เร่ขายพี่ชาย
เร่ขายพี่ชาย
โจวฟางพอกลับถึงร้านของตัวเอง เธอก็เดินเข้าห้องทำงานปิดประตูอย่างแน่นหนาแล้วจึงโทรศัพท์ไปที่บ้านตระกูลหลิว ไม่นานก็วางสายพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
แม่โจวมองลูกสาวที่ยุ่งเรื่องของฮุ่ยฮุ่ยไม่หยุดหย่อนแล้วก็ได้แต่ปรามอย่างไม่จริงจังนัก “แกนี่นะ ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นตลอดเลย อย่างเรื่องฮุ่ยฮุ่ยกับเจ๋อหย่วนก็ทีนึงแล้ว มาคราวนี้ก็ยุ่งเรื่องของฮ่าวฮ่าวอีก คนตระกูลหลิวจะเกลียดแกเอาได้นะ”
เธอลดเสียงลงจนกลายเป็นกระซิบ “เกลียดก็เกลียดไปสิคะ ถึงแม่จะบอกให้หนูทำดีกับหลิวอวี่ถิงคนนั้นเพราะหล่อนมีแหวนมิติ แต่หนูบอกแม่เอาไว้ตรงนี้เลยนะคะ ไม่มีทางค่ะ ถึงไม่ต้องพึ่งทรัพย์สมบัติในของวิเศษนั่น หนูก็สามารถหาเงินและสร้างตัวได้”
“แกนี่นะ ไม่เห็นเหรอว่าคนบ้านใหญ่กระตือรือร้นอยากจะเข้าหาหลิวอวี่ถิงมากแค่ไหน ฮึ! เมื่อก่อนตอนที่พ่อของแกได้ครอบครองแหวนวงนั้น พวกเขาก็จะเป็นจะตายไปรอบหนึ่งแล้ว มาคราวนี้แม้แต่พี่ใหญ่ของแกยังถูกกีดกันไม่ให้เข้าใกล้หลิวอวี่ถิงเลย”
“กีดกันพี่ใหญ่ออกไปแล้ว อย่างกับว่าพี่เจ๋อหย่วนจะมองหลิวอวี่ถิงคนนั้น เขาก็ยังวิ่งตามฮุ่ยฮุ่ยแทบจะวันเว้นวันอยู่เลยค่ะแม่”
“วิ่งตามก็วิ่งตามไปเถอะ แต่ลูกสะใภ้ตัวจริงน่ะ ป้าสะใภ้ของแกวางตัวเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็นหลิวอวี่ถิงเท่านั้น เจ๋อหย่วนน่ะไม่มีทางทันเล่ห์เหลี่ยมพ่อแม่ของเขาหรอก”
“ฮึ! เขาก็มีเล่ห์เหลี่ยมไม่ต่างกันหรอกค่ะ รู้ทั้งรู้ว่าเป็นการหมั้นระหว่างสองตระกูล ตอนนี้ฮุ่ยฮุ่ยไม่ได้ใช้แซ่หลิวแล้ว แต่เขาก็ยังดันทุรัง แล้วสหายของหนูจะต้องแบกหม้อดำนี้ไปถึงไหนกันคะ ถ้าไม่ใช่ญาติกันหนูไม่มีทางให้เขามาป้วนเปี้ยนใกล้ตัวฮุ่ยฮุ่ยเด็ดขาด”
“ฉันถึงว่าแกยุ่งเรื่องคนอื่นให้มันน้อยลงหน่อยไง” แม่โจวมองลูกสาวอย่างขัดใจ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นยังไงก็ต้องรักษาผลโยชน์ของสายรองให้ได้มากที่สุด แต่ดูที่ลูกสาวของเธออยู่ตอนนี้สิ น่าขัดใจจริงๆ
