LNCrawler

รถไฟตู้นอน

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

รถไฟตู้นอน

ห้าทุ่ม หลินฮุ่ยจึงออกจากห้องสมุดของบ้าน กลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง สิ่งแรกที่เธอทำก็คือกวาดข้าวของและทรัพย์สินทั้งหมดเข้าไปเก็บเอาไว้ในแหวนมิติวงเล็ก จากนั้นก็เข้าไปสำรวจด้านในอย่างกระตือรือร้น

“ถ้ามีป่าไม้ มีสวนผลไม้มากมาย ก็แสดงว่าเอาเมล็ดพันธุ์อย่างอื่นมาปลูกได้สินะ” จากนั้นเธอก็ไปที่บ้านสี่ประสานที่มีลานบ้านยี่สิบกว่าลาน นับว่าบ้านหลังนี้ใหญ่โตและหรูหรามาก

เลือกเรือนที่มีดอกไม้ปลูกเอาไว้มากมายเป็นเรือนนอนของตัวเองแล้ว เธอก็เริ่มจดว่าจะต้องหาซื้ออะไรบ้างเพื่อนำมาตกแต่งเรือนนอนของตัวเอง กระทั่งเวลาล่วงเลยไปอีกสองชั่วโมงหลินฮุ่ยจึงได้ออกมาข้างนอก

สิ่งแรกที่เธอทำก็คือมองนาฬิกาตั้งโต๊ะข้างหัวเตียง “หืม เพิ่งผ่านไปแค่ยี่สิบนาทีเองเหรอ แบบนี้ก็ดีสิ จะได้แอบเข้าไปนอนพักผ่อนในนั้นได้อย่างสบายใจ หึหึ” ว่าแล้วก็ล้มตัวนอนลงบนเตียงอุ่นและดึงผ้าห่มหนานุ่มขึ้นมาห่มจนถึงคอ ไม่นานก็ผล็อยหลับไป

โดยที่หญิงสาวไม่ได้รู้เลยว่า ระหว่างที่เธอนอนหลับไปนั้น ได้มีเศษเสี้ยวพลังของพญามังกรสีทองแผ่ออกมาโอบล้อมร่างเล็กจ้อยและครอบคลุมไปทั้งเตียงนอน หน้าที่ของมันก็คือปกป้องและคุ้มครองความปลอดภัยให้กับเจ้าของแหวนอย่างแน่นหนา นอกจากหลินอวี่เฉินแล้วคนอื่นล้วนเป็นศัตรูทั้งสิ้น

 

ทางฝั่งบ้านของหลินฮุ่ยบรรยากาศสงบเงียบ แต่ไม่ใช่กับบ้านสี่ประสานหลังใหญ่ที่ติดกับบ้านของหญิงสาว คนสนิทของเสิ่นมู่หานที่ถูกพลังลึกลับผลักดันออกมาจากหลังคาเรือนนอน รีบกลับมารายงานเจ้านายด้วยร่างกายที่สะบักสะบอม

“คุณชาย แย่แล้วครับ” พูดแล้วก็กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

เสิ่นมู่หานที่อยู่ในชุดดำเตรียมออกปฏิบัติภารกิจ ปรายตามองคนสนิทแล้วก็ร้องฮึออกมาคำหนึ่ง “แค่ให้ไปดูแลคนแค่นี้ก็ทำไม่ได้ ฉันจะวางใจให้นายออกไปจัดการเรื่องที่ใหญ่กว่านี้ได้ยังไง”

“เรียนคุณชาย วันนี้หลินอวี่เฉินกลับมาแล้วครับ คาดว่าจะมารับคุณหนูหลินกลับภาคใต้ไปด้วยกันครับ”

“แล้วมันเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บภายในของนายยังไง” แม้จะพูดแบบนั้นแต่ก็โยนขวดหยกส่งให้ลูกน้องไปหนึ่งขวดเพื่อรักษาอาการ

