หนึ่งจอกพลังเพิ่มหนึ่งขั้น
หนึ่งจอกพลังเพิ่มหนึ่งขั้น
หัวค่ำของวันหนึ่งในต้นเดือนเมษายน หลินอวี่เฉินก็มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้านใหญ่ของตระกูลหลิน เขาโบกมือให้กับสหายรักที่ขับรถจี๊ปทหารมาส่ง
“ฮุ่ยฮุ่ย เธอกับฮ่าวฮ่าวกำลังทำอะไรอยู่” เขาส่งโทรจิตคุยกับน้องสาวอย่างกระตือรือร้น ในมือมีข้าวของมากมายที่หอบหิ้วมาจากภาคใต้
หลินฮุ่ยที่กำลังเดินย่อยอาหารอยู่กับน้องชาย ถึงกับชะงักฝีเท้า “กำลังเดินย่อยอาหารค่ะพี่ใหญ่ พี่กำลังทำอะไรอยู่คะ”
“พี่เหรอ” คุยกับน้องสาวพลางก็หยิบโทรศัพท์ออกมา กดเบอร์โทรออก “กำลังยืนอยู่หน้าประตูหน้าบ้านน่ะสิ”
ทันทีที่พี่ชายพูดจบเสียงโทรศัพท์ในห้องของหลินฮุ่ยก็ดังขึ้น เธอรีบเดินไปรับทันที และไม่นานก็ร้องเรียกน้องชาย “ฮ่าวฮ่าว พี่ใหญ่มา ไปเปิดประตูเร็ว!”
“พี่ใหญ่มา! จริงเหรอครับพี่สาว!”
หญิงสาววิ่งออกมาหาน้องชาย “จริงสิ พี่ใหญ่หอบหิ้วของฝากมากมายมาให้นายด้วยนะ ไปกัน”
“ครับๆๆ”
สองพี่น้องรีบวิ่งมาที่ประตูใหญ่หน้าบ้าน พอเปิดประตูออกก็เจอเข้ากับร่างสูงสง่ายืนอยู่ “พี่ใหญ่! ในที่สุดผมก็ได้เจอพี่เสียที” ฮ่าวฮ่าวโผเข้ากอดพี่ใหญ่ด้วยความดีใจ
หลินฮุ่ยรีบเข้าไปฉวยเอาถุงข้าวของมากมายมาจากพี่ชาย “เข้าบ้านก่อนค่ะพี่ใหญ่ ฮ่าวฮ่าว นายอายคนบ้างเถอะ ดูสิ ไม่ใช่เด็กสามขวบเสียหน่อย” แกล้งดุน้องชายไปก็หัวเราะไป
“พี่สาว พี่อย่าห้ามผมเลย” หลิวฮ่าวยังกอดพี่ใหญ่ไม่ปล่อย
“พี่ใหญ่ ดูเอาเถอะ เจ้าเด็กนี่นับวันจะทำตัวเหมือนลูกลิงเข้าไปทุกที” เธอเดินหอบหิ้วข้าวของมากมายเดินนำพี่ชายและน้องชายเข้าบ้าน
หลินอวี่เฉินหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะบอกหลิวฮ่าว “นายจะปล่อยให้ฮุ่ยฮุ่ยถือของมากมายเข้าบ้านเหรอฮ่าวฮ่าว”
“อ๊ะ! จริงด้วย” เขารีบผละตัวออกจากพี่ใหญ่ แล้วก็รีบเดินตามพี่สาว “พี่ ผมถือเอง เอามาให้หมดเลย พี่เดินตัวเปล่าจะได้สบาย” ว่าแล้วก็ฉวยเอาถุงมากมายมาถือเอง
“ฮึ! นับว่ายังใช้ได้อยู่” หลินฮุ่ยมองน้องชายกับพี่ชายยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปคล้องแขนพี่ชายเดินเข้าบ้านอย่างสบายใจ
พอเข้ามาถึงห้องโถงของเรือนชั้นใน หลินอวี่เฉินก็นั่งลงตำแหน่งผู้นำตระกูล “ของพวกนี้นายเก็บเอาไว้นะฮ่าวฮ่าว”
“ของผมหมดเลยเหรอครับพี่ใหญ่”
“อืม ส่วนมากเป็นของกิน ฮุ่ยฮุ่ยบอกว่านายชอบกินของอร่อย พี่ก็เลยไปหาซื้อมาให้ เก็บเอาไว้ในแหวนมิติอย่าบอกใครล่ะ” เขาบอกเสียงแผ่วแต่หนักแน่น