“ใครจะว่ายังไงก็ช่างเถอะค่ะ ครอบครัวเราทุกวันนี้ก็ไม่ได้ลำบาก ไม่มีของแบบนั้นพวกเราก็อยู่ได้”
“เฮ้อ! แม่ก็ไม่ได้คิดมากหรอก แต่คนที่คิดมากคือพ่อของแกต่างหาก เขาเคยครอบครองเป็นเจ้าของมัน ย่อมอยากให้มันเลือกพี่ใหญ่หรือตัวแก แต่แหวนมิติวงนั้นกลับเลือกคนตระกูลหลิวแทนเสียนี่”
“เรื่องนี้ไม่มีใครกำหนดได้นี่คะ ไม่ใช่พ่อคนเดียวเสียหน่อยที่สูญเสียมัน คนตระกูลโจวของพวกเราก็มีหลายครั้งที่ได้รับและสูญเสีย”
“แกคิดว่าฉันไม่พูดเรื่องพวกนี้ให้พ่อแกฟังเหรอ ฉันพูดจนปากจะฉีกอยู่แล้ว แต่เขาก็เอาแต่คิดถึงของสิ่งนั้น น่าปวดหัวจริงๆ” แต่ถึงแม้จะพูดเช่นนั้น ในใจลึกๆ ของเธอก็คิดเหมือนสามี และในอนาคตไม่ว่าเขาจะทอะไร เธอย่อมเห็นด้วยกับเขาทั้งหมด
โจวฟางลุกขึ้นมองผู้เป็นแม่แล้วก็ส่ายหน้า เธอเลือกเดินออกจากห้องทำงาน ปล่อยให้แม่ของเธอคิดวุ่นวายอยู่อย่างนั้นต่อไป ส่วนตัวเธอไปสั่งขนมกับน้ำเพื่อให้พนักงานเอาไปส่งให้สหายรักแทน จากนั้นก็วุ่นวายอยู่ในร้านจนกระทั่งเย็น ถึงได้ขับรถกลับบ้าน
หลินฮุ่ยกับฟางหลานและฮ่าวฮ่าว มาถึงบ้านเช่าหลังเล็กก็พอดีกับที่รถยนต์คันหรูมันปลาบมาจอดอยู่หน้าประตูบ้านเช่าพอดี
เด็กหนุ่มรีบไปหลบข้างหลังพี่สาวทันที “พี่สาว ผมไม่กลับไปกับพวกเขานะครับ”
ฮุ่ยฮุ่ยหันไปมองน้องชายที่มีท่าทางหวาดกลัว แล้วก็ปลอบใจเขาเบาๆ “พี่จะพยายามนะฮ่าวฮ่าว แต่พี่ก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่าจะห้ามพวกเขาได้ไหม” นั่นก็เพราะเธอเป็นแค่คนนอกเท่านั้น
พ่อหลิวก้าวลงมาจากรถ แล้วก็เดินตรงมาหาอดีตลูกสาว “ฮุ่ยฮุ่ย ฉันไม่คิดเลยนะว่าแกจะทำให้ฮ่าวฮ่าวกลายเป็นเด็กก้าวร้าวแบบนี้”
ใบหน้าของหญิงสาวแดงก่ำเพราะความโกรธ “ฉันไม่ได้อยู่ที่บ้านของคุณตั้งสองเดือนกว่าแล้วนะคะคุณหลิว จะส่งผลกับเขาได้ยังไงกันคะ”
“ก็เป็นเพราะเธอสอนเขามาตั้งแต่เด็ก เขาถึงได้มีนิสัยเหมือนเธอ ฮ่าวฮ่าว! กลับบ้านกับพ่อ!”
“ไม่! ผมไม่กลับไปที่นั่นเด็ดขาด พ่อกับแม่เอาแต่เข้าข้างหลิวอวี่ถิงคนนั้น ผมเกลียดเธอ!!”
“นั่นพี่สาวแท้ๆ ของแกนะ เธอหวังดีกับแก แต่แกเอาแต่เรียกหาคนอื่น กลับบ้านกับฉันเดี๋ยวนี้!”
