LNCrawler

บทที่1 จากเกือบเซียนสู่คนสิ้นเนื้อประดาตัว

[มี Ebook] ปรมาจารย์สายมูทะลุมิติยุค60 ขอใช้ศาสตร์ลี้ลับปราบผีแลกข้าว — novel.dek d.com · All chapters

บทที่1 จากเกือบเซียนสู่คนสิ้นเนื้อประดาตัว

"ไปบ้านเฒ่าหวังเป็นเพื่อนพ่อหน่อย"

เจียงหลานเพิ่งเดินออกมาก็ได้ยินตาเฒ่าเอ่ยขึ้น

ชายชราพูดต่อ "อ้อ จริงสิ หยิบตะกร้าจ่ายตลาดติดมือมาด้วยล่ะ"

เจียงหลานขานรับในลำคอ เธอจัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จสรรพ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าครัวไปหยิบตะกร้าจ่ายตลาดมาถือไว้

หญิงสาวมาอยู่ที่นี่...ซุกหัวนอนอยู่ในอารามเต๋าซอมซ่อแห่งนี้ได้สิบวันแล้ว เริ่มชินกับการที่เจียงผิงมักจะลงเขาไป ‘หลอกกิน’ เสบียงอาหารจากชาวบ้านตีนเขาแทบจะวันเว้นวัน

แน่นอนว่าคำว่า ‘หลอก’ ในที่นี้ หมายถึงเวลาที่ตาเฒ่าลงเขาไปคนเดียว ทว่าหากหนีบเธอไปด้วย...จะนับว่าหลอกลวงก็คงไม่ถูกนัก

สาเหตุที่เธอยอมร่วมมือกับเจียงผิงแต่โดยดี ก็เป็นเพราะสองพ่อลูกคู่นี้ยากจนข้นแค้นเสียนี่กระไร ข้าวสารจะกรอกหม้อสักเม็ดยังไม่มี ก่อนที่เธอจะเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบเพื่อหาของกินประทังชีวิตไปวันๆ

อันที่จริง ต่อให้เจียงหลานจะเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว เธอก็ยังต้องปากกัดตีนถีบเรื่องปากท้องไม่ต่างจากเดิม หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ให้ค่าตอบแทนน้อยนิด ทำให้ต้องทนกินมื้ออดมื้อ ยิ่งไปกว่านั้น ใช่ว่าจะมีคนมาจ้างดูโหงวเฮ้งทำนายทายทักกันทุกวันเสียเมื่อไหร่

ในอดีตชาติ เจียงหลานคือศิษย์สายตรงคนสุดท้ายของเจ้าสำนักเซวียนชิงรุ่นที่ 125 ศาสตร์การดูโหงวเฮ้งทำนายชะตาพื้นฐานแค่นี้ ย่อมเป็นเรื่องกล้วยๆ สำหรับเธอ ก่อนที่จะทะลุมิติมายังประเทศฮว๋าแห่งนี้ เธอห่างจากการบรรลุมรรคผล ขึ้นสู่มรรคาเซียนเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น

ทว่าระหว่างการประลองอาคมกับศัตรู กลับพลาดท่าพบกับเหตุไม่คาดฝัน รู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวที่มีชื่อและแซ่เดียวกันกับเธอเสียแล้ว ส่วนวิญญาณเจ้าของร่างเดิมหายไปไหนนั้น เจียงหลานเคยลองจับยามสามตาคำนวณดู ทว่าลิขิตสวรรค์กลับบดบังไว้ ทำให้มองไม่เห็นเค้าลางใดๆ เลยแม้แต่น้อย

การหลอมรวมดวงวิญญาณเข้ากับร่างใหม่ ต้องสูญเสียตบะและพลังปราณไปไม่น้อย เจียงหลานจึงจำต้องพับเรื่องของเด็กสาวเจ้าของร่างเดิมเก็บไว้ก่อนชั่วคราว

"นังหนู ลุงหวังแกมีลูกสาวติดๆ กันถึงห้าคนแล้ว เมื่อสองวันก่อนแกมาถามพ่อว่าเมื่อไหร่จะได้ลูกชายเสียที เดี๋ยวลูกช่วยพ่อดูโหงวเฮ้งแกหน่อยนะ ว่าจะได้ลูกชายตอนไหน"

เจียงหลานปรายตามองชายชราแวบหนึ่ง "แล้วพ่อตอบแกไปว่ายังไงล่ะ?"

