับรุ่มร้อนดั่งไฟสุม ทั้งความกังวลเรื่องอาการป่วยของหลานหลิน และความหวาดระแวงเรื่องคดีอาวุธหลวงที่ยังแกะรอยไม่พบ
จวบจนกระทั่งการหารือเรื่องราชกิจเสร็จสิ้นลง ใต้เท้าหลี่ก้าวออกมาเบื้องหน้ากลางท้องพระโรง ค้อมกายประสานมือทูลต่อฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงดังกึกก้อง
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องสำคัญจะกราบทูลฟ้องร้องพ่ะย่ะค่ะ!”
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วทั้งท้องพระโรง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เจ้ากรมตรวจการเป็นจุดเดียว
“ใต้เท้าหลี่ เจ้ามีเรื่องอันใดก็ว่ามา” ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ สายพระเนตรเย็นเยียบจนเหล่าขุนนางแทบหยุดหายใจ
ใต้เท้าหลี่เงยหน้าขึ้น สบสายพระเนตรอย่างไม่หวั่นเกรง ก่อนจะตวัดสายตาคมปลาบไปทางหลานชางไห่
“กระหม่อมขอฟ้องร้องเอาผิดรองแม่ทัพหลานชางไห่! ข้อหาใช้อำนาจในทางมิชอบ ฉุดคร่าเด็กสาวชาวบ้าน บังคับขืนใจ ทารุณกรรมอย่างโหดเหี้ยม ทั้งยังใช้อิทธิพลมืดข่มขู่ครอบครัวเหยื่อและปิดบังความผิดมาอย่างยาวนาน! การกระทำอันชั่วช้านี้ เสื่อมเสียเกียรติยศต่อกองทัพและราชสำนักยิ่งนัก กระหม่อมขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต โปรดทรงคืนความธรรมแก่เหยื่อ และลงทัณฑ์ผู้กระทำผิดตามกฎหมายด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
ถ้อยคำฟ้องร้องทำเอาขุนนางในท้องพระโรงแตกตื่นจนแทบโกลาหล
ด้านหลานชางไห่ ดวงตาพลันเบิกกว้างด้วยความตระหนก ใบหน้าถอดสีจนขาวซีด เรื่องจวนลับในตรอกชิงผิงคือความลับดำมืดที่สุดในชีวิต เขามั่นใจว่าเก็บกวาดร่องรอยหมดแล้ว แล้วเหตุใดเจ้ากรมตรวจการถึงล่วงรู้ได้กัน!
เมื่อเห็นสายพระเนตรอันเย็นเยียบของฮ่องเต้ที่ทอดมองมา หลานชางไห่จึงรีบก้าวออกไปคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างร้อนรน
“ฝ่าบาท! กระหม่อมถูกใส่ร้ายพ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมรับใช้บ้านเมืองด้วยความจงรักภักดีมาโดยตลอด ย่อมไม่มีทางทำเรื่องต่ำช้าเช่นนั้นอย่างแน่นอน ขอฝ่าบาทโปรดให้ความเป็นธรรมแก่กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“รองแม่ทัพหลาน! ท่านกล่าวเช่นนี้ หมายความว่าสำนักตรวจการแผ่นดินจงใจปั้นพยานเท็จกลั่นแกล้งท่านอย่างนั้นหรือ!” ขุนนางอาวุโสฝ่ายตรวจการรีบร้องทักท้วงทันที
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น!” หลานชางไห่ถลึงตามองขุนนางฝ่ายตรวจการอย่างโกรธเกรี้ยว ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ทว่าข้าเป็นถึงรองแม่ทัพผู้มีผลงานในสนามรบ ย่อมมีผู้หวังดีประสงค์ร้ายสร้างเรื่องใส่ความเพื่อสั่นคลอนความมั่นคงของกองทัพ! ใต้เท้าหลี่ฟังความข้างเดียว นำเรื่องไร้แก่นสารมาประจานกลางท้องพระโรงเช่นนี้ ไม่เท่ากับทำลายเกียรติของแม่ทัพผู้ปกป้องแผ่นดินหรอกหรือ!”
สิ้นคำแก้ตัวของหลานชางไห่ ขุนนางฝ่ายรัชทายาทก็เริ่มก้าวออกมาสนับสนุนทันที
“ทูลฝ่าบาท! รองแม่ทัพหลานสร้างคุณงามความดีไว้มากมาย คดีนี้ปราศจากร่องรอยมาเนิ่นนาน เหตุใดจึงเพิ่งยื่นฎีกาเอาผิดในตอนนี้? อาจเป็นแผนการของศัตรูที่ต้องการบั่นทอนกำลังทหารของราชสำนัก ขอฝ่าบาทโปรดทรงพิจารณาให้รอบคอบพ่ะย่ะค่ะ!”
“จริงด้วยพ่ะย่ะค่ะ! หากเพียงแค่มีฎีกาไร้ที่มาก็สามารถกล่าวโทษแม่ทัพชั้นผู้ใหญ่ได้ ต่อไปขุนนางผู้ใดจะยังกล้าออกไปทำศึกเพื่อบ้านเมืองอีก!”