“ไม่! ผมไม่กลับ! ผมจะอยู่ที่นี่กับพี่สาว!” เขาตะโกนออกไปสุดเสียงด้วยความโมโหไม่ต่างกัน แค่บอกว่าเป็นก็จะเป็นได้หรือ ถ้าเขาเลือกได้คงวิ่งตามพี่สาวออกจากบ้านตั้งแต่วันนั้นแล้ว
“ถ้าแกไม่กลับบ้าน ฉันจะไปแจ้งตำรวจว่าหล่อนเป็นพวกค้ามนุษย์” เขาชี้ไปที่ฮุ่ยฮุ่ยเพื่อข่มขู่ลูกชาย
“พ่อ! พี่สาวก็เป็นลูกของพ่อนะ พ่อจะทำกับพี่สาวแบบนี้ไม่ได้”
“แบบไหนที่เรียกว่าไม่ได้ล่ะ ถ้าแกยอมรับถิงถิงอย่างว่าง่าย มันจะมีปัญหาแบบตอนนี้ไหม!”
เด็กหนุ่มก้มหน้าอย่างคิดไม่ตก เขาไม่อยากกลับแต่เขาก็ไม่อยากให้พี่สาวต้องมาเดือดร้อน และไม่นานเพื่อปกป้องความสงบสุขของพี่สาว เขาจำต้องเดินไปหาผู้เป็นพ่อ “ก็ได้ ผมจะกลับบ้าน แต่อย่าคาดหวังว่าผมจะยอมรับผู้หญิงใจร้ายคนนั้นนะ ไม่มีทางเสียล่ะ”
พ่อหลิวมองลูกชายที่ออกหน้าปกป้องคนอื่นแทนที่จะปกป้องคนในครอบครัวก็ให้ปวดใจ แต่เขายังเล็กยังมีเวลาสั่งสอนอีกหลายปี “ถ้าแกไม่อยากให้หลินฮุ่ยเดือดร้อน แกก็อย่ามาหาเธออีก”
“พ่อห้ามผมไม่ได้หรอก ผมคิดถึงพี่สาวผมก็จะมาแล้วก็จะรีบกลับบ้าน พี่สาววันนี้ผมจะกลับก่อน วันหลังผมจะแวะมาเยี่ยมพี่อีกนะครับ”
หลินฮุ่ยได้แต่ยิ้มให้เขา “ถ้าพวกเขาไล่ออกจากบ้าน นายก็ไปแจ้งตำรวจนะฮ่าวฮ่าว ว่าพวกเขาเป็นพวกค้ามนุษย์”
“แก! แกสอนอะไรให้ลูกชายฉัน! ฉันจะแจ้งตำรวจให้มาจับแกวันนี้เลย!”
“ฮึ! เรื่องสลับตัวเด็กทารกก็ยังไม่กระจ่างเลยนะคะคุณหลิว ก็ยังไม่แน่ว่าใครกันที่จะถูกจับ”
“แก! แกไปรู้อะไรมา!”
“ก็ไม่รู้สินะ ถ้าขืนคุณยังเอาแต่กล่าวหาว่าฉันเป็นพวกค้ามนุษย์ ฉันก็อาจจะตกใจจนเผลอพูดบางอย่างออกไปก็ได้”
“ดี! ดีๆๆ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” พ่อหลิวชี้หน้าหลินฮุ่ยก่อนจะรีบเดินกลับไปขึ้นรถ
ส่วนหลิวฮ่าวเห็นท่าทางของผู้เป็นพ่อแล้วก็รู้สึกสะใจ เขาลดกระจกลงมาแล้วตะโกนบอกพี่สาวที่เขารักว่า “พี่สาว พี่เก่งมากๆ เลย” แล้วเขาก็โบกมืออย่างร่าเริงส่งมาให้ ก่อนจะกลับเข้าไปนั่งในรถตามเดิม
ฟางหลานที่เงียบมานานถามหลินฮุ่ยอย่างเป็นห่วง “เธอข่มขู่เขาไปขนาดนั้น ไม่กลัวเขาจะส่งคนมาอุ้มเธอไปจัดการเหรอฮุ่ยฮุ่ย”
