LNCrawler

เจ้ารองอกหักเหรอ

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

เจ้ารองอกหักเหรอ

หลิวฮ่าวได้ยินพี่สาวตะโกนเรียกอย่างร้อนใจ ก็รีบวิ่งกลับมาที่ห้อง “พี่รอง ผมวิ่งไปดูที่หน้าประตูบ้าน เห็นรถหลายคันวิ่งผ่านหน้าไป ยังได้กลิ่นน้ำมันจางๆ ด้วยครับ”

หลินฮุ่ยรีบดึงมือน้องชายรีบพาเขากลับเข้าห้อง “พวกเขาเห็นนายไหมฮ่าวฮ่าว”

เด็กหนุ่มส่ายหน้ารัวๆ “ผมแอบมองผ่านช่องประตู พวกเขาไม่มีทางเห็นผมหรอก”

“ดีแล้วล่ะ นายก็รีบเข้านอนนะ พี่ก็จะกลับห้องแล้วเหมือนกัน”

หลิวฮ่าวคว้าข้อมือของพี่สาวเอาไว้แน่น “พี่รอง พี่ก็ห้ามออกไปนะครับ” เขากลัวเหลือเกินว่าพี่สาวจะวิ่งออกไปข้างนอก แม้จะมีคนคอยคุ้มกันแต่เขาก็ไม่อยากให้พี่สาวออกไปอยู่ดี

มือเรียวลูบหัวของน้องชายเบาๆ “นายนี่นะ พี่สาวของนายไม่ใช่พวกที่ชอบหาเรื่องคนอื่นเสียหน่อย รีบเข้านอนเถอะ พี่ก็จะกลับห้องแล้ว”

“ก็ได้ครับ” เขาปล่อยมือพี่สาวแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียง “พี่รีบกลับห้องเถอะ ผมรับรองว่าจะไม่ออกไปอีก”

“อืม” หลินฮุ่ยเดินออกมาจากห้องน้องชาย แล้วก็เดินไปที่กำแพงบ้าน ยื่นของบางอย่างออกไปวางบนกำแพง “ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นคะ”

ผู้คุ้มกันที่มีระดับฝีมือต่ำกว่าหลินอวี่เฉินแค่สามระดับ ไม่ได้แปลกใจกับความสามารถของคุณหนูหลิน เขารับเอากล่องเก็บอุณหภูมิมาถือเอาไว้ ก่อนจะกระซิบตอบเสียงแผ่ว “ตระกูลเติ้งถูกโจมตีครับคุณหนู”

“ตระกูลเติ้งเหรอคะ แล้วพี่เติ้งกับครอบครัวเป็นอะไรหรือเปล่า”

“คุณหนูเรียกผมว่าสืออีได้ครับ ส่วนเรื่องสหายของนายท่าน ตอนนี้คนของเรากำลังเร่งเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ครับ อีกห้านาทีก็น่าจะกลับมา”

“พี่สืออี ถ้าอย่างนั้นฉันจะนั่งรอฟังข่าวอยู่ที่นี่ได้ไหมคะ”

สืออีปรายตามองไปทางบ้านของคนตระกูลเสิ่น “ได้ครับ แต่นายท่านสั่งผมเอาไว้แล้วว่าห้ามให้คุณหนูปีนกำแพงเด็ดขาด”

หลินฮุ่ยถึงกับย่นจมูก “ไม่ทำแล้วล่ะค่ะ ตอนนี้หน่วยคุ้มกันมีกันกี่คนคะ”

“ห้าสิบคนครับคุณหนู”

“ต่อไป ฉันจะเตรียมอาหาร น้ำดื่ม ผลไม้และขนมที่รสชาติไม่หวานมากเอาไว้ที่ศาลาเก๋ง สลับกันไปทานที่นั่นได้นะคะ”

“ขอบคุณคุณหนูมากครับที่เป็นห่วงพวกเรา”

