LNCrawler

เดินกลับบ้านด้วยกัน

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

เดินกลับบ้านด้วยกัน

วันต่อมา หลินฮุ่ยลากับอาจารย์ที่ปรึกษาครึ่งวันเพื่อไปจัดการเรื่องของหลิวฮ่าว โดยมีฟางหลานขับรถพาไปที่บ้านตระกูลหลิว

“พี่สาว ถ้าไม่อยากเข้าไป พี่รออยู่ในรถก็ได้นะครับ” หลิวฮ่าวมองพี่สาวอย่างเห็นใจเพราะบ้านหลังนี้ก็ไม่ได้มอบความทรงจำดีๆ ให้พี่สาวเลยสักวันเดียว

“ไม่เป็นไรหรอกฮ่าวฮ่าว ยังไงก็มีแค่บ้าน ส่วนคนที่ทำให้เสียความรู้สึกก็ยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นี่นา” ว่าพลางก็เปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปก่อนน้องชาย

เด็กหนุ่มรีบก้าวลงรถตามพี่สาว “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เข้าไปเถอะครับ”

หลินฮุ่ยเพียงพยักหน้า เดินเคียงน้องชายเข้าไปในบ้าน ระหว่างทางก็มองสำรวจรอบๆ ตัวบ้านที่เริ่มมีหญ้าขึ้นรก

ฟางหลานที่เดินตามมาก็ชวนคุยเสียงเบา “เรื่องนี้เหมือนมันง่ายเกินไปไหมฮุ่ยฮุ่ย ความจริงแค่หลักฐานพวกนั้น ไม่น่าจะโค่นสองตระกูลใหญ่ได้เลยนะ”

“พี่กำลังจะบอกว่ามีตระกูลอื่นที่ต้องการขึ้นมามีอำนาจแทนตระกูลหลิวกับตระกูลโจว คอยส่งข้อมูลให้ทางการอย่างลับๆ เหรอคะพี่ฟาง”

“มีความเป็นไปได้นะ” เธอจงใจพูดกับหลินฮุ่ยในเวลานี้ ก็เพื่อให้หลิวฮ่าวได้ยินไปด้วย และข้อมูลเชิงลึกที่หามาได้มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

“ฮ่าวฮ่าวไปอยู่กับพวกเรา เขาจะไม่ถูกตามล่าตัวใช่ไหมคะ”

“กล้าก็ลองดูสิ ตระกูลหลินของเธอแม้จะมีคนไม่มาก แต่อำนาจก็ไม่น้อยหรอกนะ”

“พี่พูดแบบนี้ฉันค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อยค่ะ”

หลิวฮ่าวเงี่ยหูคอยฟังอย่างสนใจ วันนั้นเขาก็ได้ยินปู่กับย่าพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน แต่เขาก็ไม่รู้ว่าตระกูลที่อยากจะชิงอำนาจนั้นเป็นตระกูลไหน จนกระทั่งคนทั้งสองถูกเจ้าหน้าที่พาไปเขาก็ยังไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง

“พี่ครับ ผมจะไปเก็บของในห้อง พี่รออยู่ที่ห้องโถงก่อนนะครับ”

“ได้ นายก็รีบไปเก็บของเถอะ ยังต้องไปหาซื้อของใช้ที่ห้างสรรพสินค้าอีกหลายอย่างเลยนะ”

“ขอเวลายี่สิบนาทีไม่เกินนี้ครับ” ว่าแล้วเขาก็รีบจ้ำอ้าวเข้าไปในห้องพักของตัวเอง ซึ่งในอนาคตก็ไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีกหรือเปล่า แต่ไม่เป็นไรในเมื่อเขามีแหวนมิติแล้ว ของในห้องยังไงก็เอาไปให้หมด

หลินฮุ่ยนั่งลงที่โซฟา ก่อนจะมองไปรอบๆ แล้วก็ต้องส่ายหน้า “ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะมีวันนี้ เมื่อก่อนฉันคิดว่ายังทำได้ไม่ดี ยังไม่มากพอ พวกเขาก็เลยไม่รัก แต่ยิ่งโตก็ยิ่งเข้าใจว่าตั้งแต่ที่ฉันเกิดพวกเขาก็ไม่เคยรักฉันเลย”

ฟางหลานฟังแล้วก็ให้สะท้อนใจ ยื่นมือออกมาตบบ่าเจ้านายของเธอเบาๆ “ตอนนี้ไม่มีคนพวกนั้นที่เอาแต่พ่นคำพูดเหลวไหล ไร้ความรับผิดชอบให้เธอเสียความรู้สึกแล้วล่ะฮุ่ยฮุ่ย”

