LNCrawler

เกาะลอยฟ้า

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

เกาะลอยฟ้า

หลินฮุ่ยนอนพักไปนานเกือบหกชั่วโมง แต่เธอรู้ดีว่าเวลาภายนอกแหวนมิติจะผ่านไปแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น เมื่อพักผ่อนเต็มอิ่มแล้ว จึงพึ่งคิดได้ว่ามีบางสิ่งที่เธอยังไม่ได้สำรวจ

จึงรีบวิ่งออกจากเรือนสี่ประสานหลังใหญ่ มายืนอยู่ที่ลานโล่งกว้างด้านหน้า “เกาะลอยฟ้านี่เรียกใช้ยังไงนะ อ๊ะ!”

เพียงแค่เธอพูดถึงมัน เกาะลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่น่าจะมีพื้นที่ราวๆ สองร้อยตารางกิโลเมตรก็ลดระดับลงมา ไม่นานก็ลอยต่ำอยู่เหนือหัวของเธอแค่ไม่กี่เมตร

หลินฮุ่ยมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีบันไดเถาวัลย์ขนาดใหญ่ ห้อยระย้าลงมาจากเกาะลอยฟ้าหลายสิบจุด เธอจึงเลือกใช้บันไดที่อยู่ใกล้สุด และไม่นานก็สามารถขึ้นมายืนอยู่บนเกาะลอยฟ้าได้

“ว้าว! บนนี้ก็มีวิลล่าอีกหลังด้วย” คราวนี้เป็นวิลล่าหลังใหญ่ ตั้งห่างจากจุดที่เธอยืนอยู่ราวห้าร้อยเมตรเท่านั้น หญิงสาวรีบวิ่งไปดูแล้วก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับการตกแต่งและข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ภายใน เพราะมันล้ำสมัยกว่ายุคที่เธออยู่ไปมากหลายสิบปีเลย ยังดีที่มีคู่มือการใช้งานไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่มั่นใจว่าจะใช้เป็น

สำรวจวิลล่าสองชั้นหลังใหญ่เรียบร้อยแล้ว หลินฮุ่ยก็ปั่นจักรยานที่หาเจอจากโรงเก็บรถที่มีรถยนต์มากมายหลายสิบคันจอดอยู่

“ตอนอยู่ในห้องควบคุม เห็นมีป้ายบอกว่ามีสวนสมุนไพรขนาดใหญ่บนนี้ด้วย ต้องลองไปดูเสียหน่อย” ของพวกนี้สามารถทำเงินได้อย่างรวดเร็ว แต่ตอนนี้เธอพอจะมีเงินบ้างแล้ว จึงไม่ได้รีบร้อนที่จะขายพวกมันออกไป แต่การที่รู้ว่ามีพวกมันอยู่ในแหวนมิติก็ยังทำให้เธออุ่นใจได้

ปั่นจักรยานไปราวๆ ยี่สิบนาที หลินฮุ่ยก็เจอกับสวนสมุนไพรขนาดใหญ่ “นะ นี่มัน ถั่งเช่านี่!” ของสิ่งนี้หายากและราคาแพง แต่ตอนนี้ที่เธอเห็นมีถั่งเช่าเป็นพันๆ หมู่เลย “โอ นี่มันเงินทั้งนั้นเลยนะนี่” ว่าแล้วก็ลงจากรถจักรยานไปดูถั่งเช่าแสนล้ำค่าราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นถูกใจ

พออิ่มเอมใจกับถั่งเช่ามากมายแล้ว หญิงสาวก็ต้องตื่นตะลึงกับสวนสมุนไพรอีกสองแห่ง ที่เป็นโสมป่าและเห็ดหลินจือ ซึ่งกะอายุโดยคร่าวๆ แล้วพวกมันน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่าสองร้อยปี

