พ่อหลิว แม่หลิวฟื้นแล้ว
พ่อหลิว แม่หลิวฟื้นแล้ว
หลิวฮ่าวยืนแอบอยู่ห้องข้างๆ ห้องพักฟื้นของพ่อกับแม่ เขาค่อยเงี่ยหูฟังสิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งพูดคุยกันด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
รออยู่นานจนคนกลุ่มนั้นจากไปเขาจึงได้เดินเข้าไปในห้อง และสิ่งที่เขาเห็นก็คือพ่อกับแม่ของเขาฟื้นขึ้นมาแล้ว “พ่อ แม่ ผมจะเรียกหมอเดี๋ยวนี้เลย” เขาไม่ได้ยิ้มหรือแสดงออกอะไรมาก รีบเรียกหมอและพยาบาลให้เข้ามาตรวจอาการทันที
รอจนหมอและพยาบาลออกไปแล้ว พ่อหลิวก็มองลูกชายด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย แต่เขาก็เก็บเอาไว้ในใจก่อน “มาแล้วเหรอฮ่าวฮ่าว”
แม่หลิวก็มองลูกชายด้วยสายตาสงสัยไม่ต่างจากสามี และเธอก็ไม่คิดจะเก็บมันเอาไว้ในใจ “เก็บของไปอยู่กับนังลูกเนรคุณแล้ว ทำไมแกไม่เปลี่ยนแซ่ไปด้วยเลยล่ะ”
หลิวฮ่าวมองแม่ที่ซูบผอมลงไปมากแต่ก็ยังชอบประชดประชัน แล้วก็ยกมุมปากขึ้นนิดๆ ถามกลับไปเสียงเบา “แม่อยากให้เป็นแบบนั้นจริงๆ เหรอครับ ถ้าผมเปลี่ยนไปใช้แซ่หลิน ตระกูลหลิวก็จะไม่เหลือใครอีกแล้วนะ”
“แก! คิดจะเปลี่ยนจริงๆ สินะ อกตัญญู! ลูกอกตัญญู!”
“เอาล่ะๆ ลูกก็ยังไม่เปลี่ยนไม่ใช่เหรอ นั่นก็เพราะเขายังรู้ว่าตัวเองเป็นคนตระกูลหลิว คุณก็ไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีกแล้ว”
แม่หลิวมองลูกชายแล้วให้ขัดหูขัดตา “แทนที่จะไปหาถิงถิง กลับไปหายัยเด็กนั่นที่ย้อนกลับมาแว้งกัดตระกูลหลิว”
“แม่รู้เหรอว่าเธออยู่ที่ไหน ตั้งแต่ตระกูลหลิวเกิดเรื่อง ผมก็ไม่เห็นเธอโผล่หน้ามาเลยนะ อีกอย่างเงินค่ารักษาทั้งหมดก็มาจากพี่สาวที่แม่ไม่ชอบหน้าทั้งนั้น”
“อะไรนะ! มันเกิดอะไรขึ้น แล้วปู่กับย่าของแกไปไหน เงินที่พวกเขาก็มีนี่” แม่หลิวเริ่มวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกซุกเอาไว้ใต้พรม หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรแล้วจริงๆ
“ยังไม่มีใครบอกพ่อกับแม่สินะ หลังจากที่พ่อกับแม่ แล้วก็คนตระกูลโจวประสบอุบัติเหตุในวันเดียวกัน วันต่อมาก็มีประกาศออกมาถึงความผิดของพ่อกับแม่และคนตระกูลโจวสายหลัก จากนั้นก็มีการกวาดล้าง ตอนนี้บ้านก็ถูกทางการอายัดเอาไว้แล้ว”
พ่อหลิวมองลูกชายอย่างไม่อยากจะเชื่อ แล้วทำไมกลุ่มคนที่เขาเชื่อใจยิ่งกว่าคนในครอบครัวเมื่อกี้นี้ถึงไม่ได้บอกเล่าถึงเรื่องนี้ให้เขากับภรรยาฟังเลยล่ะ
“เป็นไปได้ยังไงฮ่าวฮ่าว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง ผมได้ยินปู่กับย่าคุยกันว่ามีหลายตระกูลที่กำลังเก็บหลักฐานรวบรวมข้อมูลเพื่อโค่นล้มตระกูลหลิวและตระกูลโจวครับพ่อ แต่ผมก็ไม่รู้ว่ามีตระกูลไหนบ้าง ตอนที่ปู่กับคุณปู่โจวกำลังจะไปที่คลังเก็บสมบัติเพื่อแบ่งกันคนละห้าส่วน เจ้าหน้าที่ก็เข้าจับกุมพวกเขาแล้วพาตัวขึ้นรถไปเลย”
ใบหน้าของพ่อหลิวซีดเผือด ถ้าไม่มีสมบัติพวกนั้นแล้วจะอยู่ยังไงต่อ “แบบนี้พวกเราฟื้นขึ้นมาแล้ว จะไม่ถูกพาตัวไปสอบสวนเหรอ”
“จะเป็นไปได้ยังไงคะ ฉันไม่เชื่อเจ้าเด็กคนนี้หรอก” แม่หลิวไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
