ฉลองปีใหม่ด้วยกัน
ฉลองปีใหม่ด้วยกัน
หลังจากกลับขึ้นฝั่ง หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเหล่าหานก็นัดหลินอวี่เฉินออกมาพบ ซึ่งครั้งนี้เขาตัดสินใจพาน้องสาวมาด้วย
เขาไม่ได้ขับรถจี๊ปทหารออกมาจากค่าย แต่เปลี่ยนเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่กี่วันแทน “ไงเหล่าหาน ดูท่าทางของนายแล้วคงมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นสินะ”
เหล่าหานที่เห็นหลินฮุ่ยมาด้วยก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเลื่อนกระเป๋าให้สหายรักอย่างไม่มีพิธีรีตอง “นอกจากส่วนแบ่งปกติแล้ว ก็ยังมีเงินพิเศษที่พ่อฉันมอบให้นายด้วยนะเหล่าหลิน”
หลินอวี่เฉินเปิดกระเป๋าออกก็เห็นว่ามีเงินเพิ่มมาอีกหลายสิบปึก “เงินพวกนี้คงเป็นเงินที่ขายปลาได้สินะ”
“ใช่แล้วล่ะ ครั้งนี้ขายได้ราคาดีกว่าครั้งก่อนหลายเท่าเลย พ่อฉันบอกว่าเป็นเพราะนายถึงทำให้จับปลาราคาดีได้ ก็เลยฝากส่วนนี้มาให้”
“พอดีเลย จะได้เอาไว้ให้ฮุ่ยฮุ่ยซื้อขนม” ว่าแล้วก็เลื่อนกระเป๋าไปทางน้องสาว
เหล่าหานได้แต่กลอกตามองฟ้า แต่ก็ไม่ได้คิดจะขัดคำพูดของสหายรัก เขาหันไปพูดกับหลินฮุ่ยอย่างพี่ชายใจดี “ฮุ่ยฮุ่ย พ่อกับแม่ของพี่มีของมาฝากเธอด้วยนะ รีบรับไปเร็ว”
หลินฮุ่ยรับถุงกระดาษมาหลายถุง เปิดดูก็เห็นว่าเป็นเสื้อผ้ากับเครื่องประดับราคาแพง เธอถึงกับยิ้มแหย “พี่หานคะ คุณลุงคุณป้า จะไม่หมดตัวเพราะฉันใช่ไหมคะ”
เหล่าหานหัวเราะอย่างชอบใจ “พ่อกับแม่ของพี่ ท่านอยากได้ลูกสาวมาตลอด แต่ก็ไม่มีสักทีจนถอดใจ พอมาลุ้นเรื่องลูกของพี่ใหญ่ พี่รอง ก็ต้องผิดหวังเพราะมีแต่ลูกชาย พอได้รู้จักเธอพวกท่านก็ชอบเธอมาก เธอก็รับเอาไว้เถอะนะ ของขวัญแค่นี้ไม่ทำให้พ่อกับแม่ของพี่จนลงหรอก”
หญิงสาวหันไปขอความเห็นจากพี่ชาย เห็นว่าพยักหน้าเธอก็ยิ้มรับ “ฉันจะรับเอาไว้ค่ะพี่หาน ฝากขอบคุณ คุณลุงคุณป้าด้วยนะคะ เอาไว้กลับถึงปักกิ่งแล้วฉันจะฝากของดีๆ ของปักกิ่งมาให้พวกท่าน”
“ดี! เธออย่าลืมล่ะ เดี๋ยวคนแก่จะคอยเก้อ”
“ไม่ลืมแน่นอนค่ะ”
วันเวลาล่วงผ่านไป หลินอวี่เฉินตอนเช้าออกจากบ้านพักไปทำงาน ตอนเย็นก็กลับมาทานข้าวที่บ้าน บางวันเขาก็นอนพักที่บ้าน แต่บางคืนก็ต้องพาลูกน้องออกทำภารกิจ เป็นอยู่เช่นนี้จนหลินฮุ่ยเริ่มชินกับวิถีชีวิตของพี่ชาย
ส่วนเรื่องของคนตระกูลเจียงที่คิดจะแก้แค้นเอาคืนเธอ ก็กลายเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน เจียงหนิงที่คิดจะเล่นงานเธอ กลับกลายเป็นว่าถูกพี่เย่จัดการกวาดเรียบทั้งตระกูล ด้วยหลักฐานที่แน่นหนาจนส่งพวกเขาเข้าคุกเกือบหมดทุกคน จะเหลือก็แต่คนแก่กับเด็กเท่านั้น
