LNCrawler

เรื่องนี้อัศจรรย์เกินไปแล้ว

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

เรื่องนี้อัศจรรย์เกินไปแล้ว

วันต่อมา ขณะที่กำลังนั่งเรียนอยู่ในคลาสวิชาวรรณกรรมอยู่นั้น หลินฮุ่ยก็รู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของพี่ชายอย่างแปลกประหลาด แต่หญิงสาวก็ยังคงทำตัวตามปกติไม่แสดงพิรุธออกมาเพราะกลัวสหายทั้งสองจะผิดสังเกต

จนกระทั่งเลิกคลาส เธอจึงรีบเดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วเรียกเขาอยู่ในใจ “พี่ใหญ่ พี่ได้ยินฉันไหมคะ” เธอรู้สึกว่าตัวเองน่าจะบ้าไปแล้ว แต่ถ้าไม่ลองเรียกพี่ชายเธอก็คงจะอึดอัดใจไปทั้งวัน

“ฮุ่ยฮุ่ยเหรอ เธออยู่ที่ไหน ทำไมพี่ถึงได้ยินเสียงของเธอได้ล่ะ”

“ฉันก็อยู่ที่มหาวิทยาลัยไงคะพี่ใหญ่ แล้วตอนนี้พี่อยู่ไหน เมื่อคืนฉันฝันเห็นพี่ต่อสู้กับคนชุดดำบนเรือ แล้วก็ตามไปต่อสู้กันใต้น้ำด้วย พี่ยังปลอดภัยดีใช่ไหมคะ” หลินฮุ่ยแม้จะอัศจรรย์ใจแค่ไหน แต่ก็พยายามจะสอบถามพี่ชายให้ได้มากที่สุด

“ยังปลอดภัยดีอยู่ เย็นนี้เธอไปบอกเหล่าหยางหรือใครก็ได้ในสหายสามคนของพี่ บอกพวกเขาว่าอย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไรทั้งนั้น หรือถ้าเธอออกไปไม่สะดวกก็ให้โทรที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะก็ได้นะ”

“มีหนอนบ่อนไส้ในหน่วยของพี่ใช่ไหมคะพี่ใหญ่” หญิงสาวคุยในใจกับพี่ชาย ก่อนจะรีบทำทีเป็นล้างมือแล้วก็เดินออกจากห้องน้ำ

“เธอก็น่าจะเห็นแล้วนะฮุ่ยฮุ่ย ตอนนี้เหล่าเฉินได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเลย เธออย่าเพิ่งบอกเมียกับลูกของเขานะ”

“อะไรนะพี่ใหญ่ พี่เฉินก็ไปร่วมภารกิจกับพี่ด้วยเหรอ ไปได้ยังไงกัน” สายตาของหญิงสาวเริ่มระแวดระวัง ก่อนจะคิดได้ว่าน่าจะไม่มีใครได้ยินสิ่งที่เธอกับพี่ชายกำลังโทรจิตสื่อสารกัน

“งานนี้ขาดเขาไม่ได้จริงๆ ครั้งนี้เป็นภารกิจที่สำคัญมาก มีการส่งมอบเทคโนโลยีสำคัญโดยผ่านทางสายลับของเราที่แทรกซึมอยู่ต่างประเทศ เหล่าเฉินเชี่ยวชาญหลายด้านเขาจึงถูกส่งมาร่วมภารกิจตั้งแต่ห้าวันก่อน แล้วเมื่อคืนก็เกิดเรื่องขึ้น” เขาพูดได้เท่านี้เพราะไม่อยากให้น้องสาวต้องเดือดร้อนไปด้วย

“ฉันต้องทำยังไงบ้างคะ หรือว่าที่พี่ฟางลากลับบ้านไปก็เพราะเรื่องนี้หรือคะพี่ใหญ่ เอ่อ ฉันรู้มาว่าเธอเคยเป็นทหารและยังเคยเป็นลูกน้องของพี่ด้วย”

“เรื่องนี้พี่ไม่รู้ อาจจะเป็นเหล่าหานก็ได้ที่เรียกคนที่เคยทำงานร่วมกันเพื่อออกตามหาพี่ น่าจะมีคนส่งข่าวกลับไปที่ฝั่งแล้วว่าพี่หายตัวไป”

“ที่แท้พวกเขาก็รู้อยู่ก่อนแล้วนี่เอง แต่ไม่มีใครบอกฉันเลยสักคน”

“เรื่องนี้อันตรายมาก พวกเขาไม่บอกเธอก็ถูกแล้ว”