“เขาน่าจะมอบของบางอย่างให้คุณหนูหลินเอาไว้ป้องกันตัวครับคุณชาย และมันก็พุ่งมาที่ผมโดยตรงครับ”

เสิ่นมู่หาน ยื่นมือออกไปแตะที่กึ่งกลางหน้าผากของคนสนิท ไม่นานเขาก็ชักมือกลับ “เป็นพลังลึกลับที่ตรวจสอบไม่ได้ แต่ไม่เป็นอันตรายกับหลินฮุ่ยก็ดีแล้วล่ะ”

คนสนิทมองหน้าผู้เป็นนายอย่างลำบากใจ มันย่อมไม่เป็นอันตรายกับคุณหนูหลินอยู่แล้วสิ แต่เขาที่คุณชายสั่งให้ไปคอยคุ้มกันอย่างลับๆ จะทำยังไงดี

 

วันต่อมา หลินฮุ่ยเดินมาที่ลานบ้านชั้นที่หนึ่งกับพี่ชาย เธอก็ได้เห็นว่าที่โรงจอดรถมีรถจี๊ปทหารจอดอยู่ที่นั่นแล้ว

“ใครขับมาจอดไว้ที่นี่หรือคะ”

“เมื่อคืนพี่โทรบอกสหายน่ะ เขาก็เลยให้ลูกน้องขับมาส่งที่บ้าน ไปเถอะยังมีบ้านหลายหลังที่ต้องไปจัดการ”

หญิงสาวก้าวขึ้นรถไปอย่างว่าง่าย พอนั่งรถมาได้สักพักเธอก็คิดเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ เลยถามพี่ชายออกไปตรงๆ “พี่ใหญ่ เรื่องของโจวเจ๋อหย่วนกับหลิวอวี่ถิงแล้วก็หลี่อิง พี่รู้ไหมคะว่าใครลงมือกับพวกเขา”

“เธอน่าจะรู้นะฮุ่ยฮุ่ย” ชายหนุ่มขับรถไปพลางอมยิ้มไปพลางอย่างอารมณ์ดี

“เป็นสหายของพี่ที่ปักกิ่งช่วยจัดการเหรอคะ ฉันรู้จักหรือเปล่า” เธอจะได้ไปขอบคุณเขา

“เป็นสหายอีกคน เขาไม่อยากเปิดเผยตัวตนน่ะ เรื่องนี้ผ่านไปแล้วเล่าให้เธอฟังได้นิดหน่อย” ตอนแรกเขาไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ แต่ในภายหลังก็โทรหาสหายรักคนนี้ จึงได้รู้เรื่องราวอย่างละเอียด

“คงไม่ใช่การแก้แค้นส่วนตัวหรอกนะคะ” เธอไม่ได้อยากจะคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ดูรอยยิ้มของพี่ชายแล้ว น่ากลัวเหลือเกินว่าจะเป็นการทำเกินหน้าที่เพื่อเอาคืนให้เธอ

“แน่นอนว่าไม่ใช่การแก้แค้นส่วนตัว คืนนั้นเขามีภารกิจที่งานเลี้ยงพอดี เธออย่าได้คิดว่าหลี่อิงคนนั้นจะไร้เดียงสานะฮุ่ยฮุ่ย ภาพลักษณ์ที่ผู้คนเห็นล้วนเป็นการแสดงทั้งนั้น ส่วนโจวเจ๋อหย่วนกับหลิวอวี่ถิงก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เต็มใจด้วย”

หลินฮุ่ยพยายามคิดตามคำพูดกำกวมของพี่ชาย และไม่นานเธอก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “นะ นี่ อย่าบอกนะว่าหลี่อิงรู้ว่าตัวเองจะโดนวางยา และเธอก็กำหนดเป้าหมายของตัวเองเอาไว้แล้ว เพียงแต่ไปไม่ถึงก็เลยหลุดเข้าไปในห้องของสองคนนั้น”

“น้องรักเธอเดาได้แม่นมาก”