“ฮุ่ยฮุ่ย คืนข้ามปีปีนี้ลูกน้องของพี่ขอมาที่บ้านนะ” หลินอวี่เฉินบอกน้องสาวระหว่างที่กำลังทานข้าวเย็นด้วยกัน
“ดีเลยค่ะพี่ใหญ่ เฝ้าคืนข้ามปีหลายๆ คนจะได้ครึกครื้น” ตั้งแต่เด็กเธอก็ฉลองปีใหม่แบบเงียบเหงาไร้คนสนใจมาโดยตลอด
ชายหนุ่มลูบหัวน้องสาวแผ่วเบา “อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม พี่จะไปหามาให้”
“อยากกินเป๋าฮื้อกับปลาหิมะค่ะพี่ใหญ่ อ้อ แล้วก็ปูกับกุ้งตัวใหญ่ๆ ด้วยค่ะ”
“ไม่มีปัญหา ของพวกนี้มีอยู่ในปานจื่อของพี่อยู่แล้ว ถึงตอนนั้นจะเอาออกมาให้เธอทำอาหารเยอะๆ เลยดีไหม”
“ดีค่ะ” ว่าแล้วก็คีบซี่โครงหมูเปรี้ยวหานให้พี่ชายไปหนึ่งชิ้น
หลินอวี่เฉินก็คีบเนื้อปลาให้น้องสาวเช่นกัน “หลายวันมานี้ เธอเอาแต่แต่งนิยาย ได้ยืดเส้นยืดสายบ้างไหมฮุ่ยฮุ่ย”
“นอกจากฝึกทักษะตามที่พี่สอน แล้วฉันก็เข้าไปปลูกผักกับปั่นจักรยานในแหวนมิติค่ะพี่ใหญ่ แล้วก็มีหัดขับรถด้วย ช่วงนี้ฉันกำลังหัดขับรถไฟฟ้าด้วยค่ะ”
เขาที่ได้เข้าไปเห็นภายในแหวนมิติของน้องสาวมาแล้วสองครั้ง เพื่อเข้าไปตัดไม้หนานมู่มาทำเฟอร์นิเจอร์ ได้แต่รำพึงออกมา “ถ้ามีพิมพ์เขียวของพวกนี้ก็คงจะดี ประเทศของพวกเราจะได้เจริญ คนทั้งประเทศจะได้มีงานทำไม่อดอยาก”
“ฉันคิดว่าวิลล่าบนเกาะลอยฟ้า น่าจะมีชั้นใต้ดินนะคะพี่ใหญ่ แต่ยังไม่ได้ลงไปสำรวจ ที่นั่นอาจจะเก็บข้อมูลสำคัญเอาไว้ก็ได้”
ดวงตาของหลินอวี่เฉินเป็นประกายขึ้นมาทันที เพราะเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีในตอนนี้ยังนับว่าน้อยมาก “ถ้ามีอะไรดีๆ ก็บอกพี่ด้วยนะฮุ่ยฮุ่ย”
“ฉันต้องบอกพี่อยู่แล้วค่ะ ส่วนพี่จะเอาไปทำอะไรก็แล้วแต่พี่เลย”
“จะเอาไปทำอะไรได้ล่ะ ถ้าไม่ส่งให้สถาบันวิจัยแห่งชาติก็ส่งให้หน่วยเหนือนั่นแหละ” เขามองน้องสาวที่มองเขาอย่างสงสัย ก็ได้แต่หัวเราะเพราะวางใจในตัวเธอจึงหลุดปากพูดไป จึงได้รีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อความสบายใจของเธอ “ตอนนี้ในปานจื่อของพี่ มีเฟอร์นิเจอร์ที่ทำเสร็จแล้วหนึ่งชุดนะ เธอจะให้พี่เอาไปปล่อยขายตอนนี้เลยไหม”
“แล้วแต่พี่เลย ถ้าว่างก็เอาไปขายหรือส่งเข้าโรงประมูลก็ได้ค่ะ”
“ดี ปีใหม่เธอรอรับเงินหลายสิบล้านได้เลยฮุ่ยฮุ่ย”
หญิงสาวถึงกับหัวเราะคิกคักออกมาทันที “การมีเงินมากมายขนาดนั้น ฉันจะต้องทำตัวยังไงคะพี่ใหญ่”
