บทที่ 45 แผนร้าย (1)
บทที่ 45 แผนร้าย (1)
บทที่ 45 แผนร้าย (1)
ด้านหลานหลิน หลังจากส่งอันฉิงลงหน้าจวนสกุลอันเรียบร้อยแล้ว ทันทีที่รถม้าหรูหราเคลื่อนตัวกลับมาเทียบลงหน้าจวนสกุลหลาน นางก็ก้าวเท้าสะบัดชายกระโปรงลงจากรถม้าด้วยสีหน้าดำมืดและบูดบึ้งถึงขีดสุด
บ่าวไพร่ตลอดสองข้างทางต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดผวา ยามเห็นไอรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมารอบกายของคุณหนูใหญ่
เพล้ง!
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูห้องนอนส่วนตัว บานประตูปิดสนิทลง หลานหลินก็คว้าถ้วยชาลายครามเนื้อดีบนโต๊ะ เหวี่ยงกระแทกลงบนพื้นกระเบื้องอย่างแรงจนแตกกระจายละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ดวงหน้างามที่เคยอ่อนหวานบิดเบี้ยวด้วยเพลิงโทสะและความอัปยศอดสูที่สุมแน่นอยู่ในอก ความเย็นชา ไร้เยื่อใย และการปฏิบัติราวกับนางเป็นเพียงอากาศธาตุขององค์หญิงเจาหนิงและคนในจวนสกุลกู้ในวันนี้ มันคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของสตรีอันดับหนึ่งจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
ตลอดเวลาที่ผ่านมา จวนราชครูกู้ไม่เคยมีท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์นางถึงเพียงนี้ และคนเดียวที่จะสามารถทำลายชื่อเสียงของนาง ยุแยงให้องค์หญิงเจาหนิงตั้งแง่รังเกียจ และนำเรื่องราวความผิดของหลานเฉินในลานล่าสัตว์ไปเปิดโปงจนหมดเปลือก ก็ย่อมไม่มีผู้ใดอื่นนอกจากมู่ชิงเหยา สตรีแพศยาผู้นั้นเพียงคนเดียวเท่านั้น!
ยิ่งคิด หลานหลินก็ยิ่งเคียดแค้นชิงชังจนแทบกระอักเลือด นางลอบกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อตัวเอง ความริษยาและหวาดกลัวว่าจะสูญเสียกู้จิ่นหยางไปผลักดันให้นางตัดสินใจลงมืออย่างเด็ดขาด
ในเมื่อมู่ชิงเหยากล้าใช้วิธีการอันต่ำช้าเพื่อตัดเส้นทางรักและกีดกันนางออกจากกู้จิ่นหยาง เช่นนั้นก็อย่าได้หวังเลยว่านางจะยอมรามือหรือปรานีอีกต่อไป
“ซู่ซู่! ไปนำกระดาษและพู่กันมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
หลานหลินตวาดสั่งการด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดดุดัน สาวใช้คนสนิทที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ริมห้อง รีบกุลีกุจอจัดแจงฝนหมึกและกางแผ่นกระดาษลงบนโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว
หลานหลินคว้าพู่กัน จุ่มน้ำหมึกสีดำขลับแล้วจรดปลายพู่กันเขียนจดหมายลับขึ้นมาอย่างรวดเร็วถึงสองฉบับ แววตาคมกริบฉายประกายอำมหิตและเจ้าเล่ห์ ยามเมื่อหมึกแห้งสนิท นางจึงพับจดหมายผนึกตราประทับแน่นหนา แล้วยื่นส่งให้แก่ซู่ซู่
“เจ้าจงนำจดหมายฉบับแรกนี้ ลอบส่งไปให้ถึงมือของคุณหนูป๋าย ส่วนจดหมายอีกฉบับหนึ่ง จงส่งไปให้ถึงมือของมู่ชิงเหยา!”
“เจ้าค่ะคุณหนู บ่าวจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
ซู่ซู่ค้อมกายรับจดหมายทั้งสองฉบับมาถือไว้อย่างระมัดระวัง โดยไม่กล้าเอ่ยปากซักถามสิ่งใดแม้แต่ครึ่งคำ ก่อนจะรีบถอยร่นออกจากห้องไปทำตามคำสั่งอย่างเร่งด่วน
ภายในห้องนอนอันเงียบสงัด หลานหลินค่อย ๆ ยืดตัวตรง ริมฝีปากแต้มชาดกระตุกรอยยิ้มเยียบเย็นและเหี้ยมเกรียมขึ้นมาที่มุมปาก นัยน์ตาวาวโรจน์ไปด้วยประกายแห่งการทำลายล้าง แผนการวางยาปลุกกำหนัดและจัดฉากให้อีกฝ่ายต้องตกเป็นของบุรุษอื่นผุดขึ้นมาในหัวอย่างสมบูรณ์แบบ
ในเมื่อมู่ชิงเหยารักในศักดิ์ศรีและความสง่างามนัก นางก็อยากจะรู้นักว่า หากมู่ชิงเหยากลายเป็นสตรีเปื้อนมลทินที่ผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวงต่างชี้หน้าประณามแล้ว อีกฝ่ายจะยังคงมีหน้ามาลอยหน้าลอยตาแย่งชิงกู้จิ่นหยางไปจากนางได้อยู่อีกหรือไม่!