“ขอบคุณครับพี่ใหญ่” เอ่ยแบบนั้นแล้ว แต่เขาก็แบ่งของฝากออกมาครึ่งหนึ่ง “พวกนี้ให้พี่สาว พี่เก็บเอาไว้นะ”
“เด็กโง่! ของพวกนี้ให้นายเก็บเอาไว้กินเถอะ” หลินฮุ่ยดันคืนให้น้องชาย ก่อนจะหันไปพูดกับพี่ชาย “พี่ใหญ่ พอจะมีวิธีปกปิดแหวนมิติวงนี้ของฮ่าวฮ่าวไหมคะ”
“มีสิแล้วก็มีวิธีตัดพันธสัญญาระดับต่ำนั่นออกไปด้วย”
หัวคิ้วของหลินฮุ่ยขมวดมุ่น “หมายถึงอะไรคะพี่ใหญ่ หรือว่าแหวนมิติวงนี้จะมีปัญหา”
“เจ้าปัญหาเลยล่ะ ฮ่าวฮ่าวเอาแหวนมิติของนายมานี่ พี่ใหญ่จะช่วยจัดการปัญหาให้”
หลิวฮ่าวถอดแหวนออกแล้วส่งให้พี่ชายทันทีอย่างไร้ข้อกังขา “นี่ครับพี่ใหญ่”
หลินอวี่เฉินแตะนิ้วลงที่แหวนมิติ ไม่นานก็มีกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมา แต่ก็ถูกเขาใช้มืออีกข้างดูดซับเข้าไปเปลี่ยนเป็นพลังงานที่มีประโยชน์ต่อการบ่มเพาะ “เรียบร้อยแล้ว ต่อไปมันจะเป็นแหวนมิติของนายแค่คนเดียว ไม่สามารถเลือกเจ้านายใหม่ได้ตามใจอีกแล้ว”
ดวงตาของหลิวฮ่าวเป็นประกายมองพี่ใหญ่อย่างทึ่งปนเลื่อมใส “พี่ใหญ่ พี่สุดยอดไปเลยครับ”
“เอาละ รีบเก็บของเข้าไปในแหวนมิติก่อน”
หลิวฮ่าวรีบทำตาม เขาเก็บของฝากเข้าไปจนหมด “พี่ใหญ่ พี่ทานข้าวมาหรือยัง ถ้ายังผมจะเข้าครัวทำอาหารให้พี่เอง”
“ยังเลย รีบเดินทางยังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่บ่าย” ว่าแล้วก็หันไปขยิบตาให้น้องสาว
“พี่รออยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวผมไปทำบะหมี่มาให้”
“อืม ไม่ต้องรีบนะ”
“ครับๆๆ” หลิวฮ่าวทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ รีบวิ่งออกไปทันที
หลินฮุ่ยมองพี่ชายแล้วก็หัวเราะเสียงแผ่ว พร้อมกับแบมือออกไปขอของฝากจากพี่ชายบ้าง “ของฝากของฉันล่ะคะพี่ใหญ่” เธอพูดกับเขาในใจ
ชายหนุ่มยกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะถอดปานจื่อให้น้องสาวคุยกับเธอด้วยวิธีเดียวกัน “อยู่ในนี้ อยากได้อะไรเอาไปได้เลยฮุ่ยฮุ่ย”
หลินฮุ่ยตาโตอย่างเกินจริง แต่เธอก็ถ่ายโอนแค่กระสอบหอยมุกป่า ต้นกล้าพันธุ์ไม้ เงินและทองคำแท่งมาเก็บเอาไว้ในห้องคลังสมบัติเท่านั้น เสร็จแล้วก็ส่งปานจื่อคืนให้พี่ชาย “หลายวันก่อน ฉันเอาสตรอว์เบอร์รีให้พี่ฟางไปห้าชั่ง ดูเธอจะดีใจยิ่งกว่าตอนฉันขึ้นเงินเดือนให้เธออีกนะคะพี่ใหญ่”