“เด็กโง่ เธออยากจะทำอะไรก็ทำไปเลยสิ เคยบอกเธอไปแล้วนี่ว่าเป็นน้องสาวพี่ใหญ่คนนี้ เธออยากจะเดินเชิดแค่ไหนก็ทำได้ทั้งนั้น”
หลินฮุ่ยยิ้มหวานให้พี่ชายอย่างมีความสุข “กลับไปถึงปักกิ่ง ฉันจะเอาเงินพวกนี้ไปให้พ่อกับแม่ดู รวมถึงคนตระกูลหลิวทั้งหมดด้วยค่ะพี่ใหญ่”
ชายหนุ่มมองน้องสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะคีบอาหารใส่ชามข้าวให้เธออีกหลายอย่าง “ถ้าอย่างนั้นพี่ใหญ่คนนี้คงต้องเร่งมือ ทำเฟอร์นิเจอร์อีกชุดเสียแล้ว พวกท่านจะได้ภูมิใจในตัวพวกเรา”
“พี่จะไม่เหนื่อยเกินไปใช่ไหมพี่ใหญ่”
“ไม่เหนื่อยหรอกน่า เธอก็รู้ว่าพี่ใหญ่ของเธอมีพลังพิเศษ ร่างกายแข็งแรงกว่าคนธรรมดาหลายเท่า”
“ถ้าอย่างนั้นก็กินเยอะๆ นะคะ จะได้มีแรงทำงานหาเงินให้ฉัน” ว่าแล้วก็คีบอาหารวางลงในชามข้าวของพี่ชาย
“เธอนี่นะ รีบกินเถอะ คืนนี้พี่อาจจะได้ออกไปข้างนอก เธออยู่บ้านถ้ามีคนมาเคาะประตูเรียกก็ไม่ต้องออกมานะ”
หญิงสาวฟังพี่ชายพูดแล้วก็คิดตาม แล้วก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย “เข้าใจแล้วค่ะพี่ใหญ่ ฉันจะไม่ออกไปเปิดประตูให้ใครทั้งนั้น”
“ดี!”
กลางดึกร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก็มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้านพักของหลินอวี่เฉิน เขายืนอยู่อย่างนั้นแต่ไม่ได้เคาะประตูเพื่อให้คนในบ้านออกมาเปิดให้
“คุณชาย จะไม่เคาะจริงๆ หรือครับ”
“มันดึกแล้ว อีกอย่างหลินอวี่เฉินก็ไม่อยู่ ไม่เหมาะที่จะเข้าไปคุยธุระกับเธอเวลานี้” เสิ่นมู่หานตอบลูกน้องคนสนิทเสียงเรียบ
“แล้วคุณหนูหลินกับคุณชายจะได้คุยกันเมื่อไหร่ล่ะครับ หรือคุณชายจะให้ผมลอบเข้าไปในบ้าน แล้ววางกล่องนี้เอาไว้หน้าประตูบ้านของเธอดีครับ”
“ไม่ต้องหรอก ถึงเวลาคงมีโอกาสได้มอบให้เธอเองนั่นแหละ”
“แต่ไข่มุกราคาแพงที่ใครต่างก็อยากได้เม็ดนี้ คุณชายลงทุนออกทะเลเพื่อหาจากมุกป่าจำนวนนับไม่ถ้วนเลยนะครับ”
“นายนี่นับวันจะพูดมากนะ”
“ก็เพื่อคุณชายทั้งนั้นนี่ครับ ถ้าขืนคุณชายยังเอาแต่มองคุณหนูหลินอยู่ห่างๆ แบบนี้ เมื่อไหร่เธอจะรู้ล่ะครับ”
“นายจะไปรู้อะไร” ว่าแล้วร่างของเขาก็เลือนหายไปจากหน้าประตูบ้านพักทหารทันที
ลูกน้องคนสนิทเห็นท่าทีของคุณชายแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา อุตส่าห์ดั้นด้นตามคุณหนูหลินมาถึงภาคใต้ แถมยังปลอมตัวขึ้นไปบนเรือของคนแซ่หานอีก แต่คุณหนูหลินกลับไม่เคยได้รู้เลยว่าคุณชายของเขาทำอะไรเพื่อเธอไปตั้งมากมาย ช่างเป็นความสัมพันธ์ที่ยากจะคาดเดาถึงตอนจบจริงๆ