หญิงสาวส่งขวดดินเผาขึ้นไปอีกครั้ง “พี่สืออีลองชิมเหล้าไป๋จิ่วที่ฉันหมักดูค่ะ น่าจะดีต่อระดับพลังบ่มเพาะ”

สืออียื่นมือที่สั่นเทาออกไปรับขวดดินเผาชั้นดีมาจากมือคุณหนูที่เขาคอยดูแลปกป้องและคุ้มกันมานาน จากนั้นก็เปิดจุกออก ยกขึ้นจิบไปหนึ่งคำ แล้วก็ต้องสั่นสะท้านไปทั้งร่าง “ขอบคุณคุณหนูมากครับ”

หลินฮุ่ยเพียงพยักหน้า แล้วก็เดินไปนั่งที่กองก้อนอิฐข้างกำแพง ผ่านไปไม่นานสายตาที่มองเห็นได้ชัดของเธอก็เห็นว่ามีใครบางคนพลิ้วกายหยั่งเท้าลงบนกำแพง ข้างๆ กับพี่สืออี ผู้ซึ่งน่าจะเป็นหัวหน้าหน่วยคุ้มกัน

พวกเขาพูดคุยกันเสียงเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน แต่สำหรับเธอที่ประสาทสัมผัสดีมาก ได้ยินอย่างชัดเจน

“คุณหนูครับ” สืออีเรียกคุณหนูของเขาอีกครั้ง

เธอลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้น แล้วถามกลับเสียงเบา “ได้เรื่องยังไงบ้างคะพี่สืออี”

“หน่วยคุ้มกันช่วยคนตระกูลเติ้งออกมาได้อย่างปลอดภัยแล้วครับ ตอนนี้พวกเขาถูกพาไปพักอยู่ที่สถานที่ลับแห่งหนึ่ง”

“พอจะรู้ไหมคะว่าเป็นฝีมือใคร”

“ตอนที่รถยนต์ขบวนนั้นขับผ่านไป ผมก็รู้แล้วล่ะครับ”

“ใครหรือคะ”

“ตระกูลหลี่ครับคุณหนู”

คราวนี้หลินฮุ่ยประหลาดใจอย่างแท้จริง “ตระกูลหลี่ไม่ใช่ว่าสิ้นฤทธิ์ไปแล้วเหรอคะ”

“นายพลอาวุโสหลี่มีเส้นสายลับๆ อยู่ครับ”

“แล้วทำไมต้องลงมือกับตระกูลเติ้ง ความจริงหลี่อิงมีเรื่องกับฉันไม่ใช่หรือคะ หรือว่ามีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น”

“ขัดแย้งกันมานานแล้วครับ พอได้ฉางจื้อหยวนมาเป็นหลานเขย แม้จะไม่เต็มใจแต่เขาก็เป็นคนเจ้าเล่ห์ รีบใช้อำนาจที่หนุนหลังฉางจื้อหยวนมาข่มขวัญผู้เฒ่าเติ้งทันทีครับ”

“เหมาะสมกันจริงๆ ต่างหลอกใช้กันไปมา วันสองวันนี้คงดุเดือดแน่ๆ”

“คุณหนูเองก็ต้องระมัดระวังด้วยนะครับ ช่วงนี้ผมจะส่งคนเข้าไปคอยคุ้มกันคุณหนูที่มหาวิทยาลัยด้วย”

“ส่งคนคอยดูแลฮ่าวฮ่าวให้ฉันด้วยนะคะพี่สืออี”

“ไม่ต้องห่วงครับ นายท่านจัดหน่วยคุ้มกันอีกชุดให้คุณชายน้อยนานแล้ว”

พี่ใหญ่ไม่เห็นเล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังเลย แต่เดี๋ยวนะ พวกเขาติดต่อกันตั้งแต่เมื่อไหร่ มิน่าล่ะถึงได้ดูสนิทสนมกันตั้งแต่แรกเห็น

