LNCrawler

บทที่ 8 ความจริง (1)

มารร้าย (魔女) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 8 ความจริง (1)

บทที่ 8 ความจริง (1)

อันรุ่ยแสร้งส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน

“พี่เสี่ยวเยว่! บาดแผลมากมายเช่นนี้ได้มาจากไหนกันเจ้าคะ! เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับท่านกันแน่!”

เสี่ยวเยว่ตื่นตระหนกระคนตกใจเป็นอย่างมากกับการถูกเปิดเผยความลับ นางลนลานดึงแขนเสื้อลงปกปิดบาดแผลทันที ท่าทางตื่นกลัวขวัญเสียอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ไม่! ข้าไม่เป็นไร! ข้าแค่เผลอทำตัวเองบาดเจ็บตอนทำงานก็เท่านั้น เจ้าอย่าได้ใส่ใจเลยนะ ข้าจะกลับห้องแล้ว!” ร่างบางพยายามยันกายลุกขึ้น โดยมีอันรุ่ยรีบก้าวเข้าไปพยุง

“ข้าช่วยพยุงพี่เองเจ้าค่ะ”

อันรุ่ยประคองเสี่ยวเยว่กลับเข้าสู่ห้องพักข้างเคียง พยุงร่างอันบอบช้ำไปนั่งลงบนเตียงไม้ ก่อนที่อันรุ่ยจะวิ่งกลับไปนำน้ำสะอาดและตลับยาสมุนไพรจากห้องตนมาให้

เมื่ออยู่ภายในห้องกันตามลำพัง เสี่ยวเยว่กลับไม่ได้มองตลับยา นางฝืนยันกายลุกขึ้นเดินไปที่ประตูห้องแล้วชะเง้อมองซ้ายขวาด้วยสายตาหวาดระแวงภัย ก่อนจะปิดบานประตูและลงสลักลอนอย่างแน่นหนา

“เหตุใดพี่จึงดูหวาดกลัวถึงเพียงนี้กัน มีเรื่องอันใด พี่บอกข้าได้นะเจ้าคะ”

อันรุ่ยเอ่ยหว่านล้อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สำหรับนางแล้ว เสี่ยวเยว่คือเบาะแสเดียวที่นางพอจะสืบความได้

“อันรุ่ย ข้าขอร้อง เจ้าอย่าบังคับให้ข้าพูดเลยนะ”

เสี่ยวเยว่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นระริก นัยน์ตาจ้องมองบานประตูอย่างหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา ไม่เหลือเค้าลางของเด็กสาวผู้เปี่ยมรอยยิ้มสดใสเมื่อครึ่งเดือนก่อนเลยแม้แต่น้อย

อันรุ่ยทรุดกายลงนั่งข้าง ๆ พลางยื่นมือไปจับมืออันสั่นเทาของอีกฝ่ายไว้ นัยน์ตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตายามเอ่ยถึงความทรงจำอันปวดร้าว

“พี่เสี่ยวเยว่ ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านลำบากใจ เพียงแต่ยามที่ข้าได้เห็นบาดแผลฉกรรจ์บนตัวของท่าน มันทำให้ข้าอดคิดถึงท่านแม่ที่จากไปไม่ได้จริง ๆ”

“ก่อนหน้านี้ พวกเราสามแม่ลูกอยู่กันอย่างสงบสุข ทว่าหลังจากคืนนั้นที่ท่านแม่ถูกเรียกตัวไปทำงานกลางดึก ท่านแม่ก็กลับมาในสภาพบอบช้ำเช่นเดียวกับท่าน นางต้องทนทรมานอยู่เช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งนางตายจากข้าไป ข้ายังไม่อาจล่วงรู้เลยว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่...”

“พี่เสี่ยวเยว่ ท่านกับข้าก็ผูกพันกันไม่ต่างจากพี่น้องไม่ใช่หรือเจ้าคะ? ข้าเห็นท่านต้องเจ็บปวดเหมือนท่านแม่ ใจข้าปวดร้าวเหลือเกิน ท่านจะช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่า แท้จริงแล้วเกิดสิ่งใดขึ้นกับท่านกันแน่?”

