แหวนมิติเลือกหลิวฮ่าว
แหวนมิติเลือกหลิวฮ่าว
เรื่องต่อจากนั้นหลินฮุ่ยไม่ได้รับรู้ แต่กลับเป็นฝั่งของเหล่าจ้าวที่เรียกตัวญาติห่างๆ ที่ใช้แซ่เดียวกันไปตักเตือน เพราะสหายรักของเขาโทรมากำชับตั้งแต่เขายังงัวเงียอยู่บนเตียงเลย
จ้าวจื่อเฉิงที่เพิ่งจะริมีความรัก แต่กลับถูกสกัดเสียก่อนก็รู้สึกห่อเหี่ยว “พี่ครับ แบบนี้กีดกันเกินไปไหม ยุคสมัยนี้แล้ว ต้องให้หนุ่มสาวได้มีอิสระในการเลือกคู่ครองสิครับ คุณสมบัติของผมก็ไม่ได้แย่เสียหน่อย ทำไมจะจีบรุ่นพี่หลินไม่ได้ล่ะครับ”
“ไม่แย่สำหรับคนทั่วไป แต่แย่มากเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าตระกูลหลิน”
“ไม่ถึงขนาดนั้นมั้งครับ ตระกูลหลินกับตระกูลจ้าวของพี่ก็น่าจะเท่าเทียมกันไม่ใช่เหรอไง หรือพี่ดูถูกตัวเอง”
“ดูถูกอะไรกัน คนภายนอกอาจจะเห็นว่าพวกเขามีกันแค่สองคนพี่น้อง แต่สถานะที่แท้จริงของเหล่าหลินน่ะ ตระกูลใหญ่หลายๆ ตระกูลรวมกันก็ยังไม่มีใครกล้าสั่งเขาเลยนะ”
“อะไรกัน ทำไมลึกลับแบบนี้ล่ะ” ยิ่งฟังเขาก็ยิ่งรู้สึกห่อเหี่ยว “ผมยังคิดเลยว่า วันจันทร์หน้าจะหาโอกาสเข้าไปพูดคุยกับรุ่นพี่หลินเสียหน่อย โดนพี่เบรกจนหัวทิ่มแบบนี้ คงต้องอกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่มจีบ”
เหล่าจ้าวมองญาติผู้น้องแล้วก็ส่ายหน้าเขาไม่รู้สึกเห็นใจสักนิด “ฮุ่ยฮุ่ยก็เหมือนน้องสาวฉันคนหนึ่ง พ่อกับแม่ของฉันก็รักเธอเหมือนลูกสาวในไส้ นายไม่มีทางผ่านด่านได้หรอกจื่อเฉิง ตัดใจเสียเถอะ”
“ลุงกับป้ารักเหมือนลูกเลยเหรอครับพี่!”
