LNCrawler

บทที่9 ผู้ช่วยวิญญาณกับภารกิจจับไก่

[มี Ebook] ปรมาจารย์สายมูทะลุมิติยุค60 ขอใช้ศาสตร์ลี้ลับปราบผีแลกข้าว — novel.dek d.com · All chapters

บทที่9 ผู้ช่วยวิญญาณกับภารกิจจับไก่

เงินสี่หยวนที่ได้จากการขายยันต์ให้อู๋เจิ้นกั๋วในวันนี้ ถูกใช้ไปจนแทบหมดเกลี้ยง เหลือติดตัวอยู่เพียงสองเหมา เดิมทีเจียงหลานตั้งใจเก็บเงินก้อนสุดท้ายนี้ไว้ เพื่อให้ผู้เป็นพ่อนำไปแลกข้าวจากคนในหมู่บ้านสำหรับมื้อพรุ่งนี้ แต่ในเมื่อจะใช้เงินแล้ว ก็ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด

เจียงหลานยื่นเงินทั้งหมดให้เจียงผิง ก่อนบอกให้เขากลับไปที่ร้านอาหารซิ่งฝูเพื่อซื้อซาลาเปาไส้หมู ราคาลูกละสองเฟิน เงินสองเหมาจึงซื้อมาได้ทั้งหมดสิบลูกพอดี

คราวนี้สองพ่อลูกหมดเนื้อหมดตัวอย่างแท้จริง

เมื่อเจียงผิงซื้อซาลาเปากลับมา เจียงหลานก็แบ่งให้วิญญาณหัวโล้นสองลูก อีกฝ่ายมองซาลาเปาที่ถูกส่งมาตรงหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย กลิ่นหอมของไส้หมูทำเอาน้ำหูน้ำตาไหลออกมา

ผีหัวโล้นกินไปพลางประกาศความภักดีไปพลาง “ท่านอาจารย์ ขอบคุณมากครับ! ถึงท่านจะไม่ต้องการให้ผมเป็นวัวเป็นม้า แต่ผมตัดสินใจแล้วว่า ต่อไปนี้จะขอติดตามรับใช้ท่านตลอดไป!”

เจียงหลานไม่ได้โต้แย้ง เพียงกำชับว่า “กินเสร็จแล้วก็กลับไปช่วยฉันจับไก่ในป่าด้วยนะคะ”

วิญญาณหัวโล้นชะงักไปอย่างงุนงง เขาเป็นเพียงดวงวิญญาณ จะไปจับไก่ที่มีร่างเนื้อได้อย่างไร หากสามารถหยิบจับสิ่งของในโลกมนุษย์ได้จริง ก็คงไม่ต้องอดอยากจนถึงขั้นกล้าเข้ามาขวางทางเจียงหลาน ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใครมาจากไหน

หลังจากเดินทางตลอดทั้งคืนจนกลับมาถึงอารามเต๋า เจียงหลานก็เข้าไปง่วนอยู่ในห้องครัว เสียงไม้กระทบกันดังโครมครามอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกิ่งไม้ขนาดเท่าข้อมือ ซึ่งปลายด้านหนึ่งถูกเหลาเสียแหลมคม

เธอคว้าวิญาณหัวโล้น ก่อนจะผลักเขาเข้าไปในกิ่งไม้นั้น ผีตนนั้นรู้สึกราวกับถูกแรงบางอย่างกระแทกเข้าที่แผ่นหลัง วินาทีต่อมาก็พบว่าตนเองถูกผนึกอยู่ภายในกิ่งไม้เสียแล้ว

เขาลองดิ้นรนเล็กน้อย ก็ได้ยินเสียงอ่อนโยนของเจียงหลานดังขึ้น ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไว้ด้วยคำเตือนอย่างชัดเจน “เลิกดิ้นได้แล้วค่ะ หากไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน คุณไม่มีทางออกจากกิ่งไม้นี้ได้ และแน่นอนว่า...อย่าคิดใช้โอกาสนี้ไปทำร้ายใครด้วย”

“ท่านอาจารย์ ผมไม่มีทางทำร้ายใครหรอกครับ ผมแค่อยากติดตามท่านไปกินของอร่อยเท่านั้นเอง”

เจียงหลานตบกิ่งไม้เบาๆ อย่างพึงพอใจ แม้ยังไม่รู้ว่าผู้ช่วยคนใหม่นี้จะพึ่งพาได้มากน้อยเพียงใด แต่เธอก็ยังเอ่ยด้วยน้ำเสียงคาดหวัง “ไปเถอะค่ะ คุณหัวโล้น เวลากลางคืนทำงานสะดวกกว่า เมื่อพบไก่แล้วก็ใช้กิ่งไม้นี้เสียบมันกลับมาเลยนะคะ”

 

เช้าวันรุ่งขึ้น...