ในที่สุดวันปีใหม่ก็มาถึง เมื่อคืนสองพี่น้องกว่าจะเข้านอนได้เวลาก็ล่วงเข้าตีสองเกือบตีสามไปแล้ว เช้าวันนี้พวกเขาจึงนำเอาอาหารที่ทำเก็บเอาไว้ในแหวนมิติออกมานั่งทานกัน
“พี่เห็นสวนองุ่นในแหวนมิติของฉันไหมคะพี่ใหญ่” ระหว่างนั่งกินเกี๊ยวหญิงสาวก็คิดอะไรดีๆ ขึ้นมาได้
“เห็นสิ พี่ยังเก็บมาจากสวนของเธอตั้งหลายเข่งเลย”
“พี่ว่าฉันทำไวน์จะดีไหมคะ ประมาณว่าทำเก็บเอาไว้ดื่มเองน่ะค่ะ”
“ถ้าชอบก็ทำเลย แล้วมีเครื่องมือกับอุปกรณ์แล้วหรือยัง อ้อ โรงบ่มไวน์ด้วยนะ”
“ยังเลยค่ะ ฉันถึงถามพี่นี่ไง” ว่าแล้วก็คีบเกี๊ยวส่งเข้าปากอย่างสบายใจ
“ถ้าอย่างนั้นก่อนกลับพี่จะไปหาซื้อมาให้เธอแล้วกัน ส่วนโรงบ่มไวน์เอาไว้มีเวลาว่างเดี๋ยวจะเข้าไปจัดการให้” ว่าแล้วเขาก็นำเอาอั่งเปาซองใหญ่ ที่ใหญ่มากๆ ออกมาจากปานจื่อ “น้องรัก รับไปที”
หลินฮุ่ยกระพริบตาปริบๆ มองอั่งเปาซองโตหรือจะเรียกให้ถูก น่าจะเป็นกระสอบมากกว่า “พี่ขายเฟอร์นิเจอร์ไม้หนานมู่ได้แล้วเหรอคะพี่ใหญ่”
“ส่งเข้าโรงประมูลไงฮุ่ยฮุ่ย เพิ่งได้เงินมาก่อนปีใหม่ไม่กี่วันนี่เอง เธอเก็บเอาไว้ให้ดีนะ” เขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้หนานมู่ชุดใหญ่สองชุด จะทำเงินให้เขาได้มากถึงแปดสิบล้านหยวน และพวกมันก็อยู่ตรงนี้แล้ว
“ขอบคุณค่ะพี่ใหญ่” หญิงสาวรีบส่งอั่งเปาซองใหญ่เข้าไปเก็บในแหวนมิติทันที
“ขอบคุณอะไรกัน เราพี่น้องกันนี่ พี่หาเงินมาได้ก็ต้องให้เธออยู่แล้ว จะว่าไปแล้ว ไม้หนานมู่ต้นนี้ต้นเดียว น่าจะทำเฟอร์นิเจอร์ได้ไม่ต่ำกว่ายี่สิบชุดเลยนะฮุ่ยฮุ่ย เธอไม่ต้องน้อยใจแล้วนะว่ารวยไม่เท่าคนตระกูลหลิว”
“อื้ม ฉันไม่น้อยใจแล้วค่ะ” สมบัติที่ได้จากซากเรือนั้นไม่น้อยเลย ทำให้ในห้องคลังเก็บสมบัติของเธอมีสมบัติหนึ่งในสามของห้องแล้ว ได้เงินพวกนี้เพิ่มเข้าไปอีกความน้อยอกน้อยใจของเธอก็ปลิวหายไปทันที
“ถือว่าเป็นปีใหม่ปีแรกเลยนะที่พวกเราพี่น้องได้ฉลองด้วยกัน เอาอย่างนี้ไหม พี่ใหญ่จะพาเธอไปเที่ยวในเมือง”
หญิงสาวรีบส่ายหน้าทันที แค่ไปหาซื้อต้นกล้ายังเกิดเรื่องเลย เธอไม่มีอะไรที่ต้องการแล้วล่ะ “นานๆ พี่จะมีวันว่าง ก็พักอยู่บ้านให้สบายใจดีไหมคะพี่ใหญ่”
“ไม่ชินน่ะสิ ถ้าอย่างนั้นเอางานเขียนของเธอมาให้พี่อ่านดีไหม”
“เพิ่งเขียนไปได้ไม่กี่บทเองค่ะ รอให้ฉันเขียนได้มากกว่านี้พี่ค่อยเอาไปอ่านไปเกลาให้ฉันดีไหมคะ”
“เอาอย่างนั้นก็ได้”
“ปีใหม่แบบนี้พวกเราต้องไปสวัสดีปีใหม่ใครไหมคะ”