เห็นว่าคุณหนูเงียบไป สืออีก็รายงานข้อมูลบางอย่างที่พอจะเปิดเผยได้ “ปู่ที่แท้จริงของฉางจื้อหยวน เป็นสหายรักของผู้เฒ่าตระกูลหลิวครับคุณหนู”

“หืม มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ ผู้เฒ่าแซ่ฉางยังมีชีวิตอยู่ไหมคะ”

“ยังมีชีวิตอยู่ครับคุณหนู ที่ผ่านมาเขาไม่เคยออกจากบ้านบนเขาเลย แต่ครั้งนี้คนของเรารายงานมาว่าเขาเดินทางมาที่ปักกิ่งแล้ว คาดว่าเป็นเพราะเรื่องของตระกูลหลิว แล้วก็เรื่องของตระกูลฉาง คงจะมาเป็นที่พึ่งให้ฉางจื้อหยวนครับ”

“ที่แท้แล้วฉางจื้อหยวนกับฉางจวินเหยียนเป็นคู่แข่งกันมาตลอดสินะ”

“เป็นแบบนั้นครับ ครั้งนี้ฉางจวินเหยียนถูกฟางหลานกับคนของเธอสั่งสอน เสียหายไม่น้อย ฉางจื้อหยวนก็เลยถือโอกาสนี้สร้างอิทธิพล ไม่แน่ว่าอีกไม่นานอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น”

“วุ่นวายดีจริงๆ เอาเถอะ คนตระกูลเติ้งไม่เป็นอะไรแล้วฉันก็วางใจ นี่เป็นเหล้าไป๋จิ่ว พวกพี่เอาไปแบ่งกันดื่มนะคะ” เธอเอาขวดดินเผาชั้นดีอีกห้าขวดส่งให้หัวหน้าหน่วยคุ้มกัน

“ขอบคุณคุณหนูมากครับ”

“เรื่องความปลอดภัยต้องฝากพวกพี่ด้วยนะคะ”

“ครับ!”

 

เช้าของวันต่อมา หลินฮุ่ยที่กำลังจะก้าวขึ้นรถเพื่อไปมหาวิทยาลัยก็เจอกับพี่เติ้งสหายรักของพี่ชาย สภาพของเขาค่อนข้างย่ำแย่ แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บหนัก

“ฮุ่ยฮุ่ย มีอะไรกินไหม เด็กๆ ที่บ้านยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อคืน”

“พี่เอารถอะไรมาคะพี่เติ้ง”

“เอารถของที่บ้านมา เธอถามทำไมเหรอ”

“ฉันรู้เรื่องตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ก็เลยลุกขึ้นมาทำอาหารตั้งแต่ตีสาม ทำใส่กล่องเอาไว้แล้ว พี่ไปยกออกมาใส่รถได้เลยค่ะพี่เติ้ง”

เหล่าเติ้งมองน้องสาวของสหายรักอย่างซาบซึ้ง “ฮุ่ยฮุ่ย น้องรักเธอดีจริงๆ เอาไว้พี่จัดการเรื่องราวที่บ้านลงตัวแล้ว จะขอบคุณเธอให้ดีที่สุด”

หลินฮุ่ยส่งกุญแจบ้านให้เขา “ฉันกับฮ่าวฮ่าวต้องรีบไปเรียนแล้ว พี่ขนกล่องอาหารเสร็จแล้วก็ล็อกกุญแจบ้านให้ฉันด้วยนะคะ เสร็จแล้วก็โยนขึ้นไปบนกำแพง เดี๋ยวจะมีคนมาเก็บไป”

“อ้อ เข้าใจแล้วๆ เธอกับฮ่าวฮ่าวก็รีบไปเถอะ”

