LNCrawler

กลางดึก

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

กลางดึก

หลินฮุ่ยส่งน้องชายเข้าห้องนอนไปแล้ว จากนั้นก็เดินไปส่งพี่ฟางหน้าบ้าน เดินกลับมาก็เป็นเวลาเกือบหกทุ่มแล้ว แม้จะยุ่งวุ่นวายมาทั้งวันแต่เธอก็นอนไม่หลับจึงได้เดินเข้าห้องครัว

“มีแหวนมิติ แต่ก็ยังอายุน้อยนัก ความคิดอ่านยังไม่โตเท่าไหร่ เงินไม่มี อาหารไม่มี แถมยังไม่รู้จะใช้ชีวิตยังไงด้วย” งึมงำกับตัวเองเสียงแผ่วแล้วก็เริ่มก่อไฟเพื่อทำอาหารให้หลิวฮ่าว กะจะทำมากหน่อยให้เขาเก็บเอาไว้ในแหวนมิติ

ขณะที่หญิงสาวทำอาหารไปได้สักพักนั้น เธอก็ได้ยินเสียงเคาะกำแพงเบาๆ น่าจะเป็นคนจากบ้านเสิ่น แต่เธอก็ไม่ได้ส่งสัมผัสออกไปตรวจสอบว่าเป็นเจ้านายหรือลูกน้อง ยังคงทำอาหารต่อไป

“ฮุ่ยฮุ่ย” เสิ่นมู่หานเรียกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า

“พี่มู่หานหรือคะ เกิดอะไรขึ้น” เธอวางมือก่อนจะเดินไปยืนใกล้ๆ กำแพงข้างห้องครัว

“ได้รับบาดเจ็บน่ะ ตอนนี้ที่บ้านไม่มีใครอยู่เลย”

“พี่เฟยก็ไม่อยู่เหรอคะ แล้วพี่ได้รับบาดเจ็บมากหรือเปล่า ไปโรงพยาบาลไหมคะ ฉันจะพาพี่ไปเอง”

“ไปไม่ได้” น้ำเสียงของเขาอ่อนระโหยลงเรื่อยๆ “คนพวกนั้นกำลังไล่ล่าอยู่ ถ้าไปโรงพยาบาลพวกมันจะรู้ทันที”

“พี่จะให้ฉันทำยังไงคะ”

“เธอมียาแก้ปวดไหม”

“มีค่ะ พี่รอเดี๋ยวนะ” หญิงสาวรีบเดินไปที่ห้อง ได้ยามาแล้วก็วิ่งกลับมาที่เดิม หาบันไดไม้ไผ่ได้ก็นำมาพาดที่กำแพงบ้าน แล้วก็ไต่ขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานสายตาที่แจ่มชัดของเธอก็มองเห็นเขา

“บาดเจ็บหนักขนาดนี้เลยเหรอคะ ให้ฉันทำแผลให้ไหม”

“มะ ไม่ต้องหรอก ขอแค่ยาแก้ปวดก็พอ” น้ำเสียงของเขาเบาลงเรื่อยๆ

หลินฮุ่ยก้าวขึ้นไปนั่งบนกำแพงสูง จากนั้นก็กระโดดลงไปยังฝั่งบ้านของเสิ่นมู่หาน “พี่มู่หาน ที่บ้านของพี่มีกล่องปฐมพยาบาลไหมคะ”

“มีสิ แต่ไม่ต้องหรอกนะฮุ่ยฮุ่ย เดี๋ยวพี่ชายของเธอได้ส่งคนมาถล่มบ้านพี่”

หลินฮุ่ยชะงักไป เธอเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองบุ่มบ่ามเกินไป จึงได้ร้องเรียกหาพี่ชายในใจ “พี่ใหญ่ๆ ได้ยินฉันไหม”

“มีอะไร เพิ่งคุยกันไปไม่นานนี้เอง หรือเธออยากจะให้พี่สอนการใช้อาวุธอื่นอีก”

“ไม่ใช่หรอก แต่ตอนนี้มีเรื่องนิดหน่อย ฉันปีนกำแพงข้ามมาบ้านพี่มู่หานแล้ว เขาได้รับบาดเจ็บ พี่ให้ฉันช่วยทำแผลให้เขาไหมคะ”

“ไม่ได้! บาดแผลแค่นั้นเขาไม่ตายหรอก!”