หลิวฮ่าวมองพ่อกับแม่แล้วก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง “พ่อกับแม่ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรครับ ป่านนี้เจ้าหน้าที่ทางการคงจะรู้แล้ว อีกไม่นานก็คงจะมาที่นี่ ผมต้องรีบไปอ่านหนังสือ ทำการบ้าน คงอยู่เฝ้าไม่ได้แล้วล่ะ แต่ผมได้จ้างพยาบาลมาเฝ้าพ่อกับแม่แล้วนะครับ” พูดจบเขาก็เดินออกมาอย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่นิดเดียว
แม่หลิวมองสามีด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง “หรือเขาจะพูดความจริง แล้วทำไมลุงฉางไม่บอกเรื่องนี้กับพวกเรา แต่เขากลับเลือกจะเล่าเรื่องที่ฮ่าวฮ่าวไปอยู่กับนังเด็กนั่นและมีเรื่องบาดหมางกับหลานสะใภ้ของเขาให้พวกเราฟัง”
“เขาอยากจะให้เราไปสั่งสอนฮุ่ยฮุ่ยน่ะสิ” คราวนี้พ่อหลิวเริ่มเข้าใจสถานการณ์แล้วเพราะลุงฉางคนนี้เคยหักหลังเขามาครั้งหนึ่งแล้ว โดยอ้างว่าจะช่วยเขาตามหาลูกสาวที่หายไป แต่กลับไปเอาลูกคนอื่นมาให้เขาเลี้ยง เขาได้แต่กล้ำกลืนไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับใครเพราะก่อนหน้าก็เป็นเขาที่พาตัวลูกสาวที่เพิ่งคลอดออกไปทำพิธีบางอย่าง
พอสามีพูดแบบนี้ แม่หลิวก็ถึงกับหน้าซีด รีบละล่ำละลักถามเสียงสั่น “พวกเราก็รู้อะไรมาไม่น้อยเลย จะถูกฆ่าปิดปาก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาหรือเปล่าคะ”
“ด้วยอิทธิพลของลุงฉาง ผมคิดว่าอีกไม่นานคุณพ่อกับคุณแม่และคนในตระกูลที่เหลือน่าจะถูกปล่อยตัวออกมา สิ่งนี้จะเป็นบุญคุณครั้งใหญ่ ต่อไปไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรพวกเราก็ต้องทำ”
แม่หลิวเหมือนกินยาขมเข้าไป ขมอย่างเดียวไม่พอราวกับกินยาพิษเข้าไปด้วย “เพราะเขารู้ว่ายังไงพวกเราก็ต้องเลือกทางรอดให้ทั้งตระกูล และรู้ด้วยว่าพวกเราก็ไม่เคยชอบฮุ่ยฮุ่ย แล้วคุณจะยอมให้เขาใช้ตระกูลหลิวทั้งตระกูลมาเป็นหมากบนกระดานการเมืองครั้งนี้เหรอคะ”
พ่อหลิวเงียบไปนาน แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้ “ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ต้องเลือกตระกูล ส่วนหลินฮุ่ยเธอจะอยู่หรือตายก็ไม่เกี่ยวกับพวกเราแล้ว”
“แล้วถ้าลุงฉางต้องการให้พวกเราเป็นคนจัดการฮุ่ยฮุ่ยล่ะคะ ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ ที่ต้องนอนเป็นผักอยู่นี่ ก็น่าจะเกี่ยวกับเธอนั่นแหละ”
สีหน้าของพ่อหลิวเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด แค่คิดภาพอุบัติเหตุในวันนั้นเขาก็ไม่อยากจะประสบกับอะไรแบบนั้นอีกแล้ว “มีคนอยากจะทำผลงานเยอะแยะ ส่งต่อให้พวกเขาทำก็แล้วกัน”
แม่หลิวมองสามีแล้วก็ถอนใจ พอคิดถึงท่าทีแข็งกร้าวของหลินฮุ่ย เธอก็คล้อยตามคำพูดของสามี “ถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ ก็คงต้องทำแบบนั้น”
พ่อหลิวเทเม็ดยาที่ลุงฉางมอบให้สองเม็ดออกมาจากขวด แล้วก็ส่งให้ภรรยาหนึ่งเม็ด “กินยาฟื้นฟูเม็ดนี้ก่อน นอนพักอีกสักวัน แล้วค่อยคิดวางแผนกันอีกที”