หลินอวี่เฉินมองน้องสาวแสนฉลาดและรู้ทันแล้วก็ยกมือขึ้นลูบหัวเธออย่างเอ็นดู “ตอนแรกพี่ก็ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนที่เอาไปฝากเหล่าหานหนึ่งชั่ง เขากินเข้าไปแล้วบอกว่ามันดีมาก ก็เลยลองกินดูบ้าง ปรากฏว่าช่วยฟื้นฟูพลังพิเศษได้ดีมาก ลองเอาไปแจกลูกน้องที่ระดับพลังต่ำๆ คนละลูกสองลูก พวกเขาได้กินแล้วก็บอกว่าดีมากช่วยเลื่อนระดับพลัง”
“จริงเหรอคะ เป็นเฉพาะสตรอว์เบอร์รีหรือคะพี่ใหญ่”
“น่าจะพืชทั้งหมดที่เธอปลูกเองนะฮุ่ยฮุ่ย แต่คนอื่นได้กินแค่สตรอว์เบอร์รีเท่านั้น”
หญิงสาวมองพี่ชายยิ้มๆ พลางสมองก็ครุ่นคิดไปด้วย “ปกติคนใกล้ชิดกับลูกน้องของพี่ใหญ่ ก็น่าจะได้รับทรัพยากรบางอย่างจากพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ทำไมของที่ฉันปลูกหรือของที่ได้จากแหวนมิติของฉันถึงส่งผลดีต่อพวกเขา ทั้งที่มันน่าจะคล้ายๆ กับทรัพยากรจากปานจื่อของพี่”
“เรื่องนี้พี่ก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ต้องเอาของมากมายออกมาหรอกนะ เดี๋ยวจะเกิดเรื่องใหญ่ อีกอย่างนะ เธอก็น่าจะรู้นี่ว่าพี่แทบจะไม่ได้ปลูกอะไรเลย ที่พวกเขาได้รับก็เป็นยาน้ำกับยาเม็ดเท่านั้น”
เธอลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไรนะ ถ้ามีเวลามากกว่านี้ เธอจะเข้าไปในปานจื่อของพี่ชาย แล้วปลูกผักผลไม้เอาไว้ให้เขาเยอะๆ เลย
“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ก็เข้าไปชิมไวน์กับเหล้าไป๋จิ่ว ถ้าดีพี่ก็เอาไปเยอะหน่อยเอาไปเผื่อสหายกับลูกน้องของพี่ด้วย”
“ได้! อันนี้พวกเขาน่าจะชอบกว่าสตรอว์เบอร์รีแน่ๆ”
“อ้อ เมื่อกี้ฉันไม่เห็นรังนกเลย พี่ยังไม่ได้ไปหาถ้ำรังนกเหรอคะพี่ใหญ่”
“เธอไม่ได้สำรวจเข้าไปในคลังเก็บสมบัติของพี่เหรอฮุ่ยฮุ่ย” ถามน้องสาวแล้วเขาก็ส่องเข้าไปดูภายในมิติของปานจื่อ จึงได้เห็นว่าแม้แต่เงินและกองทองคำแท่งมากมายก็ยังอยู่ที่เดิม “น้องรัก ที่เธอเอาไปน่ะมันเป็นแค่ส่วนน้อย เอาแหวนมิติมานี่”
หลินฮุ่ยยื่นแหวนมิติออกไปแตะกับปานจื่อของพี่ชายด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ไม่คิดว่าเงินและทองคำแท่งที่เธอถ่ายโอนเข้ามาจะเป็นของส่วนน้อย “พี่ใหญ่ พี่ไปเจอมหาเศรษฐีที่ไหนมาเหรอคะ”
“เขาอยู่ต่างประเทศน่ะ แถมยังทำธุรกิจทางทะเลด้วยนะ” เขาถ่ายโอนเงินกับทองคำแท่งทั้งหมดส่งเข้าไปในแหวนมิติของน้องสาว จากนั้นจึงเป็นรังนกที่ทำความสะอาดแล้ว “เรียบร้อยแล้ว ตรวจสอบดูอีกที”