ก่อนจะก้าวขึ้นรถ หญิงสาวก็กระซิบถามเสียงแผ่ว “มีคนได้รับบาดเจ็บไหมพี่เติ้ง ถ้ามีพี่ไปตักเอาน้ำที่บ่อไปด้วยนะ”

เหล่าเติ้งเข้าใจความหมายที่หลินฮุ่ยต้องการจะสื่อทันที “มีหลายคนเลย เป็นนักสู้ของตระกูลด้วย คงต้องตักไปหลายถังเลยล่ะฮุ่ยฮุ่ย”

“พี่ไปตักเอาเท่าที่ต้องการเลยค่ะ ฉันต้องไปแล้ว อย่าลืมล็อกกุญแจให้ฉันด้วยนะคะ”

“อืมๆๆ เธอไปเลยเดี๋ยวพี่จะล็อกประตูบ้านให้เอง”

หญิงสาวโบกมือให้เขา ก่อนจะก้าวขึ้นรถ “พี่ฟาง ส่งคนคอยคุ้มกันฟางฟางให้ฉันหน่อยนะคะ”

“มีอะไรหรือเปล่าฮุ่ยฮุ่ย”

“ฉันกลัวว่าฉางจวินเหยียนจะส่งคนมาลักพาตัวฟางฟางไปค่ะ”

“พวกเขาจะห้ำหั่นกันแล้วเหรอ คนพวกนี้นี่อยู่ดีไม่ว่าดี หาเรื่องตายได้ตลอด” แม้จะพูดอย่างนั้นแต่ฟางหลานก็เฝ้ารอให้คนพวกนี้เคลื่อนไหวมาตลอดเช่นกัน

“ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกค่ะ แต่กลัวว่าถ้าเขาจนตรอกจริงๆ อาจจะทำเรื่องนี้อีกครั้ง”

“เธอไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเขากล้าลงมือพี่ก็จะลงมือกับเขาเหมือนกัน”

หลินฮุ่ยได้ฟังแบบนี้แล้วก็สบายใจ จึงหันไปคุยกับน้องชาย “ช่วงนี้ก็อย่าอยู่ที่โรงพยาบาลนานนะฮ่าวฮ่าว รีบกลับบ้าน”

“เข้าใจแล้วครับพี่สาว”

 

ทางด้านบ้านตระกูลเสิ่น ยามนี้พ่อเสิ่นกับแม่เสิ่นกำลังร้อนใจอย่างหนักเพราะลูกชายรับภารกิจอย่างบ้าระห่ำไม่สนความเป็นตาย

“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ารอง ทำไมเขารับภารกิจต่างประเทศอีกแล้วล่ะ” แม่เสิ่นถามสามีอย่างหงุดหงิดปนร้อนใจ

“ผมไม่รู้หรอก แต่ภารกิจนี้ไม่มีคนรับมานานแล้ว พวกเขาคงจะเล็งเห็นว่าเจ้ารองของเราพอจะทำได้ล่ะมั้ง”

“คนอื่นตายหมดแล้วหรือไง ฮึ!” แม่เสิ่นพูดเพียงเท่านี้แล้วก็ปิดปากเงียบเพราะรู้ตัวว่าพูดเรื่องที่ไม่สมควรออกไป

พ่อเสิ่นปรายตามองไปทางอาเฟยที่ถูกเจ้านายทิ้งให้อยู่ที่นี่ “อาเฟยนายพูดมา มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

อาเฟยก้มหน้าหลบสายตานายท่านใหญ่ของบ้าน “คุณชายต้องการจะไปหาสมุนไพรบางอย่างครับ ก็เลยรับภารกิจนี้ เผื่อจะโชคดีนำสมุนไพรตัวนี้มาปรุงยาเพิ่มระดับพลัง”

“ฮึ! พูดความจริงมา ไม่อย่างนั้นฉันจะส่งนายไปที่คุกใต้ดิน”

อาเฟยถึงกับเข่าทรุด ไม่กล้าก้มหน้าหลบสายตาแล้ว “นายท่าน ผมพูดไม่ได้จริงๆ ครับ”