มองเลยไปอีกหน่อย ซึ่งน่าจะเป็นใจกลางของเกาะ เธอก็พบกว่ามีภูเขาอยู่หนึ่งลูกซึ่งไม่สูงมากนัก แต่บนนั้นมีน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นม่านน้ำตกที่สวยงามมาก สิ่งนี้ดึงดูดใจหลินฮุ่ยได้เป็นอย่างดี หญิงสาวรีบปั่นจักรยานไปดูอย่างรวดเร็ว

ไม่นานก็มาถึงด้วยอาการเหนื่อยหอบ แล้วก็ต้องร้องว้าวตาเป็นประกายเมื่อมีธารน้ำตกใสน่าลงไปแหวกว่าย ไม่เพียงเท่านั้นใกล้ๆ กับน้ำตกก็ยังมีกระท่อมหลังเล็กเอาไว้พักผ่อน หญิงสาวเข้าไปสำรวจด้านในแล้วก็ต้องยิ้มหน้าบานเพราะการตกแต่งด้านในน่ารักและให้ความรู้สึกอบอุ่นมาก ยิ่งมีซุ้มกุหลาบเลื้อยส่งกลิ่นหอมอบอวลรอบบ้าน ก็ทำให้เธอหลงใหลยิ่งขึ้น

“นอนพักที่นี่น่าจะหลับดีกว่าบ้านสี่ประสานด้านล่างอีกนะเนี่ย” ว่าแล้วก็สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ

จากนั้นหลินฮุ่ยก็เดินขึ้นไปที่ยอดเขาด้านบน นั่นจึงทำให้เธอได้รู้ว่า ตอนนี้เกาะลอยฟ้าไต่ระดับขึ้นมาอยู่เหนือพื้นที่ด้านล่างราวๆ สองกิโลเมตรแล้ว เธอมองเห็นพื้นที่ด้านล่างในมุมกว้างและมันก็มีขนาดเล็กจ้อยมาก ยังมีพื้นที่ว่างมากกว่าที่เธอคิดเสียอีก

“มองจากบนนี้แล้ว พื้นที่ป่ากับแนวภูเขาก็กินพื้นที่ภายในแหวนมิติไม่น้อยเลย ส่วนพื้นที่สวนผลไม้ก็มีแค่นิดเดียวเอง ไม่ต้องพูดถึงแปลงปลูกผักที่เพิ่งปลูกได้ไม่นาน” ว่าแล้วเธอก็ส่ายหน้าแต่พอคิดได้ว่าปลูกเอาไว้กินสองคนกับพี่ชายเท่านั้น ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น “หืม นี่มันต้นอะไร ระ หรือว่า จะเป็นต้นหนานมู่”

เธอเพิ่งสังเกตเห็นก็ตอนที่มีประกายบางอย่างจากรอยบากของต้นไม้ขนาดใหญ่สิบคนโอบ ซึ่งมันขึ้นเต็มไปหมดไม่ว่าจะบนภูเขาลูกเตี้ยๆ นี้ หรือแม้แต่พื้นที่ว่างบนเกาะลอยฟ้าแห่งนี้ “สุดยอดไปเลย เรื่องนี้ต้องไปเล่าให้พี่ใหญ่ฟังเสียแล้ว”

ไวเท่าความคิด หลินฮุ่ยรีบออกจากแหวนมิติของเธอทันที และเมื่อออกมาแล้วก็รีบเปิดประตูห้องพักออกไป

เธอยืนนิ่งสักพักก็รู้ว่าพี่ใหญ่ของเธอกำลังนั่งคุยอยู่กับลูกเรือที่ท้ายเรือ จึงรีบเดินไปทางนั้นโดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครบางคนที่แฝงตัวขึ้นมาบนเรือลำนี้มองเธอด้วยความสนใจ

หลินอวี่เฉินเห็นน้องสาวที่เข้าห้องพักไปได้แค่ชั่วโมงกว่าๆ ก็ออกมาแล้ว เขาจึงรีบเดินไปหา “ไม่ง่วงหรือฮุ่ยฮุ่ย ทำไมออกมาเร็วจัง”