“ฉันไม่กลัวเขาหรอกค่ะพี่ฟาง อีกอย่างตราบใดที่เขาคิดว่าฉันกุมความลับของเขาเอาไว้ เขาไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก” ว่าพลางก็ไขกุญแจเปิดประตูเข้าบ้านอย่างสบายใจ แม้น้องชายจะไม่ได้ค้างคืนด้วยก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเธอก็ยังได้โต้กลับให้คนพวกนั้นเจ็บๆ คันๆ บ้าง
ฟางหลานถึงกับเลิกคิ้วแล้วถามกลับเสียงเบา “เธอรู้ความลับของพวกเขาจริงๆ เหรอ”
หญิงสาวรีบปิดประตูแล้วก็ส่ายหน้า ก่อนจะหัวเราะเสียงแผ่วอย่างมีเลศนัย “ไม่รู้หรอกค่ะ แต่พี่ใหญ่น่าจะรู้”
“เธอนี่นะ แสบจริงๆ ท่านประธานยังบอกว่าเธอเรียบร้อยน่ารัก ยังบอกฉันว่าให้ปกป้องเธอให้ดี อย่าให้ใครมารังแกเธอได้ แต่นิสัยแบบนี้ เรื่องน่าจะมาถึงตัวเร็วๆ นี้แหละ” ว่าแล้วก็มองหลินฮุ่ยอย่างอ่อนใจ นิสัยสองพี่น้องคู่นี้เหมือนกันเป๊ะเลย
หญิงสาวหรี่ตามองพี่ฟางอย่างพิจารณา ก่อนจะกลายเป็นตาโตเท่าไข่ห่าน “อย่าบอกนะคะว่าพี่เคยเป็นทหารมาก่อน”
“ทั้งแสบทั้งฉลาดเสียด้วย รีบเข้าบ้านเร็ว เย็นนี้เดี๋ยวทำอาหารภาคใต้ให้เธอลองชิม รับรองเธอจะต้องติดใจแน่นอน”
คราวนี้ดวงตาของหลินฮุ่ยกลายเป็นพราวระยับขึ้นมา เธอรีบเกาะแขนพี่ฟางเอาไว้ราวกับลูกหมีตัวน้อย “พี่ฟาง พี่มีคนรักหรือยัง สนใจพี่ใหญ่ของฉันไหมคะ เขาอายุ 32 ปีแล้ว ฉันกลัวเขาขายไม่ออกจริงๆ นะคะ”
ฟางหลานถึงกับหน้าเหวอไป จะจับคู่ให้เธอกับยมทูตหน้าหยกคนนั้นน่ะเหรอ ส่งเธอไปตายเธอก็ยังเลือกไปตายเลยนะ “ขอร้องล่ะ ฉันยังรักชีวิตโสดอยู่ อย่าหาเรื่องให้ฉันเลยนะฮุ่ยฮุ่ย”
“อะไรกัน พี่ใหญ่ของฉันดีขนาดนั้น เขาทั้งหล่อ ทั้งเก่งเลยนะคะ”
“พอๆ พอเลย ฉันเคยเป็นลูกน้องในหน่วยของเขามาก่อน ภาพลักษณ์พี่ชายใจดีเขาแสดงให้เธอดูเท่านั้นล่ะฮุ่ยฮุ่ย” ไม่พูดเปล่าเธอยังได้บีบแก้มทั้งสองข้างของฮุ่ยฮุ่ยไปด้วยหลายที ช่างนุ่มดีจริงๆ วันหลังต้องบีบบ่อยๆ แล้ว
“พี่ฟาง พี่บีบแรงไปแล้วค่ะ ไม่สนใจก็ไม่สนใจสิคะ ทำไมต้องใส่ร้ายพี่ใหญ่ของฉันด้วย” พี่ชายของเธอเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดในโลกเชียวนะ ทำไมมีแต่คนมองไม่เห็นความดีของเขา ฟางฟางก็คนหนึ่งล่ะที่เรียกพี่ชายของเธอว่าลุง ยังมีพี่ฟางอีกที่ทำหน้าตาราวกับอยากจะตายเสียให้ได้ เฮ้อ! ใครกันนะที่จะได้เป็นพี่สะใภ้ของเธอ
คนที่ถูกน้องสาวจับคู่ให้ ได้แต่จามอยู่บนเรือท่ามกลางมหาสมุทรอันเวิ้งว้าง แต่ไม่นานเขาก็ได้แต่ส่ายหน้าไม่ใส่ใจ
