บทที่ 10 คำสั่งเสียในความฝัน
บทที่ 10 คำสั่งเสียในความฝัน
“อ้อ ให้ความรู้สึกเหมือนรื้อกำแพงฝั่งตะวันออกไปซ่อมกำแพงฝั่งตะวันตกสินะ ที่แท้วิชาอาคมยังใช้พลิกแพลงเช่นนี้ได้ด้วย” เจียงผิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ขอเพียงใช้ได้ผลก็พอแล้วค่ะ” เจียงหลานหัวเราะเบาๆ
“หนูเจียง” เสียงของเถียนกุ้ยจวี๋ดังขึ้นจากด้านข้าง
เจียงหลานหันไปมอง เมื่อเห็นสีหน้าของหญิงชรา เธอก็เลิกคิ้วขึ้น ก่อนยกนิ้วขึ้นคำนวณดวงชะตาของตนเองในวันนี้
วันนี้มีเกณฑ์พบเรื่องวุ่นวาย แต่ก็มีโอกาสได้เงินด้วยเช่นกัน!
เจียงหลานยืดตัวตรง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น “มีอะไรหรือคะคุณยายเถียน?”
เถียนกุ้ยจวี๋มองเด็กสาวตรงหน้า บ้านของเธอยากจนข้นแค้นถึงเพียงนี้ แต่กลับมีวิชาอาคมแก่กล้า คนมีความสามารถเช่นนี้ไม่ควรต้องมาตกระกำลำบากอยู่ในชนบทเลยจริงๆ ช่างเป็นคนที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้งเสียเหลือเกิน
หญิงชรารู้ดีว่าเจียงหลานต้องการหาเงินจากตน แต่ทั้งที่ยังไม่ได้รับค่าตอบแทน เด็กสาวก็ไม่เคยทำร้ายหรือทอดทิ้งเธอ อีกทั้งตลอดทางที่ผ่านมา เถียนกุ้ยจวี๋ก็ได้เห็นความสามารถของอีกฝ่ายกับตาตนเอง จึงยินดีเชื่อมั่นในฝีมือของเธอ
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เถียนกุ้ยจวี๋ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป “หนูเจียง ยายอยากเข้าฝันลูกชายกับลูกสาว มีเรื่องอยากสั่งเสียพวกเขาสักหน่อย หนูจะคิดค่าตอบแทนเท่าไรถึงจะยอมช่วยยาย?”
“หนึ่งหยวน หรือข้าวสารห้าจินค่ะ” ราคาขั้นต่ำที่เจียงหลานตั้งไว้คือหนึ่งหยวน หรือข้าวสารห้าจิน
ความจริงลึกๆ แล้วเธอย่อมอยากได้มากกว่านี้ แต่คนในชนบทที่พอมีเงินนั้นมีอยู่ไม่มาก ส่วนผู้ที่มีฐานะและยอมจ่าย ก็มักจะรับราคาหนึ่งหยวนได้ ดังนั้นจำนวนนี้จึงถือว่าสมเหตุสมผลที่สุด
เงินเพียงเท่านี้เองหรือ ที่ทำให้ฉันลังเลอยู่นานสองนาน... ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในใจของเถียนกุ้ยจวี๋ทันที “ตกลง!”
เจียงหลานลุกขึ้นยืน “ถ้าอย่างนั้น คุณยายเถียนอยากเข้าฝันคนในครอบครัวตอนไหนคะ?”