หญิงสาวพยักหน้าแล้วก็ตรวจสอบแหวนมิติของตัวเอง แล้วก็ต้องตาโตหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ “พี่เอารังนกมาหมดถ้ำเลยเหรอพี่ใหญ่”
“ยังไม่หมดหรอก น่าจะเหลือมากถึงเจ็ดส่วน ถ้าเธออยากได้อีกพี่จะไปเอามาให้”
“อะไรนะคะ นี่ยังไม่หมดอีกเหรอพี่ใหญ่” รังนกที่ผ่านการทำความสะอาดเกรดพรีเมี่ยมในแหวนมิติของเธอตอนนี้มีไม่ต่ำกว่าสามพันชั่ง เขายังบอกว่าเหลืออีกมากถึงเจ็ดส่วน นี่รอดพ้นสายตาคนมาได้อย่างไรกัน
“เธอนี่นะ มักน้อยจริงๆ แต่ไม่เป็นไร ออกปฏิบัติภารกิจครั้งหน้าจะเก็บกลับมาให้เธอให้หมดเลย ด้านในน่าจะเป็นรังนกเลือดด้วยนะ”
“พะ พี่ใหญ่ พี่เก็บเอาไว้กับตัวบ้าง” แค่นี้ยังไม่ดีพออีกเหรอ ยังจะเอารังนกเลือดมาเพิ่มให้เธออีก
ชายหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ มองน้องสาวอย่างมีความสุข “เธอสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ต้องบำรุงร่างกายให้ดี ร่างกายก็ต้องฝึกฝนด้วยเข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้วค่ะ” หลินฮุ่ยยิ้มหวาน ส่วนแผ่นหลังก็เหยียดตรงอย่างไม่รู้ตัว
หลังจากที่ส่งหลิวฮ่าวเข้านอน หลินอวี่เฉินก็มาที่ห้องของน้องสาว ซึ่งเธอกำลังเขียนนิยายอยู่อย่างตั้งใจ “เธอนี่ แทบจะไม่มีเวลาพักแล้วนะฮุ่ยฮุ่ย”
หญิงสาววางปากกาลง แล้วก็เก็บสมุดเขียนนิยายเอาไว้ในมิติ “ฮ่าวฮ่าวนอนแล้วเหรอคะพี่ใหญ่”
“อืม นอนแล้วล่ะ พี่เอาคู่มือการฝึกทักษะการต่อสู้ให้เขาไปเล่มนึง บอกเขาว่าช่วงปิดเทอมพี่จะฝึกให้เขา”
“จะให้เขาตามไปอยู่ที่ค่ายด้วยหรือคะ”
“ไม่หรอก เขาบอกว่าจะลองทำการค้าดู แต่ช่วงนั้นพี่จะยื่นลาสักครึ่งเดือนเพื่อมาช่วยเธอขนของย้ายไปอยู่ภาคใต้ คงมีเวลาสอนเขาอย่างจริงจังหลายวัน”
“ผ่านเหตุการณ์ใหญ่มาได้ ทั้งฮ่าวฮ่าวกับฟางฟางต่างก็เริ่มคิดหาความมั่นคงให้ตัวเอง เป็นแบบนี้ก็ดีค่ะ”
“ทุกคนต่างก็ต้องเติบโตกันทั้งนั้นล่ะฮุ่ยฮุ่ย พวกเราก็ไปเถอะ”
“ค่ะพี่ใหญ่” เธอจับมือของพี่ชายเอาไว้ แล้วก็พาเขาเข้าไปในแหวนมิติ
สิ่งแรกที่ชายหนุ่มทักเมื่อเข้ามาก็คือ “ได้กลิ่นเหมือนทะเลเลยฮุ่ยฮุ่ย ในนี้เธอบอกว่ามีแค่ทะเลสาบไม่ใช่เหรอ”
หญิงสาวทำจมูกฟุดฟิดแล้วก็ต้องตาโต ก่อนจะชี้มือไปอีกฟากของมิติ “หรือจะเพิ่มมาคะพี่ใหญ่ ฉันเองก็ไม่ได้ขึ้นเกาะลอยฟ้าสำรวจพื้นที่หลายวันแล้ว”
“พวกเราไปดูกันฮุ่ยฮุ่ย”