จวนสกุลมู่
เย็นวันนั้น ภายหลังจากร่วมโต๊ะทานอาหารค่ำร่วมกับบิดาเสร็จสิ้น มู่ชิงเหยาก็ได้กลับมานั่งพักผ่อนรับลมเย็นอยู่ริมระเบียงเรือนพักของตนท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบยามราตรี
ทันใดนั้นเอง สาวใช้คนสนิทก็ก้าวเท้ารีบร้อนเข้ามารายงาน พร้อมกับประคองซองจดหมายฉบับหนึ่งส่งมอบให้ถึงมือ
“เรียนคุณหนู คนของคุณหนูหลานนำจดหมายฉบับนี้มาส่ง แจ้งกำชับว่าต้องส่งมอบให้ถึงมือคุณหนูโดยเร็วที่สุดเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินชื่อของคุณหนูหลาน คิ้วเรียวงามของมู่ชิงเหยาก็ขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความฉงน นางรับซองจดหมายมาคลี่เปิดอ่านทันที ด้วยใคร่รู้ว่าสตรีจอมเสแสร้งผู้นั้นยังมีลูกไม้อันใดจะมาเล่นงานนางอีก
ข้อความบนแผ่นกระดาษถูกเขียนขึ้นอย่างเร่งร้อน ระบุถ้อยคำสั้น ๆ เพียงขอนัดพบปะเป็นการส่วนตัวนอกจวน โดยอ้างว่ามีเรื่องสำคัญยิ่งยวดคอขาดบาดตายที่จำเป็นต้องปรึกษาหารือกับนางแต่เพียงผู้เดียว
มู่ชิงเหยาพับกระดาษจดหมายเก็บลงช้า ๆ แววตาคมกล้าฉายประกายเยือกเย็นและเรียบนิ่ง
นางย่อมคาดเดาได้ไม่ต่างจากที่คิดนัก การที่หลานหลินร้อนรนส่งจดหมายมานัดพบลับ ๆ เช่นนี้ คงไม่พ้นเรื่องคดีความในลานล่าสัตว์และเรื่องแพะรับบาปที่สกุลหลานสร้างขึ้น ซึ่งในยามนี้บิดาของนางกำลังส่งองครักษ์เงาเข้าจับตาดูอย่างใกล้ชิด หลานหลินคงคิดจะมาเจรจาต่อรอง หรือหาข้ออ้างแก้ตัวเพื่อเอาตัวรอดเป็นแน่
สายลมราตรีพัดกิ่งไผ่เสียดสีกันแผ่วเบา มู่ชิงเหยาลูบปลอกกระบี่คู่กายที่วางอยู่ข้างโต๊ะอย่างเยือกเย็น นางตระหนักดีว่าการนัดพบในยามวิกาลเช่นนี้ย่อมแฝงกลิ่นอายความผิดปกติ ทว่าความโอหังและมั่นใจในฝีมือตนเองกลับมีมากกว่าความหวาดระแวง
แม้จะรู้ดีว่าการไปพบศัตรูอาจแฝงไว้ด้วยเล่ห์เหลี่ยม ทว่ามู่ชิงเหยาก็ไม่ได้นึกหวั่นเกรงแม้แต่น้อย
ด้วยตัวนางฝึกปรือเพลงยุทธ์และเติบโตมาในค่ายทหาร ลำพังเพียงคุณหนูในห้องหออย่างหลานหลิน ต่อให้คิดแผนการตื้นเขินอันใดขึ้นมา นางก็ย่อมสามารถใช้กำลังและสติปัญญาบดขยี้ให้แหลกคามือได้อย่างง่ายดาย
อีกทั้งการไปเยือนครานี้ อาจเป็นโอกาสดีที่นางจะได้เค้นเอาความจริงเรื่องความชั่วช้าของสกุลหลานออกมาด้วยตาตนเอง
มู่ชิงเหยาจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะเดินทางไปตามนัดหมายในค่ำคืนนี้ เพื่อเผชิญหน้าและดูว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะเล่นตลกอะไรกันแน่!