“เอาคืนนี้เลยแล้วกัน” เถียนกุ้ยจวี๋ค่อนข้างกังวลว่าลูกสาวจะจัดการเผาร่างของเธอไปแล้วหรือยัง หญิงชราไม่อยากให้ลูกต้องลำบาก และไม่ต้องการให้ร่างของตนถูกเคลื่อนย้ายไปมาหลังเสียชีวิต
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ” เจียงหลานคิดว่าคืนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมไม่น้อย
เพื่อให้การเข้าฝันคืนนี้เป็นไปอย่างราบรื่น เจียงหลานจำเป็นต้องเตรียมของหลายอย่าง เรื่องเช่นนี้จะทำอย่างลวกๆ ไม่ได้เด็ดขาด
พอตกบ่าย เธอกับเถียนกุ้ยจวี๋ก็ออกเดินทางเข้าไปในตัวตำบล ส่วนวิญญาณหัวโล้นไม่ยอมอยู่เฝ้าอารามเต๋า ยืนกรานว่าจะติดตามไปเป็นผู้ช่วยด้วย
ยกตัวอย่างเช่น ช่วยถือเสบียง...ซึ่งก็คือผลท้อป่าหน้าตาไม่น่ามองสิบลูก
หากเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาจริงๆ ร่างโปร่งแสงตนเดียวคงช่วยอะไรเธอไม่ได้มากนัก แต่เจียงหลานก็ไม่ได้ปฏิเสธ ปล่อยให้อีกฝ่ายติดตามมาด้วย
หนึ่งคนกับสองดวงวิญญาณ เดินทางมาถึงบริเวณใกล้โรงเรียนประถมในตัวตำบลอย่างรวดเร็ว การส่งเถียนกุ้ยจวี๋เข้าไปในความฝันของคนสองคนพร้อมกันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อลูกชายของเธออยู่ห่างจากตำบลหยาซานไปมาก หากเจียงหลานอยู่ใกล้เป้าหมายคนใดคนหนึ่ง ก็จะช่วยประหยัดพลังลงได้ไม่น้อย
เถียนกุ้ยจวี๋ไม่ใช่คนตำบลหยาซาน เดิมทีเธอเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนประถมในตำบล หลังจากหย่าขาดจากสามี ก็พาลูกสาวที่ชื่อเถียนอิ่งจือมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ต่อมาลูกสาวแต่งงานมีครอบครัว และทำงานเป็นครูในตำบลหยาซานเช่นเดียวกัน ส่วนลูกชายอาศัยอยู่กับอดีตสามี แต่ยังติดต่อกับผู้เป็นแม่มาโดยตลอด หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยและได้รับการบรรจุให้ทำงานในโรงเรียน เขาก็จะส่งเงินมาให้เถียนกุ้ยจวี๋ทุกครึ่งปี
เมื่อฟังคุณยายเถียนเล่าจบ เจียงหลานก็ถอนหายใจ
“ลูกของคุณยายคงไม่ถึงกับอดอยากหรอกค่ะ งานดีขนาดนี้!”
เถียนกุ้ยจวี๋มองเด็กสาวตรงหน้าที่กำลังกัดผลท้อจนใบหน้าเหยเก เพราะรสชาติเปรี้ยวฝาด
“งานหลายอย่างก็ดูดีเพียงเปลือกนอกเท่านั้นแหละ หนูดูสิ ถึงลูกทั้งสองของยายจะเป็นครู แต่คนหนึ่งก็มีลูกหลายคน ส่วนอีกคนอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ค่าใช้จ่ายสูง จะเหลือเงินเก็บสักเท่าไรกันเชียว”
เจียงหลานร้องอ้อเบาๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงกัดผลท้อรสเปรี้ยวฝาดอีกคำ เมื่อลองคิดดูก็เป็นเช่นนั้นจริง งานทุกอย่างล้วนดูดีเพียงเปลือกนอก เธอเองมีวิชาอาคม มองเห็นวิญญาณ ปราบสิ่งชั่วร้ายได้ และยังทำเรื่องอื่นได้อีกมากมาย...แต่ตอนนี้ก็ยังต้องกินมื้ออดมื้ออยู่ดี
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เถียนกุ้ยจวี๋ก็เอ่ยถาม “หนูเจียง ยายขอถามอะไรหน่อยนะ หากร่างของยายถูกเผาไปแล้ว จะนำเถ้ากระดูกไปจัดการอย่างไรก็ได้ใช่ไหม แล้วของที่ลูกๆ เผาส่งมาให้ ยายยังจะได้รับอยู่หรือเปล่า?”
“ได้รับแน่นอนค่ะ ตอนที่ลูกๆ เผาของให้ พวกเขาย่อมนึกถึงคุณยาย สิ่งเหล่านั้นจึงส่งตรงมาถึงมือคุณยายได้ ส่วนเถ้ากระดูกก็เป็นเพียงเศษซากของร่างกายในชาตินี้ ท้ายที่สุดย่อมสลายกลับคืนสู่ดิน ลม หรือน้ำ ส่วนคนที่ไปเกิดใหม่ แม้ร่างใหม่จะมีส่วนประกอบจากสิ่งเดิมในโลกนี้ แต่ทุกอย่างก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่หมดแล้วค่ะ”
คำอธิบายนี้ค่อนข้างเข้าใจยาก เจียงหลานจึงไม่ได้คาดหวังให้คุณยายเถียนเข้าใจทั้งหมด