“ไปยังไงคะ คงไม่ให้ฉันวิ่งไปหรอกนะ” หญิงสาวว่าแล้วก็ส่ายหน้าเพราะพื้นที่ของเธอมันขยายออกไปทุกวัน
“เด็กโง่! จับมือพี่ไว้เดี๋ยวจะพาบินไปเดี๋ยวนี้เลย”
“เอาจริงเหรอพี่ใหญ่” หลินฮุ่ยกุมมือพี่ชายเอาไว้แน่น แล้วก็ขยับตัวเข้าใกล้เขาอีกหน่อย
ชายหนุ่มดีดหน้าผากน้องสาวไปหนึ่งทีอย่างเอ็นดู “เดี๋ยวเธอก็รู้” พูดจบเขาก็เร่งพลังออกห่อหุ้มร่างของตัวเองและน้องสาว จากนั้นพลังที่เท้าก็พุ่งออกมา ทำให้ร่างของเขาและฮุ่ยฮุ่ยพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
หลินฮุ่ยเกือบจะกรี๊ดออกมา แต่เธอตั้งสติได้ก่อน เพียงอึดใจเธอและพี่ชายก็มาโผล่ที่ชายป่าแห่งหนึ่งของมิติ “ทางนี้ฉันไม่ค่อยมาสำรวจเลยค่ะ ไม่คิดเลยว่าจะมีทะเลเพิ่มมาด้วย”
หลินอวี่เฉินปล่อยมือน้องสาว เขาเดินไปยังชายหาดสีขาวสะอาดแล้วก็มองน้ำทะเลสีสันสวยงามแปลกตา “เธอเป็นเจ้าของมิติ ลองตรวจสอบดู พี่คิดว่าแม้พื้นที่ของมันจะไม่ใหญ่มาก แต่น่าจะมีอะไรมากกว่านั้น”
หญิงสาวมองเข้าไปในน้ำทะเลสีสวย ไม่นานเธอก็ต้องยิ้มกว้าง “พื้นที่ข้างนอกเห็นแค่ห้าพันหมู่ แต่ความจริงมันใหญ่กว่านั้นหลายหมื่นเท่าเลยค่ะพี่ใหญ่”
“น่าจะเป็นห้วงมิติซ้อนทับ แล้วมีสัตว์ทะเลมากไหมฮุ่ยฮุ่ย”
คำถามนี้ทำเอาหลินฮุ่ยยิ้มแห้ง “นอกจากโขดหิน ปะการัง สาหร่ายทะเลกับภูเขาใต้ทะเลและหุบเหวมากมาย ก็ไม่มีสัตว์น้ำอย่างอื่นเลย แต่น้ำทะเลนี่น่าจะมีคุณสมบัติเหมือนกับน้ำในทะเลสาบค่ะ”
“แบบนี้ก็ดีสิ ครั้งหน้าพี่จะไปจับสัตว์น้ำในทะเลมาให้เธอ เอามาเลี้ยงไว้ในนี้ ถือเป็นเสบียงระยะยาวได้เลย”
“พอดีเลยค่ะ หอยมุกพวกนั้นที่พี่เอามาฝาก ฉันจะเอามาเลี้ยงที่นี่ จากที่ฉันตรวจสอบมา มีเกาะมากมายเลยค่ะ แต่ก็ยังเป็นพื้นดินกับโขดหินเปล่าๆ นอกจากเลี้ยงสัตว์น้ำแล้วก็คงต้องหาพันธุ์พืชอีกหลายอย่างมาปลูกด้วย”
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ยังมีเวลาอีกเยอะ ค่อยเป็นค่อยไป”
“ฉันก็ไม่รีบหรอกค่ะ แต่ชายทะเลแถวนี้ฉันอยากจะปลูกต้นมะพร้าว พี่ช่วยหาต้นพันธุ์มาให้หน่อยนะคะพี่ใหญ่”
“ได้ๆๆ ตามใจเธอหมดเลยฮุ่ยฮุ่ย ทีนี้จะพาพี่ไปชิมไวน์กับเหล้าไป๋จิ่วของเธอได้หรือยัง”
“ได้แล้วๆ แต่ชิมเสร็จแล้ว พี่ช่วยไปดูสถานที่บนเขาตรงโน้นให้ฉันหน่อยได้ไหม” เธอชี้ไปที่ยอดเขาที่สูงที่สุดในมิติ
“ได้สิ เธออยากจะทำอะไร”
“บ้านต้นไม้ เป็นไงคะ ความคิดของฉันดีไหม”