แม่เสิ่นจับสังเกตท่าทีของอาเฟยได้อย่างรวดเร็ว “หรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับแม่หนูหลินฮุ่ยคนนั้น ใช่ไหมอาเฟย”

“ผมพูดไม่ได้จริงๆ ครับนายหญิง”

“แน่แล้วล่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นเจ้ารองไม่ทำตัวผิดปกติแบบนี้หรอก” แม่เสิ่นว่าแล้วก็ถอนหายใจ

“คุณกำลังจะบอกว่าเจ้ารองอกหักเหรอ เป็นไปได้ยังไงกัน ลูกชายของเราออกจะดีขนาดนั้น ผู้หญิงคนไหนก็ต้องการแต่งงานกับเขาทั้งนั้น”

“ลูกชายของคุณไม่ใช่เงินนะ ที่จะทำให้ทุกคนชอบได้ แต่แม่หนูคนนี้ยังไงกันนะ หรือจะแค่เล่นๆ กับลูกชายของพวกเรา” หัวคิ้วของแม่เสิ่นเริ่มขมวด รู้สึกไม่ชอบใจหลินฮุ่ยขึ้นมาหน่อยๆ

“นายท่าน นายหญิง อย่าเดาเลยครับ”

พ่อเสิ่นมองอาเฟยอย่างขัดใจ ดูก็รู้แล้วว่าต้องเกี่ยวกับหลินฮุ่ย “ว่ามา! ไม่อย่างนั้นนายก็ไม่ต้องติดตามลูกชายของฉันอีก”

ประกาศิตนี้ทำเอาอาเฟยตัวสั่นสะท้าน ถ้าไม่ได้ติดตามคุณชายชีวิตของเขาก็คงไร้ความหมาย แต่ถ้าเขาพูดออกไป คุณชายก็คงไม่เอาเขาแล้วจริงๆ

“พ่อกับแม่ไม่ต้องบังคับอาเฟยหรอกครับ ยังไงเขาก็ไม่เปิดปากหรอก เรื่องนี้ผมไปสืบมาให้แล้ว” พี่ใหญ่ของน้องๆ เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“แกไปรู้อะไรมา รีบพูดเลยเจ้าใหญ่” แม่เสิ่นรีบคว้าข้อมือลูกชาย ดึงให้เขามานั่งที่เก้าอี้ข้างตัว

“หลี่อิงพาคนไปดักหลินฮุ่ยกับน้องชายของเธอหน้าปากซอยเข้าบ้าน เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเจ้ารองโดยเฉพาะ”

“ที่หลี่อิงถูกส่งตัวไปสถานีตำรวจก็เพราะเรื่องนี้เหรอ” แม่เสิ่นรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้มันหนักหนากว่าที่คิด

“เธอข่มขู่ไม่ให้หลินฮุ่ยเข้าใกล้เจ้ารอง และอ้างว่าเจ้ารองเป็นผู้ชายของเธอ”

“โอ๊ย! ฉันจะเป็นลม” แม่เสิ่นรีบหยิบพัดมาพัดให้ตัวเอง “ยังไปไม่ถึงไหนเลย ก็มีปัญหาเสียแล้ว”

“แค่หลี่อิงไปสร้างเรื่องคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอกครับแม่ แต่หลินอวี่เฉินสั่งห้ามเจ้ารองไม่ให้เข้าใกล้น้องสาวเขานี่สิครับ”

“เจ้ารองก็ยอมเหรอ เขาไม่ใช่คนที่จะยอมอะไรง่ายๆ นะ”

“สู้ผู้คุ้มกันของหลินอวี่เฉินไม่ได้น่ะสิครับ คิดดูสิ แล้วเขาจะมีปัญญาไปสู้กับหลินอวี่เฉินได้เหรอ”