เถียนกุ้ยจวี๋เองก็ไม่แน่ใจว่าเข้าใจมากน้อยเพียงใด “ขอบใจมากนะ หนูเจียง”
เจียงหลานนั่งแทะผลท้อป่าจนหมดเกลี้ยง เคี้ยวจนเมื่อยกรามไปหมด ในที่สุดแสงไฟจากหน้าต่างฝั่งตรงข้ามที่อยู่ไม่ไกลก็ดับลง ลูกสาวของคุณยายเถียนเข้านอนแล้ว
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง เจียงหลานยกนิ้วขึ้นคำนวณยาม ผลที่ได้คือลูกชายของคุณยายเถียนหลับสนิทแล้วเช่นกัน เธอจึงรีบลงมือทันที
“คุณยายเถียนคะ เมื่อเข้าไปในความฝันแล้ว มีเรื่องอะไรก็รีบพูดนะคะ จะคุยนานหน่อยก็ได้ แต่อย่านานจนเกินไป พอคุยธุระเสร็จแล้ว ให้คุณยายฉีกยันต์ในมือทิ้ง เมื่อฉันรับรู้ได้ ก็จะพาคุณยายออกจากความฝันของลูกทั้งสองเองค่ะ” เจียงหลานยัดยันต์แผ่นหนึ่งใส่มือเถียนกุ้ยจวี๋ กำชับอย่างรวดเร็ว แล้วไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งตัว เธอก็ผลักร่างโปร่งแสงของหญิงชราเข้าไปทันที
อึดใจต่อมา เถียนกุ้ยจวี๋ก็มองเห็นลูกสาวและลูกชายที่กำลังหลับสนิท บรรยากาศโดยรอบขมุกขมัวเลือนราง ทว่าภาพของลูกทั้งสองกลับแจ่มชัดเป็นพิเศษหญิงชราตระหนักได้ทันทีว่าตนเข้ามาอยู่ในความฝันแล้ว เธอจึงลองขยับเข้าไปใกล้ ก่อนเรียกปลุกลูกทั้งสอง
เพียงเรียกครั้งเดียว ทั้งคู่ก็สะดุ้งตื่น เถียนกุ้ยจวี๋เผยสีหน้าดีใจออกมาทันที
“เสี่ยวจือ เสี่ยวฮวา แม่เองลูก มองเห็นแม่ไหม?”
เถียนอิ่งจือกับเถียนจงฮวาเพิ่งตื่น สีหน้ายังคงงัวเงีย ทว่าเมื่อมองเห็นคนตรงหน้าชัดเจน สมองของทั้งคู่ก็ประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว สองพี่น้องมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ก่อนหันขวับกลับไปมองผู้เป็นแม่พร้อมกัน
“แม่?! นี่...นี่มันอะไรกัน?!”
เถียนกุ้ยจวี๋พยักหน้า “แม่มาเข้าฝันพวกแก จำสิ่งที่แม่พูดในฝันให้ดีล่ะ”
เถียนจงฮวายังคงนิ่งเงียบ
เถียนอิ่งจือพยักหน้ารับ มองผู้เป็นแม่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกอึดอัดในใจ “แม่คะ แม่อยู่...ทางนั้น สบายดีไหมคะ?”
“แม่ยังไม่ได้ไปไหนเลย ร่างของแม่ยังอยู่ในห้องเก็บศพของโรงพยาบาลใช่ไหม?”
เถียนอิ่งจือพยักหน้า ก่อนอธิบายกับผู้เป็นแม่ “พี่ใหญ่บอกให้หนูเผาร่างแม่ที่นี่เลยค่ะ เขาบอกว่าถ้าหนูเช่ารถพาแม่กลับบ้านเกิด คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไร”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เถียนจงฮวาก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ฟังพี่เขาเถอะลูก เผาร่างแม่เสีย แล้วนำเถ้ากระดูกไปโปรยไว้ที่แปลงผักหลังบ้านก็พอ” เถียนกุ้ยจวี๋บอกลูกสาว การกลับไปตายที่บ้านเกิดย่อมไม่ใช่เรื่องผิด แต่เธอกับอดีตสามีเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน หากกลับไปก็คงต้องพบเจออีกฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเธอไม่ต้องการเช่นนั้น
จากนั้นเธอก็หันไปหาลูกชาย “สิ่งที่แกตัดสินใจน่ะ ถูกต้องแล้ว”
“แต่ว่า...” เถียนอิ่งจือยังทำใจยอมรับไม่ได้
“เชื่อแม่เถอะ ต่อไปหากอยากเผาของอะไรส่งมาให้ ก็เผาที่บ้านได้เลย แม่ได้รับแน่นอน” ในเมื่อหนูเจียงยืนยันว่าได้รับ เธอก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงอีก คนที่ยังมีชีวิตอยู่ควรใช้ชีวิตต่อไปอย่างสบายใจ
เจียงหลานรับงานเข้าฝันให้คุณยายเถียนแล้วค่ะค่าจ้างหนึ่งหยวนแต่บริการครบมาก
ทั้งพาเข้าฝัน ทั้งกำชับวิธีออกจากฝันอย่างมืออาชีพ
ส่วนคุณยายก็ยังเป็นแม่จนวินาทีสุดท้าย ห่วงลูกทุกเรื่อง
ตั้งแต่เถ้ากระดูกไปจนถึงของเผาส่งมา อ่านแล้วทั้งเอ็นดูทั้งหน่วงเลยค่ะ