“ก็ใช่น่ะสิ ฮุ่ยฮุ่ยน่ะน่าสงสารมากนะ เมื่อก่อนเธอถูกเลี้ยงโดยคนตระกูลหลิว เพิ่งจะได้กลับบ้านตระกูลหลินเมื่อปีที่แล้วนี่เอง”
“สลับตัวเหรอครับ”
“เป็นอย่างนั้นแหละ แม้นายจะจีบเธอติดแต่สภาพที่บ้านของนาย ก็ไม่ค่อยสงบไม่ใช่หรือไง ไม่ต้องรอให้เหล่าหลินออกหน้า ฉันนี่แหละจะเป็นคนขัดขวางเอง” ตระกูลใหญ่อย่างพวกเขาแม้จะเป็นฝั่งของสายรองหรือญาติห่าง แต่มีน้อยนักที่ภายในบ้านจะสงบอย่างแท้จริง ฮุ่ยฮุ่ยกว่าจะเติบโตมาได้ไม่ง่ายเลย เขาจะส่งน้องสาวคนนี้เข้าไปในรังหมาป่าได้ยังไงกัน
“ก็ได้ๆ ไม่จีบแล้วๆ แต่ถ้าผมจะทำความรู้จักกับรุ่นพี่หลิน พี่คงไม่ว่าใช่ไหมครับ”
เหล่าจ้าวง้างเท้าเตรียมจะเตะคนดันทุรัง “ลองกินลูกเตะของฉันก่อนเป็นไง”
จ้าวจื่อเฉิงรีบวิ่งหนีทันที “ผมมีรายงานต้องรีบทำส่งอาจารย์ ไม่รบกวนพี่แล้ว กลับก่อนนะครับ”
“ฮึ่ม อย่าให้ฉันรู้นะว่านายคิดไม่ซื่อกับฮุ่ยฮุ่ย!” เขาตะโกนไล่หลังไปอย่างไม่วางใจ
พี่สะใภ้จ้าวได้แต่ยืนหัวเราะอยู่ที่ระเบียงโถงทางเดิน ก่อนจะเรียกสามีให้กลับเข้าบ้าน “เข้าบ้านเถอะค่ะ เหล่าหลินโทรมาสองครั้งแล้ว เห็นคุณยังคุยไม่เสร็จสักที ฉันก็เลยไม่ได้เรียก”
“เหล่าหลินโทรมาแล้วเหรอ ดีเลย!” เขาจะได้รายงานกับสหายรักว่าเขาจัดการตักเตือนให้แล้ว
เห็นสามีรีบวิ่งเข้าบ้านไป พี่สะใภ้เฉินได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ แต่พอคิดไปถึงหลินฮุ่ยน้องสาวแสนสวย หุ่นอ้อนแอ้นน่าทะนุถนอมคนนั้นแล้ว ไม่แปลกหรอกที่จื่อเฉิงจะชอบเธอ ต่อไปเหล่าหลินคงต้องรับศึกหนักอีกไม่น้อย
อีกฝั่งของเรื่องราว หลิวฮ่าวหนุ่มน้อยที่ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในชั่วข้ามคืน เขาปั่นจักรยานเพื่อไปเยี่ยมพ่อกับแม่เหมือนที่เคยทำทุกวันหลังจากเลิกเรียน
ทว่าขณะที่กำลังจะข้ามไปอีกฝั่งของถนน เขาก็ถูกรถมอเตอร์ไซค์ของใครบางคนเฉี่ยวชนเข้าจนเสียการทรงตัวและรถก็เสียหลัก ทำให้ทั้งคนทั้งรถไถลไปตามแรงปะทะ ศีรษะของเขากระแทกเข้ากับต้นไม้ข้างทางจนสลบไป
ส่วนรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นก็ขับหายไปอย่างไร้ความรับผิดชอบ ผู้คนแถวนั้นจึงรีบนำตัวเขาส่งโรงพยาบาล กว่าจะฟื้นก็ผ่านไปหลายชั่วโมง
“ตื่นแล้วเหรอฮ่าวฮ่าว” หลินฮุ่ยยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเห็นน้องชายที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กฟื้นคืนกลับมา
“พี่สาว ผมอยู่ที่ไหนเหรอครับ” เด็กหนุ่มยังคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
“โรงพยาบาลน่ะสิ มีคนพานายมาส่งแล้วก็เจอเบอร์โทรศัพท์ของพี่ฟางในกระเป๋าของนาย ก็เลยโทรติดต่อไป พี่รู้ก็เลยรีบมานี่แหละ”
“พี่ไม่ได้อยู่ที่หอพักเหรอครับ ผมทำให้พี่เดือดร้อนอีกแล้ว” เรื่องราวของตระกูลหลิวนั้นได้กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวและเป็นข่าวครึกโครม ตอนนี้ก็ยังเป็นที่พูดถึงอยู่ เขาที่เหลือตัวคนเดียวได้แต่ก้มหน้าใช้ชีวิต
“เดือดร้อนอะไรกัน พี่ไม่เดือดร้อนสักนิด พี่ฟางบอกว่านายไปทำงานช่วยที่ร้านแล้วก็ตั้งใจทำงานมากเลย”
“ถ้าไม่ทำงานผมก็ไม่มีเงินใช้ ต้องตั้งใจทำให้ดีสิครับ” เด็กหนุ่มก้มหน้างุด ในฐานะคนตระกูลหลิวเขารู้สึกผิดต่อพี่สาวมากที่สุด ความชั่วมากมายที่คนตระกูลหลิวทำกับพี่สาว มันมากจนเขาไม่รู้จะชดใช้ยังไงไหว
“นายนี่นะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนายก็ยังเป็นน้องชายของพี่ตลอดไป จำไม่ได้หรือไง”
“จำได้สิครับ แต่...”