เจียงหลานมองสิ่งของที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนตกอยู่ในความเงียบงัน ตรงกันข้ามกับเจียงผิงที่ไม่ได้เงียบตามไปด้วย เขาหยิบผลท้อป่าลูกหนึ่งไปล้าง ก่อนกินสลับกับกัดซาลาเปาอย่างเอร็ดอร่อย

เจียงหลานรู้ว่าวผีหัวโล้นเพิ่งกลับมาตอนใกล้รุ่ง นั่นหมายความว่าเขาออกตระเวนอยู่ในป่ามาตลอดทั้งคืน

แต่หลังจากวุ่นวายมาตลอดคืน สิ่งที่นำกลับมาได้กลับมีเพียงผลท้อป่าหนึ่งตะกร้าเท่านั้นหรือ?

“ไก่ของฉันอยู่ที่ไหนคะ?” เจียงหลานตวัดสายตามองคุณหัวโล้น

วิญญาณหัวโล้น “คือว่า ท่านอาจารย์ครับ ไก่ป่าบนภูเขาแถวนี้มีน้อยมาก แล้วผมก็ไม่กล้าเข้าไปในป่าลึกด้วย วิญญาณเร่ร่อนในนั้นดุร้ายกันทั้งนั้น อีกอย่าง...ผมกลัวว่าจะหลงทางจนหาทางกลับมาไม่ได้ครับ”

“ฮ่าๆ” เจียงผิงอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เมื่อได้ยินว่าดวงวิญญาณตนหนึ่งกลัวหลงทาง

เจียงหลานตวัดสายตาเย็นเยียบไปทางผู้เป็นพ่อ เจียงผิงรีบหุบยิ้มฉับ ก่อนก้มหน้ากัดผลท้อต่ออย่างว่าง่าย

“ท่านอาจารย์ พรุ่งนี้...ผมจะพยายามจับไก่กลับมาให้ท่านให้ได้ครับ”

สีหน้าของเจียงหลานยิ่งเคร่งขรึม บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบสงัดลงกว่าเดิม

คุณหัวโล้นรีบอธิบายอย่างลนลาน “ท่านอาจารย์ เมื่อคืนผมบังเอิญพบต้นท้ออยู่บนเขาด้วยนะครับ บนนั้นมีผลเต็มต้นเลย ของที่ผมนำกลับมาเป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้น ยังเหลืออยู่อีกมาก ผมพาท่านไปเก็บกลับมาได้ครับ!”

เจียงหลานก้มมองผลท้อในตะกร้า แต่ละลูกมีขนาดไม่ใหญ่ ซ้ำรูปร่างยังบิดเบี้ยวไม่น่ามอง เธอถอนหายใจยาว ดูเหมือนว่าครั้งนี้คงประเมินผีหัวโล้นผิดไปจริงๆ อีกฝ่ายคงมีความสามารถโดดเด่นเพียงเรื่องกินเท่านั้น

อย่างน้อยเขาก็ยังอุตส่าห์พบต้นท้อ และนำผลกลับมาได้หนึ่งตะกร้า ถือว่าพอมีประโยชน์อยู่บ้าง แม้จะน้อยนิดเหลือเกินก็ตาม

เจียงหลานถอนหายใจอีกครั้ง ต่อไปนี้เธอจะไม่รับเลี้ยงวิญญาณตนใดโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนอีกแล้ว เธอเลือกผลท้อออกมาหนึ่งลูก ใช้คาถาชำระล้าง ก่อนกินคู่กับซาลาเปาที่เหลือจากเมื่อคืน

ระหว่างที่เธอกำลังกิน ดวงวิญญาณทั้งสอง ก็เอาแต่จ้องอาหารในมือด้วยดวงตาเป็นประกาย ทุกครั้งที่เจียงหลานกลืนอาหารลงคอ ทั้งสองก็กลืนน้ำลายตามไปพร้อมกัน

สิ่งที่เธอกลืนลงไปคือซาลาเปา ส่วนสิ่งที่อีกสองตนกลืนลงไปนั้น มีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น

เจียงหลานขยับตัวหลบสายตาที่จ้องเขม็งของทั้งคู่

จากซาลาเปาที่เหลืออยู่แปดลูก เจียงหลานกินไปสามลูก ตามด้วยผลท้ออีกสองลูก ก็ถือว่าอิ่มท้องแล้ว ส่วนเจียงผิงกินซาลาเปาไปสามลูก จากนั้นจึงเอาแต่กินผลท้อ เจียงหลานมองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าผู้เป็นพ่อยังไม่อิ่ม ไม่รู้ว่าเขาจงใจเหลือซาลาเปาเอาไว้ให้ดวงวิญญาณทั้งสองตนละลูกหรือไม่

“พ่อคะ พ่ออิ่มแล้วเหรอ?”

