LNCrawler

บทที่ 28 ทางเลือกที่หยิบยื่นให้ (2)

มารร้าย (魔女) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 28 ทางเลือกที่หยิบยื่นให้ (2)

บทที่ 28 ทางเลือกที่หยิบยื่นให้ (2)

ชายชุดดำหรี่นัยน์ตาคมกริบลงจ้องมองนางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยบอกขั้นตอนที่ต้องทำอย่างไม่รีบร้อน

“ในวันพรุ่งนี้ ก่อนที่จะมีการประกาศคำตัดสินโทษของสกุลหม่าอย่างเป็นทางการ ท่านจงขอร้องให้ผู้คุมเรียกตัวใต้เท้าหลิ่วมาพบเป็นการด่วน โดยอ้างชื่อของแม่นมหลิ่ว จากนั้นจงยื่นข้อเสนอเรื่องสมุดบันทึกรายชื่อสินค้าลับ เพื่อแลกกับการละเว้นโทษประหารชีวิตของคนสกุลหม่าทั้งหมด”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮูหยินหม่าก็พลันเบิกตากว้างด้วยความตระหนกตกใจ เนื่องจากเรื่องสมุดบันทึกลับนี้นางไม่คาดคิดเลยว่าคนนอกจะล่วงรู้ด้วย เพราะนี่คือความลับที่มีเพียงนางและสามีเท่านั้นที่รู้เห็น!

ด้วยหม่าเทียนเป็นคนขี้ระแวงและไม่เคยไว้ใจผู้ใด เขาจึงได้ลอบทำบันทึกรายชื่อสินค้ามนุษย์และสตรีที่ส่งมอบให้แก่ผู้มีอำนาจล้นฟ้าท่านนั้นขึ้นมาอย่างลับ ๆ เพื่อเก็บไว้เป็นไพ่ตายสำหรับต่อรองเอาชีวิตรอดในยามคับขัน

ซึ่งก่อนหน้านี้หม่าเทียนได้บอกเล่าเรื่องนี้พร้อมทั้งบอกตำแหน่งที่ซ่อนลับเอาไว้ให้นางฟัง ทว่าเพราะถูกจับกุมตัวอย่างกะทันหัน นางจึงยังไม่ทันได้คิดหาทางใช้ประโยชน์จากมัน

แล้วชายชุดดำผู้นี้ล่วงรู้ความลับนี้ได้อย่างไรกัน!

ทางด้านชายชุดดำที่อ่านสายตาและคาดเดาความตื่นตระหนกของนางออก เขากลับไม่ได้คิดจะใส่ใจอธิบายความแต่อย่างใด เขาเพียงปรายตามองไปยังเหล่าสตรีสกุลหม่าที่นอนระเกะระกะอยู่เบื้องหลัง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับใบหน้าซีดเซียวของฮูหยินหม่า แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์

“ฮูหยินหม่า ท่านคิดดูให้ดีเถิด เพราะมีเพียงหนทางนี้หนทางเดียวเท่านั้นที่จะช่วยรักษาลมหายใจของคนสกุลหม่าไว้ได้ เมื่อท่านพบหน้าใต้เท้าหลิ่วแล้ว จงบอกกับเขาว่าบันทึกรายชื่อฉบับนั้นได้ถูกคัดลอกเก็บไว้เป็นสองฉบับ”

“ฉบับแรก ให้ท่านบอกตำแหน่งที่ซ่อนแก่เขา เพื่อเป็นหลักฐานพิสูจน์ว่าท่านมีบันทึกนั้นอยู่ในกำมือจริง”

“ส่วนฉบับที่สอง จงบอกเขาว่า ท่านจะยอมเปิดเผยที่ซ่อนให้ก็ต่อเมื่อคนสกุลหม่าทั้งหมดได้รับการอภัยโทษและถูกปล่อยตัวพ้นจากคุกหลวงไปแล้วเท่านั้น และแน่นอนว่าใต้เท้าหลิ่วจะไม่มีทางกล้าปฏิเสธข้อเสนอนี้อย่างแน่นอน”

เมื่อได้ฟังแผนการอันแยบยลจนจบ ฮูหยินหม่าก็ยิ่งคิดหนักและจมดิ่งลงสู่ความกังวล เพราะไม่มีสิ่งใดมารับประกันได้เลยว่า หากนางยอมเดินตามแผนการนี้แล้วจะสามารถรักษาชีวิตของคนในครอบครัวไว้ได้จริง หรือกำลังจะถูกหลอกใช้เป็นหมากตัวหนึ่ง นางจึงเอ่ยถามหยั่งเชิงอีกคราเพื่อค้นหาเจตนาที่แท้จริง

“เจ้ายื่นมือช่วยเหลือสกุลหม่าเช่นนี้ เจ้าต้องการสิ่งใดตอบแทนกันแน่?”