“ฉันรู้ค่ะพี่ฟาง แค่กลับมาที่นี่ก็เลยทำให้คิดถึงเรื่องราวในอดีต ความจริงฉันก็ไม่ได้หวังอะไรในตัวพวกเขามานานแล้วล่ะ”

หญิงสาวรุ่นพี่ไม่รู้จะปลอบใจอย่างไรดี แม้หน้าตาเธอจะสวยสะคราญแต่นิสัยนั้นกลับสวนทาง จึงได้แต่พูดว่า “ถ้าตอนนั้นพี่ได้อยู่ข้างๆ เธอ พี่จะช่วยเธออัดทุกคนให้หมดเลย”

หลินฮุ่ยมองฟางหลานแล้วก็หัวเราะออกมา ก่อนจะพยักหน้าหลายๆ ครั้ง “ฉันอยากให้พี่ช่วยอัดคนจริงๆ ค่ะพี่ฟาง”

“ใช่ไหมล่ะ บางครั้งยอมเกินไป รักษามารยาทมากเกินไป กลับทำให้เราเสียเปรียบและอัดอั้น ไม่สู้อัดไปหลายๆ ครั้งให้สะใจไปเลย”

“พี่ดีกับฉันจริงๆ พี่ฟาง”

“ไม่ดีกับเธอ แล้วจะให้ฉันไปดีกับใครล่ะ” หญิงสาวตรงหน้าของเธอ จะเคยรู้ไหมว่าเธอได้กลายเป็นที่รักของเหล่าพี่ชายหลายคน ตั้งแต่หลายปีแล้ว ยิ่งได้เธอกลับคืนสู่ฐานะความรักของทุกคนก็ยิ่งมากขึ้น จะเรียกว่าเป็นไข่มุกบนฝ่ามือก็ไม่ผิดนัก

ผ่านไปสักพัก หลิวฮ่าวก็เดินออกมาจากห้อง “พี่สาว พี่ฟาง ผมเก็บของเสร็จแล้วครับ”

หลินฮุ่ยเดินไปหาน้องชาย “เก็บหมดแล้วใช่ไหมฮ่าวฮ่าว อยากจะเก็บของที่ห้องอื่นๆ อีกไหม” เธอปรายตามองกระเป๋าเดินทางของน้องชาย

“งะ งั้นผม ขอไปเก็บของที่ห้องของพ่อกับแม่แล้วก็ห้องอื่นๆ อีกนิดหน่อย” ว่าแล้วเขาก็ส่งสายตาไปทางพี่สาวฟางหลาน

หลินฮุ่ยเข้าใจในทันที “ถ้าอย่างนั้นพี่กับพี่ฟางจะไปรอที่หน้าบ้านก็แล้วกัน ไปกันค่ะพี่ฟาง”

“ได้ รีบเก็บของนะฮ่าวฮ่าว พี่สาวนายยังต้องรีบกลับไปเรียนในตอนบ่าย”

“เข้าใจแล้วครับพี่ฟาง”

จากนั้นหลินฮุ่ยกับฟางหลานก็ออกมารออยู่ด้านนอก ส่วนหลิวฮ่าวก็เข้าออกห้องต่างๆ ภายในบ้าน เขาเก็บกวาดข้าวของที่มีอยู่เกือบทั้งหมดเข้าไปเก็บในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว เสร็จแล้วก็รีบวิ่งออกไปอย่างตื่นเต้นเพราะเขายังไม่ค่อยชินกับการใช้มันสักเท่าไหร่

“ไปกันเถอะฮ่าวฮ่าว” หลินฮุ่ยล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดหน้าให้น้องชาย

“ครับพี่สาว”

จัดการเรื่องของน้องชายเรียบร้อยแล้ว หลินฮุ่ยก็กลับไปเรียนในตอนบ่าย เสร็จแล้วตอนเย็นเธอก็เดินทางกลับบ้านไม่พักที่หอ

เธอคิดจะนำเอาผลไม้กับผักที่ได้จากพื้นที่มิติออกมาให้น้องชาย จึงไม่ได้ให้ฟางหลานไปส่ง ดังนั้นพอลงจากรถประจำทางแล้ว จำต้องเดินเท้าเข้าเขตบ้านพัก