หญิงสาวรีบผละออกห่างจากคนเจ็บทันที “ตะ แต่พี่มู่หานได้รับบาดเจ็บสาหัสมากเลยนะคะ ฉันควรจะทำยังไงดี”

“เอาน้ำกับยาให้เขาสิ” หลินอวี่เฉินคนหวงน้องสาวแทบอยากจะหายตัววาร์ปมาที่ปักกิ่งเดี๋ยวนี้เลย

หลินฮุ่ยหยิบยาออกมาจากกระเป๋าเสื้อ จากนั้นก็ส่งให้เสิ่นมู่หาน “พี่มู่หาน พี่กินยาก่อนนะ”

ชายหนุ่มรับยามาแล้ว ก็รีบส่งเม็ดยาเข้าปากกลืนลงคออย่างรวดเร็ว “บันไดไม้ไผ่อยู่ตรงนั้น เธอไปเอามาพาดกำแพงเถอะฮุ่ยฮุ่ย”

“เดี๋ยวค่อยไปเอามาก็ได้ค่ะ ฉันรอดูอาการของพี่ก่อน” บรรยากาศระหว่างเขาและเธอตอนนี้ ทำให้หลินฮุ่ยรู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก

“เธอนี่นะ นิสัยเหมือนพี่ชายของเธอไม่มีผิดเลย”

หญิงสาวมองเขาที่ใบหน้าซีดเผือด แต่ยังมีอารมณ์มาคุยเล่นกับเธอ “ดูเหมือนงานเอกสารมันจะเบาเกินไปสินะคะ พี่ก็เลยรับงานอื่นเพื่อยืดเส้นยืดสาย”

ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่นั่งยองๆ มือเท้าคางมองเขา ก็หัวเราะออกมาได้ “ไม่ต่างจากพี่ชายของเธอหรอก”

“พี่เองก็น่าจะเก่งนะคะ ทำไมถึงได้รับบาดเจ็บได้ล่ะ”

“มีฝีมือก็ถูกส่งไปทำงานที่ไม่มีใครอยากทำ บาดเจ็บก็เป็นเรื่องธรรมดา” ได้กินยาลงไปแล้วเขาก็ไม่ค่อยปวดเท่าไหร่ จึงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเอนตัวพิงกับกำแพง

“เฮ้อ! รอบตัวของฉันมีแต่คนไม่ธรรมดาทั้งนั้น”

“เป็นคนธรรมดาก็นับว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งนะฮุ่ยฮุ่ย สามารถใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดามีความสุขในแต่ละวัน”

“พี่คิดว่ารอบตัวของฉันมีแต่คนแบบพี่และพี่ใหญ่ แล้วชีวิตฉันจะสงบสุขไปได้กี่วันกันล่ะคะ” ว่าแล้วเธอก็เงยหน้ามองท้องฟ้าที่ไร้ดาว ก่อนจะก้มหน้าลงถอนหายใจ

“พี่ใหญ่ของเธอน่าจะฝึกทักษะหลายอย่างให้เธอมาบ้าง คงเอาตัวรอดได้นั่นแหละ”

“ฉันไม่รู้หรอกว่าจะเอาตัวรอดได้หรือเปล่า แต่ฉันก็จะพยายามไม่เป็นตัวถ่วงของพี่ใหญ่”

“ดีแล้วล่ะ ว่าแต่เธอไปรับเด็กตระกูลหลิวมาอยู่ด้วยแล้วเหรอ เขาต่อต้านเธอหรือเปล่า” ชายหนุ่มไม่อยากให้เธอกังวลเกินไปจึงเปลี่ยนเรื่อง

“เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ยังไงก็ปล่อยมือไม่ได้จริงๆ ค่ะ” ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกสบายใจที่จะบอกเล่าเรื่องต่างๆ ให้เขาฟัง รู้ตัวอีกทีก็เผลอพูดออกไปแล้ว

“อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง”