หลินฮุ่ยมองน้องชายด้วยสายตาที่อ่อนโยน ยื่นมือออกไปจับใบหน้าของเขาแล้วก็ดันให้เงยขึ้นมาสบตากับเธอ “ฟังนะฮ่าวฮ่าว เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องของพวกผู้ใหญ่ พวกเขาเลือกเส้นทางนั้นเอง ไม่เกี่ยวกับนายแม้แต่นิดเดียว นายไม่ต้องรู้สึกผิดแทนพวกเขา เข้าใจไหม”
“พี่สาว” น้ำตาของเด็กหนุ่มไหลออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไหว “พี่สาว ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง ไม่ว่าไปที่ไหนก็มีแต่คนชี้หน้า กล่าวหาว่าผม...”
“ใครจะชี้หน้าก็ช่างเขาสิ ถ้านายทำผิด เจ้าหน้าที่ไม่ปล่อยนายอยู่แล้ว แต่ตอนนี้นายยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ เข้าใจที่พี่พูดไหม” เธอล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาให้น้องชาย
“เข้าใจแล้วครับ แต่บ้านหลังนั้นผมอยู่คนเดียวไม่ไหวจริงๆ พ่อกับแม่ก็ยังอยู่ในห้องไอซียูอยู่เลย เงินกับสมบัติพวกนั้นที่พ่อซ่อนเอาไว้ก็ถูกยึดไปจนหมดแล้ว ผมไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาจริงๆ”
“มีพี่อยู่นายไม่ต้องคิดวุ่นวายเรื่องพวกนี้เลย ถ้าไม่อยากอยู่ที่บ้านหลังนั้น ก็ตามไปอยู่กับพี่ดีไหม”
“พี่ชายของพี่สาวล่ะครับ เขาจะยอมให้ผมไปอยู่กับพี่เหรอ”
“นายนี่นะ ต่อไปให้เรียกว่าพี่ใหญ่ เข้าใจไหม”
“พี่ใหญ่เหรอครับ” เด็กหนุ่มยังสับสนกับสถานการณ์ เขายังไม่ค่อยจะเข้าใจสักเท่าไหร่ “อ๊ะ!” จู่ๆ เขาก็รู้สึกเจ็บที่ฝ่ามือที่มีรอยถลอกเป็นทางยาว
“เป็นอะไร เจ็บตรงไหน!”
หลิวฮ่าวหลับตาลงอย่างเจ็บปวด ใบหน้าของเขาค่อยๆ ซีดเผือด แต่ก็ยังระล่ำระลักเอ่ยออกมา “พี่สาว เหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติกับตัวของผม”
หลินฮุ่ยกระซิบถามเสียงแผ่ว “เกิดอะไรขึ้นฮ่าวฮ่าว เป็นอันตรายหรือเปล่า”
เด็กหนุ่มลืมตาขึ้น มองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง แต่เพียงเห็นความห่วงใยและความจริงใจของพี่สาว เขาก็ยื่นหน้าเข้าหาแล้วป้องปากกระซิบเสียงแผ่ว “ตระกูลหลิวมีเรื่องน่าอัศจรรย์อยู่เรื่องหนึ่ง ตอนนั้นผมแอบได้ยินพ่อแม่คุยกับพี่สาวคนใหม่ มันเกี่ยวกับแหวนวงหนึ่งที่มีมิติเก็บของอยู่ข้างใน”
หลินฮุ่ยมองน้องชายตาโต “หรือว่าตอนนี้...”
