บทที่14 ส่งวิญญาณสู่ปรโลก
บทที่14 ส่งวิญญาณสู่ปรโลก

https://novel.dek-d.com/ebook/46740/
เจียงหลานชะงักไปเล็กน้อย เมื่อประมวลคำพูดของหล่อนได้เข้าใจ ใบหน้าก็พลันปรากฏรอยยิ้มกว้าง เธอสาวเท้าเข้าไปต้อนรับทันที รับอาหารเช้าจากมือของหญิงคนนั้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ
“ขอบคุณค่ะ!”
นอกจากซาลาเปาแล้ว เถียนอิ่งจือยังซื้อไข่ต้มใบชาติดมาด้วยหลายฟอง กลิ่นหอมเข้มข้นลอยแตะจมูก ทำเอาเจียงหลานแทบเคลิ้มไปชั่วขณะ
“แม่ของฉัน...ตอนนี้ยังอยู่กับคุณไหม?”
เถียนอิ่งจือยื่นซองจดหมายที่ใส่เงินเอาไว้ด้านในให้เจียงหลาน ส่วนคนรับที่กำลังง่วนอยู่กับอาหารเช้า ก็ยื่นมือไปรับมาเก็บไว้อย่างคล่องแคล่ว โดยไม่ได้แม้แต่จะปรายตามอง
คำพูดมากมายที่เถียนอิ่งจืออุตส่าห์ร่างเตรียมไว้ในหัวมาตลอดทั้งคืน มาถึงตอนนี้กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์เลยสักนิด หล่อนกวาดสายตามองไปรอบลานบ้าน ก่อนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเจียงหลานที่กำลังเคี้ยวอาหารเช้าแก้มตุ่ย
ท่าทางการปอกไข่ต้มใบชาของเจียงหลานชะงักลง เธอยกมือเช็ดปาก ก่อนพยักหน้า “อยู่ค่ะ คุณอยากเจอแม่ไหมคะ?”
สีหน้าของเถียนอิ่งจือยังถือว่าสงบนิ่ง หล่อนพยายามสะกดกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ “ฉันจะมองเห็นแม่ได้ไหม?”
เจียงหลานพยักหน้ารับ ตอนนี้คุณยายเถียนยังอยู่ในกระดาษยันต์ เธอจึงหมุนตัวกลับเข้าห้องไปหยิบกระเป๋า แล้วล้วงกระดาษยันต์ปึกหนึ่งที่ยับยู่ยี่ออกมา
เถียนอิ่งจือจ้องมองด้วยความสงสัยปนอยากรู้อยากเห็น
เจียงหลานควานหาคุณยายเถียนจากในปึกยันต์ เมื่อคืนทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเร่งรีบ พอกลับมาก็มัวแต่วุ่นวาย จนลืมปลดผนึกให้ ปล่อยให้หญิงชราถูกขังอยู่ในกระดาษยันต์ตลอดทั้งคืน
ทันทีที่ปลดผนึก เจียงหลานก็เรียกให้คุณยายเถียนออกมา
แทบจะในเสี้ยววินาทีที่เจียงหลานพูดจบ เถียนกุ้ยจวี๋ก็พุ่งพรวดออกมาทันที “เสี่ยวจือ...”
เถียนอิ่งจือได้ยินเสียงของผู้เป็นแม่ ทว่ากลับมองไม่เห็นตัว หล่อนจึงหันขวับไปมองเจียงหลานเพื่อขอความช่วยเหลือ
เจียงหลานเพียงยกมือขึ้นดีดนิ้วเบาๆ ตรงหน้าหล่อน
เป๊าะ
เถียนอิ่งจือกะพริบตาปริบๆ วินาทีต่อมา หล่อนก็มองเห็นผู้เป็นแม่ยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้า
“แม่คะ...”
เจียงหลานปล่อยพื้นที่ตรงนั้นให้คนในครอบครัว ส่วนเธอกับเจียงผิงก็ย้ายฐานไปยังห้องครัวแทน
“รีบดูสิ ได้เงินมาเท่าไร”
เจียงหลานถอนหายใจ “พ่อคะ ใจเย็นหน่อยเถอะ ต่อไปเรื่องแบบนี้ยังมีอีกเยอะ พ่อจะตื่นเต้นโวยวายทุกครั้งเลยหรือไง?” ถึงปากจะเอ่ยเช่นนั้น แต่มือกลับหยิบเงินออกมานับอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว “ยี่สิบหยวนค่ะ”
เจียงผิงยิ้มจนแก้มแทบปริ พยักหน้าหงึกหงัก “ดีมาก ถือว่าเยอะมากทีเดียว เดือนหน้าทั้งเดือนพวกเราไม่ต้องห่วงเรื่องปากท้องแล้ว”
เจียงหลานเองก็เห็นด้วย จึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เมื่อจัดการอาหารเช้าเสร็จและนับเงินจนพอใจแล้ว เจียงหลานก็กะเวลาในใจ คิดว่าสามคนข้างนอกน่าจะคุยกันเสร็จพอดี จึงเดินออกไป
เถียนอิ่งจือรีบเดินเข้ามาหา “อาจารย์เจียงคะ ฉันได้ยินแม่บอกว่าตั้งใจจะไปคืนนี้ พวกเราอยากอยู่ต่อเพื่อส่งแม่ ไม่ทราบว่าจะได้ไหม?”