เจียงผิงยิ้มเจื่อนอย่างกระดากอาย "พ่อยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ลูกไม่อยู่ด้วย พ่อจะกล้าพูดซี้ซั้วได้ยังไง!" ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าตนไม่มีวิชาความรู้อะไรเลย ดีแต่ใช้ปากพ่นน้ำลายหาเรื่องใส่ตัวไปวันๆ

จากนั้นก็ได้ยินเขาเอ่ยต่อว่า "ลุงหวังรับปากว่าจะให้ข้าวสารมาหนึ่งจิน ถ้ากินอย่างประหยัดก็ต่อชีวิตไปได้ตั้งสองวัน ชื่อเสียงของพ่อ ลูกก็รู้ๆ กันอยู่ ลุงแกคงอยากให้เอ็งตามลงไปด้วยนั่นแหละ เดี๋ยวพอไปถึง พ่อจะลองตะล่อมขอแกเพิ่มอีกสักหน่อย"

ข้าวสารแค่จินเดียวยังริอ่านจะแบ่งกินตั้งสองวัน...เจียงหลานถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ มิน่าล่ะถึงได้สั่งให้เธอหยิบตะกร้าจ่ายตลาดติดมือมาด้วย ที่แท้ก็กะจะไปรีดไถ เอ๊ย! ไปหลอกเอาเสบียงเพิ่มนี่เอง

"ไว้ไปถึงที่นั่นแล้วค่อยว่ากันค่ะ" แม้น้ำเสียงของเจียงหลานจะราบเรียบไร้ระลอกอารมณ์ ทว่าภายในใจกลับตื่นเต้นยินดีกับข้าวสารหนึ่งจินนั้นไม่น้อย ตื่นเต้นเสียจนพวงแก้มขาวเนียนซับสีเลือดฝาดขึ้นมาจางๆ

ลุงหวังคนนี้ จ่ายหนักกว่าชาวบ้านคนอื่นๆ เสียอีก! ถ้าดูโหงวเฮ้งแล้วถูกชะตา เธอจะยอมชี้แนะให้แกมากหน่อยก็แล้วกัน จากความทรงจำของร่างเดิม ตาเฒ่าเจียงผิงคนนี้ดูโหงวเฮ้งและทำนายทายทักไม่เป็นเลยสักนิด ทว่าแกก็ยังดันทุรังใช้เป็นอาชีพหากิน เลยมักจะทำนายส่งเดชแบบผีเจาะปาก จนจบลงด้วยการถูกชาวบ้านไล่ตีอยู่บ่อยครั้ง

ทว่าทุกครั้งที่แกหนีบเจ้าของร่างเดิมไปด้วย และปล่อยให้ได้เอ่ยปากทำนายสักประโยคสองประโยค บทสรุปมักจะพลิกผันไปคนละเรื่อง เพราะวาจาเจ้าของร่างเดิมนั้นศักดิ์สิทธิ์และแม่นยำราวจับวาง ทักสิ่งใดก็เกิดขึ้นจริงตามนั้น

เมื่อเจียงผิงได้รับคำยืนยันจากลูกสาว ชายชราก็หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินนำเธอลงจากเขา

ปัจจุบันพวกเธออาศัยอยู่ในอารามเต๋าทรุดโทรมบนยอดเขา โดยมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่ตรงตีนเขา นามว่า ‘หมู่บ้านสือจู๋’

เจียงหลานเดินตามหลังเจียงผิงเข้าสู่เขตหมู่บ้าน ชาวบ้านที่เดินสวนไปมาต่างส่งยิ้มแย้มทักทายเธออย่างเป็นมิตร บางคนที่กระตือรือร้นหน่อย ถึงขั้นเอ่ยปากชวนไปกินข้าวที่บ้านเลยด้วยซ้ำ

ส่วนเจียงผิงนั้น กลับไม่มีใครอยากจะเสวนาด้วยเท่าไหร่นัก คาดว่าคงจะเข็ดขยาดกับวีรกรรมการหลอกลวงของแกไปตามๆ กัน

เจียงหลานส่ายหน้าบอกปัดความหวังดีของชาวบ้านอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินตามเจียงผิงมาจนถึงบ้านของลูกค้าคนสำคัญในวันนี้...บ้านของลุงหวัง