ชายชุดดำไม่ได้ตอบคำถามของนางเช่นเดิม เขายังคงรักษากิริยาสงบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำทิ้งท้ายอันแสนเย็นเยียบเสียดแทงใจ

“สิ่งที่นายท่านของข้าต้องการ สกุลหม่าไม่มีปัญญาหามาแลกเปลี่ยนได้หรอก ในเมื่อข้ามอบหนทางรอดให้แก่ท่านแล้ว ท่านจะเลือกเดินตามหรือเลือกนอนรอความตาย ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวท่านเอง...”

สิ้นเสียง ชายชุดดำก็หมุนตัวเร้นกายหายลับไปในเงามืดของทางเดินคุกหลวงอย่างไร้ร่องรอย

ทางด้านฮูหยินหม่าเองก็ได้ทิ้งตัวลงนั่งพิงแผ่นหลังกับลูกกรงขังอันเย็นเฉียบอย่างหมดเรี่ยวแรง นางกวาดสายตามองดูเหล่าสตรีและเด็กในสกุลหม่าที่กำลังนอนหลับใหลอย่างไม่รู้ชะตากรรมครู่หนึ่ง

นี่เป็นเพียงคนส่วนหนึ่งเท่านั้น ทว่ายังมีสายเลือดสกุลหม่าอีกหลายร้อยชีวิตที่ถูกแยกขังไว้ในคุกชาย หากนางมัวแต่นิ่งเฉยและหวาดกลัว ก็เท่ากับเป็นการเฝ้ามองคนสกุลหม่าทั้งหมดต้องพบกับความตายเพียงสถานเดียว

ดังนั้นขอเพียงมีโอกาสที่จะรักษาชีวิตของทุกคนเอาไว้ได้ ต่อให้แผนการที่ชายลึกลับผู้นั้นเสนอมาจะเต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตรายเพียงใด ทว่ามันก็ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีและมีความหวังที่สุดที่นางพอจะทำได้ในตอนนี้

ทันใดนั้นเอง ฮูหยินหม่าก็กำหมัดแน่นก่อนจะกัดฟันตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ว่านางจะยอมทำตามแผนการของชายปริศนา และเรียกพบใต้เท้าหลิ่วในรุ่งสางวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน!

 

ในวันรุ่งขึ้น ทันทีที่หลิ่วโม่ก้าวเท้าเข้าสู่ห้องทำงานที่กรมยุติธรรม บรรยากาศรอบกายยังคงตลบอบอวลไปด้วยความตึงเครียด ในเมื่อเขารับปากกับมารดาไว้เป็นมั่นเหมาะแล้วว่าจะแสร้งทำเป็นหลับตาข้างหนึ่ง ไม่รู้ไม่เห็นต่อความผิดอันดำมืดของสกุลกู้ เขาก็ควรเร่งรัดสะสางและปิดฉากคดีนี้ให้จบสิ้นไปเสียโดยเร็ว เขาจึงนั่งลงจรดพู่กันร่างคำสั่งประกาศบทลงโทษสกุลหม่าด้วยตนเอง

ทว่ายังไม่ทันที่หมึกดำบนแผ่นกระดาษจะได้แห้งสนิทดี ทหารผู้ทำหน้าที่เฝ้าเวรยามหน้าคุกหลวงก็สาวเท้าก้าวพรวดพราดเข้ามาขอเข้าพบเป็นการด่วน หลิ่วโม่จำต้องวางพู่กันลงพลางเงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่สบอารมณ์

“มีเรื่องด่วนอันใด?” เขาเอ่ยถามเสียงเข้ม

“เรียนใต้เท้า ผู้คุมรายงานมาว่าฮูหยินหม่าต้องการขอพบท่านเป็นการส่วนตัวโดยด่วนขอรับ”

ทหารหนุ่มรายงานตามคำร้องขอ ซึ่งหลิ่วโม่ไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจแม้แต่น้อย ด้วยคิดว่าเป็นเพียงเรื่องธรรมดาสามัญที่นักโทษใกล้หมดทางรอดจะดิ้นรนร้องขอความเมตตา

“กลับไปบอกนางเสียว่าข้าไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องไปพบนาง” เขาเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์

“แต่นางฝากความมาเน้นย้ำว่ามีสิ่งของสำคัญจะใช้เจรจาต่อรองกับท่านขอรับ นางบอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงมารดาของใต้เท้าโดยตรงขอรับ”

เพียงแค่ได้ยินชื่อมารดาตนหลุดออกมาจากปากทหารเวรยาม ร่างของหลิ่วโม่ก็พลันชะงักงันไปในทันใด แม้จะไม่ล่วงรู้ว่าฮูหยินหม่ามีสิ่งใดอยู่ในกำมือ ทว่าหากเรื่องนี้ไร้ซึ่งมูลความจริง นางคงไม่กล้าหาญชาญชัยนำชื่อมารดาของเขาขึ้นมาอ้างเป็นข้อต่อรองเช่นนี้แน่