“โอ้! สังคมนี้เริ่มอยู่ยากแล้วนะคะพี่ใหญ่ ในทรัพย์สมบัติที่พี่มอบให้ฉันมา มียาวิเศษเอาไว้แก้พิษพวกนี้ไหมคะ”

“มีสิ เธอยังจัดของไม่เสร็จอีกเหรอ พี่มอบไปให้หลายขนานเลยนะ”

“พี่ว่าทรัพย์สมบัติที่พี่ส่งให้ฉัน แล้วไปกองอยู่ในห้องคลังเก็บสมบัติของฉันมีน้อยเหรอคะ ยังมีห้องเก็บของอีกที่ต้องไปจัดเรียงข้าวของและอาหารมากมาย เฮ้อ!”

“น้องรัก เรื่องนี้พี่ใหญ่ช่วยไม่ได้จริงๆ แล้วเธออยากรู้ไหมว่าใครคือเป้าหมายของหลี่อิงคนนั้น”

“ไม่รู้หรอกค่ะ เพราะฉันไม่ค่อยได้เข้าร่วมงานเลี้ยงพวกนี้สักเท่าไหร่”

“น้องชายของเหล่าเติ้งน่ะสิ เป็นน้องคนเล็กของเขา อายุยี่สิบปีเท่าเธอเลย ตอนนี้เขาเรียนอยู่ที่ชิงหวาเนื้อหอมน่าดูเลยล่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นน้องชายของพี่เติ้งก็ถูกวางยาเหมือนกันใช่ไหมคะ”

“ถึงบอกไงว่าสหายของพี่มีภารกิจที่นั่น เพื่อไปช่วยลูกชายท่านรัฐมนตรีแล้วนำตัวส่งโรงพยาบาลนั่นแหละ”

คราวนี้เธอเข้าใจแล้ว “แสดงว่าหลี่อิงกำลังจะเข้าห้องของน้องชายพี่เติ้งได้สำเร็จ แต่สหายของพี่มาถึงพอดี ก็เลยโยนเธอเข้าไปในห้องของโจวเจ๋อหย่วนกับหลิวอวี่ถิง”

“หึหึ” เขาไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ

“ดูๆ ไปแล้วสามคนนี้ ก็ร้ายๆ ทั้งนั้นเลย สมควรแล้วล่ะค่ะ”

“เธอไม่เห็นใจอดีตคู่หมั้นของเธอเหรอฮุ่ยฮุ่ย”

“เห็นใจทำไมคะ คนเห็นแก่ตัว เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกเรื่องแบบนั้น ถอนหมั้นกับเขาได้ฉันโล่งใจจะตาย”

คราวนี้หลินอวี่เฉินหัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุข ตอนแรกเขายังคิดอยู่เลยว่าเธออาจจะมีใจให้อีกฝ่ายจนกลายเป็นโง่งมในรัก พอได้ยินแบบนี้ก็หายห่วงแล้ว

 

บ้านสี่ประสานอีกเก้าหลัง ทำให้สองพี่น้องใช้เวลาเก็บข้าวของในห้องลับไปทั้งวัน แต่ก็ทำให้เจอสมุดบันทึกทางฝั่งตระกูลของคุณตามาอีกหลายเล่ม

ข้อมูลมากมายที่ได้รับมานี้ ทำให้ฮุ่ยฮุ่ยมั่นใจยิ่งกว่าเดิมว่าการเขียนนิยายของเธอจะถ่ายทอดออกมาได้สมบูรณ์มากที่สุด

เย็นของวันต่อมาเธอกับพี่ชายก็ได้ขึ้นรถไฟตู้นอน มุ่งหน้าสู่ภาคใต้ซึ่งอากาศน่าจะอบอุ่นกว่าที่ปักกิ่งหลายเท่า

“ถ้าจะเข้าห้องน้ำให้เรียกพี่นะฮุ่ยฮุ่ย” หลินอวี่เฉินกำชับน้องสาว ก่อนจะเดินถือกระเป๋าไปยัดลงใต้ที่นั่ง ส่วนข้าวของที่เหลือล้วนอยู่ในปานจื่อหมดแล้ว