หัวค่ำ ขณะที่หลินฮุ่ยกับฟางหลานกำลังจะทานข้าว ประตูบ้านก็ถูกเคาะอย่างพอดิบพอดี พอเปิดประตูออกมาก็เห็นว่าเป็นโจวเจ๋อหย่วนที่ทำตัวหน้าหนาขึ้นทุกวัน และก็พ่วงโจวฟางมาด้วยอีกคน
“ฮุ่ยฮุ่ย ฉันถูกเขาบังคับ ไม่ได้อยากมารบกวนเวลาของเธอเลยนะ”
“ฮุ่ยฮุ่ย พี่ซื้อเป็ดปักกิ่งมา พวกเราทานข้าวเย็นด้วยกันนะ” ไม่พูดเปล่าเขายังได้ลากโจวฟางเข้าไปในบ้านอย่างสบายใจด้วย
“พี่เจ๋อหย่วน เบาๆ หน่อยฉันจะตายอยู่แล้วเนี่ย”
โจวเจ๋อหย่วนปล่อยมือจากเสื้อฮู้ดกันลมของน้องสาว “ขาสั้นแล้วก็ยังเดินช้าอีก ฮุ่ยฮุ่ยพวกเราเข้าบ้านกันดีกว่านะ”
“พี่โจว พี่ไม่มีบ้านหรือคะ ฟางฟางเธอพาเขากลับไปที” วันนี้วุ่นวายมามากพอแล้ว เธออยากกินข้าวแบบสงบๆ หน่อย อีกอย่างในบ้านยังมีพี่ฟางอยู่ด้วย ไม่สะดวกจะรับแขกแล้วจริงๆ
“ดะ ได้สิ พี่ฟางก็กลับมากับเธอด้วยใช่ไหม”
“ใครคือพี่ฟาง เธอมีคนรักแล้วเหรอฮุ่ยฮุ่ย” โจวเจ๋อหย่วนรีบถามขึ้นมาทันที เขาเดินเข้าหาหญิงสาวด้วยท่าทีที่คุกคาม
กึก!
ฝ่ามือเรียวบางแต่ทรงพลังของฟางหลานยันอกของโจวเจ๋อหย่วนเอาไว้อย่างไม่สนหน้าตาของเขาเลยสักนิด “คุณเป็นแค่อดีตคู่หมั้น ไม่ควรมาก่อกวนชีวิตของฮุ่ยฮุ่ยนะคะคุณโจว”
“เธอเป็นใคร มายุ่งอะไรเรื่องของพวกเรา” เขายังพยายามจะเดินเข้าหาหลินฮุ่ยแต่ถูกผู้หญิงตัวผอมบางกันเอาไว้ เธอเป็นตัวอะไรเนี่ยเรี่ยวแรงอย่างกับวัวเทียมเกวียนสิบตัว
“ฉันก็คือพี่ฟางของฮุ่ยฮุ่ยอย่างไรล่ะคะ เชิญออกไปได้แล้วค่ะ ต่อไปถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็อย่าเข้ามาโดยพลการนะคะ”
โจวฟางแอบยกนิ้วให้กับพี่ฟางอย่างลับๆ ก่อนจะรีบเดินไปเกาะแขนของหลินฮุ่ยเอาไว้ “นับวันเขายิ่งเหมือนคนบ้า น่าจะเป็นลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ที่กดดันเขาให้หมั้นกับหลิวอวี่ถิงคนนั้นนั่นแหละ”
“ขัดขืนไปก็เท่านั้น ตราบใดที่เขายังได้รับผลประโยชน์จากตระกูลโจวก็ต้องยอมหมั้นกับหลิวอวี่ถิงอยู่ดี”
“เธอพูดถูกที่สุดฮุ่ยฮุ่ย เขามันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวที่อยากได้ทั้งผลประโยชน์และสมหวังในความรัก”
“อย่าพูดว่าความรู้สึกที่เขามีต่อฉันคือความรักเลย เขาแค่อยากเอาชนะเท่านั้นแหละ”
