LNCrawler

บทที่2 ลิขิตสวรรค์ในอีกสิบวัน

[มี Ebook] ปรมาจารย์สายมูทะลุมิติยุค60 ขอใช้ศาสตร์ลี้ลับปราบผีแลกข้าว — novel.dek d.com · All chapters

บทที่2 ลิขิตสวรรค์ในอีกสิบวัน

เจียงหลานกวาดตามองไปรอบๆ อย่างไม่ยอมละทิ้งมุมใด ลานบ้านค่อนข้างคับแคบ แต่ก็พอเข้าใจได้ ลูกเยอะห้องก็ต้องเยอะตาม ห้องนอนของลูกสาวทั้งห้าคนกินพื้นที่ลานบ้านไปเกือบครึ่ง

เจียงหลานส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าทำไม่ได้ สายตาของเธอไปหยุดอยู่ที่ห้องห้องหนึ่ง ซึ่งปรากฏประกายแสงสีทองจางๆ ลอยวนเวียนอยู่เลือนราง ก่อนจะเบนสายตาไปหาลูกสาวทั้งห้าคนที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน นัยน์ตาของเธอหยุดชะงักลงตรงเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างภรรยาของหวังต้าซาน รอบกายเด็กสาวคนนั้นถูกห่อหุ้มด้วยชั้นแสงสีทองอ่อนจาง

“ดูแลลูกสาวของลุงให้ดีเถอะค่ะ แล้วชีวิตจะเปี่ยมด้วยวาสนาและอายุยืนยาว”

หวังต้าซานร้องอ้อรับคำอย่างผิดหวัง สีหน้าดูอมทุกข์ขึ้นมาทันตา “ลูกสาวคนโตเพิ่งจะสิบขวบ กว่าพวกแกจะเรียนจบเป็นฝั่งเป็นฝา ก็ต้องรอไปอีกเป็นสิบๆ ปี นี่ลุงยังต้องทนลำบากไปอีกตั้งสิบกว่าปีเชียวหรือ”

“เธอคือลูกสาวคนโตหรือคะ?” เจียงหลานชี้ไปยังเด็กสาวคนนั้นพลางเอ่ยถามหวังต้าซาน ลูกๆ ทั้งห้าคนของเขามีสีหน้าแววตาสดใส โดยเฉพาะคนโตที่เติบโตมาดูสะสวยและรูปร่างสูงโปร่งที่สุด เจียงหลานมองออกว่าเด็กพวกนี้ไม่เคยถูกทุบตีหรือทารุณกรรมแต่อย่างใด

“ใช่แล้ว” หวังต้าซานหันไปมองลูกสาวคนโตด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ ขอเพียงมีลูกสาวคนโตอยู่ เขาก็แทบไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการเรียนของลูกคนรองๆ ลงมาเลย “แกเรียนหนังสือเก่งมาก ครูยังบอกเลยว่ามีโอกาสสอบติดมหาวิทยาลัยสูง”

เจียงหลานพินิจโหงวเฮ้งของเด็กสาวแล้วพยักหน้า “มีเกณฑ์จะได้เรียนมหาวิทยาลัยจริงๆ ค่ะ” จากนั้นก็กวาดตามองลูกสาวอีกสี่คนที่เหลือ แต่ละคนล้วนมีวาสนาแตกต่างกันไป แต่โดยรวมแล้วถือว่ามีดวงชะตาที่ไม่เลวเลยทีเดียว

“ลุงดูแลลูกสาวพวกนี้ให้ดีเถอะค่ะ” โดยเฉพาะลูกสาวคนโตคนนี้

เธอกวาดตามองโหงวเฮ้งของสองสามีภรรยาตระกูลหวัง สลับกับโหงวเฮ้งของลูกสาวคนโตซ้ำไปซ้ำมา พลางครุ่นคิดบางสิ่งอยู่ในใจ

เนิ่นนานให้หลัง เจียงหลานจึงระบายยิ้มแล้วเอ่ยกับหวังต้าซาน “อีกสิบวันให้หลัง ลุงพาลูกสาวคนโตเข้าตัวเมืองในมณฑลไปหน่อยนะคะ ไปยืนรอคนสองคนที่หน้าโรงพยาบาลประจำมณฑล”

หวังต้าซานถึงกับชะงักงัน เขาเบิกตามองเจียงหลานจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ส่วนภรรยาของเขาก็มีสภาพไม่ต่างกัน สองสามีภรรยาสบตากันด้วยความตกตะลึงจนไร้ซึ่งคำบรรยายใดๆ