หลินฮุ่ยที่นั่งอยู่ชั้นบน มองสำรวจตู้นอนไปมารอบหนึ่ง จึงรับปากพี่ชาย นั่งไปสักพักก็ได้ล้วงเอากระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิออกมา เทน้ำขิงส่งให้พี่ชาย “ดีนะที่ฉันสวมชุดเอาไว้หลายชั้น ไม่อย่างนั้นได้นอนหนาวทั้งคืนแน่ๆ”

ชายหนุ่มรับน้ำขิงอุ่นๆ มาจากน้องสาว โดยไม่เป่าเขาก็ดื่มจนหมดแก้วเล็ก แล้วส่งคืนให้เธอ “จิบบ่อยๆ นะ ถ้าหมดแล้วพี่จะไปเติมน้ำร้อนให้เอง”

“ค่ะพี่ใหญ่” หลินฮุ่ยรับแก้วใบเล็กกลับมา จากนั้นก็รินน้ำขิงให้ตัวเองค่อยๆ จิบทีละนิดจนหมด จึงได้เก็บกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิ

หลินอวี่เฉินที่นั่งลงที่เดิมแล้วก็เริ่มมองสำรวจตู้นอนอีกครั้งอย่างละเอียด ไม่นานเขาก็พบคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ท้ายตู้นอน ท่าทางของคนพวกนั้นดูก็รู้ว่าเป็นทหาร แต่เขาที่ถูกฝึกมาอย่างหนักและทำภารกิจเสี่ยงตายมาหลายปี ก็ไม่ได้ย่อหย่อนในการระวังภัย

และดูเหมือนคนพวกนั้นก็ให้ความสนใจเขาแล้วเช่นกัน เขาจึงเบนสายตามองออกไปนอกหน้าต่างตู้นอน

หลินฮุ่ยมองออกไปด้านนอกหน้าต่างที่เริ่มมืดลงอย่างรวดเร็ว แล้วก็ให้รู้สึกกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก แต่พอคิดว่าการเดินทางครั้งนี้เธอไม่ได้มาคนเดียว จึงได้สงบใจลงได้บ้าง

เธอดึงผ้าม่านปิดแล้วก็เอนตัวลงนอน ไม่นานก็หลับไปจริงๆ นี่อาจจะเป็นเพราะวันสองวันมานี้เธอตระเวนไปที่นั่นที่นี่กับพี่ชายตลอด จึงทำให้เหนื่อยล้าโดยไม่รู้ตัว

ตั้งแต่พี่ชายมาที่ปักกิ่งเธอก็ไม่ได้ฝันอย่างที่เคยฝัน แต่ระหว่างที่หลับอยู่ในตู้นอนรถไฟเธอกลับฝันถึงเหตุการณ์ที่น่ากลัว จนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก

“พี่ใหญ่” เธอคุยกับเขาในใจ

“อืม มีอะไรหรือเปล่าฮุ่ยฮุ่ย หรืออยากจะเข้าห้องน้ำ” หลินอวี่เฉินที่นั่งสมาธิมาหลายชั่วโมง คุยผ่านโทรจิตกับน้องสาวพร้อมกับลืมตาขึ้นมา ก่อนจะเลิกผ้าม่านออกเล็กน้อย

“ไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำหรอกค่ะ แต่ฉันฝัน ในความฝันเหมือนจริงมากค่ะและมันก็เกิดขึ้นบนรถไฟขบวนนี้”

สายตาที่มองเห็นได้ในความมืด ทำให้เขาเห็นว่าคนกลุ่มนั้นไม่อยู่แล้ว ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้คิดว่าอาจจะเกิดเรื่องใหญ่ “เธอฝันว่ายังไงบ้าง”