“ผู้หลักผู้ใหญ่ในค่ายก็เดินทางกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กันหมดแล้ว ที่อยู่ใกล้หน่อยก็คงเป็นบ้านตระกูลหาน เธออยากจะไปไหมฮุ่ยฮุ่ย”
“ช่วงนี้คงไม่เหมาะค่ะ ให้พวกเขาต้อนรับญาติๆ ดีกว่านะคะ เอาเป็นว่าฉันอยู่บ้านแต่งนิยายเหมือนเดิมก็แล้วกัน”
“ก็ได้ ส่วนพี่จะเข้าไปทำเฟอร์นิเจอร์ไม้หนานมู่ต่อ” ว่าแล้วเขาก็มองหน้าน้องสาวแล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างมีความสุข
ทางฟากฝั่งของคนตระกูลหลิวที่อยู่ปักกิ่ง พวกเขากำลังฉลองปีใหม่ที่บ้านของสองผู้เฒ่า แต่บรรยากาศนั้นกลับไม่ได้มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น
“จนป่านนี้ก็ยังหาตัวเด็กนั่นไม่เจออีกเหรอ” ผู้เฒ่าหลิวถามเสียงเครียด
“จะหาเจอได้ยังไงล่ะครับคุณพ่อ พี่ชายเธอมารับตัวไปอยู่ภาคใต้ ข่าวคราวก็ขาดหายไปเลย” พ่อหลิวเอ่ยตอบอย่างขอไปทีเพราะตัวเขานั้นไม่อยากกลับไปทำดีกับหลินฮุ่ยและคนตระกูลโจวอีกแล้ว แต่ก็ขัดผู้เป็นพ่อที่คืนดีกับสหายรักไม่ได้
“ยังไงก็ต้องพาตัวเธอมาให้ได้ จะได้จับแต่งงานกับเจ๋อหย่วนให้เรียบร้อย”
“แต่คนตระกูลโจวก็ยังต้องการจะแบ่งสมบัติไปครึ่งหนึ่งอยู่ดีนะครับพ่อ” สมบัติตอนนี้เขาเป็นคนถือกุญแจห้องคลังเอาไว้ ไม่ว่ายังไงเขาก็จะไม่ให้คนพวกนั้นได้สมหวังแน่
ท่านผู้เฒ่ามองลูกชายแล้วก็รู้ทันความคิด เขาเพียงส่ายหน้าช้าๆ “แกคิดว่าทำไมพ่อถึงทำทีเป็นว่าคืนดีกับตาแก่โจวล่ะ”
“ผมไม่รู้หรอกครับ และผมก็จะไม่ยอมให้สมบัติตกไปอยู่กับพวกเขาด้วย”
“แกคิดว่าถิงถิงที่อยู่ต่างประเทศ จะไม่ถูกจับตาโดยคนตระกูลโจวหรือไง ถ้าแกยังไม่ยอม คิดหรือว่าพวกเขาจะไว้ชีวิตลูกสาวของแกน่ะ”
คราวนี้พ่อหลิวถึงขั้นนั่งไม่ติด “พวกเขากล้าหรือ! ถ้าถิงถิงเป็นอะไรไปผมไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปแน่”
“สุนัขจนตรอกทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ถ้าถิงถิงตายไปแหวนมิติวงนั้นก็ต้องเลือกนายใหม่ ตาแก่โจวมันบอกฉันว่ามันมีวิธีที่จะทำให้แหวนมิติเลือกคนตระกูลโจว รวมถึงทรัพย์สมบัติที่เคยอยู่ในแหวนมิติด้วย มันก็สามารถดูดคืนกลับเข้าไปในแหวนมิติได้เหมือนเดิม”
“ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้หรอกครับพ่อ”
“ฉันจะรู้ไหมล่ะ ตามบันทึกโบราณ คนแรกที่ได้ครอบครองแหวนมิติก็คือคนแซ่โจว ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะปกปิดข้อมูลนี้จากตระกูลหลิวมาโดยตลอดก็ได้”
“แล้วเราจะมั่นใจได้ยังไงครับ ว่าถ้าเราทำตามที่พวกเขาต้องการแล้ว พวกเขาจะไม่หักหลังเรา”