“พี่ดีขึ้นหรือยังคะ ฉันจะได้กลับไปทำอาหารต่อ”

“ดีขึ้นแล้วล่ะ แต่ทำไมเธอถึงได้ทำอาหารตอนเที่ยงคืนแบบนี้ล่ะ พรุ่งนี้ยังต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยไม่ใช่เหรอ”

“นอนไม่หลับค่ะ ก็เลยเข้าครัว”

“เธอกลับไปเถอะ อีกไม่นานอาเฟยคงจะกลับมาแล้ว”

หญิงสาวลุกขึ้น “ถ้าพี่ยังไม่กลับเข้าบ้าน ถ้าเจ็บแผลก็เรียกฉันได้นะคะ ฉันน่าจะอยู่ในครัวต่ออีกสักสองชั่วโมง”

“อืม” เขารอจนหลินฮุ่ยปีนกลับไปแล้ว จึงได้นำเอาขวดยาน้ำที่ปรุงเองออกมาจากจี้ห้อยคอซึ่งเป็นพื้นที่มิติ กระดกดื่มรวดเดียวหมด ไม่นานอาการก็ดีขึ้นและบาดแผลก็สมานตัวกันอย่างรวดเร็ว

ผ่านไปสักพัก อาเฟยที่เก็บกวาดคนชุดดำครึ่งร้อยเสร็จเรียบร้อย กลับมาที่บ้านก็ตามหาเจ้านายอย่างเป็นห่วง “คุณชาย ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ครับ”

เสิ่นมู่หานที่อาการดีขึ้นมากแล้ว รีบลุกขึ้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน “ไม่มีอะไรหรอก นายจัดการศพพวกมันหมดแล้วใช่ไหม”

“ครับ น้ำยาสลายศพตัวใหม่ที่คุณชายมอบให้ใช้งานได้ดีมากเลยครับ”

“อืม นายก็ไปพักเถอะ ฉันจะไปปรุงยาต่อ”

“ครับคุณชาย”

หลินฮุ่ยที่ยังเปิดประสาทสัมผัสเอาไว้ ถึงกับมุมปากกระตุก ได้แต่สงสัยว่าพี่ชายข้างบ้านคนนี้จะมีพลังพิเศษเหมือนพี่ใหญ่ของเธอไหมนะ แล้วเขาจะมีแหวนมิติหรือเปล่า เขาปรุงยาอะไรได้บ้าง น่าสนใจจริงๆ

“ฮุ่ยฮุ่ย เธอยังไม่ง่วงเหรอน้องรัก” หลินอวี่เฉินที่เงียบไปนานถามขึ้นมาอย่างเป็นห่วง กลัวว่าน้องสาวจะปีนกำแพงบ้านคนแซ่เสิ่นอีกครั้ง

“ไม่ง่วงเลยค่ะพี่ใหญ่” หญิงสาวคุยกับพี่ชายไปพลางก็นวดแป้งไปด้วย “ฉันกำลังนวดแป้งทำหมั่นโถวให้ฮ่าวฮ่าว จะเก็บเอาไว้ให้พี่ด้วย”

“ใช้แป้งสาลีที่ได้จากข้าวสาลีที่เธอปลูกในมิติหรือเปล่า ถ้าเป็นแป้งธรรมดาก็ยกให้ฮ่าวฮ่าวให้หมดเลยนะ”

หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างสบายใจ ก่อนจะคุยกับพี่ชายต่อ “ใช้สิคะ ถึงจะได้ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่กินแค่พวกเราก็ยังพอไหวค่ะ”

“พี่มีเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียวด้วยนะ เธอสนใจไหม อ้อ ยังมีต้นกล้าผลไม้ของทางภาคใต้ด้วย ปลูกเอาไว้ในมิติของเธอจะได้มีของกินที่หลากหลาย”

“สนใจสิคะ พี่อยากกินอะไรก็หามาเลยค่ะ ฉันจะปลูกเอาไว้ในมิติ เดี๋ยวตอนที่ไปอยู่ภาคใต้ จะได้ฝึกทำอาหารทางนั้นเพิ่มด้วย” อย่างตะไคร้กับต้นมะกรูดตอนนี้ก็มีไม่น้อยเลย เวลาทำอาหารของทางนั้นก็น่าจะได้ใช้