“พักสายตาไปบ้างแล้วล่ะค่ะพี่ใหญ่ ฉันมีอะไรบางอย่างจะเล่าให้พี่ฟังด้วย พี่อยากฟังไหมคะ” หญิงสาวพูดไปพลางก็ยิ้มไปพลาง ระหว่างนั้นมือก็คอยเกี่ยวปอยผมไปทัดหูเอาไว้ด้วยเพราะลมพัดแรง

ชายหนุ่มถอดหมวกออกมาสวมให้น้องสาวแทน ก่อนจะจูงมือเธอไปทางกราบเรือเพื่อจะให้เธอช่วยมองหาฝูงปลาราคาแพงให้เหล่าหานเพิ่มอีก “เรื่องอะไรเหรอ”

“ก็เรื่องสำคัญน่ะสิคะ” ว่าแล้วก็อมยิ้ม ก่อนจะพูดในใจกับพี่ชาย “ฉันเคยบอกพี่ไปแล้วใช่ไหมคะว่าในแหวนมิติของฉันมีเกาะลอยฟ้าด้วย”

ชายหนุ่มถึงกับเลิกคิ้วเพราะตั้งแต่วันนั้นฮุ่ยฮุ่ยก็ไม่เคยเล่าอะไรเกี่ยวกับเกาะลอยฟ้าให้เขาฟังอีกเลย “ตอนนั้นที่ทำพันธสัญญาเธอบอกแค่ว่ามีเกาะลอยฟ้า”

“นั่นแหละค่ะ” ดวงตาของหญิงสาวเปล่งประกายอย่างมีความสุข “มันเป็นเกาะขนาดใหญ่มากๆ เลยล่ะค่ะพี่ใหญ่ บนนั้นมีวิลล่าสมัยใหม่ด้วยนะคะสวยมาก แล้วในโรงเก็บรถก็มีรถยนต์หลายสิบคันเลย แต่ฉันไม่กล้าขับก็เลยปั่นจักรยานสำรวจรอบๆ เกาะ ซึ่งก็สำรวจได้นิดหน่อยเท่านั้น”

เขาพาน้องสาวเดินมาถึงกราบเรือแล้ว ก็ชี้ชวนให้เธอดูผืนน้ำเบื้องล่างที่มีแต่ความมืดมิด แล้วก็พูดในใจกับเธอต่อ “ถ้าพื้นที่ใหญ่ขนาดนั้น ก็น่าจะต้องขับรถยนต์นะฮุ่ยฮุ่ย ปั่นแต่จักรยานคงเหนื่อยน่าดู”

“ฉันเคยหัดขับรถนานแล้วค่ะ แต่ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ คงต้องฝึกบ่อยๆ ถึงจะมีความมั่นใจ”

“ฝึกอยู่ในแหวนมิติน่าจะปลอดภัยที่สุดแล้วล่ะ แล้วบนเกาะลอยฟ้าของเธอมีอะไรบ้าง”

“ส่วนมากเป็นพื้นที่คล้ายกับสวนสาธารณะค่ะพี่ใหญ่ มีถนน อืม จะว่ายังไงดี คือมีถนนที่เดินทางได้สะดวกมากๆ ค่ะ ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่ส่วนอื่นของแหวนมิติอย่างสิ้นเชิง พอฉันดูแผนที่จากวิลล่าแล้วก็ปั่นจักรยานไปดูสวนสมุนไพร”

“เธอเรียกว่าสวนเลยเหรอฮุ่ยฮุ่ย”

“ค่ะพี่ใหญ่ พี่คงไม่รู้หรอกว่าตอนที่ฉันไปเจอแปลงถั่งเช่าฉันรู้สึกยังไง”

“ถั่งเช่า!”