เสี่ยวเยว่นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ยามมองดูหยาดน้ำตาและความปวดร้าวของเด็กสาวตรงหน้า นางไม่รู้ว่าควรจะบอกเล่าความจริงอันน่าสะพรึงกลัวนี้ดีหรือไม่ ทว่าเมื่อได้รับรู้ว่ามารดาของอันรุ่ยเคยเผชิญชะตากรรมทรมานในนรกเดียวกันมาก่อน ความสงสารและอ่อนใจก็พลันเอ่อท่วมอก

อีกทั้งเรื่องนี้อันรุ่ยก็ล่วงรู้และสงสัยมานานแล้ว อย่างน้อยที่สุด การได้มีใครสักคนรับฟังเรื่องราวแสนโหดร้ายนี้ ก็อาจช่วยแบ่งเบาความทรมานในใจของนางได้บ้าง

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เสี่ยวเยว่จึงสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

“ได้...ข้าจะเล่าความจริงให้เจ้าฟัง”

เสี่ยวเยว่รวบรวมสติและความกล้าอยู่นานครู่ใหญ่ เพียงแค่นึกย้อนไปถึงห้วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานเหล่านั้น ร่างกายอันบอบช้ำก็พลันสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ยังโชคดีที่อันรุ่ยคอยกุมมือน้อยของนางไว้แน่น และคอยเอ่ยปลอบประโลมเบา ๆ เสี่ยวเยว่จึงเริ่มสงบจิตใจลงได้บ้าง

“อันรุ่ย เจ้ารับปากข้านะ หากเจ้ารู้เรื่องนี้แล้ว เจ้าจะต้องเก็บมันไว้เป็นความลับตายไปกับตัว อย่าได้บอกให้ผู้ใดล่วงรู้เป็นอันขาด! ไม่อย่างนั้นทั้งชีวิตของข้า และชีวิตของพวกเจ้าสองพี่น้องก็คงไม่พ้นต้องถูกฆ่าปิดปากแน่ ๆ”

เสี่ยวเยว่บีบมืออันรุ่ยไว้แน่น นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

“พี่ไม่ต้องห่วง ข้าสัญญว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ จะไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้เด็ดขาด”

อันรุ่ยเอ่ยรับคำในทันที ถ้อยคำเตือนสติของเสี่ยวเยว่ในยามนี้ไม่ต่างจากถ้อยคำสั่งเสียที่มารดาของนางเคยเตือนไว้ก่อนตายแม้แต่น้อย หัวใจของเด็กสาวเต้นระทึกและบีบเค้นยิ่งกว่าครั้งใด ด้วยนี่คือความจริงอันมืดมนที่นางเพียรพยายามสืบหามาตลอด

เสี่ยวเยว่เม้มริมฝีปากแห้งผากเข้าหากันแน่น ก่อนจะค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับนางนับตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในจวนแห่งนี้ออกไปทั้งหมด

“ก่อนหน้านี้ ข้าก็ทำหน้าที่ปัดกวาดเช็ดถูภายในจวนตามปกติ พ่อบ้านหม่าจะคอยจัดสรรงานให้ ทำเสร็จข้าก็กลับห้องนอน ไม่เคยมีเรื่องประหลาดอันใด ทว่าในคืนหนึ่งกลับมีสาวใช้มาเคาะประตูห้องเรียกตัวข้า สาวใช้นางนั้นบอกว่าหัวหน้าพ่อบ้านสั่งให้ตามตัวข้าไปช่วยงานด่วน ข้าเป็นเพียงบ่าวรับใช้ย่อมไม่อาจขัดขืน จึงได้แต่เดินตามนางไป”

เสี่ยวเยว่เล่าไปก็สะอื้นไห้ออกมาเป็นระยะ น้ำเสียงสั่นพร่าทุกครั้งยามต้องนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ทว่านางก็ยังคงฝืนเค้นเสียงเล่าต่อไป

“สาวใช้พาข้าไปพบพ่อบ้านหม่าที่ยืนรออยู่ระหว่างทาง จากนั้นเขาก็พาข้าลัดเลาะไปยังจวนอีกหลังหนึ่งที่อยู่ถัดไปด้านข้างจวนสกุลกู้ มีประตูเชื่อมระหว่างทั้งสองจวนอยู่ด้านหลัง ซึ่งข้าเพิ่งมารู้ภายหลังว่าจวนหลังนั้นเป็นจวนลับของสกุลกู้เช่นกัน เมื่อข้าถูกพาตัวเข้าไปถึงเรือนแห่งหนึ่งภายในจวนหลังนั้น ข้าก็ได้กลิ่นหอมแปลกประหลาด ก่อนที่จะหมดสติไป”

เสี่ยวเยว่สั่นสะท้านไปทั้งร่างยามระลึกถึงภาพฝันร้าย หยาดน้ำตาพรั่งพรูไหลนองสองแก้มของเสี่ยวเยว่

“ยามที่ข้ารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ข้าก็พบว่าตนเองถูกเชือกมัดมือมัดเท้ารวบติดไว้กับเก้าอี้ไม้กลางห้องโถงมืดมิดแล้ว ยามนั้นข้าตกใจและหวาดกลัวมาก ตาของข้าถูกผ้าดำผูกปิดไว้แน่น ข้าพยายามร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ทว่ากลับถูกคนกลุ่มหนึ่งใช้ผ้าอุดปากไว้จนไม่อาจส่งเสียงได้”

“คนผู้นั้นใช้มีดสั้นกรีดสร้างบาดแผลฉกรรจ์นับไม่ถ้วนลงบนร่างข้า ทั้งเฆี่ยนตี ลนไฟ...”