เสียงถกเถียงและแรงกดดันเริ่มแบ่งออกเป็นสองฝ่าย บรรยากาศภายในท้องพระโรงร้อนระอุขึ้นทุกขณะ ขุนนางหลายคนเริ่มส่งเสียงสนับสนุนหลานชางไห่เพื่อทำลายน้ำหนักฎีกาของสำนักตรวจการ
ทว่าใต้เท้าหลี่ยังคงยืนนิ่งสงบ ไม่สะทกสะท้านต่อเสียงทัดทานรอบข้างแต่อย่างใด เขาเพียงยิ้มหยันในใจ มองดูพวกพ้องฝ่ายรัชทายาทที่พยายามดิ้นรนปกป้องคนชั่วอย่างเงียบ ๆ
ฮ่องเต้ที่ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรยกพระหัตถ์ขึ้นเล็กน้อย เสียงถกเถียงเซ็งแซ่พลันเงียบกริบลงทันตา ทรงทอดพระเนตรลงมาด้วยสายพระเนตรลึกล้ำที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก
“ใต้เท้าหลี่ เจ้ามีหลักฐานยืนยันคำฟ้องร้องนี้หรือไม่?”
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีหลักฐานพร้อมสรรพพ่ะย่ะค่ะ” ใต้เท้าหลี่ประสานมือตอบกลับ ก่อนจะนำหลักฐานที่เตรียมไว้มอบให้ขันทีนำไปถวายฮ่องเต้ทันที ก่อนจะกราบทูลต่อเสียงดังฟังชัด
“หลายปีที่ผ่านมา รองแม่ทัพหลานลอบฉุดคร่าเด็กสาวไปกักขังและทารุณกรรมรวมไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน ครอบครัวของเหยื่อที่พยายามร้องเรียนกลับถูกกลุ่มคนลึกลับสังหารฆ่าล้างโคตร แล้วจัดฉากว่าเป็นเหตุโจรปล้น!”
ใต้เท้าหลี่เหลือบมองหลานชางไห่ที่กำลังตัวสั่นเทิ้มแวบหนึ่ง แล้วจึงกราบทูลต่อ
“บันทึกการรับเรื่องร้องเรียน กระหม่อมได้รวบรวมไว้ในฎีกานี้อย่างละเอียดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
สิ้นเสียงของใต้เท้าหลี่ เสียงซุบซิบนินทาก็พลันดังฮือฮาขึ้นทั่วทั้งท้องพระโรง ท่ามกลางความเห็นมากมายที่เกิดขึ้นนั้น องค์รัชทายาทพลันมีสีหน้ามืดครึ้มลงทันที เพราะหากสกุลหลานมีภัย ย่อมต้องกระทบถึงตัวพระองค์ด้วยเช่นกัน
“ฝ่าบาท! โปรดทรงให้ความเป็นธรรมแก่กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ! เพียงบันทึกรายงานจากที่ว่าการเมือง จะแน่ใจได้อย่างไรว่าไม่ใช่หลักฐานเท็จที่ผู้ไม่หวังดีกุเรื่องขึ้นเพื่อใส่ร้ายกระหม่อม!” หลานชางไห่ยังคงโต้แย้งอย่างไม่ยอมจำนน แววตาฉายแววร้อนรน
“ฝ่าบาท กระหม่อมรับใช้กองทัพ นำทัพจับศึกปราบศัตรูเรื่อยมา ย่อมต้องมีผู้ขัดผลประโยชน์ที่คิดร้าย!”
หลานชางไห่คุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนเงยหน้ากราบทูลด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
“ใต้เท้าหลี่นำบันทึกไร้ที่มาที่ไปมากล่าวโทษกระหม่อมกลางท้องพระโรง หากไม่สืบสวนให้ถี่ถ้วนแล้วลงทัณฑ์ ย่อมทำให้เหล่าทหารผู้จงรักภักดีต้องเสียขวัญพ่ะย่ะค่ะ!”
ขุนนางฝ่ายสำนักตรวจการแผ่นดินหลายคนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็มีสีหน้าเคร่งเครียด ต่างมองหน้ากันด้วยความไม่พอใจ ทว่าใต้เท้าหลี่กลับยังคงประคองท่ายืนสงบนิ่ง ดวงตาทอประกายลึกล้ำราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว
ใต้เท้าหลี่เหลือบมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยียบแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันบางเบา
“รองแม่ทัพหลานจะร้อนใจไปไย ข้าบอกตั้งแต่เมื่อใดว่ามีเพียงบันทึกรายงาน”
หลานชางไห่ชะงักคำพูด สายตาเต็มไปด้วยความระแวง
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร...”
===========
หากนักอ่านท่านใดต้องอ่านต่อล่วงหน้าจนจบ
สามารถกดซื้อได้ทาง Dek-d และ MEB ได้แล้ววันนี้ค่า
โดยไรท์กำลังจัดโปรโมชั่นลดราคาเหลือเพียง 179 บาท จากราคาเต็ม 249 บาทค่ะ
ตั้งแต่วันนี้ - 30 พ.ย.69 นี้เท่านั้นนะคะ
Dek-d >>> e-book มารร้าย เล่ม 3 (จบ)
MEB >>> E-book มารร้าย เล่ม 3 (จบ)