“เฒ่าหวัง ที่บ้านมีผักหญ้าอะไรบ้างล่ะ? แล้วมีเหล้าไหม แบ่งมาให้ฉันสักหน่อยสิ” เจียงผิงเห็นว่าธุระปะปังใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว จึงฉวยโอกาสเอ่ยปากทันที

คำพูดของเจียงผิงดึงสติหวังต้าซานให้กลับมา เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะซักไซ้ให้กระจ่าง เพราะรู้ไส้รู้พุงเจียงผิงดีว่าตาเฒ่าคนนี้ก็เปรียบเสมือนฝูงตั๊กแตนปาทังกา มีอะไรก็กวาดเรียบเป็นหน้ากลอง เขาต้องรีบไปขวางไว้ก่อน

“ตาเฒ่าเจียง วางเนื้อชิ้นนั้นลงเดี๋ยวนี้นะโว้ย! กว่าจะหาซื้อมาได้ คนในบ้านฉันยังไม่ได้กินเลยสักคำ!”

หวังต้าซานชั่งน้ำหนักในใจไปมา ทว่าพอเห็นเจียงผิงคว้าเนื้อหมูบนเตาไฟใส่ลงในตะกร้าจ่ายตลาด เขาก็รีบพุ่งพรวดออกไปทันที

“ตกลงกันไว้ว่าข้าวสารหนึ่งจินก็ต้องหนึ่งจินสิ เอาเนื้อวางลงเลยนะ!”

“หลานหลานบอกว่าลูกสาวแกจะเจริญก้าวหน้าใหญ่โต ไหนจะเรื่องในอีกสิบวันข้างหน้านั่นอีก จะต้องเป็นเรื่องใหญ่...แถมยังเป็นเรื่องมงคลแน่ๆ! คำทำนายมีน้ำหนักถึงขนาดนี้ ต่อให้ฉันไม่เอาเนื้อหมู แต่ขอแบ่งผักใบเขียวกับเหล้าไปสักหน่อย คงไม่มากไปหรอกมั้ง?!”

เรื่องดูโหงวเฮ้งทำนายชะตา เจียงผิงอาจจะไม่เอาถ่าน แต่เรื่องดูสีหน้าผู้คนน่ะเขาถนัดนัก! เมื่อครู่เจียงหลานระบายยิ้มตอนที่เอ่ยกำชับหวังต้าซาน แสดงว่าต้องเป็นเรื่องมงคลครั้งใหญ่เป็นแน่

เรื่องมงคลมาเยือนถึงหน้าประตูบ้าน ดีไม่ดีอาจจะเจริญรุ่งเรืองแบบก้าวกระโดดเลยก็ได้ ข้าวสารแค่จินเดียวถือว่าน้อยไปแล้ว!

ยังไงเขาก็ต้องเอาเหล้ากลับไปให้ได้!

หวังต้าซานโมโหจนแทบเต้นเป็นเจ้าเข้า ทว่าคำทิ้งท้ายของเจียงหลานที่บอกว่าอีกสิบวันข้างหน้าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นนั้น เขาเองก็ไม่อาจทราบได้ แต่คำว่า ‘โรงพยาบาลประจำมณฑล’ กลับเกี่ยวพันกับความลับที่ซ่อนอยู่ในใจของเขาอย่างแยกไม่ออก

หากข่าวลือเรื่องวาจาสิทธิ์ของเจียงหลานก่อนหน้านี้ เป็นเพียงสิ่งที่เขาฟังหูไว้หู มาบัดนี้เขาเชื่อสนิทใจ...เชื่ออย่างหมดข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น

“เนื้อชิ้นนี้ฉันให้ไม่ได้จริงๆ นี่ฉันอุตส่าห์ซื้อมาให้เด็กๆ กิน แต่ฉันจะให้มันเทศแกสักสองจิน ผักใบเขียวก็เด็ดไปได้ตามสบาย ส่วนเหล้าฉันก็จะแบ่งให้ แต่ให้ได้แค่สองเหลียงเท่านั้นนะ!” ท้ายที่สุดหวังต้าซานก็ยอมกัดฟันตัดสินใจ

“ตกลง!” มันเทศสองจิน เหล้าอีกสองเหลียง แถมผักใบเขียวก็เด็ดได้ไม่อั้น เจียงผิงถึงกับฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่โตอย่างห้ามไม่อยู่ ช่างเป็นค่าครูที่อู้ฟู่เสียจริง!