จวนสกุลอัน
ตกดึกในคืนเดียวกันนั้น แสงตะเกียงน้ำมันส่องสว่างนวลตาอยู่ภายในห้องนอนอันเงียบสงบของอันฉิง หญิงสาวยังคงนั่งพลิกอ่านหน้าตำราอย่างสุขุมเยือกเย็น
เพียงครู่หนึ่ง เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาก็ดังขึ้น มู่ลี่ประคองถาดน้ำแกงบำรุงเข้ามาปรนนิบัติผู้เป็นนายตามเวลา ก่อนจะก้มตัวลงกระซิบรายงานข่าวลับที่เพิ่งได้รับมา
“เรียนคุณหนู องครักษ์ส่งรายงานความเคลื่อนไหวจากจวนสกุลหลานมาแล้วเจ้าค่ะ ค่ำวันนี้คุณหนูหลานหลินได้ส่งจดหมายเพื่อนัดหมายคุณหนูมู่ชิงเหยาให้ไปพบที่อาราม ยิ่งไปกว่านั้น นางยังได้ส่งเทียบเชิญไปยังคุณหนูตระกูลขุนนางอื่น ๆ ให้เดินทางไปที่นั่นพร้อมเพรียงกันอีกด้วย”
“คนของเรายืนยันว่า คุณหนูหลานกำลังวางแผนหมายจะวางยากำหนัดคุณหนูมู่ เพื่อทำลายความบริสุทธิ์และประจานให้นางเสื่อมเสียเกียรติยศต่อหน้าธารกำนัลเจ้าค่ะ”
ทันทีที่ได้ฟังรายงานจบ มุมปากงามของอันฉิงก็พลันกระตุกรอยยิ้มเย็นเยียบและพึงพอใจออกมา นางค่อย ๆ ละสายตาจากม้วนตำราในมือ แววตาคมกริบทอประกายขบขันระคนสมเพช
“คุณหนูหลานผู้นี้ ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง ช่างขยันสรรหาหนทางมาขุดหลุมฝังตระกูลหลานของตนเองให้ข้าโดยแท้ เช่นนี้ข้าก็ไม่ต้องเปลืองแรงแม้แต่น้อย...”
อันฉิงวางตำราลงบนโต๊ะ ก่อนจะตวัดพู่กันเขียนจดหมายลับขึ้นมาฉบับหนึ่งอย่างรวดเร็ว หมึกดำตวัดเป็นรหัสลับอย่างประณีต เมื่อผนึกแน่นหนา นางจึงยื่นส่งให้แก่มู่ลี่
“เจ้าจงนำจดหมายฉบับนี้ลอบส่งไปให้ถึงมือของจวิ้นอ๋องโดยเร็วที่สุด และสั่งให้คนของเราแอบส่งเบาะแสลับเรื่องนี้ไปเข้าหูของหลานเฉินด้วย ในเมื่อมีงิ้วฉากเด็ดให้ชมถึงเพียงนี้ ย่อมต้องแบ่งปันให้ผู้คนมาร่วมชมกันอย่างพร้อมหน้า ยิ่งตัวละครมารวมกันมากเท่าใด เรื่องราวก็ยิ่งสนุกครึกครื้นขึ้นเท่านั้น”
“บ่าวน้อมรับคำสั่งเจ้าค่ะ!”
มู่ลี่รับจดหมายแล้วเร้นกายออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อความเงียบสงัดหวนกลับมาครอบงำอีกครั้ง อันฉิงจึงค่อย ๆ เลื่อนเปิดลิ้นชักโต๊ะไม้ แล้วหยิบกล่องไม้ฉลุลายใบเก่าออกมา ภายในบรรจุขนมแบบเดียวกับที่นางเคยนำไปมอบให้กู้จิ่นหยางเมื่อเช้า
มือเรียวงามหยิบขนมชิ้นโปรดที่ชายหนุ่มคุ้นเคยขึ้นมากัดชิมคำหนึ่ง รสหวานละมุนแผ่ซ่านทั่วปลายลิ้น อันฉิงเอนแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างยามราตรีด้วยแววตาลึกล้ำเกินหยั่งถึง
ความมืดมิดภายนอกกำลังกลืนกินทุกสิ่ง เช่นเดียวกับแผนการของนางที่กำลังดำเนินไปข้างหน้าโดยไม่มีผู้ใดหยุดยั้งได้
นางได้แต่หวังอยู่ในใจว่า ภายภาคหน้าเมื่อแผนการของนางสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เขาจะยังคงเป็นเช่นเดิมไม่เปลี่ยนไปจากคนในความทรงจำของนาง
ซึ่งนางจะทำให้เป็นเช่นนั้นเอง!
ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร นางจะทำให้เขายังคงส่องสว่างเช่นเดิมอยู่เสมอ...