หลิ่วโม่ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ไม่รอช้ารีบก้าวเท้ายาวมุ่งตรงไปยังคุกหลวงใต้ดินในทันที

เมื่อก้าวมาถึงหน้าห้องขังเดี่ยวที่คุมขังฮูหยินหม่าไว้ หลิ่วโม่ก็ยกมือสั่งการให้เหล่าผู้คุมทั้งหมดล่าถอยออกไปรอด้านนอกทางเดิน เพื่อที่เขาจะได้เจรจากับนางเป็นการส่วนตัว

“ฮูหยินหม่า เจ้าให้คนไปตามข้ามาพบ มีเรื่องอันใดก็ว่ามา” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกดดัน

ฮูหยินหม่าที่ยืนเกาะลูกกรงขังอยู่ เงยใบหน้าซีดเซียวขึ้นสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว

“ใต้เท้าหลิ่ว ขอเพียงแค่ท่านยอมละเว้นโทษตายคนสกุลหม่าทั้งหมด ข้าจะยอมส่งมอบหลักฐานชิ้นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับซ่องนางโลมเถื่อนและการค้ามนุษย์ให้แก่ท่านเป็นการแลกเปลี่ยน”

“หลักฐานอันใดกัน?” หลิ่วโม่ถามเสียงเข้ม นัยน์ตาหรี่ลงอย่างจับผิด

“หลักฐานที่เชื่อมโยงถึงแม่นมหลิ่วอย่างไรเล่า หากท่านยอมรับข้อเสนอ ข้าก็จะบอกที่ซ่อนของมันให้แก่ท่าน!” ฮูหยินหม่าเปิดปากบอกความต้องการอย่างตรงไปตรงมา

“ฮูหยินหม่า! เจ้าอย่าได้คิดแต่งเรื่องโกหกเพื่อดิ้นรนเอาตัวรอดไปหน่อยเลย มันไม่ได้มีประโยชน์อันใดแล้ว!”

“จริงหรือเท็จ ขอเพียงใต้เท้าหลิ่วส่งคนไปพิสูจน์ดูก็รู้แล้ว” ฮูหยินหม่าเชิดหน้าขึ้น เอ่ยสำทับด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความมั่นใจตามแผนการที่ชายชุดดำวางไว้

“ก่อนหน้านี้ สามีของข้าล่วงรู้ดีว่าคนที่อยู่เบื้องหลังไม่อาจไว้ใจได้ เขาจึงได้ลอบทำสำเนาบันทึกรายชื่อสตรีและเหยื่อทั้งหมดที่ถูกส่งมอบมายังซ่องนางโลมเอาไว้สองฉบับ ข้าจะบอกท่านว่าฉบับแรกซุกซ่อนอยู่ที่ใด เพื่อพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าข้ามีหลักฐานนั้นอยู่จริง! ส่วนฉบับที่สอง...ข้าจะยอมเปิดเผยที่ซ่อนให้ก็ต่อเมื่อคนสกุลหม่าทั้งหมดรอดพ้นโทษตายไปแล้วเท่านั้น!”

ท่าทีมั่นใจของนางพลันทำเอาหัวใจของหลิ่วโม่เริ่มสั่นคลอนด้วยความลังเลใจ

“ได้ เช่นนั้นก็จงบอกมาว่าบันทึกฉบับแรกซ่อนอยู่ที่ใด หากมีอยู่จริงดังที่เจ้ากล่าวอ้าง ข้าจะยอมพิจารณาละเว้นโทษตายคนสกุลหม่า”

“ในจวนสกุลหม่า บริเวณสวนหลังเรือนหลักมีต้นแปะก๊วยโบราณยืนต้นอยู่เพียงต้นเดียว ท่านจงส่งคนไปขุดใต้โคนต้นแปะก๊วย ลึกลงไปสามฉื่อจะพบหีบไม้ใบหนึ่งซุกซ่อนอยู่ ในนั้นมีบันทึกฉบับแรกที่ท่านต้องการ”

หลิ่วโม่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดตอบกลับ เขาหันไปเรียกตัวองครักษ์คนสนิทเข้ามา สั่งการด้วยเสียงกระซิบให้เร่งรัดนำกำลังมุ่งหน้าไปยังจวนสกุลหม่าเพื่อตรวจสอบตามตำแหน่งที่ได้รับแจ้งทันที ส่วนตัวเขาหมุนกายก้าวเดินกลับมายังห้องทำงานด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดจนคิ้วขมวดเกร็งเป็นปมแน่น