และด้วยการฝึกฝนสม่ำเสมอ ทำให้เธอรู้ตำแหน่งของหน่วยคุ้มกันที่คอยดูแลเธออยู่อย่างลับๆ “โอ้! เยอะขนาดนี้เลย มิน่าล่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่นี่ พี่ใหญ่กับสหายจะรู้ได้ในทันที” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเสียงเบา พร้อมกับเดินถือของเข้าไปอย่างสบายใจทว่าก็ไม่ได้ลดการระมัดระวังตัวลงแต่อย่างใด

“ฮุ่ยฮุ่ย!” เสิ่นมู่หานที่เพิ่งเดินมาจากอีกทาง ร้องเรียกหญิงสาวพร้อมกับก้าวเร็วๆ พอมาถึงสายตาของเขาที่มองเธอฉายความพอใจจางๆ ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว “ทำไมได้นั่งรถประจำทางล่ะ”

“แค่อยากนั่งเท่านั้นเองค่ะพี่มู่หาน อีกอย่างก็ได้แวะตลาดซื้อผักผลไม้ด้วย แล้วพี่ล่ะคะ วันนี้ทำไมได้เดินกลับเข้าบ้าน” เธอชูถุงผักกับผลไม้ให้เขาดู แล้วก็เดินไปข้างหน้าอย่างผ่อนคลายเพราะไม่ได้รู้สึกถึงการคุกคามจากเขา

“ไปหาเรื่องสนุกทำมานิดหน่อยน่ะ ดูสิ ชุดนี้เหมือนนักศึกษาปีสองปีสามไหม”

หญิงสาวพิจารณาการแต่งกายของเขาอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้า “เหมือนค่ะ ถ้าไม่บอกว่าทำงานแล้ว ใครๆ ก็ต่างคิดว่าพี่เป็นนักศึกษาจริงๆ นั่นแหละค่ะ”

“ให้พี่ถือช่วยไหม”

“ใครจะกล้าให้พี่ช่วยถือให้ล่ะคะ เอาเป็นว่าให้พี่ก็แล้วกันค่ะ ฉันเห็นคนขายน่าสงสารก็เลยเหมาซื้อมาทั้งหมด” เธอส่งถุงผักกับผลไม้ให้เขาหลายใบ

“แบบนี้ก็ไม่ต่างจากแย่งเธอมาเลยน่ะสิ”

“ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ ยังไงพี่กับฉันเราก็เป็นเพื่อนบ้านกัน”

“ก็ได้ งั้นพี่จะรับเอาไว้ วันหลังจะหาของมามอบให้เธอเพื่อตอบแทนผักผลไม้พวกนี้นะ” สายตาของชายหนุ่มที่มองผักผลไม้ในถุงค่อนข้างซับซ้อน จากนั้นก็ลอบมองหญิงสาวที่เดินเคียงอยู่ข้างๆ แต่ก็ไม่ได้คิดจะซักไซ้

หลินฮุ่ยเพียงพยักหน้า แล้วก็ชวนคุยเรื่องอื่นต่อ “ได้ยินมาว่าบ้านหลังที่ฉันกำลังเช่าอยู่ เป็นบ้านของพี่เหรอคะ”

“อืม แต่เดิมเป็นของสหายรักของพี่น่ะ เขาไปเรียนต่างประเทศก็เลยขายต่อให้พี่ มีอะไรหรือเปล่า หรือเธอคิดว่าค่าเช่ามันแพงไป” เรื่องนี้น้อยคนที่จะรู้ คงเป็นหลินอวี่เฉินที่บอกกับเธอ

“ไม่แพงหรอกค่ะพี่มู่หาน ฉันแค่อยากจะถามว่าพี่จะขายไหมคะ”

“หืม เธอก็มีบ้านสี่ประสานแล้วไม่ใช่เหรอ หรืออยากจะซื้อเอาไว้ให้ฟางหลานพัก”

“จะว่ายังไงดีล่ะ คืออีกหน่อยฉันก็จะเรียนจบแล้ว คงต้องย้ายไปอยู่ภาคใต้กับพี่ใหญ่หลายปี ทางนี้ก็เป็นห่วงฮ่าวฮ่าว จะให้เขาพักที่นี่ก็กลัวเขาจะไม่ยอม ก็เลยคิดว่าจะซื้อบ้านให้เขาไปเลย อีกหน่อยสอบติดมหาวิทยาลัยก็ยังมีบ้านของตัวเองน่ะค่ะ”