“ได้ๆๆ ในแหวนมิติของเธอปลูกพืชผักให้เต็มหมดเลยนะ ส่วนในปานจื่อของพี่จะเลี้ยงสัตว์เพิ่ม อย่างพวกหมู แพะ แกะ จะได้มีเนื้อสัตว์กินด้วย”

“พี่ไม่ต้องเลี้ยงปลานะ ในแหวนมิติของฉันมีเต็มทะเลสาบเลย วันก่อนไปพายเรือเล่น ว่ายตามเรือเป็นฝูงเลยล่ะ”

“อืม วันก่อนพี่ไปเจอต้นฮวงหัวลี่ เธอสนใจจะปลูกเอาไว้ในแหวนมิติไหมฮุ่ยฮุ่ย ลายไม้สวยมากเลยนะ ถ้าสนใจพี่จะไปหาต้นกล้ามา”

“เอามาเถอะค่ะ พื้นที่ข้างในนี้ยังเหลือมากปลูกได้อีกเยอะเลย” นวดแป้งเสร็จแล้ว เธอก็เอาผ้าขาวคลุมเอาไว้ ก่อนจะเดินไปดูหน้าเตาที่น้ำซุปกำลังเดือดพล่าน

“ได้ พี่จะหามาหลายๆ พันธุ์ พวกไม้หอมด้วยก็ดีเหมือนกัน”

“พี่ใหญ่ พี่มีพลังวิเศษ นอกจากเม็ดยาเพิ่มพลังแล้วมีวิธีเพิ่มพลังอย่างอื่นอีกไหมคะ”

“ก็มีนะ อย่างอาหารหรือเครื่องดื่มก็ได้เหมือนกัน แต่หาวัตถุดิบทำยากนิดหน่อย”

“อะไรเหรอคะ ลองยกตัวอย่างให้ฉันฟังสักอย่างได้ไหม”

“เรียกว่าอะไรดีล่ะ คล้ายเหล้าหมักรสชาติร้อนแรงนั่นแหละ แต่ทำมาจากข้าวที่มีคุณสมบัติพิเศษ พี่เคยดื่มไปจอกเดียวระดับพลังเพิ่มไปหนึ่งระดับเลยนะ แต่มันก็นานมากแล้วล่ะ”

“เอามาปลูกในแหวนมิติไม่ได้เหรอคะ”

“ปลูกได้สิ แต่พี่ไม่มีเมล็ดพันธุ์ของพวกมัน ต้องเป็นพวกนักปรุงยาในตำนานถึงจะมี”

“นักปรุงยาหรือคะ พี่มู่หานจะมีหรือเปล่าคะพี่ใหญ่”

“ไม่รู้สิ แต่ถ้าเธอต้องเข้าหาเขาเพราะต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวพวกนี้ก็ไม่ต้องหรอกนะฮุ่ยฮุ่ย ตอนนี้พี่ใหญ่ของเธอก็เก่งกว่าเขาอยู่ห้าระดับ ไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนี้หรอก” เมื่อก่อนอาจจะสูสีแต่หลังจากเขาได้รับของบางอย่างมา ระดับพลังของเขาก็ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้น้องสาวเขาเพราะสิ่งที่เขาได้รับมันอยู่บนเกาะลอยฟ้าของเธอนั่นเอง

หญิงสาวย่นจมูก ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงแผ่ว แล้วคุยกับพี่ชายต่อ “ดูท่าทางของเขาแล้ว ก็ไม่น่าจะรู้สึกอะไรกับฉันเลยนะคะ มีพันธมิตรมากขึ้นก็ดีไม่ใช่เหรอคะพี่ใหญ่”

“ฮึ! เสิ่นมู่หานคนนี้ขึ้นชื่อว่ารักความสะอาด ถือตัวและเย่อหยิ่งเป็นที่สุด นอกจากแม่และญาติพี่น้องที่เป็นผู้หญิง เขาไม่เคยเฉียดกรายเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนเลยนะ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะมีคนถูกเนื้อต้องตัวเขาเลย”

