LNCrawler

บทที่ 13 นรกขุมใหม่ (2)

มารร้าย (魔女) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 13 นรกขุมใหม่ (2)

บทที่ 13 นรกขุมใหม่ (2)

ชั่วขณะนั้นเอง หม่าเฟิงพลันสบสายตากับนัยน์ตากลมโตของอันฉิงที่กำลังแอบมองออกมาระหว่างช่องม่านหน้าต่างรถม้า ชายวัยกลางคนจ้องมองเด็กสาวด้วยสายตาไร้ความรู้สึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดชายเสื้อหมุนตัวเดินกลับเข้าสู่จวนสกุลกู้ไป

ทางด้านอันฉิงดึงผ้าม่านปิดลงทันใด นางไม่ได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใดกับองครักษ์ที่นั่งเฝ้าประกบข้าง ด้วยล่วงรู้ดีว่าซักถามไปก็คงมีเพียงความเงียบตอบกลับ เด็กสาวจำต้องทนประคองร่างอยู่ภายในรถม้านี้ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก ด้วยไม่รู้ว่าต่อจากนี้ชะตากรรมของตนจะเป็นอย่างไรบ้าง

เพียงไม่นานนัก รถม้าที่แล่นผ่านราตรีกาลก็ค่อย ๆ ชะลอความเร็วลง และจอดสนิทลง ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ยามเมื่อองครักษ์ส่งสายตาคมกริบเป็นสัญญาณบังคับให้ออกไป อันฉิงจึงจำใจต้องประคองร่างอันอ่อนแรงของอันรุ่ยก้าวลงจากรถม้าด้วยความระแวดระวัง

ยามก้าวลงสัมผัสพื้น อันฉิงจึงได้ล่วงรู้ว่าพวกนางกำลังยืนอยู่ภายในตรอกมืดมิด ชื้นแฉะ และอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้น องครักษ์คนหนึ่งเดินนำหน้า อีกคนประกบหลัง ผลักดันและฉุดลากสองพี่น้องให้ก้าวเดินลึกเข้าไปในตรอกมืด จนกระทั่งไปโผล่ตรงหัวมุมถนนเส้นหนึ่งในแถบชานเมือง

สองพี่น้องถูกต้อนพาแทรกตัวเข้าสู่ประตูด้านหลังของตึกสูงใหญ่สี่ชั้น ยามเมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามา เสียงดนตรีครึกครื้น กลิ่นแป้งร่ำคละคลุ้ง และเสียงหัวเราะต่อกระซิบก็พุ่งปะทะเข้าประสาทสัมผัสทันที

เหล่าสตรีงามในอาภรณ์บางเบาโปร่งแสง เดินควงคู่คลอเคลียหยอกเย้าอยู่กับชายฉกรรจ์หลากวัยอย่างไม่เคอะเขิน ประหนึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาของสถานที่แห่งนี้

อันรุ่ยนั่งมองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาเลื่อนลอย ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ ทว่าอันฉิงกลับรู้สึกหวาดผวาและตื่นตระหนกตกใจอย่างถึงที่สุด ก่อนที่เด็กสาวทั้งสองถูกดึงรั้งขึ้นสู่บันไดชั้นสอง ลัดเลาะไปตามระเบียงห้องหับ

ระหว่างทางเดินก็พลันปรากฏเสียงคร่ำครวญประหลาดอันชวนให้หวาดหวั่นดังเล็ดลอดออกมาจากห้องแต่ละห้อง อันฉิงพยายามปิดหูไม่สนใจ ทว่าภายในใจกลับสั่นระริกด้วยความกลัว

ขณะเดียวกัน องครักษ์ยังคงต้อนพวกนางขึ้นสู่บันไดชั้นสาม ก่อนจะผลักบานประตูหนาหนัก ส่งร่างของสองพี่น้องเข้าไปภายในห้องโถงกว้างอย่างรุนแรง

ภายในห้องปรากฏร่างของชายวัยกลางคนร่างท้วมนั่งจิบสุราคอยท่าอยู่ก่อนแล้ว นัยน์ตาเรียวเล็กทอดมองเด็กสาวทั้งสองด้วยสายตาเรียบเย็น ไร้ซึ่งความแปลกใจหรือตกใจต่อการปรากฏตัวของพวกนางแม้แต่น้อย