“ก็ได้ค่ะ” แม่หลิวรับเอายาฟื้นฟูมาแล้วก็ส่งเข้าปาก โดยไม่รู้เลยว่าสรรพคุณที่แท้จริงของมันนั้นหนักหนาเกินกว่าที่เธอและสามีจะรับไหว
หลิวฮ่าวพอกลับมาถึงบ้าน เขาก็เห็นพี่สาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ศาลาเก๋ง จึงได้เดินเข้าไปหา “พี่รอง ผมกลับมาแล้วครับ”
หลินฮุ่ยวางหนังสือลง พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นสีหน้าน้องชายไม่สู้ดี “มีอะไรหรือเปล่าฮ่าวฮ่าว หรือมีคนไปหาเรื่องนาย”
“พ่อกับแม่ฟื้นแล้วครับพี่รอง ก่อนที่พวกเขาจะฟื้นมีคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปในห้อง” เขาเล่าพลางก็นั่งลงข้างๆ พี่สาว จากนั้นก็รินน้ำอุ่นให้ตัวเอง
“สองสามวันมานี้ฉางจื้อหยวนกับฉางจวินเหยียน ปะทะกันไปหลายรอบ คนกลุ่มนั้นน่าจะเป็นคนจากตระกูลฉางที่สนิทสนมกับคุณปู่ของนาย”
“น่าจะใช่ครับพี่รอง ผมเห็นมีท่านผู้เฒ่าคนหนึ่งอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย แล้วเขาทำยังไงถึงทำให้คนที่นอนเป็นผักฟื้นขึ้นมาได้ล่ะครับ”
“น่าจะเป็นพวกมีพลังพิเศษหรือพวกนักสู้ที่มีพลังลมปราณ หรือไม่ก็มียาที่ปรุงขึ้นมาด้วยสมุนไพรพิเศษช่วยชีวิตคนได้”
“พลังพิเศษเหมือนพี่ใหญ่กับพี่เสิ่นน่ะเหรอครับ”
“อืม ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่พี่ไม่รู้หรอกนะว่าพวกเขามีพลังอะไรยังไง เพราะพี่ก็เป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้นจึงตรวจสอบใครไม่ได้”
หลิวฮ่าวรีบพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของพี่สาว “ผมก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกันครับพี่รอง”
“แล้วนายต้องกลับไปอยู่กับพวกเขาไหม”
คำถามของพี่สาวทำให้หลิวฮ่าวฉุกใจคิดขึ้นมา จึงถามด้วยสีหน้ากังวล “พี่คิดว่า ผู้เฒ่าฉางจะช่วยตระกูลหลิวออกมาได้ทั้งหมดไหมพี่รอง”
“อืม” เธอรินน้ำอุ่นใส่แก้วให้ตัวเองแล้วพูดต่อ “ถ้าฉางจื้อหยวนชนะฉางจวินเหยียน กระดานหมากนี้ทิศทางก็จะเปลี่ยนไป ตระกูลหลิวต่อไปอาจจะได้ยกฐานะจากตระกูลระดับกลางๆ ในถนนวงแหวนที่สี่ มาอยู่ในถนนวงแหวนที่สามหรือถ้าดีกว่านั้นก็อาจจะเป็นถนนวงแหวนที่สอง ไม่แน่นะพวกเขาอาจจะมาอยู่ที่เขตซีเฉิงใกล้ๆ กับพวกเราก็ได้”
“แบบนี้พวกเขาไม่ยิ่งเหิมเกริมเหรอครับพี่รอง ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ดี ผมไม่อยากกลับไปอยู่กับพวกเขาแล้ว ไม่ดีใครดีกับผมสักคน”
“นี่คือข้อสันนิษฐานในกรณีที่ท่านผู้เฒ่าฉางไม่ลงมือกับตระกูลหลิน”
หลิวฮ่าวหัวเราะออกมาทันที “ฉางจื้อหยวนยังไงก็ให้เมียของเขายืมคนมาจัดการกับพี่อยู่แล้วล่ะพี่รอง และผู้เฒ่าฉางก็น่าจะให้ท้ายด้วย”
“อืม ถ้าพวกเขาลงมือสถานการณ์มันก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบ”
“เปลี่ยนยังไงเหรอครับ” ดวงตาของเขาเปล่งประกาย ใครจะว่าเขาเป็นลูกเป็นหลานที่อกตัญญูก็ช่างเถอะ แต่เขาชอบตอนที่อยู่กับพี่รองและพี่ใหญ่มากที่สุด
“หมากกระดานนี้จะถูกบดละเอียดทั้งกระดาน ก่อนที่พี่จะลงไปอยู่ภาคใต้น่ะสิ”
“พี่รอง!” หลิวฮ่าวสูดหายใจเข้าปอดลึก เขามองพี่สาวอย่างเทิดทูน ก่อนจะยกนิ้วให้ด้วย “พี่สุดยอดไปเลยครับ!”