อาเฟยที่นั่งกองอยู่กับพื้นกำหมัดกัดฟันแน่น แต่เขาก็พูดอะไรออกมาไม่ได้สักคำ อาการบาดเจ็บที่ได้รับจากผลสะท้อนกลับของตราประทับ คงทำให้คุณชายอาการทรุดลงเรื่อยๆ แล้ว

พ่อเสิ่นฟังมาถึงตรงนี้แล้วก็ได้แต่ถอนใจ “หลินอวี่เฉินนับว่าโดดเด่นที่สุดในคนรุ่นนี้เลย แต่ลูกชายของพวกเราก็ไม่ได้ด้อยกว่าเขา ทำไมถึงสู้แม้แต่คนคุ้มกันไม่ได้ล่ะ”

“พักหลังมานี้มีร่องรอยของการเสริมกำลังเข้ามาที่ปักกิ่งครับพ่อ คาดว่าน่าจะเป็นการมาคุ้มกันหลินฮุ่ย”

“แกกำลังจะบอกว่าสาเหตุที่คนของหลินอวี่เฉินเก่งขึ้น จนมีระดับพลังสูงกว่าเจ้ารอง เป็นเพราะหลินฮุ่ยเหรอเจ้าใหญ่”

“ผมก็ไม่แน่ใจหรอกครับ อาจจะเป็นเพราะหลินฮุ่ย หรืออาจจะเป็นเพราะหลินอวี่เฉินหวงน้องสาว จนไม่ต้องการให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอก็ได้ครับ”

“ถึงจะหวงน้องสาวแค่ไหน แต่ก็ไม่น่าจะส่งคนมากมายขนาดนี้มาคุ้มกันนะ พวกเขายังเป็นนักสู้ระดับสูงทั้งหมดด้วย”

แม่เสิ่นมองสามีแล้วก็มองลูกชายคนโต จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างเสียดาย “ลูกสะใภ้คนนี้ ทำยังไงพวกเราถึงจะได้มานะ น่าสงสารเจ้ารองจริงๆ”

“มีแต่ความจริงใจเท่านั้นแหละที่จะฝ่าด่านนี้ไปได้” พ่อเสิ่นพูดขึ้นมาอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก

“จริงใจแค่ไหน แต่ถ้าผู้หญิงเขาไม่ได้มีใจให้ตั้งแต่แรกก็ไร้ประโยชน์นะครับพ่อ”

“ฮึ่ม! แกนี่ยังไง อยากจะให้น้องชายแกอยู่เป็นโสดไปจนแก่หรือไง” ประโยคนี้เป็นแม่เสิ่นที่แหวขึ้นมาด่าลูกชาย

“แม่ครับ ผู้หญิงก็ใช่ว่าจะมีคนเดียวเสียหน่อย เอาอย่างนี้ดีไหม ญาติทางบ้านเดิมของอาหลันก็พอจะมีคนที่มีการศึกษาอยู่หลายคน ทั้งยังมีหน้าที่การงานมั่นคงด้วย แม้จะหน้าตาไม่สวยเท่าหลินฮุ่ย แต่คุณสมบัติอย่างอื่นไม่มีที่ติเลยนะครับ”

คราวนี้แม่เสิ่นเปลี่ยนท่าทีทันที “ญาติของอาหลันเหรอ แกมีรูปถ่ายไหมเจ้าใหญ่ รีบเอาออกมาเร็ว”

“นี่ครับแม่ มีทั้งรูปถ่ายและข้อมูลพร้อมเลยครับ” พี่ใหญ่ของบ้านส่งเอกสารให้ผู้เป็นแม่แล้วก็ถึงกับโล่งอก เพราะภารกิจที่ภรรยามอบหมายให้สำเร็จแล้ว แต่จะถูกเลือกหรือเปล่านั้นก็เป็นอีกเรื่อง

พ่อเสิ่นมองภรรยาที่เปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็ว แล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้อง