ชายหนุ่มบีบปลายจมูกน้องสาวเบาๆ ก่อนจะส่ายหน้าแต่ก็ยังตอบคำถามของเธอ “ดีสิ เดี๋ยวพี่จะช่วยสร้างให้เธอเอง” สิบนาทีของโลกภายนอกเท่ากับข้างในนี้หนึ่งชั่วโมง ดังนั้นน่าจะพอมีเวลาให้สร้างบ้านต้นไม้ให้น้องสาวได้ทัน
“พี่ใหญ่ใจดีที่สุดเลย”
พอกลับมาถึงบ้านสี่ประสานหลังใหญ่ ใจกลางพื้นที่มิติ หลินฮุ่ยก็พาพี่ชายไปชิมไวน์ที่บ่มเอาไว้ในโรงบ่ม
หลินอวี่เฉินพอดื่มเข้าไปก็หัวเราะอย่างชอบใจ “รสชาติดีมากเลยฮุ่ยฮุ่ย เอามาให้พี่สักยี่สิบถังนะ”
หญิงสาวชี้เข้าไปในโรงบ่ม “พี่เลือกเอาเลยค่ะ ฉันจะได้เอาไวน์ชุดใหม่ที่เพิ่งหมักได้ไม่นานเข้ามาบ่มในนี้แทน”
ชายหนุ่มรีบเก็บถังไวน์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมาถามเรื่องเหล่าไป๋จิ่วอย่างสนใจยิ่งกว่าไวน์ “แล้วเหล้าไป๋จิ่วที่เธอกลั่นเสร็จแล้วล่ะฮุ่ยฮุ่ย”
“ตามฉันมาทางนี้ค่ะพี่ใหญ่” ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินนำพี่ชายออกจากโรงบ่มไวน์ จากนั้นก็เดินไปที่ลานบ้านอีกแห่งซึ่งไม่ห่างกันมากนัก
หลินอวี่เฉินที่ตามน้องสาวมาติดๆ ก็ต้องตะลึงลานเมื่อเขาเจอว่ามีไหดินเผาชั้นดีขนาดห้าสิบชั่งมากมายวางเรียงรายอยู่บนชั้น ซึ่งทำเป็นห้องเก็บเหล้าโดยเฉพาะ “ทำได้ดีเลยนะฮุ่ยฮุ่ย รีบเอามาให้พี่ชิมเร็ว”
เห็นท่าทางของพี่ชายแล้วหลินฮุ่ยก็ได้แต่ส่ายหน้า ไวน์หรือจะสู้เหล้าขาว “ในห้องนี้เป็นเหล้าไป๋จิ่วที่ฉันลองทำเป็นครั้งแรก ฉันชิมดูแล้วรสชาติดีทีเดียวค่ะ” ว่าพลางก็ยกไหเหล้าไป๋จิ่วใกล้มือมาเปิดออกอย่างชำนาญ ก่อนจะรินใส่จอกดินเผาให้พี่ชาย “ลองชิมดูค่ะพี่ใหญ่”
ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบยกขึ้นมาดมกลิ่นแล้วก็กระดกดื่มรวดเดียวหมดจอก แล้วไม่นานเขาก็ต้องตื่นตะลึงมองน้องสาวราวกับเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติ ต่อมาเสียงระเบิดตูมในร่างกายก็ดังขึ้น
“ฮุ่ยฮุ่ย เธอเป็นดาวนำโชคของพี่จริงๆ” เขาฝึกฝนและบ่มเพาะพลังมานานหลายปี แต่หลังจากที่ระดับพลังก้าวกระโดดไปหลายระดับ มันก็ไม่มีความเคลื่อนไหวมาสักระยะแล้ว ทว่าพอเขาได้ดื่มเหล้าไป๋จิ่วของน้องสาวแค่หนึ่งจอก กลับทำให้อุปสรรคที่เขาเผชิญคลี่คลายได้อย่างง่ายดาย เขาเลื่อนระดับอีกครั้งแล้ว
“พี่ใหญ่หมายความว่าไงคะ”
“พลังของพี่เลื่อนหนึ่งขั้น แต่เดิมมันก็เหลือหนึ่งขั้นถึงจะเลื่อนไปอีกระดับที่สูงกว่า พอดื่มเหล้าไป๋จิ่วของเธอมันก็เลื่อนอย่างง่ายดายเลยฮุ่ยฮุ่ย”
“จริงเหรอคะพี่ใหญ่ ถ้ามันดีขนาดนี้ พี่เอาไปให้หมดเลยค่ะ”