เด็กหนุ่มพยักหน้าช้าๆ “แหวนวงนั้นมันน่าจะเลือกผมครับพี่สาว แต่ข้างในไม่มีอะไรเลยนะครับ พี่สาวคนใหม่น่าจะขนออกไปหมดแล้ว เหลือแต่ห้องว่างขนาดใหญ่เท่านั้น”
“นายพูดจริงใช่ไหมฮ่าวฮ่าว” หลินฮุ่ยมองน้องชายอย่างโล่งอก แม้ว่าจะไม่มีคนพวกนั้นแล้วแต่หลิวฮ่าวก็ยังมีแหวนมิติ ที่จะเป็นตัวช่วยเขานับจากนี้
“จริงสิครับพี่สาว” เด็กหนุ่มมองซ้ายมองขวาอีกครั้ง พอไม่เห็นคนอื่นในห้องพักผู้ป่วย จึงเอี้ยวตัวไปหยิบเอาแก้วน้ำอุ่นส่งเข้าไปเก็บในมิติ “ทีนี้พี่สาวเชื่อผมหรือยัง”
“ว้าว! เรื่องนี้น่าเหลือเชื่อจริงๆ” หญิงสาวเปิดกระเป๋าออก จากนั้นก็หยิบเงินออกมาสองปึก “เงินนี่ นายเก็บเอาไว้ จ่ายเป็นค่ารักษาให้พวกเขานะฮ่าวฮ่าว”
เด็กหนุ่มรับเงินมาแล้วก็เก็บเข้าไปในแหวนมิติ “ขอบคุณพี่สาว ผมจะตั้งใจทำงานช่วยพี่ให้ดีที่สุดครับ”
“ขอบคุณอะไรกัน ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อนายคนเดียวทั้งนั้น”
“ได้ ผมจะไม่พูดคำนี้แล้ว พี่มีอะไรให้ผมช่วยบอกได้ตลอดนะครับ” ตอนนี้เขาเริ่มมั่นใจในตัวเองมากขึ้นแล้ว และจะไม่ลืมบุญคุณของพี่สาวไปตลอดชีวิตของเขา
“นายพักก่อนนะ พี่จะไปตามหมอมาตรวจร่างกายนาย ถ้าไม่มีปัญหาจะได้กลับบ้านเลย”
“ครับพี่สาว”
ระหว่างนั่งรถกลับบ้านที่เขตซีเฉิง หลินฮุ่ยก็คุยกับพี่ชายในใจตลอดทาง “ลองถามเขาดูนะฮุ่ยฮุ่ย ว่าอยากเปลี่ยนแซ่ไหม จะได้เอาเข้าทะเบียนบ้านของพวกเราไปเลย”
“พี่คิดว่าเขาจะไม่รู้เหรอคะว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่ของเขามันไม่ปกติ บางทีเขาอาจจะคิดได้ตั้งนานแล้วว่าเป็นเพราะฉัน เขาคงไม่เปลี่ยนคชแซ่ตามพวกเราหรอก”
“แล้วเธอพาเขากลับมาบ้านด้วยทำไมล่ะ ไม่ใช่ว่ามั่นใจในตัวลูกชายที่เธอเลี้ยงมากับมือหรือไง”
พี่ใหญ่ของเธอเริ่มพาลแล้ว “พี่ใหญ่คะ ถ้าพี่ได้อยู่กับเขา ก็จะหลงรักเด็กคนนี้โดยไม่รู้ตัวเลยล่ะค่ะ อีกอย่างที่ฉันพาเขากลับบ้านมาด้วย ก็เพราะตอนนี้แหวนมิติวงนั้นที่เคยอยู่กับถิงถิง มันเลือกนายคนใหม่แล้ว และมันก็เลือกฮ่าวฮ่าว”
“เธอว่าไงนะ! ตอนนี้ฮ่าวฮ่าวมีแหวนมิติเหรอ มันมาได้ยังไง ไม่ใช่ว่าถิงถิงอยู่ต่างประเทศเหรอ”
หลินฮุ่ยหัวคิ้วขมวดทันที เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง และข้อสันนิษฐานหนึ่งก็ดังขึ้นมา “หรือว่าเธอจะตายไปแล้วคะพี่ใหญ่”
“เป็นไปไม่ได้หรอก พี่เคยทำสัญลักษณ์บางอย่างบนตัวของหลิวอวี่ถิงเอาไว้เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของเธอ ตอนนี้สัญลักษณ์ก็ยังตรวจสอบได้อยู่”
“ถ้ายังมีชีวิตอยู่ แล้วทำไม...”