พอเจียงหลานได้ยินก็ส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่ได้ค่ะ พวกคุณเป็นเพียงคนธรรมดา พลังหยินจะกัดกร่อนร่างกาย พวกคุณรับไม่ไหวหรอกค่ะ”
“เชื่อหนูเจียงเถอะ ลูกเองก็อายุไม่น้อยแล้ว ต้องดูแลสุขภาพให้ดี จะได้อยู่ไปนานๆ วันหน้าถ้าคิดถึงแม่ อยากเจอแม่อีก ก็เอาเงินมาให้หนูเจียง แล้วขอให้เธอช่วยก็ได้” พูดตามตรง เถียนกุ้ยจวี๋เองก็ไม่อยากให้ลูกสาวอยู่ต่อจนเป็นอันตรายเช่นกัน
เจียงหลานปรายตามองเถียนกุ้ยจวี๋แวบหนึ่ง เจตนาแอบแฝงที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของอีกฝ่าย เธอฟังออกอย่างชัดเจน แต่ถ้ามีเงินมาถึงมือ เธอก็ยินดีช่วยเหลืออยู่แล้ว
ดังนั้นจึงตอบรับสั้นๆ ด้วยท่าทีเรียบเฉย “ถ้าไม่เกินกำลัง ฉันช่วยได้ค่ะ”
เถียนอิ่งจือร่ำลากับผู้เป็นแม่ด้วยความอาลัยอาวรณ์ จู่ๆ หล่อนก็นึกบางอย่างขึ้นได้ จึงคว้าถุงจากมือสามีมายื่นให้เจียงหลาน “อาจารย์เจียงคะ รบกวนช่วยส่งเงินกับเสื้อผ้าพวกนี้ไปให้แม่ฉันหน่อยได้ไหม”
เจียงหลานพยักหน้ารับ บอกให้หล่อนวางของลงบนพื้น จากนั้นก็ร่ายมุทรา เพียงพริบตา เงิน เสื้อผ้าและถุงใบนั้นก็ลุกไหม้ขึ้นมา ไม่นาน ข้าวของทั้งถุงก็ถูกส่งไปอยู่ในมือของเถียนกุ้ยจวี๋
สองสามีภรรยาเถียนอิ่งจือที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้า ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก
เมื่อตั้งสติได้ เถียนอิ่งจือก็เริ่มรู้สึกเสียดายขึ้นมา “รู้อย่างนี้ ฉันน่าจะทำของกินมาเผาให้แม่ด้วย”
เถียนกุ้ยจวี๋ชะงักไป เธอเองก็แอบหงุดหงิดใจเช่นกัน เมื่อคืนตอนเข้าฝันดันลืมสั่งเสียเรื่องนี้ไปเสียสนิท ทว่าไม่นาน สามีของเถียนอิ่งจือก็เสนอความคิดขึ้นมา เขาหันไปขอความเห็นจากเจียงหลาน
“อาจารย์เจียงครับ ไม่ทราบว่าจะขอยืมใช้ห้องครัวบ้านคุณสักหน่อยได้ไหมครับ? คุณวางใจได้ วัตถุดิบพวกเราจะไปหาซื้อมาเอง แล้วพวกเราจะทำเผื่ออาจารย์กับคุณลุงด้วย อยากกินอะไรสั่งได้เลยครับ พวกเราจะออกเงินเองทั้งหมด”
เจียงหลานกับเจียงผิงหันมาสบตากัน
พอจะเป็นไปได้ไหม?
พ่อว่าเป็นไปได้นะ
เจียงหลานดึงสายตากลับมา แสร้งทำเป็นเงียบไปครู่หนึ่ง ในสายตาของสองสามีภรรยาเถียนอิ่งจือ ท่าทีนั้นดูเหมือนเธอกำลังครุ่นคิดอย่างจริงจัง ในที่สุดเธอก็พยักหน้า
“ได้ค่ะ เรื่องกินพวกเราไม่เรื่องมาก คุณยายเถียนกินอะไร พวกเราก็กินอย่างนั้นแหละค่ะ”
อาหารที่เถียนอิ่งจือเตรียมไว้ให้ผู้เป็นแม่ มีหรือจะไม่จัดเต็มและอุดมสมบูรณ์?