หลินฮุ่ยกลอกตามองฟ้า ก็รู้อยู่หรอกว่ามันเป็นภารกิจลับ แต่พอพูดคุยกับพี่ชายได้ด้วยวิธีพิเศษแบบนี้ เธอก็อดจะเป็นห่วงเขาไม่ได้ “พี่ปลอดภัยฉันก็วางใจแล้วค่ะ แต่ฉันก็ยังสงสัยอยู่ดี ทำไมพวกเราถึงสื่อสารกันผ่านโทรจิตได้คะพี่ใหญ่”

“ไม่รู้สิ พี่ก็งงอยู่เหมือนกัน บางทีอาจจะเป็นตอนนั้นที่เธอประสบอุบัติเหตุก็ได้นะฮุ่ยฮุ่ย”

“น่าจะจริงค่ะพี่ใหญ่” เธอเออออไปกับพี่ชาย แต่ในใจนั้นมีข้อสงสัยอีกมากมายแต่ก็ไม่รู้จะถามคำถามไหนก่อนดี

“เอาละ การใช้โทรจิตแบบนี้ส่งผลต่อร่างกายและสภาพจิตใจมาก คุยนานกว่านี้ไม่ได้แล้วนะฮุ่ยฮุ่ย”

“ก็ได้ค่ะ ถ้าพี่มีอะไรก็เรียกฉันได้นะคะ”

“ได้ ระวังตัวด้วยนะ อย่าไว้ใจคนตระกูลหลิวกับตระกูลโจว แม้แต่โจวฟางคนนั้นยังไงก็ยังใช้แซ่โจว”

หลินฮุ่ยกำลังจะถามกลับ แต่พี่ชายก็ตัดการสื่อสารกับเธอไปเสียแล้ว หญิงสาวจึงเดินกลับไปหาอู๋เสี่ยวเยี่ยนและหม่าจิ้งที่นั่งรออยู่

 

ตอนเย็นหลินฮุ่ยออกมาทานอาหารหน้ามหาวิทยาลัยกับสหายทั้งสอง ส่วนโจวฟางนั้นยังน่าจะยุ่งๆ กับเรื่องที่บ้านอยู่

ระหว่างที่รออาหารเธอก็ไปโทรศัพท์ หยิบนามบัตรของพี่จ้าวออกมาได้ ก็กดเบอร์แล้วโทรออก รอไม่นานก็มีคนรับสาย “พี่จ้าวหรือคะ”

“ฮุ่ยฮุ่ยเหรอ มีอะไรหรือเปล่า” เหล่าจ้าวกระซิบถามเสียงแผ่วเพราะตอนนี้เขายังอยู่ในห้องประชุมลับอยู่เลย

“พี่ใหญ่ฝากมาบอกว่าช่วงนี้อย่าพึ่งเคลื่อนไหวอะไรทั้งนั้น มีหนอนบ่อนไส้ค่ะ ฉันต้องรีบวางแล้ว พี่ช่วยจัดการเรื่องที่ฉันโทรศัพท์ในวันนี้ให้ด้วยนะคะ ฉันไม่ชอบเรื่องวุ่นวาย”

“ได้ พี่เข้าใจแล้ว ขอบใจมากฮุ่ยฮุ่ย”

เธอวางสายโทรศัพท์ตู้สาธารณะไปแล้ว ก็รีบเดินกลับไปที่ร้านอาหารทันที แต่หญิงสาวคงไม่รู้ว่าคำพูดที่เธอพูดกับเหล่าจ้าวนั้นมีคนรู้เห็นแล้ว และเขาก็สั่งให้ลูกน้องจัดการลบข้อมูลการใช้โทรศัพท์เมื่อครู่นี้ของเธอทันที

“คุณชาย เป็นผู้หญิงในคืนนั้นอีกแล้วครับ และเธอก็น่าจะเป็นคนเดียวกับที่คุณชายได้ยินเสียงที่ห้องอาหารส่วนตัวในวันนั้นด้วยครับ”

“อืม และบ้านของเธอก็อยู่ติดกับบ้านของฉันด้วย”

“คุณชายจะเอายังไงต่อไปครับ ให้ผมไปเชิญเธอมาพบคุณชายดีไหม” คนสนิทยังเอ่ยเสนอต่อไป

“ปล่อยไปแบบนี้ก่อน พี่ชายของเธอและสหายของเขายังทำงานให้ประเทศอยู่ อย่าให้พวกเขาต้องห่วงหน้าพะวงหลัง”

“ถ้าคุณชายไม่ตัดสินใจเรื่องของคุณหนูหลินคนนี้ บางทีคนแซ่โจวอาจจะเข้าหาเธอก่อนก็ได้นะครับ”

“ฮึ! นายคิดจะยั่วยุฉันไปถึงเมื่อไหร่ เรื่องนี้ไม่รีบ อีกอย่างเธอก็จำฉันไม่ได้ เรียกเธอมาก็ไม่มีประโยชน์หรอก”

“แต่เธอเป็นผู้หญิงของคุณชายนะครับ”

ใบหน้าของชายหนุ่มที่ขาวจัดแดงซ่านขึ้นมาทันที “อย่าพูดมั่ว เธอไม่ใช่ผู้หญิงของฉันเสียหน่อย”

“แต่เรื่องในคืนนั้น...”