“นอกจากบ้านแล้ว เธอคงไม่ได้คิดจะมอบร้านค้าที่กำลังขายดีให้เขาด้วยหรอกใช่ไหมฮุ่ยฮุ่ย” ชายหนุ่มถามทีเล่นทีจริง

หลินฮุ่ยเพียงย่นจมูกเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเขายิ้มๆ “พี่ใหญ่บอกว่าฮ่าวฮ่าวก็เหมือนกับลูกชายของฉัน สิ่งไหนดีก็อยากจะมอบให้เขานั่นแหละค่ะ”

“ใจกว้างจริงๆ นะ”

“ก็เหลือกันแค่นี้แล้วนี่คะ เงินทองเมื่อก่อนก็สำคัญ แต่พอมีในระดับหนึ่งแล้วก็ต้องรู้จักพอค่ะ จะได้ไม่ถูกครอบงำ”

เป็นอีกครั้งที่เสิ่นมู่หานต้องมองหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างๆ เขาอีกครั้ง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชม “ก็จริงนะ แต่ยังมีคนอีกมากมายที่ไม่คิดเหมือนเธอ”

หลินฮุ่ยเพียงอมยิ้ม ถ้าเขารู้ว่าภายในห้องคลังสมบัติของเธอมีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลทั้งยังมีของล้ำค่าในแหวนมิติอย่างพืชผักผลไม้ สมุนไพรและต้นไม้ราคาแพงล่ะก็ เขาคงจะไม่สบายใจได้แบบนี้หรอก แต่ใครจะบอกเขากัน ความลับก็คือความลับ ก็ได้แต่หวังว่าผักผลไม้ที่มอบให้เขา จะทำให้แลกของดีๆ กลับมาได้บ้าง ส่วนเขาจะคิดว่าเธอมีความลับอะไรหรือเปล่านั้น ก็ให้เขาสงสัยต่อไปเถอะ เธอโบ้ยให้พี่ใหญ่ก็สิ้นเรื่อง

 

ทั้งสองแยกกันที่ประตูบ้านของหลินฮุ่ย พอปิดประตูได้แล้วเธอก็นำเอาผักผลไม้ออกมาจากแหวนมิติอีกมากมาย แล้วก็เดินเข้าเขตลานบ้านด้านในอย่างสบายใจ

หลิวฮ่าวที่กลับมาก่อนพี่สาวสองชั่วโมง เขากำลังกวาดลานบ้าน พอเห็นพี่สาวหอบหิ้วถุงมามากมายก็รีบวิ่งมาทันที

“พี่สาว ผมช่วยครับ” เขาฉวยเอาถุงมากกว่าครึ่งมาจากมือของพี่สาว จากนั้นก็เดินตามไม่ห่างราวกับลูกหมาตัวน้อย “ผมอุ่นซาลาเปาเอาไว้แล้ว พี่อยากกินอะไรอีกไหม ผมจะเข้าครัวทำให้”

“ที่พี่เคยสอน นายยังไม่ลืมสินะ” หลินฮุ่ยเอ่ยกลั้วหัวเราะอย่างมีความสุข ฝีมือการทำอาหารของน้องชายที่เธอสอนมากับมือก็พอใช้ได้เหมือนกัน

“จะลืมได้ยังไงล่ะครับ นั่นเป็นวิธีเอาตัวรอดของผมเลยนะ” เด็กหนุ่มคิดถึงวันคืนเก่าๆ ที่เคยอยู่กับพี่สาวก็ยิ้มออกมาได้ ก่อนจะชวนคุยต่อ “ผมเห็นมีปลาหลายตัวอยู่ในถังน้ำ กินปลานึ่งซีอิ๊วกันดีไหม”

“ได้ เอาตัวใหญ่ๆ นะ ไม่อย่างนั้นเราสองคนกินไม่อิ่มแน่”

เด็กหนุ่มหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนจะรีบเดินไปเปิดประตูห้องครัวให้พี่สาว เขานำถุงผักผลไม้มากมายไปวางเอาไว้บนโต๊ะ

“มีผลไม้จากทางใต้ด้วยเหรอครับ ลิ้นจี่นี่ผมก็เคยกิน อร่อยมากเลย แต่มันก็ไม่สดเท่าที่พี่ซื้อมาเลย”

หลินฮุ่ยเพียงยิ้ม เธอวางถุงลงบนโต๊ะ “รู้ว่านายชอบกินก็เลยซื้อมาเยอะ เก็บเอาไว้นะ วันหลังจะซื้อมาให้อีก”