คำพูดของพี่ชายทำให้หลินฮุ่ยถึงกับชะงักไป วันนั้นตอนที่ชนกันเขากอดเธอเอาไว้ตั้งนาน “จริงเหรอคะพี่ใหญ่ ทำไมเวลาที่เขาคุยกับฉันถึงดูเป็นธรรมชาติเหมือนคนทั่วไปล่ะคะ และสายตาของเขาก็ไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้นเลยนะ เรื่องนี้ฉันสังเกตตลอดและรู้สึกได้ จริงๆ นะ”

หัวคิ้วของหลินอวี่เฉินถึงกับขมวด รู้ได้ทันทีว่ามันต้องมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น “เธอยังอ่อนต่อโลกมากจริงๆ น้องรัก เอาเป็นว่าพี่ไม่ได้ห้ามที่เธอจะพูดคุยกับเขาหรอก แต่เพิ่มความระมัดระวังอีกหน่อยนะ อย่างการปีนกำแพงนี่ก็ไม่ไหวจริงๆ”

“ความจริงแล้วก็ไม่ได้อยากจะปีนกำแพงหรอกค่ะ เริ่มจากตอนนั้น ที่อยากจะเลี้ยงขอบคุณเขา แต่ถ้าเข้าไปเชิญอย่างเปิดเผยและเข้าประตูบ้านไป ก็กลัวจะมีใครเชื่อมโยงหรือกล่าวหาว่าเขาทำเพื่อตระกูลหลินเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว ทั้งที่ความจริงแล้วก็เพิ่งจะรู้จักกันด้วยซ้ำ”

“เธอคิดมากไปแล้วล่ะฮุ่ยฮุ่ย แถวนั้นน่ะมีแต่คนของพี่กับลูกน้องของเหล่าเฉิน เหล่าเติ้ง เหล่าหยางและเหล่าจ้าวทั้งนั้น เธอไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้นหรอกน่า”

“ใครจะไปรู้ล่ะคะ มิน่าล่ะพี่ฟางถึงได้วางใจเพราะเธอไม่เดินตรวจตราอะไรสักอย่างเลยค่ะ”

“ใครว่าล่ะ ตอนที่เธอมาอยู่ภาคใต้ช่วงปิดเทอม เสี่ยวหลานไปตรวจสอบบ้านของเธอทุกหลังเลยนะ”

“ไม่เห็นพี่ฟางจะเล่าให้ฟังเลยค่ะพี่ใหญ่”

“พี่สั่งเอาไว้เองแหละ อีกอย่างมันก็เป็นแค่การเข้าไปตรวจตราความเรียบร้อยเท่านั้น ไม่มีอะไรสำคัญเสียหน่อย”

“อืมๆ ฉันเข้าใจแล้ว พี่ใหญ่คะ นอกจากไวน์แล้ว พี่ชอบดื่มอะไรอีกไหม”

“ก็มีพวกเหล้าหมักแบบบ้านๆ นั่นแหละ เอาข้าวที่ได้จากแปลงปลูกของเธอมาทำลองดูสิฮุ่ยฮุ่ย”

“อ้อ เหล้าหมักแบบนั้นเอง ตอนเป็นเด็กฉันเคยเห็นคุณตาคุณยายข้างบ้านทำ ฉันจะลองทำดูนะคะ” แต่เรื่องเหล้าที่ทำจากข้าวที่มีคุณสมบัติพิเศษ เธอยังไม่ลืมหรอกนะ ไม่ว่ายังไงก็ต้องคิดหาวิธีเอามาปลูกในมิติให้ได้

“ไม่ต้องรีบหรอก ค่อยๆ จัดการไป ขอแค่เธอเรียนจบและคอยฝึกฝนทักษะที่พี่สอนเป็นประจำก็พอแล้วล่ะ”

“พี่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันสามารถทำทุกอย่างไปพร้อมๆ กันได้”

“เธอนี่นะ เอาละ พี่ต้องนอนพักแล้วพรุ่งนี้มีฝึกพิเศษกับทีมแต่เช้าเลย”

“ได้ๆๆ แล้วคุยกันวันหลังนะคะ”