“ใช่แล้วถั่งเช่า นอกจากนี้ก็ยังมีโสมป่าแล้วก็เห็ดหลินจือที่มีอายุไม่ต่ำกว่าสองร้อยปีด้วยนะคะ”

หลินอวี่เฉินต้องสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ไปหลายครั้ง เขาถึงสงบจิตใจลงได้ “ถ้าเอาพวกมันไปขาย รับรองเธอต้องรวยกว่าคนตระกูลหลิวแน่นอนฮุ่ยฮุ่ย”

หญิงสาวอมยิ้มตาเป็นประกาย ก่อนจะชี้ลงไปด้านล่างให้พี่ชายดู “กุ้งมังกรค่ะพี่ใหญ่ บอกให้พวกเขาลงอวนได้เลยค่ะ”

“เธอรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ พี่จะไปบอกกัปตันก่อนแล้วจะรีบมาคุยกับเธอต่อ”

“ได้ ฉันจะรอพี่อยู่ตรงนี้”

หลินอวี่เฉินรีบวิ่งไปบอกเหล่าหานและกัปตันเรือ ซึ่งเป็นคนตระกูลหานเหมือนกัน จากนั้นเขาก็รีบวิ่งกลับมาหาน้องสาว แล้วถามต่อในใจ “สมุนไพรพวกนี้กินพื้นที่เยอะไหมฮุ่ยฮุ่ย”

“น่าจะหลายพันหมู่นะคะพี่ใหญ่”

“หลายพันหมู่เลยเหรอ โอ้! นี่น้องรัก เธอต้องระวังตัวให้ดีแล้วนะ เพราะเธอกลายเป็นสมบัติล้ำค่าไปแล้ว” เขากระเซ้าเธออย่างมีอารมณ์ขัน

หลินฮุ่ยเบ้ปากน้อยๆ แต่ก็ยังคงเล่าให้พี่ชายฟังต่อ “พี่ใหญ่ ยังมีของที่ล้ำค่ายิ่งกว่าแปลงสมุนไพรอีกนะคะ พี่อยากรู้ไหมว่ามันคืออะไร”

“มีเหมืองทองคำหรือเหมืองเพชรบนนั้นด้วยเหรอน้องรัก”

หญิงสาวตาเริ่มเป็นประกายขึ้นมาอีกครั้ง “จริงด้วย! ฉันก็ลืมเรื่องเหมืองแร่ไปเลย ในนั้นมีภูเขาเยอะแยะ ต้องมีเหมืองทองคำหรือเหมืองเพชรแน่ๆ”

“เธอนี่นะ ว่าแต่อะไรกันที่ราคาแพงยิ่งกว่าสมุนไพรสามชนิดนี้”

“ไม้หนานมู่ค่ะพี่ใหญ่” ว่าแล้วก็กางแขนออกกว้าง “แต่ละต้นน่าจะสิบคนโอบได้มั้งคะ ตอนแรกฉันก็ไม่ได้สังเกตดีๆ รู้สึกแค่ว่าบนเกาะลอยฟ้านี่เหมือนสวนสาธารณะขนาดใหญ่เพราะมีต้นไม้ให้ร่มเงาเต็มไปหมด แต่พอมองดูดีๆ ถึงได้รู้ว่าต้นไม้ที่เห็นได้ทั่วไปบนเกาะลอยฟ้าก็คือไม้หนานมู่อายุหลายร้อยปี ฉันก็รีบออกจากแหวนมิติมาเล่าให้พี่ฟังนี่แหละพี่ใหญ่”

หลินอวี่เฉินมองน้องสาวแล้วก็มองท้องฟ้า ก่อนจะรวบตัวเธอมากอดเอาไว้อย่างหวงแหนแล้วหมุนตัวไปมาอย่างมีความสุข “ฮุ่ยฮุ่ย เสี่ยวฮุ่ยฮุ่ย ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นดาวนำโชคของตระกูลหลิน”

หลินฮุ่ยไม่ทันได้ตั้งตัวเธอถึงกับหวีดร้องออกมา แต่ไม่นานก็กลายเป็นเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข “พี่ใหญ่ วางฉันลงก่อน”

ชายหนุ่มวางน้องสาวลงอย่างว่าง่าย ก่อนจะช่วยจัดหมวกให้เธอ แล้วก้มลงกระซิบเสียงแผ่ว “เธอรู้ไหม เมื่อไม่นานมานี้ มีเศรษฐีจากฮ่องกงประมูลเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้หนานมู่โบราณไปในราคาเท่าไหร่”