“เดี๋ยวนะ หรือว่า แหวนมิติที่เป็นสมบัติของสองตระกูลจริงๆ แล้วจะมีอีกวง แต่ผู้ครอบครองคนแรกไม่เคยพูดและก็ถูกส่งต่อกันมาเรื่อยๆ”
“ไม่มีทางหรอก ถ้ามีสองวงพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเกาะติดกันมาหลายร้อยปี ต่างคนต่างสะสมทรัพย์สมบัติไม่ดีกว่าเหรอ”
หลินฮุ่ยคิดอะไรบางอย่างได้ รีบหันไปดูน้องชายที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วก็ต้องตัวแข็งทื่อเมื่อเขาส่งยิ้มมาให้ “พะ พี่ใหญ่ ระ หรือว่า จะเกิดการสลับวิญญาณระหว่างฮ่าวฮ่าวกับหลิวอวี่ถิงคะ”
“เป็นไปไม่ได้หรอกฮุ่ยฮุ่ย สัญลักษณ์ที่พี่ทำเอาไว้ มันสลักลงไปถึงแก่นจิตวิญญาณ ถ้าตอนนี้หลิวอวี่ถิงอยู่ในร่างของฮ่าวฮ่าว พี่จะรู้ทันทีเพราะตำแหน่งที่ปักกิ่งพี่จำได้หมด”
หญิงสาวถึงกับลูบอกถอนหายใจออกมา ยิ้มให้น้องชายแล้วก็คุยในใจกับพี่ชายต่อ “ฮ่าวฮ่าวบอกว่าในแหวนมิติเก็บของเป็นห้องว่างไม่มีอะไรเลยค่ะ”
“ก็ต้องว่างอยู่แล้วเพราะพวกเขาสั่งให้หลิวอวี่ถิงเอาออกมา ตอนที่กำลังจะแบ่งสมบัติกันเจ้าหน้าที่ก็ไปเจอเข้าพอดี คนก็ถูกควบคุมตัวไปสอบสวน ส่วนทรัพย์สมบัติก็ถูกยึดไปจนหมด ยังมีอีกหลายชิ้นเลยนะที่พบว่าเป็นของตระกูลที่ถูกคดีทางการเมือง”
“มิน่าล่ะ สมบัติที่พวกเขาภาคภูมิใจนักหนา กลับเป็นสมบัติที่แย่งชิงมาจากคนอื่น”
“กว่าจะออกมา ก็คงจะผ่านไปหลายปีแล้วล่ะ สืบสาวต่อไปบ้านตระกูลหลิวก็อาจจะถูกปิดเอาไว้ ฮ่าวฮ่าวมาอยู่กับเธอก็นับว่าถูกแล้ว”
“ถ้าต้องอยู่ในนั้นหลายปี คนแก่คงไม่รอดใช่ไหมคะพี่ใหญ่”
“ไม่รู้สิ แต่ก็สมควรแล้วล่ะ เธอคงไม่รู้หรอกว่าคนตระกูลหลิวกับตระกูลโจว ก็มีส่วนร่วมกับคนพวกนั้น”
“จริงเหรอคะ! พวกเขามีส่วนที่ทำให้ตระกูลหลินกับตระกูลจางถูกส่งไปที่ค่ายแรงงานจริงๆ เหรอคะ”
“อืม นี่เป็นข้อมูลที่พี่สืบมาได้ เรื่องการสลับตัวทารก อดีตพ่อของเธอก็มีส่วนรู้เห็นด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นก็สมควรแล้วล่ะ”