สมาชิกครอบครัวของลุงหวังทั้งเจ็ดชีวิตล้วนอยู่กันพร้อมหน้า

"อาเจียงน้อย!" ทันทีที่ลุงหวังเห็นหน้าเจียงหลาน แกก็รีบเดินปรี่เข้ามาต้อนรับขับสู้ด้วยความกระตือรือร้น

เจียงหลานชะงักฝีเท้า ปรายตามองเขาแวบหนึ่งแล้วพยักหน้าให้ “สวัสดีค่ะ”

เฒ่าหวัง หรือก็คือ ‘หวังต้าซาน’ เชื้อเชิญให้เธอนั่งลง จัดแจงรินน้ำรินท่าให้เสร็จสรรพถึงได้เอ่ยปากถามอีกครั้ง“อาเจียงน้อย ช่วยลุงดูหน่อยเถอะ ชาตินี้ลุงยังจะมีวาสนาได้ลูกชายอีกไหม? ลุงมีลูกสาวมาห้าคนแล้ว ถ้าพอมองเห็นโอกาส ลุงก็อยากจะมีอีกสักคน” อย่าหาว่าเขาหัวโบราณเลย หวังต้าซานแค่รู้สึกว่าคนชนบทอย่างไรเสียก็ต้องมีลูกชายสืบสกุลถึงจะถูก

เจียงหลานพินิจมองหวังต้าซาน โหงวเฮ้งของเขาถือว่าไม่เลว แม้ลักษณะหน้าผากจะด้อยไปสักนิด ส่งผลให้หน้าที่การงานไม่ค่อยรุ่งโรจน์ แต่ทดแทนด้วยแววตาที่กระจ่างใสมีพลัง ปลายจมูกอิ่มเอิบมีเนื้อ บ่งบอกว่าเป็นคนจิตใจดีมีคุณธรรม ทั้งยังพอมีฐานะอยู่บ้าง

“แล้วถ้าไม่มีโอกาสล่ะคะ?” เธอเอ่ยถาม

หวังต้าซานถึงกับหน้าเจื่อน เขารู้กิตติศัพท์ของเจียงหลานดี เมื่อเธอเอ่ยเช่นนี้ เขาก็พอจะเดาความหมายออกแล้ว

“ไม่มีก็คือไม่มี ถ้าไม่มีโอกาสลุงก็จะตั้งใจเลี้ยงดูลูกสาวพวกนี้ให้ดีที่สุด จะให้ทำยังไงได้ล่ะ?” หวังต้าซานหัวเราะ ทว่าเห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงการฝืนยิ้มเท่านั้น

เจียงหลานปรายตามองภรรยาที่นั่งอยู่ข้างกายเขาอีกแวบหนึ่ง จิบน้ำไปหนึ่งอึกแล้วกล่าว “ต่อให้คลอดอีกห้าคนสิบคน...           ก็ยังเป็นลูกสาวอยู่ดีค่ะ”

“ปรับฮวงจุ้ยที่บ้านก็ไม่ช่วยเลยหรือ?” หวังต้าซานและภรรยาถึงกับสะอึกจนตกอยู่ในความเงียบงัน

 

ทะลุมิติมายุค 60 คราวนี้บันเทิงแน่! 

"เจียงหลาน" อดีตว่าที่เซียนต้องมาปากกัดตีนถีบหาข้าวสารกรอกหม้อ คู่กับพ่อบุญธรรมจอมกะล่อน ????

เปิดเคสแรกก็ช็อตฟีลแรงเวอร์! ลุงหวังสายเปย์หวังพึ่งวิชาโหงวเฮ้งขอสูตรมีลูกชาย 

แต่เจอฟันธงหน้านิ่งแบบไม่รักษาน้ำใจว่า "ต่อให้คลอดอีกสิบคน... ก็ยังเป็นลูกสาวอยู่ดีค่ะ" 

ช็อกตาตั้งกันทั้งบ้านไปเลยสิคะคุณลุง!

ฮวงจุ้ยจะช่วยลุงหวังได้ไหม หรือยัยน้องจะมีวิธีแก้เคล็ดแบบไหนให้ลูกค้าวีไอพีคนนี้? 

แวะมาคอมเมนต์เมาท์มอยกันด่วนจ้า!

ฝากกดหัวใจ ❤️ เป็นการบริจาคค่าข้าวสารประทังชีวิตให้เจียงหลานด้วยน้าา!