หญิงสาวส่ายหน้าเพราะแม้จะรู้ว่ามันเป็นไม้ล้ำค่าหายาก แต่เธอก็ไม่อาจรู้ราคาที่แน่นอนได้ “เท่าไหร่คะพี่ใหญ่”

“โต๊ะหนึ่งตัวกับเก้าอี้อีกหนึ่งตัวเขาจ่ายเงินไปมากถึงยี่สิบห้าล้านหยวนเลยนะฮุ่ยฮุ่ย”

หญิงสาวตาโตรีบคุยในใจกับพี่ชายอย่างรวดเร็ว “พี่ใหญ่ พี่ลองเข้าไปในแหวนมิติของฉันดูไหม เผื่อจะได้ไปตัดต้นหนานมู่สักต้น เอามาทำเฟอร์นิเจอร์ให้ครบชุด พี่ไม่ต้องทำเยอะหรอกนะ ทำสักสิบชุดก็พอ แหะๆ”

“พี่เข้าไปได้เหรอฮุ่ยฮุ่ย”

“เอ๋ ทำไมจะเข้าไปไม่ได้ล่ะคะ เอาไว้กลับขึ้นฝั่งเมื่อไหร่พี่ลองเข้าไปพร้อมกับเลื่อยนะคะ อิอิ”

หลินอวี่เฉินมองน้องสาวอยู่นานก่อนจะหัวเราะออกมาได้ “เด็กขี้งก! ก็ได้กลับขึ้นฝั่งเมื่อไหร่ไปหาซื้อเครื่องมือพวกนี้ พี่จะทำเฟอร์นิเจอร์ชุดใหญ่จากไม้หนานมู่ไปขายให้เธอเองฮุ่ยฮุ่ย” แค่โต๊ะกับเก้าอี้ยังได้ราคาดีขนาดนั้น ถ้าเขาทำออกไปขายชุดใหญ่ล่ะจะได้เงินมากมายแค่ไหนกัน

หญิงสาวยกนิ้วให้พี่ชาย “พี่ใหญ่เก่งที่สุดค่ะ”

เขาลูบหัวน้องสาวเบามืออย่างเอ็นดู “ว่าแต่เธอเถอะ คืนนี้จะหาสมบัติอีกไหม พี่คิดว่าน่าจะมีหีบสมบัติอีกเยอะเลยนะฮุ่ยฮุ่ย”

“ฉันก็คิดเหมือนพี่ใหญ่ค่ะ ถ้าอย่างนั้นพวกเราพี่น้องก็ปักหลักอยู่แถวนี้ไปเลยแล้วกัน”

“ได้สิ แต่หลังเที่ยงคืนไปแล้ว เธอต้องเข้าห้องไปพักนะ”

หลินฮุ่ยมองพี่ชายเล็กน้อย แล้วก็ยอมพยักหน้า “ตกลงค่ะพี่ใหญ่ ฉันจะเข้านอนแล้วก็จะไม่ออกมาจนกว่าจะเช้า”

“ดีมาก”

 

สองพี่น้องยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับสอดส่ายสายตามองหาสมบัติไปด้วย ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงก็ได้ยินเสียงลูกเรือร้องเฮดังลั่นเพราะอวนที่ถูกยกขึ้นมาเต็มไปด้วยกุ้งมังกรยักษ์ซึ่งขายได้ราคาดีและในอวนก็มีไม่ต่ำกว่าสิบตัน

“ครั้งต่อไปฉันจะมองหาฝูงปลาเก๋าแดงจุดฟ้าค่ะพี่ใหญ่” เธอคุยในใจกับพี่ชายอย่างมีความสุข