“ข้าถูกทรมานอยู่ในนรกนั้นนานหลายชั่วยามจนสุดท้ายก็สลบไสลไป ก่อนจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นในยามเช้าตรู่ และพบว่าตนเองถูกนำมาทิ้งไว้ที่สวนท้ายจวน แล้วพ่อบ้านหม่าก็ขู่คาดโทษข้าว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกผู้ใดเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นข้าจะกลายเป็นเพียงร่างที่ไร้วิญญาณ ข้ากลัวมาก จึงไม่กล้าปริปากบอกใคร จนกระทั่งมาเจอเจ้า”

เสี่ยวเยว่ร้องไห้ออกมาทันทีอย่างสุดกั้น ความขมขื่น ความเจ็บปวด และความอัดอั้นตันใจที่ต้องแบกรับมาเนิ่นนานพรั่งพรูออกมาพร้อมหยาดน้ำตา

ขณะเดียวกัน ทางด้านอันรุ่ยที่ได้ยินเช่นนั้น นางก็นั่งนิ่งงันไปในทันทีด้วยความตกใจ เด็กสาวสวมกอดร่างอันสั่นเทาของเสี่ยวเยว่ไว้แน่น ความนึกคิดภายในอกหนักอึ้งดุจถูกภูเขากดทับ

นางไม่อาจคาดคิดได้เลยว่า เบื้องหลังความโอ่อ่าหรูหราของจวนสกุลกู้แห่งนี้ จะมีปีศาจใจคอโหดเหี้ยมวิปริตซุกซ่อนอยู่ในเงามืดเช่นนี้!

แท้จริงแล้วท่านแม่ต้องทนทุกข์ทรมานในนรกนั้นมาโดยตลอดอย่างนั้นหรือ...

อันรุ่ยพลันใจสลายอีกครั้ง ยามตระหนักได้ว่าช่วงเวลาก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา หยางเหมยต้องถูกลากตัวไปทรมานและเฆี่ยนตีในเรือนลับแห่งนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่ามารดากลับไม่เคยปริปากบอกเล่าความทุกข์ใจออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

ทั้งหมดก็เพื่อปกป้องนางและอันฉิงไว้ทั้งสิ้น!

“แล้วพี่รู้หรือไม่ว่าใครกันที่ลงมือทารุณกรรมพี่เช่นนี้...”

อันรุ่ยเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรีบร้อน ด้วยเข้าใจในความขวัญผวาของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี นางจึงรอคอยคำตอบอย่างเงียบงัน เว้นช่องว่างให้เสี่ยวเยว่รวบรวมความกล้าเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยตนเอง

“ข้า...ข้าไม่รู้เลย ยามนั้นข้ามองไม่เห็นสิ่งใดทั้งสิ้น ได้ยินเพียงแค่เสียงคนสั่งการเท่านั้น...” เสี่ยวเยว่ส่ายหน้ารัว นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความสิ้นหวัง

“ใช่ท่านราชครูหรือไม่?”

อันรุ่ยโพล่งถามออกไปตรง ๆ อย่างไม่อ้อมค้อม ด้วยในใจของนางได้ปักใจคาดเดาไว้ก่อนหน้าแล้ว หากคำตอบจากปากเสี่ยวเยว่ตรงกับสิ่งที่นางคิด นางก็จะสามารถยืนยันได้เต็มอกทันทีว่า การตายของมารดาหาใช่อุบัติเหตุผลัดตกน้ำดังคำลวง ทว่าเป็นการถูกสั่งสังหารโดยราชครูต่างหาก!

“ข้าไม่อาจยืนยันได้ว่าใครเป็นคนทำร้ายข้า เพียงแต่ ข้าจำได้แม่นยำว่าวันหนึ่งก่อนที่ข้าจะถูกลากตัวกลับมาทิ้งที่สวนหลังจวน ข้าได้ยินเสียงราชครูสั่งการกับพ่อบ้านหม่าอยู่...”

เมื่อได้ยินถ้อยคำยืนยันอันหนักแน่น คิ้วของอันรุ่ยก็พลันขมวดมุ่นเข้าหากันแน่น นัยน์ตาทอประกายวาวโรจน์ด้วยความอาฆาตแค้น

เป็นอย่างนางคิดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ราชครูจอมเสแสร้งผู้นั้น แท้จริงแล้วคือปีศาจที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด!