LNCrawler

บทที่3 แก้ไขโครงสร้างยันต์

[มี Ebook] ปรมาจารย์สายมูทะลุมิติยุค60 ขอใช้ศาสตร์ลี้ลับปราบผีแลกข้าว — novel.dek d.com · All chapters

บทที่3 แก้ไขโครงสร้างยันต์

สีหน้าของเจียงผิงเปลี่ยนไปทันที เขาขมวดคิ้วถามอย่างเคร่งเครียด

“ลูกสาวคนโตของบ้านนั้นคงไม่ได้ถูกเฒ่าหวังลักพาตัวมาหรอกนะ? ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเราต้องรีบไปแจ้งสถานีตำรวจ!”

“ไม่ใช่ค่ะ” เจียงหลานส่ายหน้า “ลุงหวังเก็บเด็กคนนั้นมาเลี้ยง หนูพิจารณาโหงวเฮ้งของสองสามีภรรยาแล้ว พวกเขาไม่ใช่คนเลวร้าย เรื่องนี้พวกเราเข้าไปยุ่งไม่ได้หรอกค่ะ ลุงหวังจะพาลูกออกไปเอง”

เจียงผิงร้องอ้อเบาๆ

ในเมื่ออีกฝ่ายตั้งใจจะจากไป เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้อีก ชายชราปรายตามองลูกสาวที่ยืนอยู่ข้างกาย ดวงตากลอกไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะอดถามไม่ได้

“ยันต์เมื่อครู่นี้...ลูกเป็นคนวาดเองหรือ?”

“ใช่ค่ะ”

“แต่เมื่อก่อนลูกวาดยันต์ไม่เป็นไม่ใช่หรือ?” เจียงผิงย้อนถามอย่างประหลาดใจ

แม้เขาจะไม่มีความสามารถด้านการดูโหงวเฮ้งหรือทำนายชะตา แต่ก็พอมีวิชาติดตัวอยู่บ้าง มิฉะนั้นชาวบ้านคงไม่เรียกเขาว่า ‘นักพรตเฒ่า’

สิ่งที่เจียงผิงถนัดที่สุดคือศาสตร์แห่งการวาดและใช้ยันต์ เขาเคยถ่ายทอดวิชาเหล่านี้ให้เจ้าของร่างเดิมด้วย เพียงแต่เด็กสาวคนนั้นมีพรสวรรค์ธรรมดา วาดยันต์สิบแผ่น จะสำเร็จอย่างมากเพียงสองหรือสามแผ่นเท่านั้น

“วาดไม่เป็นก็ฝึกกันได้ไม่ใช่หรือคะ” เจียงหลานตอบอย่างสบายๆ “ไม่ได้ยากอะไรเลย”

“อ้อ...” เจียงผิงลากเสียง ก่อนถามต่ออย่างแนบเนียน “แล้วตอนนี้ลูกยังทำอะไรเป็นอีกบ้าง?”

จังหวะการเคี้ยวของเจียงหลานชะงักไปเล็กน้อย

เธอหันไปมองเจียงผิง สีหน้ายังคงเรียบเฉยดังเดิม แววตาของชายชราดูเหมือนเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทว่าเจียงหลานกลับสัมผัสได้ถึงร่องรอยของการหยั่งเชิงและจับผิด

ชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกราวกับว่าเจียงผิงมองออกแล้วว่าเธอไม่ใช่เด็กสาวคนเดิม

เจียงหลานจึงจงใจลากเสียงตอบ “หนูจับวิญญาณเป็น...เรื่องนี้นับด้วยไหมคะ?”

เจียงผิงเบิกตากว้าง สีหน้าคล้ายประหลาดใจ แต่ขณะเดียวกันก็ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “อ้อ...ก็นับสิ”

เดี๋ยวนะ...

เจียงหลานหันขวับไปมองเขา เจ้าของร่างเดิมเติบโตมาด้วยน้ำมือของชายชราคนนี้ เขาย่อมรู้ดีว่าเด็กสาวคนเดิมไม่มีความสามารถในการจับวิญญาณ แล้วเหตุใดเมื่อได้ยินคำตอบของเธอ เขาจึงไม่มีท่าทีสงสัยเลยแม้แต่น้อย?

การที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้ ย่อมต้องมีเหตุผลบางอย่างอยู่เบื้องหลัง

เจียงหลานคลี่ยิ้มบาง ใช้รอยยิ้มกลบเกลื่อนความสงสัยในใจ ก่อนจะกัดมันเทศเข้าปากอย่างไม่รีบร้อน เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่?

เจียงผิงผู้นี้คงไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่เห็นภายนอก หรือบางที...แม้แต่เจ้าของร่างเดิมเองก็อาจมีความเป็นมาที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน สองพ่อลูกกลับมาถึงอารามเต๋า พวกเขามองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนจะนำมันเทศไปต้ม

มันเทศสองจินมีเพียงสี่หัว แบ่งกันคนละสองหัว กินเข้าไปแล้วก็ช่วยให้อิ่มท้องได้ไม่น้อย

“กินมื้อนี้แล้ว มื้อเย็นคงต้องงด” เจียงผิงกล่าวพลางกินมันเทศ

เจียงหลานพยักหน้าเห็นด้วย

ทว่าพอตกบ่าย ท้องของเธอก็เริ่มส่งเสียงร้องประท้วง

เจียงหลานถอนหายใจ ก่อนเดินตรงไปยังห้องครัว เมื่อก่อนเธอเคยต้องทนหิวเสียที่ไหนกัน พอเดินเข้าไปก็เห็นเจียงผิงยืนอยู่ข้างเตา กำลังแทะใบผักกาดเขียวดิบๆ เพื่อประทังความหิว

เจียงหลานถึงกับพูดไม่ออก ชีวิตเช่นนี้ช่างเหลือจะทนจริงๆ

“พ่อคะ ทำกับข้าวเถอะค่ะ” เธอเอ่ยอย่างจนใจ “พรุ่งนี้จะหิวอีกก็ค่อยคิดหาทางกันใหม่”

เจียงผิงพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับเพิ่งตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิต กว่าข้าวจะสุก ท้องฟ้าด้านนอกก็มืดสนิทแล้ว อาหารมื้อนี้จืดชืดจนแทบไม่มีรสชาติ แต่ถึงอย่างไรก็ช่วยให้อิ่มท้องได้

“พรุ่งนี้เช้ายังพอเหลือให้กินอีกหนึ่งมื้อ” เจียงผิงกล่าว

หลังจากกินมื้อนั้นเสร็จ พวกเขาก็ต้องออกไปหาเสบียงกันใหม่อีกครั้ง

ชายชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ “พ่อพักมาพอสมควรแล้ว คืนนี้น่าจะวาดยันต์ได้สักสองแผ่น พรุ่งนี้พวกเราเอาเข้าเมืองไปขายกัน”

“หนูจะช่วยวาดอีกสองสามแผ่นค่ะ”

จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ยันต์ที่เจียงผิงวาดมีฤทธิ์อยู่ได้เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น อีกทั้งทุกครั้งที่วาดยันต์เสร็จ เขายังต้องพักฟื้นร่างกายอยู่ระยะหนึ่ง

เจียงหลานลอบถอนหายใจ

หากหวังพึ่งเจียงผิงเพียงคนเดียว ชีวิตของสองพ่อลูกคงต้องกินมื้ออดมื้อไปตลอด สุดท้ายแล้ว คนที่ต้องออกแรงหาเลี้ยงครอบครัวก็คงหนีไม่พ้นเธออยู่ดี

หลังจากตกลงกันแล้ว เจียงผิงก็ไปเตรียมตัววาดยันต์

เจียงหลานเดินตามหลังเขาไปติดๆ ตั้งใจจะขอใช้กระดาษยันต์กับหมึกของเขาด้วย เธอเพิ่งเข้ามาอยู่ในโลกนี้ ไม่มีทรัพย์สินติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว เวลานี้จึงทำได้เพียงอาศัยของจากผู้เป็นพ่อไปก่อน

ตามเขาเข้าไปในห้อง มองดูชายชราล้างมือ จุดธูป แล้วก้มลงกราบไหว้แผ่นป้ายที่ตั้งอยู่บนโต๊ะบูชา คาดว่าน่าจะเป็นป้ายของปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนัก

หลังจากทำพิธีเสร็จ เจียงผิงจึงกางกระดาษยันต์ออก แล้วเริ่มฝนหมึกอย่างตั้งอกตั้งใจ เป็นที่รู้กันดีว่าสองพ่อลูกคู่นี้ยากจนข้นแค้น พู่กันสำหรับวาดยันต์จึงมีอยู่เพียงด้ามเดียว เจียงหลานไม่มีทางเลือก นอกจากนั่งรออยู่ข้างๆ

เจียงผิงทำพิธีทุกขั้นตอนอย่างครบถ้วน ใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมง กว่าจะจับพู่กันและเริ่มลงมือวาดยันต์ ทว่าเมื่อวาดไปได้ครึ่งทาง ปลายพู่กันของเขากลับชะงักไปเล็กน้อย หยดหมึกกองหนึ่งซึมกระจายออกบนผิวกระดาษ ยันต์แผ่นแรกวาดล้มเหลวเสียแล้ว

เจียงหลานนั่งมองอยู่เงียบๆ

เจียงผิงขยำกระดาษยันต์ที่วาดพลาดจนกลายเป็นก้อนกลม โยนทิ้งไปด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนหยิบกระดาษแผ่นใหม่ขึ้นมา และเริ่มวาดยันต์แผ่นที่สอง ผลปรากฏว่าแผ่นที่สองก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าเช่นกัน

เจียงผิงจ้องยันต์ตรงหน้า ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “อีกเพียงนิดเดียว! ขาดอีกแค่นิดเดียวแท้ๆ เหตุใดจึงมาพลาดตอนสุดท้ายได้”

เขาบ่นพึมพำอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปขยำกระดาษ เตรียมโยนทิ้งแล้ววาดแผ่นที่สามต่อ

เจียงหลานจึงหยิบยันต์แผ่นที่สองขึ้นมาพิจารณา มันคือยันต์คุ้มภัย ตัวอักขระเกือบจะสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่ในจังหวะเก็บรายละเอียดเส้นสุดท้าย เจียงผิงกลับตวัดพู่กันเลยออกไป ทำให้โครงสร้างของยันต์เสียหาย ต่อให้ฝืนวาดจนเสร็จ มันก็เป็นได้เพียงเศษกระดาษไร้ฤทธิ์แผ่นหนึ่ง

ทว่าในสายตาของเจียงหลาน ยันต์แผ่นนี้ยังพอแก้ไขได้

หากปรับเปลี่ยนเส้นอักขระบางส่วน ก็สามารถดัดแปลงจากยันต์คุ้มภัยให้กลายเป็น ‘ยันต์ชักนำเคราะห์’ ได้ ถึงแม้คนทั่วไปคงไม่มีใครยอมเสียเงินซื้อยันต์เรียกโชคร้ายเข้าหาตัวเอง แต่ด้วยหลักประจำใจที่ว่า กระดาษยันต์ทุกแผ่นล้วนมีค่า จะทิ้งขว้างอย่างสูญเปล่าไม่ได้ วาดเก็บเอาไว้ก่อนย่อมไม่เสียหาย

เจียงหลานจึงเอ่ยขัดเจียงผิง “พ่อคะ ให้หนูวาดก่อนเถอะ พ่อพักสักครู่ พอวาดเสร็จแล้วหนูจะได้กลับไปนอน”

เจียงผิงนิ่งเงียบไป เวลานี้เขากำลังมีอารมณ์ฮึกเหิม ตั้งใจจะรวบรวมกำลังทั้งหมดวาดยันต์แผ่นที่สามให้สำเร็จในคราวเดียว เขามั่นใจอย่างยิ่งว่าแผ่นที่สามจะต้องสำเร็จแน่นอน

“ลูกรออีกประเดี๋ยวเถอะ ให้พ่อวาดแผ่นที่สามให้เสร็จก่อน แล้วลูกค่อยวาดต่อ”

เจียงหลานมองประกายมุ่งมั่นจนเกือบคลั่งในดวงตาของชายชรา ก่อนถอนหายใจเบาๆ “พ่อคะ ต่อให้วาดแผ่นที่สาม พ่อก็วาดไม่สำเร็จหรอกค่ะ”

เจียงผิงเงยหน้ามองเด็กสาวตรงหน้า เขาอ้าปากเตรียมโต้แย้งว่าเป็นไปไม่ได้ ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาเรียบเฉยจนเกือบเย็นชาของเธอ คำพูดทั้งหมดกลับถูกกลืนลงคอไปเสียก่อน คล้ายเพิ่งตระหนักถึงอะไรบางอย่าง จึงยอมวางพู่กันลงแต่โดยดี แล้วขยับหลีกทางให้ลูกสาว