อิ่มหนำไปได้อีกสามวันโดยไม่ต้องรับจ้างทำงานเลยเชียวล่ะ!

มุมปากของเจียงหลานกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ เธอยกมือขึ้นเกาหางคิ้ว แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นพฤติกรรมอันธพาลของเจียงผิงเสีย

ทว่า เพื่อให้จิตใจรู้สึกผิดน้อยลงสักหน่อย เธอจึงล้วงเอายันต์ส่งเสริมการเรียนออกมาห้าแผ่น แล้วยื่นส่งให้หวังต้าซาน

“นี่ยันต์ส่งเสริมการเรียน เอาไปวางไว้บนโต๊ะหนังสือของลูกสาวลุงก็พอค่ะ มันจะช่วยให้พวกแกมีสมาธิจดจ่อกับการเรียนมากขึ้น” สำหรับคนที่สมาธิสั้นหรือหัวช้า หากมียันต์แผ่นนี้ แม้จะไม่อาจแก้ปัญหาจากต้นตอได้ แต่มันจะช่วยบรรเทาข้อบกพร่องเหล่านั้นลงไปได้มากโข

หวังต้าซานรับไปอย่างไม่เกรงใจ

เมื่อรับยันต์มาแล้ว เขาก็มองหน้าเจียงหลาน คล้ายมีบางอย่างอัดอั้นอยากจะเอ่ย ทว่ากลับลังเลจนต้องกลืนคำพูดลงคอไป

“สุดแล้วแต่ลุงจะตัดสินใจเถอะค่ะ อยากไปก็ไป ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป” เจียงหลานปรายตามองลูกสาวคนโตของหวังต้าซาน แล้วส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ

หากอีกสิบวันให้หลังหวังต้าซานไม่เป็นฝ่ายไปหา การพบกันครั้งต่อไป...ก็คงต้องรอไปอีกถึงสิบห้าปี

“สิบห้าปีเชียวหรือ?!” หวังต้าซานพึมพำออกมาอย่างเหม่อลอยคล้ายคนไร้สติ

เจียงหลานระบายยิ้ม เอ่ยคำอำลา ก่อนจะเดินถือข้าวของจากไปพร้อมกับเจียงผิง

เจียงผิงผู้ใจร้อน แม้ในมือจะหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง แต่ก็ยังไม่วายห่วงกิน เขาหยิบมันเทศขึ้นมากัดเคี้ยวกร้วมๆ พลางเอ่ยถาม “อีกสิบวันข้างหน้าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรึ?”

“พ่อคิดว่า ลูกสาวคนโตของลุงหวังหน้าตาเหมือนพวกเขาหรือเปล่าล่ะ?” เจียงหลานหยิบมันเทศขึ้นมาหัวหนึ่ง ร่ายเวทชำระล้างใส่ก่อนจะเริ่มลงมือกินบ้าง ท้องของเธอเองก็ร้องประท้วงเสียงดังกะโหลกกระลาแล้วเหมือนกัน

เจียงผิงส่ายหน้า ลูกสาวคนโตของหวังต้าซานรูปร่างสูงโปร่ง อายุยังน้อยแต่กลับสะสวยน่าเอ็นดูผิดหูผิดตา ผิดกับลูกสาวอีกสี่คนที่มีรูปร่างสันทัด หน้าตาธรรมดา ที่สำคัญคือหน้าตาเหมือนหวังต้าซานกับภรรยาอย่างกับแกะ

“ไม่เหมือนสักนิด มองยังไงก็เหมือนลูกบ้านอื่นเสียมากกว่า”

 

สหายทั้งหลาย! ความลับบ้านเฒ่าหวังเริ่มแดงแล้ว 

เจียงหลานตาแหลมคมดูออกว่าเด็กสาวคนโตอาจไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ 

ส่วนเฒ่าเจียงผิงก็ไม่ทิ้งลาย รีดไถมันเทศกับเหล้ามาประทังชีวิตได้สำเร็จ 

ช่างสู้ชีวิตในยุคข้าวยากหมากแพงเสียจริง

 อีกสิบวันหน้าโรงพยาบาลประจำมณฑลจะเกิดเรื่องมงคลใดขึ้น 

สหายมารอติดตามและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้สองพ่อลูกกันด้วยนะ!