“คราวนี้ส่งมาถึงสองคนเชียวหรือ?” ชายผู้นั้นเอ่ยถามเสียงเรียบ

“ใช่แล้ว หัวหน้าพ่อบ้านกำชับว่าให้จัดการกำจัดให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือร่องรอย” องครักษ์แจ้งภารกิจตามที่ได้รับสั่งมา

หม่าเทียน เจ้าของหอคณิกาผู้เป็นญาติผู้น้องของหม่าเฟิงได้กระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย นัยน์ตาโลมเลียทอดมองสองพี่น้องอีกครา ก่อนจะเอ่ยบอกองครักษ์ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ข้ารู้แล้ว ฝากบอกญาติผู้พี่ของข้าด้วยว่าไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ทำให้เขาต้องผิดหวังเป็นอันขาด”

องครักษ์เงาทั้งสองพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับรู้ ก่อนจะหมุนกายก้าวเดินออกจากห้องพักไปและปิดบานประตูลงกลอนแน่นหนา

อันฉิงที่ได้ยินถ้อยคำสั่งการของชายตรงหน้า นัยน์ตากลมโตก็พลันฉายแววตื่นตัวระแวดระวังภัยขึ้นมาในทันใด มือน้อยกุมกระชับมือของอันรุ่ยไว้แน่นหนากว่าเดิม ขณะที่อันรุ่ย แม้สติสัมปชัญญะจะพร่ามัวและเหม่อลอยไปเนิ่นนาน ทว่านางก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติผ่านสัญชาตญาณสายเลือด

ฝ่ามือของน้องสาวที่กำลังเกาะกุมนางอยู่นั้น ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นและสั่นระริกน้อย ๆ อันรุ่ยจึงค่อย ๆ ยื่นสองแขนอันบอบช้ำเข้าไปโอบกอดแขนของอันฉิงไว้แน่น ราวกับจะช่วยเป็นที่พึ่งพิงให้น้องสาว

หม่าเทียนจ้องมองเด็กสาวทั้งสองด้วยสายตาประเมินราคาอย่างรอบคอบ

คนพี่นั้นหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักไม่น้อย ส่วนคนน้องแม้จะยังเด็กเกินไป ทว่าหากเติบโตขึ้นอีกหน่อยก็คงปรากฏเค้าโครงความงามให้เห็นได้ไม่ยาก

ทว่าเขาก็ล่วงรู้ดีแก่ใจ ต่อให้หน้าตาจะพอทำเงินได้มากเพียงใด แต่สภาพของบ่าวรับใช้ที่ผ่านการทารุณกรรมอย่างเหี้ยมโหดมาจากมือขององค์หญิงเจาหนิงนั้น ล้วนแต่บอบช้ำยับเยินจนดูไม่ได้เลยสักคนเดียว!

บาดแผลไหม้พุพองและรอยมีดรอยแส้ฉกรรจ์บนตัวพวกนาง หากจะนำไปประทินโฉมแต่งกายเป็นสินค้าขายให้เหล่าแขกเหรื่อผู้มีเงินได้เชยชม ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง

หม่าเทียนทำได้เพียงส่ายหน้าเบา ๆ ด้วยความเสียดาย ที่ผ่านมา เขาต้องรับหน้าที่จัดการเช็ดล้างกำจัดของเล่นที่องค์หญิงเจาหนิงเบื่อหน่ายมานานหลายปี สภาพความเสียหายของคนที่ถูกส่งมาเป็นอย่างไรนั้น เขาย่อมเคยเห็นมาจนชินชา

การที่มีเด็กสาวถูกส่งมาเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด เพียงแต่ค่อนข้างน่าเสียดายอยู่สักหน่อย ด้วยหากพวกนางยังมีเรือนร่างที่สมบูรณ์ เขาก็คงทำเงินจากพวกนางได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

“เอาล่ะ นับจากนี้ไป ชีวิตของพวกเจ้าเป็นของข้าแล้ว หากยังอยากมีชีวิตรอดต่อไปก็จงทำตัวให้ดี ๆ เสีย”

หม่าเทียนเอ่ยบอกเด็กสาวทั้งสองอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะตะโกนเรียกเด็กรับใช้ที่ยืนคอยอยู่ด้านนอกให้เข้ามา

“พาสองคนนี้ไปส่งให้ป้าจูจัดการสั่งสอนงานเสีย”

สิ้นคำสั่ง หม่าเทียนก็สะบัดมือไล่อย่างไม่ไยดี เด็กรับใช้จึงเร่งต้อนพาอันรุ่ยและอันฉิงก้าวออกจากห้องไปในทันที