เมื่อถอยมายืนอยู่ด้านข้าง เจียงผิงจึงเอ่ยแก้เก้อ “ปกติเวลาพ่อวาดยันต์ วาดห้าแผ่นจะสำเร็จสักสองแผ่น พ่อก็เลยคิดว่าแผ่นที่สามน่าจะสำเร็จ”

เจียงหลานส่งเสียงรับเบาๆ ในลำคอ เธอคลี่ยันต์คุ้มภัยที่วาดพลาดออก วางราบลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงหยิบพู่กันขึ้นมาแตะหมึกเพียงเล็กน้อย

ขณะที่เธอกำลังจะตวัดปลายพู่กันลงไป เสียงของเจียงผิงก็ดังขึ้นเสียก่อน เขาจ้องกระดาษยันต์บนโต๊ะด้วยความประหลาดใจ ยันต์ที่ตนเองวาด เขาย่อมจดจำได้เป็นอย่างดี

เหตุใดเจียงหลานจึงหยิบยันต์แผ่นที่สองที่วาดพลาดขึ้นมาใช้?

“ลูกจะทำอะไร?”

เจียงหลานถือพู่กันค้างไว้ ก่อนหันไปตอบเขาด้วยสีหน้าเป็นธรรมชาติ “แก้โครงสร้างยันต์ค่ะ” พูดจบ เธอก็หันกลับมามองกระดาษบนโต๊ะอีกครั้ง แล้วตวัดปลายพู่กันลงไปอย่างเด็ดขาด

เจียงผิงเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง มองท่วงท่าการลงพู่กันของเธอด้วยความตกตะลึง ข้อมือเรียวบางขยับอย่างพลิ้วไหว ปลายพู่กันลากผ่านผิวกระดาษ เกิดเป็นเส้นอักขระลี้ลับที่เชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหล ทุกเส้นมั่นคงและเฉียบขาด ไม่มีอาการลังเลหรือสะดุดแม้แต่น้อย

กระทั่งเจียงหลานยกปลายพู่กันขึ้น เส้นอักขระทั้งหมดก็เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ เจียงผิงก้มมองยันต์บนโต๊ะ ริมฝีปากที่อ้าค้างอยู่แล้วพลันอ้ากว้างกว่าเดิม ยันต์แผ่นนี้สัมฤทธิ์ผลแล้ว!

ในวินาทีที่เขาจ้องมอง กระดาษยันต์พลันปรากฏประกายแสงสีทองวาบผ่านอย่างเลือนราง ก่อนจะหายไปในพริบตา นั่นคือสัญลักษณ์ของยันต์ชั้นเลิศ!

ตามบันทึกในตำราโบราณ เมื่อวาดยันต์คุณภาพสูงสำเร็จ ตัวอักขระจะปลดปล่อยปราณวิญญาณเรืองรองออกมาให้เห็นชั่วขณะ

สิ่งที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงคำบรรยายในตำรา...กลับมีอยู่จริง!

 

 

??“? แวะคุยท้ายตอนกับสหายนักอ่าน

 แม่หนูเจียงหลานของเราไม่เพียงแต่ดูโหงวเฮ้งแม่นยำเท่านั้น แต่ทักษะการวาดยันต์ยังอยู่ในระดับเซียนอีกด้วย!

ตาเฒ่าเจียงผิงพยายามวาดยันต์คุ้มภัยแต่พลาดไปถึงสองแผ่น แถมกระดาษยันต์ก็มีค่าดั่งทอง แม่หนูเจียงหลานจึงอาสาโชว์ฝีมือ นำยันต์แผ่นที่สองที่พลาดไปมาแก้โครงสร้างใหม่ เปลี่ยนจาก 'ยันต์คุ้มภัย' ให้กลายเป็น 'ยันต์ชักนำเคราะห์' แทน! แม้แต่ตาเฒ่าเจียงผิงที่เห็นกับตายังต้องเบิกตาอ้าปากค้าง เพราะยันต์ที่แม่หนูวาดนั้นเปล่งประกายแสงสีทอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของยันต์ชั้นเลิศที่เคยเห็นแต่ในตำราโบราณเท่านั้น!

งานนี้คู่พ่อลูกสู้ชีวิตจะนำยันต์ชั้นเลิศไปทำเงินในเมืองได้อย่างไร แล้ว 'ยันต์ชักนำเคราะห์' แผ่นนี้จะไปตกอยู่ในมือใคร 

สหายทั้งหลายอย่าลืมติดตามและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้แม่หนูเจียงหลานกันด้วยนะ!