“น่าเสียดายที่พวกเขานอนเป็นผักอยู่ในโรงพยาบาล ถ้าถูกจับไปพร้อมกับคนในตระกูลล่ะก็ พี่จะแอบเข้าไปดูเสียหน่อย จะได้ไปเล่าให้พ่อกับปู่ฟังให้สะใจไปเลย”
หลินฮุ่ยต้องรีบปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา แล้วคุยกับพี่ชายต่อ “ถ้าเรียนจบแล้ว ฉันคิดว่าจะหาทางซื้อบ้านหลังเล็กสักหลัง พี่ว่าดีไหมคะ”
“จะเอาให้ฮ่าวฮ่าวเหรอ”
“ค่ะ ถ้าฉันไปอยู่ภาคใต้กับพี่ ยังไงก็ต้องปิดบ้านสี่ประสานทั้งหมดเอาไว้”
“บ้านหลังนั้นที่เธอเช่าอยู่ตอนนี้ เจ้าของก็น่าจะขายนะ ลองไปคุยกับคุณชายรองตระกูลเสิ่นดูสิฮุ่ยฮุ่ย”
“บ้านหลังนั้นเป็นของพี่มู่หานหรือคะ”
“อืม คุณชายเสิ่นคนนี้เขามีบ้านมากมายหลายหลังเลยล่ะ อาจจะมากกว่าเธอด้วยซ้ำไป”
“เขาทำธุรกิจเหรอคะ ทำไมถึงสะสมบ้านมากมายขนาดนี้ล่ะ”
“เอาไว้ให้สายลับไปพักน่ะสิ พูดได้แค่นี้แหละ”
“อ้อ ฉันไม่ถามแล้วค่ะ”
“งั้นก็พอแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวร่างกายของเธอจะรับไม่ไหว”
“ก็ได้ค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะพี่ใหญ่”
“อืม พี่ไปละ”
พอตัดการสื่อสารกับพี่ชายแล้ว หลินฮุ่ยก็พบว่าพี่ฟางจอดรถที่หน้าบ้านสี่ประสานพอดี “ถึงบ้านแล้วฮ่าวฮ่าว พี่ฟาง พี่ก็ลงไปช่วยฉันจัดห้องให้ฮ่าวฮ่าวด้วยนะคะ”
“ได้สิ แล้วนี่ต้องไปขนของที่บ้านของฮ่าวฮ่าวหรือเปล่า”
“เอาไว้ไปพรุ่งนี้แล้วกันค่ะ ฉันจะได้ลาครูให้เขาด้วย” พูดกับพี่ฟางแล้วเธอก็หันไปกระซิบกับน้องชาย “เธอจะนอนที่เรือนของลานด้านหน้าหรือจะไปเลือกห้องนอนที่ลานด้านในที่พี่สาวใช้เป็นที่พัก”
“ผมเลือกได้ด้วยเหรอครับพี่สาว”
“นายเป็นน้องชายของพี่นะ ต้องเลือกได้อยู่แล้วสิ”
“งั้นผมเลือกพักใกล้ๆ กับห้องของพี่ใหญ่ได้ไหมครับ” เขาไม่แน่ใจหรอกว่าพี่ใหญ่ของพี่สาวพักที่ไหน แต่ก็ขอเลือกพักใกล้ๆ กับพี่ใหญ่น่าจะเหมาะมากกว่า
“ได้อยู่แล้ว”
อีบุ๊กเล่ม 2 ออกแล้วนะคะ นักอ่านท่านใดที่รออยู่ไปสอยกันได้เลยค่าา