“นายก็อย่ายอพี่เกินไปนักเลยน่า ยังไงก็ยังเป็นคนของพี่ใหญ่ช่วยจัดการให้ทั้งนั้น”
“ก็เหมือนกันนั่นแหละ พวกพี่ชายที่คอยดูแลผมกับพี่รอง ล้วนใจดีทั้งนั้น”
“ฮึ! นายน่ะ ต้องตั้งใจฝึกฝนให้มากนะ ถ้าร่างกายนายเหมาะสม ไม่แน่ว่าพี่ใหญ่อาจจะช่วยทำให้นายมีพลังพิเศษก็ได้”
“ผมจะไปฝึกตอนนี้เลย!” เขาชูกำปั้นขึ้นฟ้าแล้วก็รีบวิ่งกลับห้องของตัวเอง เปลี่ยนชุดสำหรับฝึกร่างกายเรียบร้อยแล้วก็วิ่งไปที่ลานฝึกอย่างหมายมั่นปั้นมือ
ทางฝั่งผู้เฒ่าฉาง ยามนี้ส่งสารออกไปแล้วแต่คนที่คิดว่าจะมาหากลับไม่มีใครมาสักคน แก้วชาถูกปาแตกไปหลายใบ
“คนจากไปชาก็เย็น คงคิดว่าตาแก่คนนี้ไร้อำนาจแล้วสินะ ฮึ! แล้วจะได้เห็นดีกัน!”
ฉางจื้อหยวนที่ได้ตัวของหลี่อิงมาครองสมใจแล้ว มองผู้เป็นปู่ด้วยสีหน้ากังวลใจ “หรือว่าฉางจวินเหยียนจะซื้อตัวคนไปอยู่ฝั่งเขาหมดแล้วครับคุณปู่ เขารู้ต้องรู้แน่ ว่าที่ปู่มาคราวนี้เป็นเพราะมาช่วยคุณปู่หลิวและก็จัดการคนตระกูลหลิน”
“เขาไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก นี่จะต้องเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น”
“หรือว่าจะเป็นท่านผู้นำที่สั่งพวกเขาไม่ให้มายุ่งเรื่องนี้ครับ”
“ไม่ใช่หรอก แต่น่าจะเป็นตระกูลนักสู้พวกนั้นที่ขัดขวางเอาไว้ น่าจะเป็นเพราะต้องการช่วยเหลือคนตระกูลหลิน”
“ปู่จะบอกว่า ตระกูลเติ้ง ตระกูลจ้าว ตระกูลหยางพวกนั้นน่ะเหรอครับ แต่ตระกูลเติ้งก็ถูกจัดการได้อย่างง่ายดายแล้วนี่ พวกเขาคงไม่มีปัญญาขนาดนั้นหรอกมั้งครับ”
“อย่าได้ดูถูกพวกเขา ตระกูลเติ้งตอนนี้ก็กลับไปอยู่บ้านตระกูลเติ้งเหมือนเดิมแล้ว คิดดูสิ แค่ผ่านไปไม่เท่าไหร่พวกเขาก็จัดการเรื่องทุกอย่างได้อย่างหมดจด ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ถูกรื้อแล้วสร้างใหม่ภายในพริบตา แสดงว่าจะต้องมีการคบหากับผู้ที่มีพลังเหนือธรรมชาติหลายกลุ่ม”
สีหน้าของฉางจื้อหยวนไม่ยินยอม “แต่หนี้แค้นของอิงอิง ยังไงผมก็ต้องช่วยเธอสะสาง คุณหนูตระกูลหลินคนนี้จิตใจคับแคบและอวดดีเกินไปแล้ว แม้แต่ฉางจวินเหยียนยังถูกคนของเธอจัดการ ถ้าขืนปล่อยไว้เป้าหมายต่อไปน่าจะเป็นพวกเรา”
“เด็กคนนี้ซึมซับนิสัยชั่วร้ายมาจากคนตระกูลหลิวได้ดีจริงๆ แต่น่าเสียดายที่เลือกเป็นศัตรูกับพวกเรา”
“ก็แค่อาศัยคนของหลินอวี่เฉินไม่กี่คน ก็ไม่เห็นหัวตระกูลน้อยใหญ่ในปักกิ่งแล้ว ถ้าเราจัดการเธอได้สำเร็จ ก็คงไม่มีใครออกหน้าแทนตระกูลหลินแล้วครับปู่”
“อืม แต่ครั้งนี้แกห้ามให้คนของเราลงมือ ฉันจะยืมมือตระกูลหลิวจัดการหลินฮุ่ยคนนี้เอง”
“ใครครับปู่!”
“เดี๋ยวแกก็จะรู้เอง”