เจียงผิงพยักหน้า “แบ่งให้พวกเขาคนละลูกเถอะ วิญญาณหัวโล้นก็อุตส่าห์เอาผลท้อกลับมาให้ อย่างน้อยก็ไม่ได้กลับมามือเปล่า ถึงเขาจะช่วยงานลูกไม่ได้มาก แต่ถ้าลูกไม่อยากเก็บเอาไว้ก็ไล่ไปเสีย แต่ถ้าคิดจะเก็บไว้ แล้วรู้สึกว่าเลี้ยงเปลืองอาหาร ก็ให้เขาช่วยทำงานแลกสิ”

เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงผิง ผีหัวโล้นก็มองเจียงหลานด้วยสายตาเว้าวอน

เจียงหลานปรายตามองเถียนกุ้ยจวี๋แวบหนึ่ง ก่อนเผาซาลาเปากับผลท้อส่งไปให้ ส่วนคุณวิญญาณหัวโล้นนั้น เจียงหลานเดินสำรวจรอบอารามเต๋าอยู่พักหนึ่ง เมื่อตรวจดูทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงกลับมายื่นซาลาเปาให้เขาหนึ่งลูกเช่นกัน

ตอนแรกคุณหัวโล้นถอดใจ คิดว่าตนคงถูกทอดทิ้งแน่แล้ว เมื่อเห็นซาลาเปาปรากฏขึ้นตรงหน้า เขาก็มองเจียงหลานด้วยความปีติยินดี ก่อนรีบโค้งคำนับสองพ่อลูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ขอบคุณท่านอาจารย์ครับ! ขอบคุณท่านผู้เฒ่าด้วยครับ!”

“กินเสร็จแล้วก็ช่วยทำความสะอาดอารามให้ฉันด้วยนะคะ จากนั้นไปผ่าฟืนที่ลานบ้าน แล้วก็ตักน้ำใส่โอ่งในครัวให้เต็มด้วย” เจียงหลานร่ายคาถาลงบนร่างของเขา เพื่อให้สามารถหยิบจับไม้กวาด ขวาน และถังน้ำได้

“ท่านอาจารย์วางใจได้เลยครับ ผมจะตั้งใจทำอย่างสุดความสามารถ!” คุณหัวโล้นพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน ก่อนกินซาลาเปาอย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มลงมือทำงานทันที

เจียงผิงมองร่างโปร่งแสงที่แทบมองทะลุได้ของผีหัวโล้น ขณะอีกฝ่ายหยิบไม้กวาดขึ้นมา เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพุ่งออกไปกวาดลานบ้านท่ามกลางแสงแดดจ้า

เดิมทีคุณหัวโล้นคิดว่าแสงแดดยามเช้าจะเผาร่างของตนจนบาดเจ็บ ทว่าหลังจากยืนอยู่กลางแดดแล้ว กลับไม่รู้สึกทรมานอย่างที่คิด

“เมื่อครู่ลูกร่ายคาถาอะไรหรือ?” เจียงผิงเอ่ยถาม เขาจำได้ว่าวิชาประเภทนี้ไม่น่าจะใช้ได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ตามปกติต้องจุดธูปบูชาและเตรียมพิธีเสียก่อนจึงจะร่ายคาถาได้ ยิ่งไปกว่านั้น วิญญาณหัวโล้นที่กำลังทำงานอยู่กลางแสงแดดยังดูไม่แตกต่างจากตอนกลางคืนแม้แต่น้อย

เจียงหลานตอบ “เป็นวิชาตัดสายใยหยินหยางที่ดัดแปลงแล้วค่ะ”

“นี่คือวิชาตัดสายใยหยินหยางหรือ?” เจียงผิงมองอย่างไรก็ไม่เห็นว่าคล้ายวิชาที่ตนเคยรู้จัก เขาจ้องเสี้ยวหน้าของลูกสาวด้วยแววตาซับซ้อน “พ่อจำได้ว่าวิชานี้ไม่ได้ใช้กันง่ายดายถึงเพียงนี้นะ”

เจียงหลานพยักหน้า “แน่นอนค่ะ เพราะฉันนำมาดัดแปลงใหม่ โดยผสมวิชาอื่นเข้าไป แล้วตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นบางส่วนออก สุดท้ายจึงกลายเป็นอย่างที่พ่อเห็น ตามปกติแล้วดวงวิญญาณไม่สามารถสัมผัสสิ่งของในโลกมนุษย์ได้ แต่พวกเขารับของเซ่นไหว้ได้ และในวันหรือช่วงเวลาพิเศษก็สามารถออกมาเคลื่อนไหวได้เช่นกัน ฉันเพียงเปลี่ยนกลิ่นอายของสิ่งของเหล่านี้ ให้ใกล้เคียงกับพลังของพวกเขาเท่านั้นค่ะ”

เมื่อสิ่งของเหล่านั้นไม่ถูกจัดอยู่ในฝ่ายหยินหรือหยางอย่างชัดเจน ผู้ที่ไร้ร่างเนื้อก็สามารถหยิบจับและนำไปใช้งานได้

 

เงินสี่หยวนหายวับไปกับซาลาเปาและมื้ออาหาร

แต่เจียงหลานก็ได้ “ผู้ช่วยวิญญาณ” มาเพิ่มอีกหนึ่งตนค่ะ

ถึงภารกิจจับไก่จะล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่คุณหัวโล้นก็ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง

จากนี้อารามเต๋าน่าจะคึกคักขึ้นเยอะเลย