“พวกเธอสองคนจะนินทาฉันอีกนานไหม รีบมาดึงผู้หญิงบ้าคนนี้ออกไปที” โจวเจ๋อหย่วนดิ้นรนจนหมดแรง แต่ก็ยังสู้ฟางหลานไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
“พี่โจวคะ ถ้าพี่ยอมกลับบ้านแต่โดยดี พี่ฟางก็ยอมปล่อยพี่เองนั่นแหละค่ะ” ว่าแล้วหลินฮุ่ยก็หัวเราะเสียงแผ่วอย่างชอบใจ
“พี่ไม่ยอมหรอกนะฮุ่ยฮุ่ย วันนี้ยังไงก็ต้องทานข้าวเย็นกับเธอให้ได้”
ฟางหลานมองโจวเจ๋อหย่วนแล้วก็ตวัดขาเตะออกไปอย่างรวดเร็ว ผลที่ได้ก็คือเขาลงไปคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอทันที “ไอ้หยา! คุกเข่าแบบนี้ ลองเรียกฉันว่าคุณย่าให้ฟังสักหน่อยสิคะคุณชายโจว”
“เธอ!” เขารีบลุกขึ้นทันที การเสียหน้าแบบนี้ทำให้เขาแทบจะมุดดินหนี และเขาก็ไม่มีหน้าจะอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว “ฟางฟางกลับบ้าน”
“พี่กลับไปเถอะ ฉันจะกินข้าวเย็นกับฮุ่ยฮุ่ย”
“ตามใจเธอ!”
โจวฟางหัวเราะร่าอย่างชอบใจ ก่อนจะหันไปเกาะแขนพี่ฟางแทน “พี่ฟาง พี่สุดยอดจริงๆ ค่ะ พี่สนใจมาเป็นพี่สะใภ้ของฉันไหมคะ พี่ชายของฉันหน้าตาหล่อเหลาและรักครอบครัวมากๆ เลยนะคะ นอกจากนี้เงินเดือนเขาก็สูงมากด้วย”
หลินฮุ่ยก็รีบเกาะแขนอีกข้างของฟางหลานเช่นกัน “พี่ฟาง พี่จะชอบพี่ใหญ่ของฟางฟางไม่ได้นะคะ เขาเป็นคนใจง่าย โลเล เห็นคนสวยเป็นไม่ได้ต้องรีบเข้าไปจีบ แบบนี้จะทำให้พี่เสียใจเอาได้นะคะ ไม่สู้พี่ลองพิจารณาพี่ใหญ่ของฉันดีกว่านะ”
“ฮุ่ยฮุ่ย เธอจะเร่ขายพี่ใหญ่ของเธอไปทั่วไม่ได้นะ เมื่อตอนกลางวันยังจะขายเขาให้ฉันอยู่เลย มาตอนนี้จะขายให้พี่ฟางเสียแล้ว แม่สื่ออย่างเธอนี่เชื่อถือไม่ได้จริงๆ”
“พี่ฟางดีขนาดนี้ แม้เธอจะเป็นสหายรักของฉัน แต่เรื่องนี้ใครดีใครได้นะฟางฟาง”
“เหอะๆ ใครดีใครได้งั้นเหรอ ได้เลย พี่ชายเธอไม่อยู่ แต่พี่ชายฉันอยู่ที่ปักกิ่ง ฉันจะพาเขามาเจอพี่ฟางพรุ่งนี้เลย คอยดูไปเถอะว่าพี่ฟางจะชอบใครระหว่างพี่ของเธอกับพี่ของฉัน”
“อย่างพี่ชายของเธอ พี่ฟางไม่มีทางชอบหรอกน่า”
โจวฟางกำลังจะโต้กลับสหายรัก แต่ถูกฟางหลานหยุดเอาไว้ก่อน “พวกเธอสองคนนี่เล่นเป็นเด็กไปได้ รีบเข้าบ้านไปกินข้าวได้แล้ว”
“พี่ฟาง พี่จะเลือกใคร!” สองสหายยังไม่ยอมลดละ
“ไม่เลือกใครทั้งนั้นเพราะฉันเลือกแต่งกับงานและเงินไปแล้ว ไป! เข้าบ้านไปกินข้าว!”