อันฉิงและอันรุ่ยเดินก้าวตามเด็กรับใช้ลงสู่ชั้นล่าง ลัดเลาะออกจากตึกสูงใหญ่ มุ่งตรงไปยังเรือนไม้ขนาดกลางที่ตั้งอยู่ทางด้านหลัง อันเป็นเรือนพักอาศัยของเหล่าข้ารับใช้และทาสแรงงานภายในหอคณิกาแห่งนี้

“ป้าจู! ป้าจูขอรับ!” เด็กรับใช้ส่งเสียงตะโกนเรียกใครบางคน

เพียงไม่นานนัก หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมใส่อาภรณ์สีฉูดฉาดโฉ่งฉ่างก็เดินก้าวออกมาจากด้านใน พลางโบกพัดด้ามจิ๋วในมือไปมาด้วยท่าทางหงุดหงิด

“มีเรื่องอันใดกัน! ตะโกนส่งเสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนของข้าเสียจริง คราวนี้มีสิ่งใดอีกเล่า!” หญิงวัยกลางคนเอ่ยพลางตวัดสายตามองค้อนเด็กรับใช้อย่างอารมณ์เสีย

“นายท่านส่งตัวเด็กสองคนนี้มา ให้ป้าจูช่วยสอนงานขอรับ” เด็กรับใช้หนุ่มเร่งบอกความทันที ด้วยเกรงว่าจะถูกอีกฝ่ายตวาดด่าเอาอีกยกใหญ่

ป้าพ่นลมหายใจฟึดฟัดออกมาด้วยความขัดใจ ก่อนจะปรายสายตาเหยียดมองไปยังสองพี่น้องแวบหนึ่ง แล้วบ่นพึมพำออกมาอย่างไม่พอใจ

“เหตุใดรอบนี้ถึงได้ส่งเด็กตัวกะทัดรัดเช่นนี้มาเล่า! สภาพเช่นนี้จะนำไปทำสิ่งใดได้!”

“นายท่านมีคำสั่งลงมาว่าให้พวกนางไปทำงานเป็นทาสแรงงานขอรับ ไม่ต้องให้แต่งตัวรับแขกเบื้องหน้า”

“ข้ารู้แล้ว! เจ้าหมดหน้าที่ก็ไปเสีย” ป้าจูตวาดใส่เด็กรับใช้ ก่อนจะหมุนกายหันมาสั่งการอันฉิงและอันรุ่ยเสียงเข้ม “ส่วนพวกเจ้าสองคนตามข้ามานี่!”

เด็กรับใช้รีบหมุนตัววิ่งกลับเข้าตึกใหญ่ไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อันฉิงยังคงมีความลังเลไม่ไว้วางใจ จึงยืนนิ่งไม่ยอมก้าวขาเดินตามไปในทันที

“ยังจะยืนนิ่งอยู่อีก! บอกให้ตามมาก็จงตามมา! อยากถูกฟาดแส้ก่อนหรืออย่างไรถึงจะพูดจารู้ความ!” ป้าจูหันขวับกลับมามองเด็กทั้งสองตาเขม็ง

“เจ้าค่ะ...”

อันฉิงรับคำเสียงสั่น ก่อนจะจูงมือผู้เป็นพี่สาวเดินก้าวตามป้าจูไปอย่างไร้ทางเลือก พวกนางถูกพาตัวไปยังเรือนพักอีกหลังที่ตั้งอยู่ทางด้านข้าง ซึ่งมีห้องหับเรียงรายติดกันหลายห้อง ป้าจูผลักบานประตูห้องพักห้องใหญ่เปิดออก เผยให้เห็นสภาพภายในห้องที่อับชื้น ซึ่งมีเหล่าสตรีและหญิงสาวหลายคนอาศัยอยู่รวมกัน ทั้งวัยเยาว์ วัยสาว และวัยชราในชุดบ่าวชั้นต่ำ

“พวกเจ้าทั้งหมดฟังข้าให้ดี! นี่คือเด็กใหม่ พวกเจ้าช่วยสอนงานให้พวกนางด้วยก็แล้วกัน!”

กล่าวจบ ป้าจูก็หมุนกายเดินแยกตัวกลับออกไปอย่างไม่ใส่ใจสิ่งใดอีก ปล่อยให้อันฉิงและอันรุ่ยทำได้เพียงหันมาสบสายตากันด้วยความมึนงง ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ของเหล่าทาสหญิงที่จับจ้องมองมายังพวกนางเป็นจุดเดียว