เมื่อได้รับอนุญาต สองสามีภรรยาก็เริ่มลงมือทันที พวกเขารีบเข้าไปในตัวตำบลเพื่อซื้อวัตถุดิบกลับมา เถียนอิ่งจือกลัวว่าแม่จะกินไม่หมดแล้วเสียดายของ จึงตั้งใจซื้อปิ่นโตมาเพิ่มอีกสองใบ ฝากให้เจียงหลานช่วยเผาส่งไปให้เถียนกุ้ยจวี๋ด้วย
“...” รอบคอบเสียจริง
กว่าเถียนกุ้ยจวี๋จะกินจนอิ่มหนำสำราญ เวลาก็ล่วงเลยไปถึงบ่ายสามโมงแล้ว คราวนี้เถียนอิ่งจือจำต้องเดินทางกลับจริงๆ เสียที
เจียงหลานกะเวลาไว้ว่าจะส่งเถียนกุ้ยจวี๋ไปสู่สุคติตอนสองทุ่ม และเหล่าดวงวิญญาณจากห้องเก็บศพของโรงพยาบาลตำบลหยาซาน ก็จะถูกส่งไปพร้อมกันทั้งหมด หากปล่อยให้อยู่ข้างกายต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่
ตกดึก เจียงหลานขอธูปจากเจียงผิงมาสามดอก จุดไฟแล้วกราบไหว้ฟ้าดิน
จากนั้นจึงร่ายคาถาอัญเชิญยมทูตขาวดำ เพียงชั่วพริบตา แสงจันทร์ก็ถูกบดบังจนมืดมิด ทั่วทั้งฟ้าดินราวกับสูญเสียสีสัน เสียงโซ่เหล็กกระทบกันดังกราวแว่วมาจากที่ไกล
ไม่นานนัก ยมทูตขาวดำก็ปรากฏกายขึ้น
เจียงหลานลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก การที่ยมทูตขาวดำมาถึงรวดเร็วเช่นนี้ ย่อมแสดงว่าพลังตบะของเธอกำลังค่อย ๆ ฟื้นคืนทีละนิด...นับว่าเป็นเรื่องดีจริงๆ
“ผู้ใดเรียกพวกข้ามา?”
ผู้หนึ่งสวมชุดดำสนิททั้งตัว ในมือถือโซ่ตรวนเหล็ก ส่วนอีกผู้หนึ่งสวมชุดขาวสะอาดตา ยมทูตดำปรายตามองเจียงหลาน สีหน้าเผยความประหลาดใจอยู่หลายส่วนเมื่อเห็นว่าเธอยังอายุน้อยนัก
“นึกไม่ถึงว่ายุคสมัยนี้ ยังมีคนในแวดวงศาสตร์ลี้ลับที่อายุน้อยถึงเพียงนี้อยู่ด้วย”
เจียงหลานประสานมือคารวะอย่างสุภาพ “ใต้เท้า ฉันชื่อเจียงหลาน ที่เรียกใต้เท้ามาในคืนนี้ ก็เพื่อขอให้ช่วยส่งดวงวิญญาณหลายดวงไปยังปรโลกค่ะ”
เธอชี้ไปทางเถียนกุ้ยจวี๋ที่ยืนตัวลีบด้วยความหวาดหวั่นอยู่ข้าง ๆ ก่อนชูกระดาษยันต์ในมือขึ้น
“นั่นคือสิ่งใด?” ยมทูตดำมองกระดาษยันต์ในมือของเธอพลางเอ่ยถาม เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจาง ๆ ที่แผ่ออกมาจากด้านใน
เจียงหลานจึงตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องเก็บศพของโรงพยาบาลตำบลหยาซานให้ฟังอย่างละเอียด
“มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ?” น้ำเสียงของยมทูตดำแฝงความกังขาอยู่หลายส่วน “สหายเจียงน้อย เรื่องนี้ข้าจะนำไปรายงานต่อเบื้องบน เจ้าโปรดรอฟังข่าวเถิด”
ยมทูตขาวเป็นฝ่ายเอ่ยปากบ้าง “เถียนกุ้ยจวี๋ อายุขัยแปดสิบปี สิ้นอายุขัยตามธรรมชาติ ขณะมีชีวิตประกอบอาชีพครู มีลูกศิษย์มากมาย เป็นผู้มีจิตใจเมตตาอารี สามารถจัดสรรตำแหน่งครูในปรโลกให้ได้...”
เป็นตอนสุดท้ายที่เปิดฟรี ตั้งแต่ตอนหน้าเป็นต้นไป
ติดเหรียญล่วงหน้า (เปิดฟรีวันละตอน 24 ชั่วโมง) นะคะ