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น นายก็ห้ามพูดเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาด เข้าใจไหม!”

“เข้าใจแล้วครับคุณชาย”

 

คืนนั้น พี่สะใภ้เฉินก็มาหาหลินฮุ่ยถึงห้องบนหอพักนักศึกษา โดยที่ไม่ได้พูดอะไรเธอก็จูงมือพาหลินฮุ่ยออกไป ขึ้นรถยนต์คันใหญ่แล้วก็ขับออกไปนอกมหาวิทยาลัยทันที

ผ่านไปเกือบชั่วโมงก็มาจอดที่ตรอกหูท่งแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นย่านที่คนใหญ่คนโตพักอาศัยและมีแต่บ้านสี่ประสานทั้งนั้น เธอไม่ได้ลงจากรถ “ที่นี่ปลอดภัยที่สุดแล้ว พวกเราจะไม่ถูกดักฟัง เธอรู้ข่าวของเหล่าเฉินบ้างไหมฮุ่ยฮุ่ย”

“พี่สะใภ้ถามฉันทำไมคะ”

“เพราะพี่รู้ว่าเธอติดต่อกับเหล่าหลินได้อย่างไรล่ะฮุ่ยฮุ่ย ตอนนี้เหล่าเฉินเขาสบายดีไหม เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา”

ขณะที่หลินฮุ่ยกำลังใช้ความคิดและลังเลว่าจะบอกดีหรือไม่ เธอก็ได้ยินเสียงของพี่ชาย “บอกเรื่องของเหล่าเฉินให้เธอฟังนิดหน่อยก็พอ บอกว่าเขาปลอดภัยแล้ว”

“พี่เฉินปลอดภัยแล้วค่ะพี่สะใภ้” เธอตอบออกไปเสียงแผ่ว แม้จะแปลกใจที่พี่ชายได้ยินเสียงของพี่สะใภ้เฉินได้อย่างไรก็ตาม

“แสดงว่าก่อนหน้านี้เขาได้รับบาดเจ็บสินะ” น้ำตาของพี่สะใภ้เฉินไหลรินออกมาเงียบๆ “ปลอดภัยก็ดีแล้วๆ ฉันจะได้บอกตงตงว่าพ่อของเขาปลอดภัยดี”

ตอนนี้หลินฮุ่ยรู้สึกว่าตัวเธอยืนอยู่ท่ามกลางคนแปลกประหลาดที่มีความลับมากมาย ความอยากรู้นี้ทำให้เธอถามออกไปเสียงเบา “พี่สะใภ้ก็ทำงานสำคัญให้ประเทศใช่ไหมคะ”

“อืม แต่พี่พูดอะไรมากไม่ได้นะฮุ่ยฮุ่ย”

“ฉันเข้าใจค่ะ แค่อยากจะทำความเข้าใจอะไรนิดหน่อย ต่อไปจะได้ไม่ตกใจมากเวลาที่รับรู้เรื่องอะไรก็ตามของพวกพี่กับพี่ใหญ่”

“เธอเป็นเด็กดีจริงๆ นะ” พูดพลางก็ล้วงเอาของสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋า “นี่เป็นปากกาที่มีกลไกพิเศษ เห็นปุ่มตรงนี้ไหม กดหนึ่งครั้งแล้วปักจะเป็นยาสลบ แต่ถ้ากดสองครั้งจะเป็นยาพิษที่คร่าชีวิตได้ ส่วนสลักตรงนี้พอดึงออกก็จะมีใบมีดเล็กๆ โผล่ออกมา เอาไว้ป้องกันตัวนะเพราะบางทีคนของพวกเราอาจจะคลาดสายตาไปจากเธอ ไม่อาจคุ้มกันได้ทันท่วงที”

“หมายความว่ารอบๆ ตัวฉันมีคนคอยคุ้มกันตลอดหรือคะ” นี่มันบ้าไปแล้ว เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนธรรมดาอย่างเธอจะเข้ามารู้จักกับคนกลุ่มหนึ่งที่ทำงานเพื่อประเทศชาติและเป็นตัวตนที่สำคัญมากๆ และพี่ชายของเธอก็เป็นหนี่งในนั้นอีกต่างหาก

“ใช่แล้วล่ะ ตั้งแต่ที่เหล่าหลินกลับไปทำงานที่ภาคใต้ พวกเราก็ส่งคนออกมาคุ้มกันเธอแล้วล่ะฮุ่ยฮุ่ย เอาละนี่ก็รู้ข่าวของเหล่าเฉินแล้ว พี่สะใภ้จะพาเธอกลับไปส่งที่มหาวิทยาลัย”