“ฉันเห็นผู้ชายกลุ่มนั้นที่อยู่ตู้นอนกับพวกเราค่ะ” เธอเงียบไปสักพักเพื่อรวบรวมความจำที่ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ ก่อนจะพูดต่อ “พวกเขาน่าจะเป็นทหารนะพี่ใหญ่ แต่เป็นของฝ่ายไหนฉันก็ไม่แน่ใจ และพวกเขาตามจับ อืม ไม่ใช่สิต้องบอกว่าตามเก็บจะถูกกว่า”

หัวคิ้วของหลินอวี่เฉินขมวดเข้าหากัน “ตามเก็บใครเหรอฮุ่ยฮุ่ย”

“ผู้ชายคนหนึ่งค่ะ ฉันไม่แน่ใจเวลาที่แน่นอนเพราะมันไม่ค่อยชัด รู้แค่ว่าเกิดขึ้นตอนกลางคืน”

“เธอเห็นผู้ชายคนนั้นชัดไหม แล้วเขารอดหรือถูกเก็บ”

“เขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วหนีมาที่ตู้นอนของพวกเราค่ะ น่าจะอาศัยช่วงที่มีคนเดินออกไปข้างนอก แล้วก็รีบวิ่งเข้ามาค่ะ”

“อย่าบอกนะว่าวิ่งมาหาพี่กับเธอน่ะ”

“พี่เหมือนเข้าไปอยู่ในความฝันของฉันเลยนะพี่ใหญ่”

หลินอวี่เฉินกำลังจะพูดอะไรกับน้องสาวต่อ แต่ขณะนั้นเขาก็ได้กลิ่นเลือดอ่อนจางโชยมาจากทางประตูตู้นอนที่มีคนเปิดออก “พี่ว่าเรื่องได้เกิดขึ้นแล้วล่ะฮุ่ยฮุ่ย เธอรีบเข้าไปหลบในมิติของตัวเองก่อนเร็ว”

“แล้วพี่ใหญ่ล่ะคะ”

“พี่ไม่เป็นไร ว่าแต่ผู้ชายที่ได้รับบาดเจ็บเป็นคนร้ายหรือคนดี”

“ไม่รู้สิคะ ฉันรู้แค่ว่าเขาเป็นทหารค่ะ มาจากปักกิ่ง”

“อืม เธอรีบเข้าแหวนมิติก่อนนะ เรื่องที่เหลือพี่จัดการเอง”

“ก็ได้ค่ะ”

“เหยี่ยวราตรี” เสียงอ่อนระโหยเรียกนามเรียกขานของหลินอวี่เฉินออกมาได้อย่างถูกต้อง

หลินอวี่เฉินถึงกับตัวชาวาบเพราะนามเรียกขานที่เป็นความลับมาสิบกว่าปี เท่ากับการเป็นทหารของเขา ถูกนายทหารหนุ่มหน้าอ่อนเรียกออกมาได้ง่ายดาย

“คุณเป็นใครหรือสหาย” เขายื่นมือที่แข็งราวกับคีบออกไปบีบเข้าที่คอของอีกฝ่ายด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว

ชายที่ได้รับบาดเจ็บไม่ถือโทษสักนิด กลับหยิบเอาเข็มกลัดบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ “นี่คือสัญลักษณ์ประจำหน่วยของผมครับเหยี่ยวราตรี วันนี้หัวหน้ามอบหมายให้ผมนำของสำคัญมามอบให้คุณ” มือของเขาสั่นเทาแต่ก็ยังส่งเข็มกลัดออกไปจนได้

หลินอวี่เฉินมองสัญลักษณ์ดาวแดงที่ทำจากวัสดุพิเศษแล้วถึงกับมือสั่นเทา รู้ได้ทันทีเลยว่าเป็นภารกิจสำคัญแค่ไหน

เขาลากคนเข้ามาหลังผ้าม่านชั้นนอน โบกมือเบาๆ หนึ่งครั้งก็ลบร่องรอยการมีอยู่ของทหารผู้นี้ได้ “ส่งของมาแล้วผมจะช่วยรักษาคุณ แล้วส่งคุณออกไปด้วยวิธีพิเศษ”