เด็กหนุ่มถึงกับตาโต “พี่สาว มันมากเกินไปแล้วนะครับ เมื่อเช้าก็มีอาหารเยอะแยะเลย ตอนนี้ยังมีผักผลไม้พวกนี้อีก เยอะเกินไปแล้วครับ”

“รีบเก็บเร็ว จะได้ทำอาหาร วันนี้พี่จะเป็นลูกมือให้นายเอง” เธอผลักถุงผักผลไม้ทั้งหมดไปทางน้องชาย

เด็กหนุ่มจำต้องรับเอาไว้ “ก็ได้ครับ ผมจะเก็บเอาไว้” พอเก็บผักผลไม้ทั้งหมดเข้าไปในแหวนมิติเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกเอาไว้ที่เอว จากนั้นก็จัดการกับปลาตัวโต

หลินฮุ่ยเองก็คอยช่วยน้องชายอยู่ข้างๆ บางอย่างหรือบางขั้นตอนที่เขาลืมไปเธอก็คอยแนะนำอย่างใจเย็น ค่ำนั้นสองพี่น้องนั่งกินข้าวด้วยกันเงียบๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขและความสงบใจที่ได้คืนกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

“ตอนนี้ยังพอมีเวลา พวกเราปั่นจักรยานไปที่ทะเลสาบสือชาฮ่ายดีไหมฮ่าวฮ่าว พี่อยากพาเธอไปเดินเล่น”

เด็กหนุ่มรีบวางจานใบสุดท้ายที่เช็ดเสร็จลงทันที “ไปตอนนี้เลยเหรอครับพี่สาว”

“ไปตอนนี้เลยสิ ที่โรงรถมีจักรยานอยู่คันหนึ่ง นายปั่นส่วนพี่เป็นคนซ้อน”

“ไปกันเลย” หลิวฮ่าวหัวเราะร่าออกมาอย่างมีความสุข อยู่กับพี่สาวไม่ต้องคอยมองดูสีหน้าใคร ไม่ต้องคอยเก็บกดความคิดหรือความรู้สึกเอาไว้ ทำตัวตามสบายได้เลย

หลินฮุ่ยหยิบน้ำออกมาจากตู้เย็นสองขวดใส่ถุงผ้าแล้วก็เดินนำน้องชายไปลานด้านหน้า ระหว่างทางก็คุยไปด้วย “ตอนพี่ใหญ่อยู่ พี่เคยไปวิ่งออกกำลังกายที่นั่นหลายครั้ง ยิ่งตอนเย็นๆ คนไปเยอะมากเลยนะฮ่าวฮ่าว นายไปถึงแล้วจะต้องชอบมากแน่”

“เราไม่ต้องเปลี่ยนชุดเหรอครับพี่สาว” ถามแล้วก็ก้มมองชุดของตัวเอง

“ก็ไม่ได้แย่นี่ หรือนายอยากจะไปเปลี่ยนก็ได้นะ พี่รออยู่ลานด้านหน้าได้”

“พี่ไม่เปลี่ยน ผมก็ไม่เปลี่ยนหรอกครับ ไปกันเลย”

“อืม ไปกันเลย” เธอพูดซ้ำคำพูดของน้องชายแล้วก็หัวเราะออกมา รู้สึกเหมือนว่าได้กลับไปอยู่ในช่วงที่เคยอาศัยอยู่บ้านของปู่หลิวย่าหลิว ที่มีกันแค่สองคนพี่น้องอีกครั้ง

 

อาเฟยเดินกลับเข้าบ้านไปก็รีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปรายงานเจ้านาย “คุณชายครับ คุณหนูหลินนั่งซ้อนท้ายจักรยานหลิวฮ่าวไปแล้วครับ”

“พวกเขาไปไหนกัน อีกหน่อยมันก็จะมืดแล้วนะ” เขาถามเสียงเบาอย่างไม่ต้องการคำตอบ

“น่าจะไปที่ทะเลสาบสือชาฮ่ายครับ”

เสิ่นมู่หานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะออกคำสั่ง “อาเฟย นายไปเอาจักรยานมาเร็ว ฉันจะตามพวกเขาไปที่นั่น”

“คุณชายครับ จักรยานที่เคยมีคุณชายเอาไปทำภารกิจแล้วก็ทำพังไปแล้วครับ”

“งั้นก็เอารถออก ส่วนจักรยานเอาตามไปส่งฉันทีหลัง!”

“ครับ!”