“มันดึกมากแล้ว ฉันขอกลับไปนอนที่บ้านดีกว่าค่ะพี่สะใภ้”

“ก็ได้ ที่นั่นปลอดภัยที่สุดแล้วล่ะ” จากนั้นพี่สะใภ้เฉินก็ขับรถไปส่งหลินฮุ่ยถึงหน้าประตูบ้าน

หลินฮุ่ยรีบปิดประตูบ้านอย่างแน่นหนา มือของเธอยกขึ้นลูบอกอย่างหวาดหวั่น เรื่องที่รับรู้มาทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นส่ำเลย

“ใจเย็นไว้ฮุ่ยฮุ่ย” พูดปลอบใจตัวเองไปแบบนั้นแต่ขาของเธอก็ก้าวเร็วขึ้นๆ จนกลายเป็นวิ่งฝ่าหิมะที่เริ่มตกลงมาอย่างหนัก กระทั่งไปถึงห้องพักที่ลานด้านใน จิตใจของเธอจึงพอจะสงบลงได้บ้าง

 

ทางฝั่งของตระกูลหลี่ ที่ต้องการจะให้โจวเจ๋อหย่วนเป็นลูกเขยแต่งเข้าก็กำลังปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด

“ตอนนี้เขากลายเป็นคนบ้าไปแล้ว ผมไม่มีทางให้เขาแต่งเข้าบ้านหลี่ของพวกเราเด็ดขาดครับพ่อ” นายพลหลี่เอ่ยออกมาเสียงเครียด

“ถ้าไม่ให้เขาแต่งเข้าบ้านเรา แกจะให้หลานสาวของฉันแต่งเข้าตระกูลโจวหรือไง” ตระกูลเล็กๆ พวกนั้นดูก็รู้ว่าทะเยอทะยานมากแค่ไหน หลานสาวที่แสนดีของเขาแต่งเข้าไปมีหวังถูกคนพวกนี้รุมทึ้งแน่ๆ ตาแก่อย่างเขาไม่มีวันยอมเด็ดขาด

“ก็ยังมีอีกคนที่ต้องการอยู่ไม่ใช่หรือครับคุณพ่อ” นายพลหลี่เสนอทางเลือกที่ดีกว่าให้กับนายพลอาวุโสหลี่

“ฮึ! ผู้ชายที่ใช้วิธีการต่ำช้าแบบนั้นกับผู้หญิง แกยังจะคาดหวังให้เขาทำดีกับหลานสาวของฉันอีกเหรอ เฮอะ! แต่งเข้าไปก็มีหวังได้เป็นของเล่นของคนมีอำนาจ ถ้าเขาเบื่อเมื่อไหร่เสี่ยวอิงก็ไร้ที่พึ่ง”

“แต่เราก็ไม่มีทางเลือกแล้วนะครับคุณพ่อ บางทีในท้องของเสี่ยวอิงอาจจะ...”

“ไม่มีทาง! ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน” นายพลอาวุโสหลี่ตะโกนเสียงกร้าว หลานสาวที่เขาและภรรยาประคบประหงมเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังแบเบาะ กลับต้องมาถูกคนโฉดชั่วช้าย่ำยี่ ถ้าไม่เห็นแก่หน้าท่านผู้นำ ทั้งตระกูลหลิวและตระกูลโจวได้หายไปจากปักกิ่งนานแล้ว

“แล้วพวกเราจะทำยังไงดี หรือจะแต่งให้กับนายทหารใต้บังคับบัญชาของผมดี แม้จะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น แต่ถ้าแลกกับอนาคตและหน้าที่การงานน่าจะมีคนยอมตกลงนะครับ อีกอย่างพวกเราก็ควบคุมได้ง่ายด้วย”

“เรื่องนี้น่าสนใจ มอบเงินให้ครอบครัวของเขาสักก้อนเพื่อปิดปากแบบนี้ก็น่าจะได้นะ แกไปหารายชื่อลูกน้องของแกมาเร็ว”

“ได้ครับคุณพ่อ” นายพลหลี่รีบเดินออกจากห้อง ตรงไปที่ห้องทำงานไม่นานก็ถือแฟ้มกลับมา “ในนี้คือลูกน้องระดับหัวกะทิที่มีฐานะยากจนและภูมิหลังธรรมดาครับ”

นายพลอาวุโสหลี่เปิดแฟ้มออกมาแล้วก็ต้องส่ายหน้า “มีแต่คนอายุเยอะๆ ทั้งนั้น แกจะฆ่าหลานสาวของฉันหรือไง ไปเอามาใหม่”

“หมดแล้วจริงๆ ครับคุณพ่อ”