แววตาของนายทหารที่ได้รับบาดเจ็บแฝงความยินดีอย่างเห็นได้ชัด เขารีบล้วงเอาแผ่นดิสก์สีดำออกมาจากอกเสื้อด้านในอย่างยากลำบาก ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วเป็นภาษาที่เข้ารหัสลับ ซึ่งแปลออกมาได้ว่า “นี่เป็นข้อมูลอีกครึ่งหนึ่ง เมื่อนำไปรวมกับเทคโนโลยีที่คุณไปรับมา ส่งต่อให้สถาบันวิจัยระดับชาติ ประเทศของเราก็จะมีหวังครับสหาย”

เขารับแผ่นดิสก์มาแล้วทำเป็นเก็บเอาไว้ในอกเสื้อ แท้จริงแล้วส่งเข้าไปในปานจื่อ จากนั้นก็นำเอายาฟื้นฟูออกมาหนึ่งเม็ด “รีบกินเข้าไป รอแค่ห้านาทีอาการของคุณจะดีขึ้น ผมจะส่งคุณออกไป จากนั้นก็รีบไปที่โรงพยาบาล”

“ขอบคุณเหยี่ยวราตรี” เขาส่งยาเม็ดนั้นเข้าปากอย่างไร้ข้อกังขา รอเพียงไม่นานอาการบาดเจ็บที่เคยสาหัสก็ดีขึ้นทันตา

หลินอวี่เฉินส่งพลังออกไปตรวจสอบรอบๆ รัศมีร้อยกิโลเมตร จากนั้นก็กำหนดสถานที่ที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลมากที่สุด “ยื่นมือของคุณออกมา”

ทหารนายนั้นยื่นมือส่งให้เขาอย่างว่าง่าย จากนั้นก็หลับตาเพราะเขาเคยได้อ่านข้อมูลจากหัวหน้าหน่วยเกี่ยวกับเหยี่ยวราตรีผู้นี้มาแล้ว ว่ามีความสามารถเหนือสามัญสำนึกไปไกล และไม่เคยเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงสักครั้ง ถ้าเขาไม่ได้พกเข็มทิศสัญลักษณ์ดาวแดงของท่านผู้นั้นมา ก็อาจตามหาเหยี่ยวราตรีผู้นี้ไม่เจอ

หลินอวี่เฉินใช้พลังตรวจสอบนายทหารจากปักกิ่งคนนี้อีกครั้ง เห็นว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของเขามีเงินแค่ไม่กี่หยวน จึงได้นำเอาเงินออกมาสองพันหยวน ยัดใส่เข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเขา แล้วก็ใช้พลังพิเศษที่ได้รับมาจากงูตัวนั้น ส่งคนตัวโตไปยังสถานที่ที่เขากำหนดเอาไว้ตั้งแต่แรก

เพียงเสี้ยวอึดใจแต่เขากลับหลังเหงื่อเย็นเยียบออกมา “ฮึ! ถ้าไม่ใช่เพราะของสำคัญ ฉันไม่ฝืนใช้พลังที่ผลาญอายุขัยแบบนี้หรอกนะ” ว่าแล้วก็นำเอาน้ำจากบ่อในมิติออกมาดื่มหมดไปเป็นถัง อาการถึงได้ค่อยดีขึ้น

“พี่ใหญ่” หลินฮุ่ยออกมาจากแหวนมิติได้ ก็รีบร้องเรียกพี่ชายในใจทันทีอย่างเป็นห่วง

“เรียบร้อยแล้วล่ะฮุ่ยฮุ่ย แต่ในฝันของเธอยังมีอะไรอีกไหม พี่จะได้จัดการทีเดียวเลย”

“ไม่มีแล้วค่ะพี่ใหญ่” เธอได้แต่ยิ้มกับตัวเอง ไม่คิดเลยว่าพี่ใหญ่ของเธอจะเก่งกาจมากมายขนาดนี้

“เรื่องคืนนี้ก็ทำเหมือนว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นนะ”

“เข้าใจแล้วค่ะ”