“คนตระกูลหานคิดว่าเป็นเพราะพี่ แต่ใครจะรู้ล่ะว่าดาวนำโชคตัวจริงจะเป็นเธอ” เขาพูดในใจกับน้องสาว แล้วก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า “ดีนะคืนนี้ไม่มีพายุ เธอสามารถทำตามที่ต้องการได้เลยฮุ่ยฮุ่ย”

ผ่านไปอีกราวๆ สองชั่วโมง หลินฮุ่ยก็ตาเป็นประกาย “พี่ใหญ่ ฉันเจอแล้วค่ะ อยู่ไม่ลึกมาก”

“สมบัติเหรอฮุ่ยฮุ่ย” ชายหนุ่มก็ตื่นเต้นไม่แพ้น้องสาว

“อืม เป็นซากเรือขนาดใหญ่เลยค่ะ”

“ได้ อยู่ตรงนี้ใช่ไหมฮุ่ยฮุ่ย” ลงไปครั้งนี้น่าจะใช้เวลาไม่นานเท่าครั้งแรกเพราะเขาคิดว่าจะเก็บซากเรือเข้ามาในแหวนมิติทั้งลำเลย

“ตรงนี้แหละพี่ใหญ่”

เขามองซ้ายมองขวาแล้วก็เดินไปยังจุดที่อับสายตาและไม่มีแสงไฟ จากนั้นก็กระโดดลงไปทันที

หลินฮุ่ยมองไปรอบๆ ก็เห็นว่าทุกคนกำลังง่วนอยู่กับการเก็บกุ้งมังกรเธอจึงผ่อนลมหายใจได้ และไม่นานพี่ชายของเธอก็กลับขึ้นมายืนอยู่ข้างๆ กับเธอด้วยท่าทีสงบ

“พี่อมยิ้มแบบนี้ แสดงว่าได้เยอะใช่ไหมคะ”

“อืม ได้เยอะมากเลยล่ะ ตอนลงไปด้านล่างเจอปูตัวใหญ่ด้วย พี่เห็นเธอชอบกินก็เลยเก็บเข้าไปในปานจื่อหมดเลยฮุ่ยฮุ่ย ส่วนพวกหีบสมบัติเอาไว้พี่ตรวจสอบและแยกออกมาจากซากเรือก่อนนะ แล้วจะส่งให้เธอ”

“ฉันไม่รีบหรอกค่ะพี่ใหญ่” ว่าแล้วเธอก็ชี้ออกไปยังจุดที่ตาเห็นอยู่ไกลๆ “ตรงนั้นน่าจะมีอีกจุดนะคะ”

“สมบัติเหรอ”

“ไม่แน่ใจว่ามีสมบัติหรือเปล่า แต่ตาของฉันเห็นว่ามันเป็นซากเรือค่ะพี่ใหญ่”

“หึหึ มาเที่ยวเล่นครั้งนี้ได้กำไรมหาศาลเลยนะน้องรัก”

“ก็พี่ใหญ่ไม่ค่อยว่างนี่คะ กลับขึ้นฝั่งไปแล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าจะได้ออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้อีกเมื่อไหร่”

“เอาน่า ถ้าพี่พอมีเวลาว่างอีกล่ะก็ จะพาเธอพายเรือตกปลาเล่นแล้วก็ขึ้นไปทำอาหารบนเกาะสักแห่ง เย็นๆ ค่อยกลับค่าย เธอว่าดีไหม”

“อื้มๆๆ ดีที่สุดเลยค่ะพี่ใหญ่”

จากนั้นหลินอวี่เฉินก็ได้ลงไปเก็บซากเรืออีกครั้ง แล้วหลินฮุ่ยก็ชี้เป้าให้ลงอวนเพื่อเก็บเกี่ยวปลาเก๋าฝูงใหญ่ พอไม่มีอะไรแล้วเธอจึงกลับเข้าห้องไปนอน ซึ่งความจริงเธอได้เข้าไปในแหวนมิติแล้วก็ไปยืนอยู่บนยอดเขาเพื่อชื่นชมต้นหนานมู่ที่ขึ้นอยู่ทั่วไปบนเกาะลอยฟ้า